บทที่ 8 เกือบไม่รอด
จากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปเยี่ยมนิตรามารดาของมุกสลิลที่โรงพยาบาลเหมือนเช่นทุกวัน ทว่าในวันนี้ มุกสลิลกลับไม่กล้าเดินทางกลับไปอาบน้ำที่บ้านอย่างเคย ความวิตกกังวลและภาพแอบถ่ายในห้องน้ำยังคงหลอกหลอนจนเธอผวาไปหมด
“เอาไงดีวะ... ฉันไม่กล้ากลับไปอาบน้ำที่บ้านเลยว่ะแทน” มุกสลิลเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตึงเครียด นัยน์ตาสวยไหวระริกด้วยความระแวง
“งั้นแกก็รีบกลับไปเอาชุด แล้วมาอาบที่ห้องน้ำโรงพยาบาลสิ” แทนคุณเสนอทางออกให้เพื่อนสาว น้ำเสียงทุ้มแฝงความห่วงใย
“เออๆ จริงด้วย งั้นฉันรีบกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อนนะ ฝากดูแลแม่แป๊บหนึ่งล่ะ”
“อือ รีบไปรีบมานะแก”
เมื่อมุกสลิลเดินทางกลับมาถึงบ้าน ร่างบางก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนของตนเองเพื่อรีบจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนเฝ้าไข้คืนนี้ลงกระเป๋า คล้อยหลังไม่นานเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ซีดานก็ขับเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้าน
วรภพ พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับหัวหน้างาน ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ดูดี ก่อนจะเหลือบไปเห็นรองเท้าของมุกสลิลวางอยู่หน้าประตู มุมปากหนาพลันยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ หนุ่มใหญ่เดินเข้ามาในบ้านทันเวลาเดียวกับที่เด็กสาววิ่งหน้าตาตื่นออกมา มุกสลิลพยายามปกปิดความหวาดกลัวอย่างสุดความสามารถ แต่แววตาของเธอกลับไม่อาจซ่อนรอยระแวงได้เลย
“จะรีบไปเฝ้าแม่เหรอ... หนูมุก” วรภพเอ่ยถาม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสะพรั่งของลูกเลี้ยงสาวอย่างถือสิทธิ์
“ค่ะ วันนี้มุกรีบ... พอดีทิ้งให้คุณแม่อยู่คนเดียว” เด็กสาวรีบโกหกคำโตทันที หวังใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า
ยังไม่ทันที่มุกสลิลจะก้าวขาพ้นประตู ข้อมือเรียวบางของเธอ ก็ถูกมือหนาของพ่อเลี้ยงฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน สัมผัสหยาบกร้าวและไออุ่นจากฝ่ามือของเขาทำเอาเด็กสาวขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เดี๋ยวก่อนสิ... วันนี้อาเมื่อยไปหมดทั้งตัวเลย มุกช่วยนวดให้อาก่อนได้มั้ย”
“เอ่อ... คือว่า...”
ปกติแล้ววรภพก็เคยขอร้องให้เธอนวดให้บ้างเป็นบางครั้ง ด้วยนิสัยของมุกสลิลที่เป็นคนปฏิเสธคนไม่เป็น สุดท้ายเด็กสาววางกระเป๋าลงแล้วยอมเดินตามพ่อเลี้ยงหนุ่มเข้าไปภายในห้องนอนของเขาอย่างไม่อาจเลี่ยง
เรือนร่างอรชรทอดมองร่างหนาของวรภพที่ทิ้งตัวนอนคว่ำลงบนเตียง มุกสลิลทรุดกายลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเริ่มออกแรงกดฝ่ามือนวดลงบนแผ่นหลังกว้าง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ลอยมาจากตัวของพ่อเลี้ยงก็ทำให้เธอต้องเอ่ยถาม
“คุณอาดื่มมาเหรอคะ...”
“อื้ม... ที่ทำงานมีเลี้ยงปิดงบประมานหน้าน่ะ อาก็เลยดื่มมานิดหน่อย...” น้ำเสียงอู้อี้เอ่ยตอบจากหมอนใบใหญ่ ขณะที่ฝ่ามือเรียวบางของเธอยังคงคลึงนวดไปตามลำตัวแกร่ง
“ถ้าหนูมุกไม่ชอบกลิ่นเหล้า... เดี๋ยวอาไปเปลี่ยนชุดนี้ออกก่อนก็ได้นะ”
พูดไม่ทันขาดคำ วรภพก็พลิกตัวลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกต่อหน้าต่อตาเด็กสาวทันที! มุกสลิลตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความอับอายและผวาในอก พ่อเลี้ยงหนุ่มคว้าผ้าเช็ดตัวผืนบางมาพันรอบเอวสอบไว้อย่างหลวมๆ โดยไม่คิดจะอายสายตาเด็กสาวเลยสักนิด ทรวดทรงอกแกร่งและมัดกล้ามลอนสวยของหนุ่มใหญ่วัย 37 ปีที่ยังคงดึงดูด ทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนสลัวเริ่มร้อนผ่าวและชวนให้อึดอัดอย่างน่าประหลาด
“ยืนเหม่ออยู่ทำไมล่ะ... มานวดให้อาต่อสิ หนูมุก”
น้ำเสียงแหบพร่าเข้มขึ้น มุกสลิลเม้มริมฝีปากแน่น จำใจเขยิบเข้าไปนวดเฟ้นแผ่นหลังและไหล่กว้างให้เขาต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนแชทไลน์ในสมาร์ตโฟนของเธอก็ดังขึ้น
เป็นข้อความจาก แทนคุณ ที่ส่งมาถามไถ่เพราะเห็นว่าเธอหายไปนานเกินปกติ
ต้าวแทน : จะเข้ามากี่โมงเนี่ย
ยัยมุกยักษ์ : อีกสักพักว่ะ
ต้าวแทน : รีบๆ มานะ เวลากูมีจำกัด กูมีธุระ
ยัยมุกยักษ์ : ธุระอะไรของแกวะ
ต้าวแทน : บีบีจะมาหาที่ห้องว่ะ
ตัวอักษรบนหน้าจอทำให้อกข้างซ้ายของมุกสลิลกระตุกวูบ ความรู้สึกโหว่ว่างและน้อยใจสายหนึ่งฉายวูบขึ้นมาในอกโดยไม่รู้สาเหตุ เธอรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ประชดประชันเล็กๆ
ยัยมุกยักษ์ : งั้นแกก็รีบไปเหอะ! แม่ฉันอยู่ได้ บอกพยาบาลที่เคาน์เตอร์ไว้ก็พอ
ต้าวแทน : โกรธเหรอวะเพื่อน
ยัยมุกยักษ์ : เปล่า! แกรีบไปเหอะ
ต้าวแทน : เออ... ฉันรอแกได้อีกสักสิบนาทีแล้วกัน
ยัยมุกยักษ์ : แกรีบไปเหอะน่า ให้ผู้หญิงรอนานมันไม่ดีนะโว้ย
ต้าวแทน : เอ่อ... โทษทีว่ะเพื่อน
“ใครไลน์มาเหรอหนูมุก...” วรภพที่นอนสังเกตอาการเอ่ยถามขึ้นทันทีหลังจากที่เด็กสาววางโทรศัพท์ลงบนเตียง
“อ๋อ... เพื่อนมุกเองค่ะ” มุกสลิลตอบเสียงเรียบ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น
“เดี๋ยว... มุกต้องขอตัวไปโรงพยาบาลแล้วค่ะคุณอา”
“เพื่อน... หรือว่าแฟน ตอบอามาตรงๆ” วรภพรีบยันกายลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาเข้มขรึมจ้องมองลึกเข้ามาอย่างคุกคาม
“เพื่อนจริงๆ ค่ะคุณอา”
“อาไม่เชื่อหรอก! ถ้าหนูมุกแอบมีแฟน อาก็คงต้องไปบอกแม่นิดแล้วนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มใช้ชื่อมารดาขึ้นมาขู่เสียงแข็ง
“เพื่อนจริงๆ ค่ะ! มุกบอกไปคุณอาก็ไม่รู้จักมันหรอก... แต่เพื่อนคนนี้แม่รู้จักดีค่ะ เมื่อก่อนบ้านมันอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเรา พอดีมันอาสามาช่วยเฝ้าแม่ให้เมื่อกี้ แต่ตอนนี้แฟนมันโทรตาม มุกเลยต้องรีบไปเปลี่ยนเวร”
“ไหน!!... เอาโทรศัพท์มาให้อาดูหน่อยสิ” น้ำเสียงออกคำสั่งทำให้เด็กสาวจำต้องยื่นสมาร์ตโฟนให้วรภพอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มรับไปเปิดอ่านข้อความบทสนทนาอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ แล้วยื่นคืนให้
“ไม่เห็นต้องรีบเลย... ปล่อยแม่เขาไว้แบบนั้นแหละ” วรภพพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณอาพูดเหมือน... ไม่ได้เป็นห่วงคุณแม่ของมุกเลยนะคะ” มุกสลิลมองหน้าเขาด้วยความผิดหวัง
“ห่วงสิ... ทำไมอาจะไม่ห่วงล่ะ” วรภพยักไหล่ นัยน์ตาฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก
“แต่มุกก็รู้ว่าอาต้องทำใจกับเรื่องนี้ แม่ของมุกเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนะ”
“มุกรู้ดีค่ะว่าแม่คงอยู่กับมุกได้อีกไม่นาน... งั้นมุกขอตัวไปดูแลแม่ก่อนนะคะ!”
พูดจบ มุกสลิลก็ลุกพรวดเดินออกจากห้องนอนไปทันทีโดยไม่รอฟังคำทัดทาน ทิ้งให้พ่อเลี้ยงหนุ่มมองตามแผ่นหลังด้วยเสียดาย
