HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ (ภาค 2)

HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ (ภาค 2)

Madam Hangover · เสร็จสิ้น · 125.2k คำ

824
ยอดนิยม
1.1k
การดู
15
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

'คะนิ้ง' คือสาววัยรุ่นมหาลัยคณะอักษรปี 2 ที่สวยสะพรั่ง
เเต่ความสวยน่ารักของเธอดันไปกระเเทกตาเด็กอาชีวะเเบบเขา
'ฉลามดุ' จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะจีบสาวเเบ๊วคนนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย
ถือคติที่ว่าตื้อเท่านั้นที่จะได้ครองใจเธอ
เเต่... ติดอยู่ที่ปัญหาเดียวเท่านั้น ปัญหาเดียวที่ว่านั่นก็คือ
สาวเจ้าดันกลัวเขาเเบบน้ำหูน้ำตาไหลพรากทันทีที่เข้าใกล้
ก็เเค่บุกไปขอเบอร์โทร จนกระทั่งตามไปส่งบ้าน
โทรหาทั้งเช้าเเละเย็น พร้อมกับบุกไปรับส่งที่มหาวิทยาลัย
ก็คนมันชอบ ก็ไอ้ฉลามดุหัวโจกอาชีวะคนนี้มันชอบเธอ จะให้ทำไง

บท 1

ฉลามยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

พอมองเลยตัวใหญ่ๆ ของเขาไปก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคย ฉันยังอึ้งอยู่ก็เลยได้แต่มองเขาตาปริบๆ จนร่างสูงโอบเอวฉันดึงให้เข้ามาหาด้วยแขนข้างที่ไม่ได้ดามเฝือกเอาไว้

นักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าประตูมหาลัยต่างก็มองมาที่เราอย่างสนใจ เพราะผ้าพันแผลที่ศีรษะ ผ้าก็อซ และที่ดามแขนของฉลามดุมันสะดุดตาทุกคนมาก และหลังจากที่ฉันรู้สึกตัว ฉันก็พยายามดันเขาออกทันที

“มะ... มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” คนตัวโตทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนที่จะตอบหน้าตาย

“หนีมาหา” เขาพูดอย่างไม่สำนึกแล้วเกยคางไว้ที่ศีรษะของฉัน “คิดถึงนิ้งไง”

“ปล่อยเลย” ฉันทำหน้ามุ่ย แล้วตีแขนเขาข้างที่ไม่เจ็บ “หนีออกมาทำไม ยังไม่หายดีเลยนะ แถมยังให้พี่เพทายมาจ่ายค่ารักษาให้อีก ทำไมถึงชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่เรื่อยเลย”

ฉลามดุทำหน้าเบ้ เขาคว้าข้อมือฉันแล้วทำตัวเหมือนเด็กที่กำลังถูกดุ

“บ่นเราอีกล่ะ” แล้วต่อมาก็เปลี่ยนมาทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม “เป็นห่วงอ่ะดิ”

“ก็ต้องเป็นห่วงสิ” ฉันตอบไปตามความจริง อีกฝ่ายชะงักไป ฉันถึงได้รู้สึกตัวว่าตัวเองชักจะเปิดเผยความรู้สึกมากเกินไปแล้ว ก็เลยทำกระแอมกระไอแล้วแก้ตัว “ไม่ใช่แค่เรานะ พี่เพทายก็เป็นห่วง”

“ทำเป็นอ้างเจ๊เพท” หากแต่ฉลามน่ะเขาช่างเก็บเล็กเก็บน้อยจังเลย คนตัวใหญ่กว่ากระตุกยิ้มล้อเลียนฉัน “ความจริงเธออ่ะเป็นห่วงเรา เขินแต่ทำเป็นบ่นกลบเกลื่อนอ่ะดิ ผู้หญิงอะไรปากแข็งจังวะ”

ฉันเผยอปากค้างเมื่อเขาพูดเสียงดังฟังชัดออกมายังกับอยากให้ใครได้ยิน เมื่อเขาเห็นว่าฉันพูดอะไรต่อไม่ออกแล้ว ฉลามดุก็ถอดที่ดามแขนออกต่อหน้าฉัน ก่อนที่จะก้มตัวลงเพื่อช้อนตัวของฉันขึ้นอุ้มทันที

อะ... อะไรเนี่ย!

“ฉลาม ทำอะไรน่ะ” เสียงของฉันสั่นอย่างตกใจ ร่างสูงปล่อยมือข้างหนึ่งเพื่อส่งเฝือกและที่ดามแขนให้ฉันถือ ก่อนที่จะเดินดุ่มๆ ไปที่รถมอเตอร์ไซค์อย่างไม่แคร์ว่าใครจะมองเราทั้งคู่อยู่รึเปล่าเลยสักนิด

“ไม่รู้เหรอ” จนเขากวาดขาขึ้นนั่งบนเบาะรถแล้ววางตัวของฉันไว้ข้างหน้าเหมือนเด็กมาเกาะเบาะหน้าคุณพ่อตามไปซื้อขนมแล้ว ฉลามก็ตอบคำถามฉันแล้วสตาร์ทเครื่อง พอเขาเอื้อมมือมาจับแฮนด์ก็เลยเหมือนเขากำลังกอดฉันอยู่จากทางด้านหลังเลย “เรามาลักพาตัวเธอ”

“หะ... หา”

“เราหิว อาหารที่โรงบาลก็น่าเบื่อ เลยจะมาลักพาตัวเธอไปหาไรกินด้วยกันไง”

ฉันหันกลับไปมองหน้าเขาอย่างตกใจ แต่ฉลามไม่รอให้ฉันได้พูดอะไร เขาออกตัวรถไปทันที ร่างสูงชะลอความเร็วลงเพราะเห็นว่าฉันอยู่ข้างหน้า แต่ก็ชอบขับปาดไปปาดมาจนน่ากลัว

“ตะ... แต่นี่มันเพิ่งวันพุธนะ” ฉันพูดกับเขาแข่งกับเสียงลมที่ตีเข้าหน้า “ฉลามต้องนอนพักรักษาตัวนี่ วันเสาร์ถึงออกได้ไม่ใช่เหรอ”

“นอนพักที่บ้านเดี๋ยวก็หาย” เขาตอบหน้าตายมากเพราะฉันเอี้ยวตัวกลับไปมองอยู่พอดี แล้วก็ถูกอีกฝ่ายใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวเอาไว้ แล้วจับใบหน้าฉันให้หันไปที่เดิม “หันมาทำไมวะ อันตราย”

“แต่พี่เพทายเค้า...” ฉันพึมพำ แล้วก็ถูกมือข้างหนึ่งของเขาคว้าเข้าที่ผมแล้วรวบไปด้านหน้า ฉันคิดว่ามันคงจะตีหน้าเขาก็เลยเอามือข้างหนึ่งมาจับไว้ ฉลามเกยคางไว้ที่ไหล่ฉัน เขามองไปข้างหน้าแล้วก็พูดต่อ

“ไว้เดี๋ยวเราค่อยคืนทีหลังไง”

ฉันหน้าร้อนวูบวาบเมื่อรู้สึกตัวว่าเขาอยู่ใกล้มาก แถมที่นี่ก็กลางถนนด้วย

“ตะ... แต่แผล”

“ช่างแม่งเหอะ ไม่เจ็บแล้ว” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วฉันก็กุมที่ดามแขนของเขาเอาไว้แน่น แล้วอยู่ดีๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...

“งะ... งั้นก็แปลว่าแขน...!”

“หายเป็นชาติล่ะ ดามไว้แกล้งลวนลามนิ้งเฉยๆ” ฉันอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าที่ผ่านมาจะโดนเขาหลอกมาตลอด

สามวันที่ผ่านมาฉลามดุชอบบ่นว่าเจ็บแขนๆ ในขณะที่หาข้อต่อรองมาให้ฉันตลอด อย่างเช่นให้ฉันป้อนข้าวเขา ให้ป้อนน้ำ กล่อมนอน ไปจนถึงปวดแขนจนอยากได้คนนอนดูทีวีเป็นเพื่อน ฉันก็คิดว่าเขาปวดแขนจริงๆ ไม่คิดว่าเขาจะเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้นี่

“ฉลาม...!” ฉันแทบจะเสียงดังใส่เขาเพราะโกรธที่เขาทำแบบนี้ แต่เหมือนคนตัวโตกว่าจะรู้ก็เลยจอดรถที่ข้างฟุตบาท ตอนนี้คนเริ่มทยอยกันมาขึ้นรถเมล์ ฉันนั่งสับสนว่าฉลามดุจะทำอะไร ก่อนที่ต่อมาจะถูกร่างสูงกอดคอแล้วดันให้เข้ามาใกล้ คราวนี้เลยกลายเป็นว่าเขากอดฉันอยู่จริงๆ แทน

ฉันเบิกตากว้าง หน้าร้อนเห่อขึ้นมาทันที

“เราขอโทษได้ปะล่ะ” ฉันชะงักไปเมื่อเขาพูดที่ข้างหูเหมือนรู้ทันว่าฉันกำลังโมโหกับสิ่งที่เขาทำเมื่อคราวก่อน “ก็อยากอยู่กับนิ้งไง ก็เลยต้องเล่นสกปรกนิดหน่อย”

“...”

“ก็นิ้งชอบเมินเรา ชอบปากไม่ตรงกับใจตลอด ให้ทำไงได้ครับ” ฉันนิ่งไป ไม่คิดว่าที่ผ่านมาจะทำตัวไปแบบนั้น แถมเสียงของเขาก็ดูเศร้ามากเลย “เราแค่อยากให้นิ้งสนใจบ้างไง”

“กะ... ก็” ฉันอึกอัก “ก็ไม่ได้ไม่สนใจนี่”

“...”

“ฉลาม” ฉันเรียกเขาเมื่อเห็นว่าเขาเงียบ คนเริ่มมองมาจนฉันเริ่มอายแล้ว “ปล่อยได้แล้ว คนมองแล้วนะ”

“เออ” เขาครางตอบเพียงสั้นๆ พ่นลมหายใจดังพรืดใหญ่และผละแขนออกไปกอดอกไม่ยอมออกรถสักที ฉันก็เลยได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตะเบ๊ะทำท่างอนอยู่

จริงๆ เลยนะ

“งั้น...” ฉันถอนหายใจเล็กๆ สุดท้ายก็ใจอ่อนให้เขาทุกทีเลย “อยากไปไหนล่ะ เราไปด้วยก็ได้”

“จริงดิ?” ร่างสูงฟื้นคืนตัวเองทันทีที่ฉันให้สัญญา เขาถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีที่สุด แล้วฉันก็เม้มปากที่รู้สึกตัวว่าโดนเขาแกล้งอีกแล้ว แต่ก็เพราะพูดไปแล้วก็เลยต้องพยักหน้ากลับไปอย่างจนใจ “ไปแถวเยาวราชปะ หาไรกิน”

“ตามใจฉลามอ่ะ” ฉันตอบกลับไปเพียงแค่นั้นเพราะโดนแกล้งจนจนมุมแล้ว อีกฝ่ายหัวเราะขำ ก่อนที่จะสตาร์ทรถอีก ตอนที่เขาขับออกไปฉันได้ยินเสียงผู้ชายแถวๆ ป้ายรถเมล์กำลังพูดถึงฉันด้วย ฉันพอจับใจความได้ว่า...

“มึงดูดิ ผู้หญิงคนนั้นโคตรน่ารักอ่ะ แต่แฟนแม่งเหมือนโจรเลยว่ะ”

“เออ เป็นกูกูก็กลัว”

ฟะ... แฟนเหรอ

เอี๊ยด!

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อฉลามที่ดูจะได้ยินเหมือนกันกลับจอดรถทันที เขาเลือกที่จอดอยู่ตรงหน้าผู้ชายสองคนนั้นพอดี และก็เพราะว่าฉันนั่งอยู่ข้างหน้าก็เลยไม่รู้ว่าเขาทำสีหน้าแบบไหน แต่ต่อมาก็เห็นว่าคนตัวโตกระชากคอเสื้อหนึ่งในนั้นเข้ามาหาตัวในขณะที่จับแฮนด์ไว้ข้างหนึ่งไม่ให้รถล้ม

“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ?” ฉันอ้าปากค้างเมื่อเสียงของฉลามดุห้วนมาก ผู้ชายทั้งสองคนนั้นหน้าซีด เขาใส่ชุดนักศึกษาที่มีเข็มกลัดที่ไม่ใช่มหาลัยเดียวกันกับฉัน ในขณะที่อีกคนพยายามจะไกล่เกลี่ย

“พะ... พี่ พวกผมไม่ได้ตั้งใจ คือพี่ก็ไม่ได้ดูเหมือนโจรขนาดนั้น แต่...”

“ไม่ใช่”

“...”

“หมายถึงเมื่อกี้ที่บอกว่านิ้งน่ารัก คือไรวะ อยากโดนเหรอ!”

... นี่เขาสนใจแค่เรื่องนี้เองเหรอ!

“ก็ดูแม่งพูดดิ ไม่ให้เราโมโหได้ไง”

ฉันยืนกอดอกหลวมๆ อยู่ตรงหน้าเขา ตอนนี้เราขับมาถึงเยาวราชแล้ว ฉันทนเก็บความไม่พอใจที่เขาไปหาเรื่องนักศึกษาสองคนนั้นไว้ตลอดทาง แต่พอมาถึงแล้วลงจากรถ ฉันแค่พูดออกมาคำเดียว ฉลามก็มีท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงทันที

“แต่ฉลามก็ไม่ควรไปหาเรื่องเขานี่” ฉันปรามเขา เพราะคิดว่านิสัยคิดแล้วจะบวกอย่างเดียวของเขานั่นแหละที่เป็นปัญหาสุดๆ ในตอนนี้ แล้วร่างสูงก็ทำสีหน้าหงุดหงิด

“ทำไม ปกป้องมันว่างั้น?” ฉันเหวอจนต้องคลายมือที่กอดอกลง นะ... นี่เขาเอาอะไรมาพูดเนี่ย “สงสัยผู้หญิงแม่งจะชอบจริงๆ ไอ้พวกผู้ชายสำอางค์ๆ งั้นอ่ะ”

“อะ... อะไรนะ”

“นิ้งก็ชอบอ่ะดิ ดูโกรธเราจัง” ฉันอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเมื่อเขาพูดแทรกขึ้นมาทุกประโยค แถมยังมองฉันแบบผิดๆ อีก “เราจะบอกไรให้นะ ไอ้พวกนั้นอ่ะ พอบทหน้าสิ่วหน้าขวานมาไม่มีใครช่วยเธอได้สักคนหรอก”

“...”

“อย่างมากก็คง พี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเมื่อกี้ที่พูดกับเราไง” ฉันมองฉลามอย่างจนใจ ไม่รู้จะพูดกลับไปยังไงดี ฉันก็แค่จะเตือนเขาเฉยๆ ว่าผู้ชายสองคนนั้นไม่ได้จะทำอะไรเราเลย อยู่ดีๆ ก็ไปหาเรื่องจะต่อยเขามันไม่ดีนะ แต่ก็ดูเขาสิ “พวกขี้แพ้ก็งี้”

“ฉลาม” ฉันปรามเขาอีก แล้วร่างสูงก็ทำเป็นหูทวนลม

“ใครจะเหมือนเราวะ” เขาพูดถึงตัวเองแล้วถลกแขนเสื้อให้ฉันดูผ้าพันแผลกับชี้ให้ดูแผลที่ศีรษะ “แขนก็เจ็บให้เธอ หัวก็เจ็บให้เธอ ดูดิ ยังปกป้องคนอื่นอีก”

“...”

“นิ้งนี่แม่ง” เขาพูดแค่นั้น แต่ต่อมาก็ทำหน้าเหมือนโมโหฉัน แต่สุดท้ายก็คว้าข้อมือฉันแล้วจูงมือให้เดินตามเขามาอยู่ดี

เฮ้อ

คนอะไรนะ ทำตัวเหมือนเด็กตลอดเลย ทั้งขี้งอน ขี้โกรธ ขี้น้อยใจ

แต่ทำไมฉันต้องรู้สึกเอ็นดูเขาตลอดด้วยนะ เหมือนกำลังเลี้ยงดูเด็กตัวโตๆ อยู่เลย

จนเรามาถึงร้านอาหารจีนร้านหนึ่ง ฉลามดุลากฉันเข้ามาแล้วยกมือสั่งอาหารทันที

“นิ้งอยากกินไรปะ” เขาถามฉันทั้งๆ ที่หน้ายังบึ้ง แล้วฉันก็สั่นหน้า

“กินมาแล้วล่ะ” ฉันตอบไปตามความจริง แล้วร่างสูงก็ทำหน้าทำตาใส่เหมือนเขายังตึงๆ อยู่ เขาวางเมนูไว้แล้วสั่งเบียร์กับพนักงานที่เข้ามารับเมนู ฉลามสั่งอาหารมาเยอะมากในขณะที่ฉันเก็บที่ดามแขนของเขาใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง

ฉันนั่งมองเขาที่ทำหน้าดุแล้วนั่งกระดิกขามองจอโทรทัศน์ในร้านเงียบๆ แถมนั่งกุมมือเหมือนตัวเองเป็นคนผิดเลย ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยนี่สิ

“เงียบทำไม” ฉันสะดุ้งเมื่อเขาโพล่งขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าฉลามดุจ้องฉันนิ่งๆ เขาเริ่มท้าวคาง “คิดได้แล้วเหรอว่าเราดีกว่าพวกนั้นอ่ะ?”

พูดเองเออเองอีกแล้ว

“เราดีกว่าพวกนั้นใช่ปะนิ้ง?” ฉันมองเขา อยู่ๆ ก็หน้าร้อนวูบขึ้นมาจนต้องหลบสายตาไปทางอื่นจนเขาต้องเอื้อมมือมาคว้าคางฉันให้หันกลับมาเอง “ไม่ตอบอ่ะ”

“... ก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่ว่าไม่ดี” ฉันพูดเสียงอ้อมแอ้ม “ก็ฉลามพูดเองหมดเลย เราจะพูดทันได้ยังไงล่ะ”

“ก็นิ้งว่าเราอ่ะ ก็เราหวงนิ้งอ่ะ เราผิดตรงไหนวะ” ฉันมุ่นคิ้วใส่เขาแก้อาการเขินเพราะฉลามเถียงกลับมาทันทีเหมือนเด็กๆ เขากอดอก ส่วนฉันก็มองเขาอย่างไม่เข้าใจ “เอาจริงๆ ที่แม่งด่าว่าเราหน้าเหมือนโจรนี่ก็ได้ยินไง แต่เราไม่แคร์หรอก”

“...”

“แต่มาชมนิ้งว่าน่ารักนี่ได้ไงวะ ไม่ชอบอ่ะ หึงว่ะ เข้าใจปะ” ฉันอ้าปากค้าง เขาพูดตรงเกินไปแล้วนะ แถมพูดเสียงดังด้วย คนในร้านมองกันเต็มไปหมดแล้ว “ไม่มีสิทธิ์แต่ก็หึงไง เราจีบนิ้งมาตั้งนาน พูดงี้ได้ไง”

“ฉลาม...”

“แล้วไลน์อะไรนั่นได้มีคนมาทักอีกปะ” ฉันเม้มปากเมื่อพูดไม่ทันเขาอีกแล้ว ฉลามสวนขึ้นมาทันที ทำไมวันนี้เขาดูขี้หงุดหงิดจังเลยนะ “พวกที่มาจีบเธออ่ะ”

“กะ... ก็มี” ฉันตอบไปตามความจริง แล้วคนตัวโตก็ทำสีหน้าเหมือนอยากฆ่าใครสักคนขึ้นมา

“แล้วได้ตอบพวกมันปะ?”

“ก็ไม่นะ”

“ดีมาก” ฉันงงเมื่ออยู่ดีๆ เขาก็ยิ้ม แต่ต่อมาก็หุบยิ้มทันทีเมื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ ร่างสูงทำสีหน้าเข้มขึ้นตอนที่กระเพาะปลาอยู่ตรงหน้า จานแรกที่เขาสั่งก็คือจานนี้นั่นล่ะ เขาเทพริกเยอะมากจนฉันกลัวเลยตอนที่ปรุง ก่อนที่เด็กตัวใหญ่จะคนๆ มันเข้าด้วยกันแล้วกินคำใหญ่มากๆ เหมือนหิวจัด

ฉันมองเขาที่ซดคำแล้วคำเล่าโดยไม่พูดอะไรพร้อมกับทำหน้าซีด เหงื่อของเขาผุดขึ้นมาเม็ดเล็กๆ เพราะมันร้อนมากแต่เขาก็ยกกินๆ แบบไม่สนใจใครเลย ร่างสูงคว้าทิชชู่มาแล้วเช็ดทั้งหน้าของตัวเอง ฉันก็เลยรีบเทน้ำเปล่าแล้วส่งให้เขาอย่างตื่นๆ

“ขอบใจ” เขาพูดแค่นั้นพร้อมกับจานที่สองและที่สามที่มาเสิร์ฟต่อจากนั้น ฉลามกินเหมือนเขาไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน กินเหมือนโกรธใครอยู่ ฉันมองเขาเงียบๆ อย่างไม่กล้าพูดอะไร ก่อนที่ต่อมาเขาจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าฉันจนต้องสะดุ้งเฮือก

“อะ... อะไรเหรอ” ฉันถาม หวาดๆ เมื่อเห็นว่าเขาจ้องหน้าฉันเขม็งโดยที่ไม่พูดอะไร ตาของฉลามดูดุมาก ก่อนที่เขาจะชี้ตะเกียบไปที่จานขนมจีบ ฉันก็เลยมองตาม คนตัวโตถึงได้พูดขึ้นมา

“กินดิ ไม่เผ็ด” ฉันเอ๋อไปเลย นี่เขาหายโกรธฉันแล้วเหรอ “จะกินไรก็สั่งเลย เราเลี้ยงเอง”

“เอ่อ... ฉลามหายโกรธเราแล้วเหรอ?” ฉันถามออกไปตามที่คิด แล้วเขาก็ชะงักไป คนตัวโตกว่าตีหน้านิ่ง จนฉันสรุปได้เอง ก็เลยหลุดยิ้มออกมา “ที่โมโหเนี่ยก็เพราะหิวใช่มั้ย”

“ใครหิว” เขาทำหน้าตายตอนที่ยกขนมจีบที่ชี้ให้ฉันกินมาใส่ปากเหมือนกลบเกลื่อน แต่ต่อมาก็ติดคอจนเขาไอออกมาเสียงดัง

ฉันเผลอหัวเราะออกมา แล้วส่งน้ำให้เขาอีก ฉลามมองฉันเหมือนถูกฉันแกล้งตอนที่คว้าแก้วน้ำออกไปจากมือฉัน

“ไม่เนียนเลย” ฉันแซวเขาบ้างแล้วอมยิ้ม

“อะไร นิ้งจะว่าเราโมโหหิวก็เลยพาลเธองั้นดิ?” เขาเลิกคิ้ว แล้วทำสีหน้าบึ้งตึง “แล้วยิ้มอะไรวะ นี่เรายังโกรธนิ้งอยู่นะเว้ย”

“ง่ะ” พอโดนเขาโวยวายใส่แบบนี้ฉันก็เลยทำหน้างอบ้าง “ก็ได้ ถ้าโกรธเรานักเราจะกลับล่ะ”

“เฮ้ย” แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิด ฉลามลุกขึ้นคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ทันทีตอนฉันจะลุกเดินออกไปจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เขาทำหน้าเว้าวอนฉันตอนที่เดินมานั่งข้างๆ เหมือนกลัวว่าฉันจะโกรธเขาแล้วหนีกลับบ้านไป “ไม่โกรธก็ได้ อะไรวะ นี่จะงอนเรากลับเหรอ”

“ก็ฉลามเอาแต่ทำหน้าบึ้งใส่เราอยู่ได้ เราอึดอัดนี่นา” ฉันพูดไปตามความจริง แล้วเขาก็ทำสีหน้าสำนึกผิดออกมา “เราแค่ไม่อยากให้ฉลามไปหาเรื่องคนอื่นแค่นั้นเอง แต่ฉลามก็โกรธเราเฉยเลย”

“...”

“เรางงนะ เรายังไม่ได้บอกว่าฉลามไม่ดีเลยอ่ะ คิดเองตลอดเลย” ฉันทำหน้ามุ่ยใส่เขา แล้วร่างสูงก็เอนหน้ามาซบที่หน้าผากฉัน ก่อนที่จะทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่

“ก็เราหวงเฉยๆ ขอโทษก็ได้ครับ หายโกรธได้ยัง” ฉันหน้าร้อนวูบ พร้อมกับพยายามดันแก้มนิ่มๆ ของเขาออกด้วย “วันนี้เรายังไม่ได้กินอะไรเลย เรารอมากินพร้อมกับนิ้งไง”

“...”

“วันนี้เราแม่งพาลอ่ะ เหี้ยว่ะ” เขาตีปากแปะๆ แล้วต่อว่าตัวเอง แล้วฉันก็หลุดยิ้มออกมาจนได้ เฮ้อ... เบื่อตัวเองจัง ใจอ่อนให้ฉลามตลอดแบบนี้เขาถึงชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อย “กินนี่ปะ เดี๋ยวป้อน”

“ไม่เอา” ฉันสั่นหน้าเมื่อเขาคีบขนมจีบมาให้อีก “เราอิ่มแล้ว”

“ไรวะ สั่งมาให้นะเนี่ย” เขาบ่น แต่ต่อมาก็คีบมันเข้าปากตัวเอง “กินเองก็ได้”

ฉันมองเขายิ้มๆ ตอนที่เขาไม่ได้สังเกต แต่พอร่างสูงหันมาฉันก็หุบยิ้มลงทันที

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

2.8k การดู · กำลังอัปเดต · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
เมื่อลืมตาขึ้นมา หลินชิงซีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในยุค80 แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ของเด็กๆ ที่กำลังหิวโซ พร้อมด้วยสามีอดีตทหารขาพิการที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งให้รอวันตาย
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย

พี่สาวครับรับรักผมด้วย

10.6k การดู · เสร็จสิ้น · พลอยชนา
ถ้าอดีตเด็กชายที่เคยแกล้งคุณตอนเด็กๆ โตมากลายเป็น 'หนุ่มวิศวะหน้าหล่อ หุ่นแซ่บ' แถมยังเดินหน้าจีบคุณแบบไม่พัก... คุณจะใจแข็งทนไหวไหม? พบกับเรื่องราวความรักข้ามรุ่นสุดฮีลใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... อ้อมกอดของเด็กข้างบ้าน มันอุ่นกว่าที่คิด
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

519.8k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

555.7k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

15.8k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

280.4k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมียเด็กของภาคินทร์

เมียเด็กของภาคินทร์

38.4k การดู · เสร็จสิ้น · ชากุหลาบ
"ฉันไม่สนว่ามันเป็นใคร และคบกันมานานแค่ไหน" ภาคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาคลั่งฉายชัดอย่างน่ากลัว "ในเมื่อฉันถูกใจเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า... เธอก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว ไอ้กระจอกนั่นไม่มีสิทธิ์!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

762.6k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

24.6k การดู · เสร็จสิ้น · ได้โปรดปลื้ม
"เธอจำเอาไว้เลยนะน้ำพิง... ในเมื่ออยากได้ฉันนัก เธอก็เตรียมตัวรับผลกรรมไว้ได้เลย!"

เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love

บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love

10.5k การดู · เสร็จสิ้น · พิชชากร
เขาคือทายาทอัครศกุลไพศาล ผู้ชายที่เธอรักมาตั้งแต่จำความได้
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
รักไม่หลอก

รักไม่หลอก

8.2k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
วาดฝันนักเขียนสาวสุดเฉิ่มถูกไล่ออกจากงานประจำหลังโดนจับได้ว่าแอบปั่นต้นฉบับในเวลางานจึงไปอาศัยอยู่กับน้องชายฝาแฝดที่ไม่ลงรอยกันมาแต่เด็ก ทำให้เกิดมีปากเสียงกันในวันหนึ่งเมื่อคนเป็นน้องเอ่ยปากไล่เธอต่อหน้าคู่ขาสาวทำให้คนเป็นพี่เสียใจจนผลุนผลันขับรถออกมาได้รับอุบัติเหตุ โชคชะตาเล่นตลกให้วิญญาณวาดฝันหลุดจากร่าง ซ้ำยังกลายเป็นวิญญาณความจำเสื่อมหาทางเข้าร่างไม่ได้และยังซวยไม่พอ วาดฝันต้องเข้าไปพัวพันกับคดีสะเทือนขวัญ ต้องช่วยพร้อมรบ นิติเวชหนุ่มที่มองเห็นวิญญาณของเธออย่างน่ามหัศจรรย์และยิ่งกว่านั้นเวลาอยู่ใกล้เขาในระยะสายตาจากเป็นแค่ดวงวิญญาณ วาดฝันจะมีตัวตนเหมือนคนปกติภายใต้ข้อแม้ว่าต้องอยู่ใกล้นิติเวชหนุ่มเท่านั้น ความสัมพันธ์แปลกประหลาดกับภาระกิจที่ต้องช่วยเขาไขคดีอาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้วาดฝันหาทางกลับเข้าร่างของตัวเองได้
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

9.9k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""