บทที่ 1 #พี่หลามคนจริง EP.1 ขอวอน (1) 1

ฉลามยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

พอมองเลยตัวใหญ่ๆ ของเขาไปก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคย ฉันยังอึ้งอยู่ก็เลยได้แต่มองเขาตาปริบๆ จนร่างสูงโอบเอวฉันดึงให้เข้ามาหาด้วยแขนข้างที่ไม่ได้ดามเฝือกเอาไว้

นักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าประตูมหาลัยต่างก็มองมาที่เราอย่างสนใจ เพราะผ้าพันแผลที่ศีรษะ ผ้าก็อซ และที่ดามแขนของฉลามดุมันสะดุดตาทุกคนมาก และหลังจากที่ฉันรู้สึกตัว ฉันก็พยายามดันเขาออกทันที

“มะ... มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” คนตัวโตทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนที่จะตอบหน้าตาย

“หนีมาหา” เขาพูดอย่างไม่สำนึกแล้วเกยคางไว้ที่ศีรษะของฉัน “คิดถึงนิ้งไง”

“ปล่อยเลย” ฉันทำหน้ามุ่ย แล้วตีแขนเขาข้างที่ไม่เจ็บ “หนีออกมาทำไม ยังไม่หายดีเลยนะ แถมยังให้พี่เพทายมาจ่ายค่ารักษาให้อีก ทำไมถึงชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่เรื่อยเลย”

ฉลามดุทำหน้าเบ้ เขาคว้าข้อมือฉันแล้วทำตัวเหมือนเด็กที่กำลังถูกดุ

“บ่นเราอีกล่ะ” แล้วต่อมาก็เปลี่ยนมาทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม “เป็นห่วงอ่ะดิ”

“ก็ต้องเป็นห่วงสิ” ฉันตอบไปตามความจริง อีกฝ่ายชะงักไป ฉันถึงได้รู้สึกตัวว่าตัวเองชักจะเปิดเผยความรู้สึกมากเกินไปแล้ว ก็เลยทำกระแอมกระไอแล้วแก้ตัว “ไม่ใช่แค่เรานะ พี่เพทายก็เป็นห่วง”

“ทำเป็นอ้างเจ๊เพท” หากแต่ฉลามน่ะเขาช่างเก็บเล็กเก็บน้อยจังเลย คนตัวใหญ่กว่ากระตุกยิ้มล้อเลียนฉัน “ความจริงเธออ่ะเป็นห่วงเรา เขินแต่ทำเป็นบ่นกลบเกลื่อนอ่ะดิ ผู้หญิงอะไรปากแข็งจังวะ”

ฉันเผยอปากค้างเมื่อเขาพูดเสียงดังฟังชัดออกมายังกับอยากให้ใครได้ยิน เมื่อเขาเห็นว่าฉันพูดอะไรต่อไม่ออกแล้ว ฉลามดุก็ถอดที่ดามแขนออกต่อหน้าฉัน ก่อนที่จะก้มตัวลงเพื่อช้อนตัวของฉันขึ้นอุ้มทันที

อะ... อะไรเนี่ย!

“ฉลาม ทำอะไรน่ะ” เสียงของฉันสั่นอย่างตกใจ ร่างสูงปล่อยมือข้างหนึ่งเพื่อส่งเฝือกและที่ดามแขนให้ฉันถือ ก่อนที่จะเดินดุ่มๆ ไปที่รถมอเตอร์ไซค์อย่างไม่แคร์ว่าใครจะมองเราทั้งคู่อยู่รึเปล่าเลยสักนิด

“ไม่รู้เหรอ” จนเขากวาดขาขึ้นนั่งบนเบาะรถแล้ววางตัวของฉันไว้ข้างหน้าเหมือนเด็กมาเกาะเบาะหน้าคุณพ่อตามไปซื้อขนมแล้ว ฉลามก็ตอบคำถามฉันแล้วสตาร์ทเครื่อง พอเขาเอื้อมมือมาจับแฮนด์ก็เลยเหมือนเขากำลังกอดฉันอยู่จากทางด้านหลังเลย “เรามาลักพาตัวเธอ”

“หะ... หา”

“เราหิว อาหารที่โรงบาลก็น่าเบื่อ เลยจะมาลักพาตัวเธอไปหาไรกินด้วยกันไง”

ฉันหันกลับไปมองหน้าเขาอย่างตกใจ แต่ฉลามไม่รอให้ฉันได้พูดอะไร เขาออกตัวรถไปทันที ร่างสูงชะลอความเร็วลงเพราะเห็นว่าฉันอยู่ข้างหน้า แต่ก็ชอบขับปาดไปปาดมาจนน่ากลัว

“ตะ... แต่นี่มันเพิ่งวันพุธนะ” ฉันพูดกับเขาแข่งกับเสียงลมที่ตีเข้าหน้า “ฉลามต้องนอนพักรักษาตัวนี่ วันเสาร์ถึงออกได้ไม่ใช่เหรอ”

“นอนพักที่บ้านเดี๋ยวก็หาย” เขาตอบหน้าตายมากเพราะฉันเอี้ยวตัวกลับไปมองอยู่พอดี แล้วก็ถูกอีกฝ่ายใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวเอาไว้ แล้วจับใบหน้าฉันให้หันไปที่เดิม “หันมาทำไมวะ อันตราย”

“แต่พี่เพทายเค้า...” ฉันพึมพำ แล้วก็ถูกมือข้างหนึ่งของเขาคว้าเข้าที่ผมแล้วรวบไปด้านหน้า ฉันคิดว่ามันคงจะตีหน้าเขาก็เลยเอามือข้างหนึ่งมาจับไว้ ฉลามเกยคางไว้ที่ไหล่ฉัน เขามองไปข้างหน้าแล้วก็พูดต่อ

“ไว้เดี๋ยวเราค่อยคืนทีหลังไง”

ฉันหน้าร้อนวูบวาบเมื่อรู้สึกตัวว่าเขาอยู่ใกล้มาก แถมที่นี่ก็กลางถนนด้วย

“ตะ... แต่แผล”

“ช่างแม่งเหอะ ไม่เจ็บแล้ว” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วฉันก็กุมที่ดามแขนของเขาเอาไว้แน่น แล้วอยู่ดีๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...

“งะ... งั้นก็แปลว่าแขน...!”

“หายเป็นชาติล่ะ ดามไว้แกล้งลวนลามนิ้งเฉยๆ” ฉันอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าที่ผ่านมาจะโดนเขาหลอกมาตลอด

สามวันที่ผ่านมาฉลามดุชอบบ่นว่าเจ็บแขนๆ ในขณะที่หาข้อต่อรองมาให้ฉันตลอด อย่างเช่นให้ฉันป้อนข้าวเขา ให้ป้อนน้ำ กล่อมนอน ไปจนถึงปวดแขนจนอยากได้คนนอนดูทีวีเป็นเพื่อน ฉันก็คิดว่าเขาปวดแขนจริงๆ ไม่คิดว่าเขาจะเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้นี่

“ฉลาม...!” ฉันแทบจะเสียงดังใส่เขาเพราะโกรธที่เขาทำแบบนี้ แต่เหมือนคนตัวโตกว่าจะรู้ก็เลยจอดรถที่ข้างฟุตบาท ตอนนี้คนเริ่มทยอยกันมาขึ้นรถเมล์ ฉันนั่งสับสนว่าฉลามดุจะทำอะไร ก่อนที่ต่อมาจะถูกร่างสูงกอดคอแล้วดันให้เข้ามาใกล้ คราวนี้เลยกลายเป็นว่าเขากอดฉันอยู่จริงๆ แทน

ฉันเบิกตากว้าง หน้าร้อนเห่อขึ้นมาทันที

“เราขอโทษได้ปะล่ะ” ฉันชะงักไปเมื่อเขาพูดที่ข้างหูเหมือนรู้ทันว่าฉันกำลังโมโหกับสิ่งที่เขาทำเมื่อคราวก่อน “ก็อยากอยู่กับนิ้งไง ก็เลยต้องเล่นสกปรกนิดหน่อย”

“...”

“ก็นิ้งชอบเมินเรา ชอบปากไม่ตรงกับใจตลอด ให้ทำไงได้ครับ” ฉันนิ่งไป ไม่คิดว่าที่ผ่านมาจะทำตัวไปแบบนั้น แถมเสียงของเขาก็ดูเศร้ามากเลย “เราแค่อยากให้นิ้งสนใจบ้างไง”

“กะ... ก็” ฉันอึกอัก “ก็ไม่ได้ไม่สนใจนี่”

“...”

“ฉลาม” ฉันเรียกเขาเมื่อเห็นว่าเขาเงียบ คนเริ่มมองมาจนฉันเริ่มอายแล้ว “ปล่อยได้แล้ว คนมองแล้วนะ”

“เออ” เขาครางตอบเพียงสั้นๆ พ่นลมหายใจดังพรืดใหญ่และผละแขนออกไปกอดอกไม่ยอมออกรถสักที ฉันก็เลยได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตะเบ๊ะทำท่างอนอยู่

จริงๆ เลยนะ

“งั้น...” ฉันถอนหายใจเล็กๆ สุดท้ายก็ใจอ่อนให้เขาทุกทีเลย “อยากไปไหนล่ะ เราไปด้วยก็ได้”

“จริงดิ?” ร่างสูงฟื้นคืนตัวเองทันทีที่ฉันให้สัญญา เขาถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีที่สุด แล้วฉันก็เม้มปากที่รู้สึกตัวว่าโดนเขาแกล้งอีกแล้ว แต่ก็เพราะพูดไปแล้วก็เลยต้องพยักหน้ากลับไปอย่างจนใจ “ไปแถวเยาวราชปะ หาไรกิน”

“ตามใจฉลามอ่ะ” ฉันตอบกลับไปเพียงแค่นั้นเพราะโดนแกล้งจนจนมุมแล้ว อีกฝ่ายหัวเราะขำ ก่อนที่จะสตาร์ทรถอีก ตอนที่เขาขับออกไปฉันได้ยินเสียงผู้ชายแถวๆ ป้ายรถเมล์กำลังพูดถึงฉันด้วย ฉันพอจับใจความได้ว่า...

“มึงดูดิ ผู้หญิงคนนั้นโคตรน่ารักอ่ะ แต่แฟนแม่งเหมือนโจรเลยว่ะ”

“เออ เป็นกูกูก็กลัว”

ฟะ... แฟนเหรอ

เอี๊ยด!

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อฉลามที่ดูจะได้ยินเหมือนกันกลับจอดรถทันที เขาเลือกที่จอดอยู่ตรงหน้าผู้ชายสองคนนั้นพอดี และก็เพราะว่าฉันนั่งอยู่ข้างหน้าก็เลยไม่รู้ว่าเขาทำสีหน้าแบบไหน แต่ต่อมาก็เห็นว่าคนตัวโตกระชากคอเสื้อหนึ่งในนั้นเข้ามาหาตัวในขณะที่จับแฮนด์ไว้ข้างหนึ่งไม่ให้รถล้ม

“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ?” ฉันอ้าปากค้างเมื่อเสียงของฉลามดุห้วนมาก ผู้ชายทั้งสองคนนั้นหน้าซีด เขาใส่ชุดนักศึกษาที่มีเข็มกลัดที่ไม่ใช่มหาลัยเดียวกันกับฉัน ในขณะที่อีกคนพยายามจะไกล่เกลี่ย

“พะ... พี่ พวกผมไม่ได้ตั้งใจ คือพี่ก็ไม่ได้ดูเหมือนโจรขนาดนั้น แต่...”

“ไม่ใช่”

“...”

“หมายถึงเมื่อกี้ที่บอกว่านิ้งน่ารัก คือไรวะ อยากโดนเหรอ!”

... นี่เขาสนใจแค่เรื่องนี้เองเหรอ!

“ก็ดูแม่งพูดดิ ไม่ให้เราโมโหได้ไง”

ฉันยืนกอดอกหลวมๆ อยู่ตรงหน้าเขา ตอนนี้เราขับมาถึงเยาวราชแล้ว ฉันทนเก็บความไม่พอใจที่เขาไปหาเรื่องนักศึกษาสองคนนั้นไว้ตลอดทาง แต่พอมาถึงแล้วลงจากรถ ฉันแค่พูดออกมาคำเดียว ฉลามก็มีท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงทันที

“แต่ฉลามก็ไม่ควรไปหาเรื่องเขานี่” ฉันปรามเขา เพราะคิดว่านิสัยคิดแล้วจะบวกอย่างเดียวของเขานั่นแหละที่เป็นปัญหาสุดๆ ในตอนนี้ แล้วร่างสูงก็ทำสีหน้าหงุดหงิด

“ทำไม ปกป้องมันว่างั้น?” ฉันเหวอจนต้องคลายมือที่กอดอกลง นะ... นี่เขาเอาอะไรมาพูดเนี่ย “สงสัยผู้หญิงแม่งจะชอบจริงๆ ไอ้พวกผู้ชายสำอางค์ๆ งั้นอ่ะ”

“อะ... อะไรนะ”

“นิ้งก็ชอบอ่ะดิ ดูโกรธเราจัง” ฉันอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเมื่อเขาพูดแทรกขึ้นมาทุกประโยค แถมยังมองฉันแบบผิดๆ อีก “เราจะบอกไรให้นะ ไอ้พวกนั้นอ่ะ พอบทหน้าสิ่วหน้าขวานมาไม่มีใครช่วยเธอได้สักคนหรอก”

“...”

“อย่างมากก็คง พี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเมื่อกี้ที่พูดกับเราไง” ฉันมองฉลามอย่างจนใจ ไม่รู้จะพูดกลับไปยังไงดี ฉันก็แค่จะเตือนเขาเฉยๆ ว่าผู้ชายสองคนนั้นไม่ได้จะทำอะไรเราเลย อยู่ดีๆ ก็ไปหาเรื่องจะต่อยเขามันไม่ดีนะ แต่ก็ดูเขาสิ “พวกขี้แพ้ก็งี้”

“ฉลาม” ฉันปรามเขาอีก แล้วร่างสูงก็ทำเป็นหูทวนลม

“ใครจะเหมือนเราวะ” เขาพูดถึงตัวเองแล้วถลกแขนเสื้อให้ฉันดูผ้าพันแผลกับชี้ให้ดูแผลที่ศีรษะ “แขนก็เจ็บให้เธอ หัวก็เจ็บให้เธอ ดูดิ ยังปกป้องคนอื่นอีก”

“...”

“นิ้งนี่แม่ง” เขาพูดแค่นั้น แต่ต่อมาก็ทำหน้าเหมือนโมโหฉัน แต่สุดท้ายก็คว้าข้อมือฉันแล้วจูงมือให้เดินตามเขามาอยู่ดี

เฮ้อ

คนอะไรนะ ทำตัวเหมือนเด็กตลอดเลย ทั้งขี้งอน ขี้โกรธ ขี้น้อยใจ

แต่ทำไมฉันต้องรู้สึกเอ็นดูเขาตลอดด้วยนะ เหมือนกำลังเลี้ยงดูเด็กตัวโตๆ อยู่เลย

จนเรามาถึงร้านอาหารจีนร้านหนึ่ง ฉลามดุลากฉันเข้ามาแล้วยกมือสั่งอาหารทันที

“นิ้งอยากกินไรปะ” เขาถามฉันทั้งๆ ที่หน้ายังบึ้ง แล้วฉันก็สั่นหน้า

“กินมาแล้วล่ะ” ฉันตอบไปตามความจริง แล้วร่างสูงก็ทำหน้าทำตาใส่เหมือนเขายังตึงๆ อยู่ เขาวางเมนูไว้แล้วสั่งเบียร์กับพนักงานที่เข้ามารับเมนู ฉลามสั่งอาหารมาเยอะมากในขณะที่ฉันเก็บที่ดามแขนของเขาใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง

ฉันนั่งมองเขาที่ทำหน้าดุแล้วนั่งกระดิกขามองจอโทรทัศน์ในร้านเงียบๆ แถมนั่งกุมมือเหมือนตัวเองเป็นคนผิดเลย ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยนี่สิ

“เงียบทำไม” ฉันสะดุ้งเมื่อเขาโพล่งขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าฉลามดุจ้องฉันนิ่งๆ เขาเริ่มท้าวคาง “คิดได้แล้วเหรอว่าเราดีกว่าพวกนั้นอ่ะ?”

พูดเองเออเองอีกแล้ว

“เราดีกว่าพวกนั้นใช่ปะนิ้ง?” ฉันมองเขา อยู่ๆ ก็หน้าร้อนวูบขึ้นมาจนต้องหลบสายตาไปทางอื่นจนเขาต้องเอื้อมมือมาคว้าคางฉันให้หันกลับมาเอง “ไม่ตอบอ่ะ”

“... ก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่ว่าไม่ดี” ฉันพูดเสียงอ้อมแอ้ม “ก็ฉลามพูดเองหมดเลย เราจะพูดทันได้ยังไงล่ะ”

“ก็นิ้งว่าเราอ่ะ ก็เราหวงนิ้งอ่ะ เราผิดตรงไหนวะ” ฉันมุ่นคิ้วใส่เขาแก้อาการเขินเพราะฉลามเถียงกลับมาทันทีเหมือนเด็กๆ เขากอดอก ส่วนฉันก็มองเขาอย่างไม่เข้าใจ “เอาจริงๆ ที่แม่งด่าว่าเราหน้าเหมือนโจรนี่ก็ได้ยินไง แต่เราไม่แคร์หรอก”

“...”

“แต่มาชมนิ้งว่าน่ารักนี่ได้ไงวะ ไม่ชอบอ่ะ หึงว่ะ เข้าใจปะ” ฉันอ้าปากค้าง เขาพูดตรงเกินไปแล้วนะ แถมพูดเสียงดังด้วย คนในร้านมองกันเต็มไปหมดแล้ว “ไม่มีสิทธิ์แต่ก็หึงไง เราจีบนิ้งมาตั้งนาน พูดงี้ได้ไง”

“ฉลาม...”

“แล้วไลน์อะไรนั่นได้มีคนมาทักอีกปะ” ฉันเม้มปากเมื่อพูดไม่ทันเขาอีกแล้ว ฉลามสวนขึ้นมาทันที ทำไมวันนี้เขาดูขี้หงุดหงิดจังเลยนะ “พวกที่มาจีบเธออ่ะ”

“กะ... ก็มี” ฉันตอบไปตามความจริง แล้วคนตัวโตก็ทำสีหน้าเหมือนอยากฆ่าใครสักคนขึ้นมา

“แล้วได้ตอบพวกมันปะ?”

“ก็ไม่นะ”

“ดีมาก” ฉันงงเมื่ออยู่ดีๆ เขาก็ยิ้ม แต่ต่อมาก็หุบยิ้มทันทีเมื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ ร่างสูงทำสีหน้าเข้มขึ้นตอนที่กระเพาะปลาอยู่ตรงหน้า จานแรกที่เขาสั่งก็คือจานนี้นั่นล่ะ เขาเทพริกเยอะมากจนฉันกลัวเลยตอนที่ปรุง ก่อนที่เด็กตัวใหญ่จะคนๆ มันเข้าด้วยกันแล้วกินคำใหญ่มากๆ เหมือนหิวจัด

ฉันมองเขาที่ซดคำแล้วคำเล่าโดยไม่พูดอะไรพร้อมกับทำหน้าซีด เหงื่อของเขาผุดขึ้นมาเม็ดเล็กๆ เพราะมันร้อนมากแต่เขาก็ยกกินๆ แบบไม่สนใจใครเลย ร่างสูงคว้าทิชชู่มาแล้วเช็ดทั้งหน้าของตัวเอง ฉันก็เลยรีบเทน้ำเปล่าแล้วส่งให้เขาอย่างตื่นๆ

“ขอบใจ” เขาพูดแค่นั้นพร้อมกับจานที่สองและที่สามที่มาเสิร์ฟต่อจากนั้น ฉลามกินเหมือนเขาไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน กินเหมือนโกรธใครอยู่ ฉันมองเขาเงียบๆ อย่างไม่กล้าพูดอะไร ก่อนที่ต่อมาเขาจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าฉันจนต้องสะดุ้งเฮือก

“อะ... อะไรเหรอ” ฉันถาม หวาดๆ เมื่อเห็นว่าเขาจ้องหน้าฉันเขม็งโดยที่ไม่พูดอะไร ตาของฉลามดูดุมาก ก่อนที่เขาจะชี้ตะเกียบไปที่จานขนมจีบ ฉันก็เลยมองตาม คนตัวโตถึงได้พูดขึ้นมา

“กินดิ ไม่เผ็ด” ฉันเอ๋อไปเลย นี่เขาหายโกรธฉันแล้วเหรอ “จะกินไรก็สั่งเลย เราเลี้ยงเอง”

“เอ่อ... ฉลามหายโกรธเราแล้วเหรอ?” ฉันถามออกไปตามที่คิด แล้วเขาก็ชะงักไป คนตัวโตกว่าตีหน้านิ่ง จนฉันสรุปได้เอง ก็เลยหลุดยิ้มออกมา “ที่โมโหเนี่ยก็เพราะหิวใช่มั้ย”

“ใครหิว” เขาทำหน้าตายตอนที่ยกขนมจีบที่ชี้ให้ฉันกินมาใส่ปากเหมือนกลบเกลื่อน แต่ต่อมาก็ติดคอจนเขาไอออกมาเสียงดัง

ฉันเผลอหัวเราะออกมา แล้วส่งน้ำให้เขาอีก ฉลามมองฉันเหมือนถูกฉันแกล้งตอนที่คว้าแก้วน้ำออกไปจากมือฉัน

“ไม่เนียนเลย” ฉันแซวเขาบ้างแล้วอมยิ้ม

“อะไร นิ้งจะว่าเราโมโหหิวก็เลยพาลเธองั้นดิ?” เขาเลิกคิ้ว แล้วทำสีหน้าบึ้งตึง “แล้วยิ้มอะไรวะ นี่เรายังโกรธนิ้งอยู่นะเว้ย”

“ง่ะ” พอโดนเขาโวยวายใส่แบบนี้ฉันก็เลยทำหน้างอบ้าง “ก็ได้ ถ้าโกรธเรานักเราจะกลับล่ะ”

“เฮ้ย” แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิด ฉลามลุกขึ้นคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ทันทีตอนฉันจะลุกเดินออกไปจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เขาทำหน้าเว้าวอนฉันตอนที่เดินมานั่งข้างๆ เหมือนกลัวว่าฉันจะโกรธเขาแล้วหนีกลับบ้านไป “ไม่โกรธก็ได้ อะไรวะ นี่จะงอนเรากลับเหรอ”

“ก็ฉลามเอาแต่ทำหน้าบึ้งใส่เราอยู่ได้ เราอึดอัดนี่นา” ฉันพูดไปตามความจริง แล้วเขาก็ทำสีหน้าสำนึกผิดออกมา “เราแค่ไม่อยากให้ฉลามไปหาเรื่องคนอื่นแค่นั้นเอง แต่ฉลามก็โกรธเราเฉยเลย”

“...”

“เรางงนะ เรายังไม่ได้บอกว่าฉลามไม่ดีเลยอ่ะ คิดเองตลอดเลย” ฉันทำหน้ามุ่ยใส่เขา แล้วร่างสูงก็เอนหน้ามาซบที่หน้าผากฉัน ก่อนที่จะทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่

“ก็เราหวงเฉยๆ ขอโทษก็ได้ครับ หายโกรธได้ยัง” ฉันหน้าร้อนวูบ พร้อมกับพยายามดันแก้มนิ่มๆ ของเขาออกด้วย “วันนี้เรายังไม่ได้กินอะไรเลย เรารอมากินพร้อมกับนิ้งไง”

“...”

“วันนี้เราแม่งพาลอ่ะ เหี้ยว่ะ” เขาตีปากแปะๆ แล้วต่อว่าตัวเอง แล้วฉันก็หลุดยิ้มออกมาจนได้ เฮ้อ... เบื่อตัวเองจัง ใจอ่อนให้ฉลามตลอดแบบนี้เขาถึงชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อย “กินนี่ปะ เดี๋ยวป้อน”

“ไม่เอา” ฉันสั่นหน้าเมื่อเขาคีบขนมจีบมาให้อีก “เราอิ่มแล้ว”

“ไรวะ สั่งมาให้นะเนี่ย” เขาบ่น แต่ต่อมาก็คีบมันเข้าปากตัวเอง “กินเองก็ได้”

ฉันมองเขายิ้มๆ ตอนที่เขาไม่ได้สังเกต แต่พอร่างสูงหันมาฉันก็หุบยิ้มลงทันที

บทถัดไป