บทที่ 4 เสียรู้

หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา มุกสลิลและแทนคุณก็ได้ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนิสิตปีหนึ่ง คณะบัญชี ตามที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้

ทั้งคู่สลัดภาพเด็กมัธยมขาสั้นกระโปรงบานออกไปจนหมดสิ้น มุกสลิลเติบโตเป็นสาวสะพรั่งวัย 19 ปี เธอปล่อยผมยาวสลวยเป็นลอนคลื่นอ่อนๆ แต่งหน้าโทนธรรมชาติที่ย้ำเน้นริมฝีปากอิ่มเอิบให้ดูชุ่มชื้นน่าสัมผัส ส่วนแทนคุณเอง หลังจากที่ไม่ต้องตัดผมสั้นแบบนักเรียน ร.ด. เขาก็ไว้ผมทรงรองทรงยาวลู่รับกับโครงหน้าคมคาย รูปร่างสูงโปร่งไหล่กว้างทำให้ออร่าความหล่อกระจายจนเตะตาใครต่อใคร ความสวยหล่อไร้ที่ติของทั้งสองทำให้เพื่อนๆ ในคณะต่างพากันแอบเชียร์ให้เป็นแฟนกัน และพร้อมใจกันโหวตให้ทั้งคู่รับตำแหน่งดาวและเดือนคณะบัญชีประจำปีนี้

“พรุ่งนี้ฉันคงไม่ว่างไปดูหนังกับแกแล้วว่ะ... ไอ้แทน”

มุกสลิลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดาย ขณะยืนคุยกับเพื่อนสนิทตรงลานกิจกรรมหน้าคณะ เนื่องจากบ้านใหม่ไม่ได้ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก เธอจึงเลือกนั่งรถเมล์เดินทางไปกลับมากกว่าการนอนหอพักเหมือนแทนคุณ

“เกิดอะไรขึ้นวะ...” แทนคุณขมวดคิ้วถาม นัยน์ตาคู่คมฉายแววห่วงใยเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเธอ

“แม่ฉันป่วยน่ะ... ไม่มีใครคอยดูเลย” หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไรหรอก... ถ้าแกไม่ไป ฉันก็ไม่รู้จะไปดูทำไม ที่อยากไปก็เพราะแกชวนนั่นแหละ” แทนคุณระบายยิ้มอบอุ่น ปลอบประโลมคนตรงหน้า

“ขอบใจนะแก เอาไว้โอกาสหน้าฉันไม่พลาดแน่”

มุกสลิลยิ้มตอบ พลางตบไหล่หนาของเพื่อนสนิทเบาๆ เพื่อยืนยันว่าเธอเกรงใจจริงๆ

“อื้อ... ไม่เป็นไร”

“งั้น... ฉันกลับบ้านก่อนนะ ต้องรีบไปทำอาหารเย็นว่ะ” หญิงสาวโบกมือเตรียมหันหลังเดินแยกออกมา

“โอเคเพื่อน แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

มุกสลิลเดินห่างออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงทุ้มกังวานของแทนคุณก็ตะโกนเรียกลั่น จนผู้คนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว

“เฮ้ย!... ไอ้มุก เดี๋ยวสิ! ฉันลืมถามว่ะ”

“อะไรอีกเล่า!” หญิงสาวหมุนตัวกลับมามองด้วยความแปลกใจ ใบหน้าหวานเอียงน้อยๆ อย่างสงสัย

“อาทิตย์หน้า... งานวันเกิดพี่ต้น แกจะให้ฉันไปด้วยม่ะ”

“ทำไม... นึกยังไงยอมไปเป็นเพื่อนฉันขึ้นมาล่ะ”

มุกสลิลเลิกคิ้วถาม เพราะแอบชอบพี่ต้นรุ่นพี่ปีสองผู้แสนหล่อเหลาและไฮโซ ที่มักจะขับรถหรูราคาแพงมาเรียนอยู่เสมอ

“เอ่อ... น่า ก็แค่อยากไปด้วยไม่อยากให้แกไปคนเดียว เดี๋ยวไม่รู้จะคุยกับใคร”

“ฉันเดานะ... แกต้องแอบชอบน้องสาวพี่ต้น แน่ๆ ” มุกสลิลแกล้งแซวพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เปล่าสักหน่อย ”

“งั้นแกก็บอกเหตุผลจริงมาดิ”

“ฉันแค่... เป็นห่วงแก” น้ำเสียงของแทนคุณจริงจังขึ้น สายตาคมเข้มทอดมองใบหน้าสวยด้วยความลึกซึ้งที่ซ่อนไว้

“ไปไหนมาไหนคนเดียวกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย”

มุกสลิลชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะกับสายตาคู่ นั้น ก่อนจะแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน

“ฉันจะเชื่อแกดีมั้ยเนี่ย”

“อ้าว! อะไรกัน พอพูดความจริงก็ไม่เชื่อ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ

“เอาเถอะๆ แกจะไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ฉันก็ขอบใจนะ... แต่เอาเข้าจริงๆ วันนั้นฉันจะได้ไปหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

“ทำไมล่ะ”

“ก็อาจจะต้องอยู่ดูแลแม่ไง”

“แล้วพ่อเลี้ยงแกล่ะ” แทนคุณถามถึงวรภพพ่อเลี้ยงของเพื่อน

“อย่าให้พูดถึงเลย... นานๆ ทีจะเห็นหน้าสักครั้ง” มุกสลิลระบายลมหายใจยาว ความเศร้าหมองพัดผ่านดวงตาสวยอีกครั้ง

“ทำไมล่ะ เขาไม่ค่อยกลับบ้านเหรอ”

“พอได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เขาก็ไม่ค่อยกลับบ้าน บางทีก็สองสามทุ่มนู่นกว่าจะถึง”

“อ้าว... ก็ไหนว่าแม่แกทำงานที่เดียวกับเขาไง”

“ตอนแรกก็ใช่... แต่หลังๆ พอแม่เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ก็เลยต้องลาออกมา”

“แล้วตอนนี้แม่แกทำอาชีพอะไร... โทษทีนะที่ฉันต้องถาม” แทนคุณเอ่ยด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกแก... ตอนนี้แม่รับจ้างซักรีดเสื้อผ้าคนในหมู่บ้านนั่นแหละ”

“อ๋อ... ก็ยังดีเนอะ มีงานทำที่บ้าน ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง”

“อย่าให้ฉันเล่าอะไรไปมากกว่านี้เลยว่ะ...” มุกสลิลเม้มริมฝีปากแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและคับแค้นใจ

“เหมือนพ่อเลี้ยงหลอกให้แม่ฉันย้ายมาอยู่ด้วยเลย บ้านที่เคยบอกว่าหลังใหญ่โต... เอาเข้าจริงก็แคบเท่ารูหนู”

“อ้าว! แล้วแม่แกไม่เคยเห็นบ้านเขาก่อนย้ายมาเลยเหรอ”

“คงไม่เคยเห็นหรอก... แม่เองก็เสียใจเรื่องนี้อยู่ ตอนฉันย้ายเข้าไปวันแรกๆ นะ ต้องช่วยกันเก็บกวาดปัดเช็ดทุกอย่าง กว่าจะเข้าที่เข้าทางได้ก็ล่อไปตั้งสามวัน”

แทนคุณฟังแล้วรู้สึกสงสารและห่วงใยเธอจับใจ มือหนายื่นไปกุมลาดไหล่บางเอาไว้หลวมๆ สัมผัสอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าลงสู่ผิวเนียน

“งั้น... เอาไว้ฉันหาเวลาว่างไปเยี่ยมแม่แกบ้างดีกว่า”

“ไม่ต้องลำบากหรอกแก เดี๋ยวแม่ก็คงค่อยๆ หายเองแหละ”

มุกสลิลส่งยิ้มบางๆ ให้เขา เพื่อให้เพื่อนรักสบายใจ ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางสายลมยามเย็น ความห่วงใยและสายใยบางอย่างซาบซึ้งอยู่ในอกของคนทั้งสอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป