บทที่ 5 ธาตุแท้
การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมเรียบหรูและท่วงท่าภูมิฐาน ไม่ได้บ่งบอกถึงฐานะที่แท้จริงของวรภพแม้แต่น้อย สิ่งที่หนุ่มใหญ่คนนี้ปกปิดไว้ภายใต้ฉากหน้าอันเพียบพร้อม คือความจริงอันฉาวโฉ่ หลังจากนิตรามารดาของมุกสลิล ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเขา เงินก้อนโตที่เหลือจากการขายบ้านหลังเดิมของนิตราก็ถูกวรภพผลาญจนหมดสิ้น มิหนำซ้ำนิตรายังถูกจ้างให้ออกจากงานเมื่อต้นปีที่ผ่านมาอีกด้วย
เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดนี้ มุกสลิลไม่เคยเล่าให้แทนคุณฟังแม้แต่คำเดียว ด้วยเกรงว่าจะนำภาระความเครียดไปให้เพื่อนสนิทเปล่าๆ เธอทำได้เพียงบอกเล่าเรื่องราวอย่างผิวเผิน มุกสลิลไม่ได้โทษผู้เป็นแม่ เพราะเข้าใจดีว่ายามที่ความรักบดบังดวงตา มารดาของเธอในตอนนั้นกำลังหลงคารมของวรภพหนุ่มรุ่นน้องคนนี้จนหัวปักหัวปำ
เมื่อมุกสลิลเดินผ่านประตูบ้านเข้ามา ร่างบางก็รีบวางกระเป๋านักศึกษาแล้วตรงเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็นอย่างไม่รอช้า เธอตั้งหน้าตั้งตาเคี่ยวข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยมายกเสิร์ฟให้ผู้เป็นมารดาถึงเตียง
“แม่คะ... ทานยาก่อนอาหารหรือยัง” มุกสลิลเอ่ยถาม นัยน์ตาสวยทอดมองมารดานอนซมอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ ด้วยความสงสารจับใจ
“ยังเลยลูก... มุกช่วยหยิบยาให้แม่หน่อยสิ” นิตราตอบเสียงแผ่วแห้ง
“แม่ป่วยหนักขนาดนี้... ทำไมคุณอาถึงไม่คิดจะมาสนใจคอยดูแลแม่บ้างเลย”
“ช่างเขาเถอะลูก อาภพเขาคงจะยุ่งเรื่องงาน...” นิตราเอ่ยปราม พยายามตัดบทให้ลูกสาวเลิกคิดอคติต่อพ่อเลี้ยง เพราะในยามนี้เธอไม่เหลือทั้งเงินทองและสุขภาพ มีเพียงวรภพเท่านั้นที่เธอยังคงต้องพึ่งพา
หลังจากป้อนข้าวต้มและดูแลมารดาจนเรียบร้อย มุกสลิลก็รีบไปนั่งรีดผ้ากองโตที่รับจ้างไว้จนดึกดื่น เพราะต้องเตรียมส่งคืนลูกค้าในเช้าวันพรุ่งนี้
กระทั่งถึงยามดึกสงัด มุกสลิลจึงได้ไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย ในระหว่างที่สายน้ำเย็นฉ่ำกำลังชโลมล้างเรือนร่างผุดผ่อง เธอกลับรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองเธอผ่านรอยแตกบนผนังไม้เก่าๆ ของห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักด้วยความหวาดหวั่น แต่เมื่อเพ่งมองไปยังรอยแตกนั้นกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เธอสะบัดหัวคิดว่าตนเองคงตาฝากไปเอง เพราะคืนนี้ที่บ้านมีเพียงเธอกับแม่แค่สองคน... หรือว่าพ่อเลี้ยงจะกลับมาแล้ว!
เช้าวันถัดมา มุกสลิลจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟังด้วยความกังวล
“แกคิดมากไปหรือเปล่าวะ... มุก” แทนคุณบอก พลางทอดสายตามองเพื่อนสาวด้วยความห่วงใย ไม่อยากให้เธอต้องตื่นตระหนก
“แต่ผนังห้องน้ำตรงนั้นมันมองลอดเข้ามาได้จริงๆ นะแก!” มุกสลิลยืนยันเสียงแข็ง ใบหน้าหวานเคร่งเครียด
“แล้วเมื่อคืนแกอาบน้ำกี่ทุ่ม”
“ไม่แน่ใจว่ะ... แต่น่าจะราวๆ ห้าทุ่มเที่ยงคืนได้มั้ง”
“แกไม่คิดว่าเป็นแมวหรือสัตว์แถวนั้นบ้างเหรอ”
“ก็ไม่รู้อ่ะ... เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะลองสังเกตดูอีกที ว่าจะเป็นแมว หรือเป็นผีกันแน่!”
“เออๆ... แกอย่าเพิ่งคิดมากจนประสาทเสียล่ะ” แทนคุณเอื้อมมือไปแตะไหล่บางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
ช่วงพักเที่ยง มุกสลิลได้รับสายด่วนจากวรภพ แจ้งว่าเขากำลังพานิตราส่งโรงพยาบาลเนื่องจากอาการป่วยกำเริบหนัก ทันทีที่เรียนเสร็จ มุกสลิลก็รีบตรงบึ่งไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ
“เดี๋ยวอาเฝ้าคุณแม่ให้เองก็ได้ มุกรีบกลับไปจัดการงานรีดผ้าเถอะ” วรภพรีบออกปากบอกเด็กสาวด้วยรอยยิ้มหวังดี แต่ลึกๆ แล้ว เขาเพียงต้องการส่งมุกสลิลกลับไปเคลียร์งานที่บ้านคนเดียว
“ขอบคุณนะคะอาภพ... พรุ่งนี้อาอยากทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวหนูจะทำมาฝาก” เด็กสาวเอ่ยด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวอาค่อยหาซื้อทานแถวๆ โรงพยาบาลเอา”
แต่พอลับหลังมุกสลิล และผู้เป็นมารดาหลับสนิทลงด้วยฤทธิ์ยา วรภพกลับไม่ได้อยู่เฝ้าเตียงคนไข้อย่างที่ปากพูด...
ตกดึกคืนนั้น...
เรือนร่างอรชรของมุกสลิลเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้หยาดน้ำที่รดรดลงมาจากฝักบัว ผิวเนียนละเอียดนวลตาต้องแสงไฟสลัว ไหล่บางและทรวดทรงเว้าโค้งอย่างสตรีเพศเต็มตัวหลอกล่อให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความวาบหวาม
ระหว่างที่กำลังถูสบู่ลูบไล้ไปตามเรือนร่าง มุกสลิลก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ... รอยแตกบนผนังไม้ที่เคยมีแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้ามา บัดนี้กลับ มืดสนิท ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างปิดทับอยู่อย่างมิดชิด!
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง เธอขนลุกซู่ด้วยความกลัว คิดไปเองว่ากำลังถูกผีหลอกเข้าให้แล้ว จึงรีบอาบน้ำและแต่งตัววิ่งกลับเข้าห้องนอนทันที
รุ่งเช้า... มุกสลิลรีบตรงไปหาแทนคุณเพื่อเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอีกครั้ง
“อยู่คนเดียวจนประสาทหลอนแล้วมั้งแกเนี่ย” แทนคุณแซวเพื่อลดความตึงเครียด แม้ในใจจะเริ่มตะงิดๆ
“บ้าเหรอ! หลอนอะไรกัน ฉันเห็นจริงๆ นะโว้ย มันมืดทึบเหมือนมีอะไรมาบังรอยแตกไว้เลย!”
“แล้วเมื่อคืนพ่อเลี้ยงแกกลับมาที่บ้านหรือเปล่า” นัยน์ตาคู่คมของแทนคุณหรี่ลง เริ่มฉายแววระแวง
“เปล่าสักหน่อย... แม่ฉันไม่สบาย พ่อเลี้ยงเขาก็เฝ้าไม่อยู่ที่โรงพยาบาลนู่น”
แทนคุณเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง หัวใจเต้นระทึกด้วยความกังวลถึงอันตรายที่อาจแฝงตัวอยู่ในความมืด
“ฉันก็ยังบอกอะไรแกตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ... แต่อยากให้แกระวังตัวเอาไว้หน่อย กลางค่ำกลางคืนก็ล็อคประตูบ้าน ประตูห้องนอนก็ปิดให้มิดชิดเรียบร้อย อย่าเปิดทิ้งไว้เด็ดขาดเข้าใจมั้ย”
“อื้อ... กลัวเหมือนกันว่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันคงต้องหยุดรับงานซักรีดแล้วล่ะ นี่ถ้าผ้าไม่ค้างมาหลายวันฉันคงไม่ทำหรอก... ไปนอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลยังจะอุ่นใจซะกว่า”
มุกสลิลถอนหายใจยาว พลางสบตาแทนคุณด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ อย่างน้อยๆ ท่ามกลางความหวาดกลัวและเรื่องราวแย่ๆ ในชีวิต ก็ยังมีสายตาห่วงใยของเพื่อนสนิทคนนี้ คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
