บทที่ 6 .

“อ้าวดิน พอดีกูกำลังจะเดินไปป้ายรถเมล์อ่ะ” ลาวาอุทานเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“ขึ้นรถดิเดี๋ยวกูพาไปส่งที่บ้านเลย” ดิน ชายหนุ่มหน้าตาดีบอก เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าลาวากลับบ้านคนเดียวไม่ได้มีเพลิงอยู่ด้วย

“จะดีเหรอวะ” ลาวาอดที่จะรู้สึกเกรงใจไม่ได้

“ดีดิวะ มึงขึ้นมาเถอะกูไม่พามึงเข้าโรงแรมหรอก ถึงจะอยากทำแบบนั้นก็เถอะ” ดินพูดขึ้นยิ้มๆ เขาก็แค่แกล้งลาวาเท่านั้นไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย

“นี่แหละที่กูกลัว” ลาวาเองก็รู้นิสัยดินดีว่าเป็นคนยังไง ไม่มีใครชอบแกล้งลาวานอกจากดินอีกแล้ว

ลาวาเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งก่อนจะปิดลงตามเดิม หลังจากนั้นรถก็ได้ขับเคลื่อนออกไป

“แล้วเพลิงมันไปไหนวะ” ดินถามขึ้นขณะที่สายตาก็กำลังมองยังถนนเบื้องหน้า

“ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยไปนอนกกผู้หญิงอยู่มั้ง” ถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นคนพูดเอง แต่มันก็อดที่จะรู้สึกเจ็บไม่ได้ ภาพเมื่อตอนกลางวันยังคงแวบเข้ามาในหัวเธอเป็นพักๆ

“ถ้ามึงโดนเทจะเซมาหากูก็ได้นะ อกพี่มีให้น้องซบเสมอ” ดินพูดอย่างติดตลก ดินเองก็เคยชอบลาวามาก่อนแต่พอรู้ว่าลาวามีแฟนแล้วเขาก็ตัดใจ ไม่คิดจะแย่งหรืออะไร

“ไปดูแลเด็กในสังกัดของมึงให้กินดีอยู่ดีก่อนเถอะ” ลาวาว่าอย่างไม่จริงจัง แต่อย่างนั้นลาวาก็ยิ้มออกมา เวลาอยู่กับดินเธอมักจะหายเครียดเสมอ แต่กลับปวดหัวกับความบ้าของดินแทน

ลาวานั่งดูหนังอยู่คนเดียวภายในห้องหลังจากที่ดินขับรถมาส่งยังที่คอนโดแล้ว เพลิงยังคงไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา สงสัยเขาคงจะไปทำอย่างที่ลาวาพูดจริงๆ

ถึงแม้ว่าสายตาของลาวาจะจดจ้องไปที่ภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ แต่เธอกลับไม่รับรู้เรื่องราวที่กำลังดูอยู่

ออด~ ออด~

ลาวาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงออดดังขึ้น เธอหันไปมองนาฬิกาข้างผนังห้องที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว ลาวาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตู

“อ้าวตุ้ยนุ้ย” ลาวาแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นว่าเป็นตุ้ยนุ้ย เธอเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ตุ้ยนุ้ยเข้ามานั่งในห้อง

“วันนี้เพลิงมันไม่ได้ไปรับมึงอีกแล้วใช่มั้ย” ที่ตุ้ยนุ้ยมาหาลาวาก็เพราะเป็นห่วงนี่แหละ เขาอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าเพื่อนตัวเองยังมีสภาพจิตใจที่ดีอยู่ ลาวาพยักหน้ารับ ขณะที่ตุ้ยนุ้ยก็กำลังมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง

“มันยังไม่กลับมาอีกเหรอ” จากที่เห็นว่าภายในห้องเงียบกริบ ตุ้ยนุ้ยเลยคิดว่าลาวาน่าจะอยู่เพียงคนเดียว

“ใช่” ลาวาตอบเพียงสั้นๆ ขณะเดินไปนั่งบนโซหาพร้อมกับตุ้ยนุ้ย

“กูจะอยู่เป็นเพื่อนมึงจนกว่ามันจะกลับมาละกัน” ไม่รู้ว่าวันนี้ตุ้ยนุ้ยเป็นอะไร เขารู้สึกใจคอไม่ดียังไงก็ไม่รู้ เหมือนจะดูเป็นห่วงลาวามากกว่าปกติ

“อืม ขอบใจ” อยากน้อยถ้ามีคนคอยอยู่ด้วย มันก็อาจจะทำให้ลาวาไม่ต้องคิดอะไรมาก

“มึงกินข้าวหรือยัง” ถามเพราะเป็นห่วง ถ้าไม่ใช่เพื่อนก็คงจะไม่ทำตัวเป็นแม่ขนาดนี้

“ยัง” ตั้งแต่ทานข้าวเที่ยงไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องลาวาเลย

“แล้วทำไมไม่กิน” ตุ้ยนุ้ยแว้ดออกมา นับวันเขายิ่งเหมือนจะเป็นแม่อีกคนของลาวาไปซะทุกที

“ก็กูขี้เกียจออกไปข้างนอกนี่หว่า” ลาวาบ่นอุบ ดึกดื่นป่านนี้เธอไม่อยากจะออกไปไหน เพราะซอยมันค่อนข้างเปลี่ยว

“ทำกินเองไง” ตุ้ยนุ้ยหรี่ตามองลาวาเล็กน้อย

“มึงก็รู้ว่ากูทำไม่เป็น”

“ชะนีเอ๊ย! เออเดี๋ยวกูทำให้กินเอง ถ้าจะขนาดนี้มาเป็นลูกกูเลยมั้ย” ถึงจะบ่นยังไงแต่ตุ้ยนุ้ยก็ยังลุกขึ้นไปทำกับข้าวให้ลาวาทาน

“อร่อยมั้ย” ตุ้ยนุ้ยถามหลังจากที่ทำข้าวผัดมาให้ลาวา และเธอก็ตักคำแรกเข้าปากเคี้ยวแล้ว

ลาวาจ้องไปที่ใบหน้าของตุ้ยนุ้ย ขณะที่กำลังพินิจพิจารณารสชาติข้าวผัด ที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปากไปด้วย

“ทำไมไม่อร่อยเหรอ มาเดี๋ยวกูกินเอง” ตุ้ยนุ้ยเอื้อมมือมาคว้าจานข้าวผัดตรงหน้าลาวา แต่ยังดีที่เธอตะครุบเอาไว้ทัน

“อร่อยๆ” ลาวารีบพูดออกไปอย่างรวดเร็ว ตุ้ยนุ้ยจึงปล่อยมือออก บอกว่าจะทำให้ทานแต่ก็ดันจะมาแย่งกินซะนี่

“อร่อยก็กินเยอะๆ นะชะนี จะได้โตเร็วๆ” ตุ้ยนุ้ยพูดยิ้มๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป