บทที่ 4 #พี่หลามคนจริง EP.2 ขอวอน (2) 2 จบตอน

“ก็ได้ค่ะ” ฉลามกระตุกยิ้มออกมาทันทีเพราะฉันมองเขาผ่านทางกระจกส่องหลัง พอฉันอนุญาตนี่ดีใจใหญ่เลยนะ นิสัยไม่ดีจริงๆ เลย “แต่เราขอไปด้วยนะ”

“ได้ดิ ใครว่าอ่ะ” เขาไม่มีท่าทางอิดออดเลยพอฉันบอกว่าจะไปด้วย แถมในจังหวะนั้นก็เป็นตอนที่เลี้ยวเข้าหน้าประตูมหาลัยพอดีเพราะเขาขับออกมาตรงทางลัด ฉลามดูรู้ทางของซอยนั้นซอยนี้เป็นอย่างดี ก็เขาไปตีกับคนอื่นบ่อยนี่เนอะ ฉันรู้หรอก

แต่เขาไม่ได้จอดหน้าประตูมหาลัยอย่างที่เคยทำ แต่กลับขับเข้าไปข้างในเลย

ฉันเหวอ มองสายตาของทุกคนที่มองมาที่เราอย่างตกใจ เพราะตั้งแต่ฉันถูกตั้งให้เป็นดาวคณะอักษรก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันจะมีแฟนหรือมีผู้ชายคนไหนมารับมาส่ง (เพราะฉันไม่คุยกับใครเลยนั่นล่ะ) ฉันก็รู้นะว่ามันไม่แปลกหรอก

แต่ฉันไม่เคยมีแฟนนี่ ฉันไม่ชินอ่ะ

“เดี๋ยวตอนกลับมารอตรงนี้” ฉันสะดุ้งน้อยๆ เมื่อฉลามกำชับตอนที่ดับเครื่องแล้วเอาขาตั้งลง ฉันก็เลยลงจากรถบ้าง “แล้วเวลาจะไปเรียนเราจะมารับมาส่งงี้ทุกวัน โอเคนะ”

“อะ... แต่” ฉันอึกอักแล้วมองไปทางโน้นทางนี้ที แต่ต่อมาก็ถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่คางแล้วบังคับให้หันมามองหน้าเขา

“เป็นแฟนกันแล้วไง” เขาเลิกคิ้ว แล้วจับหน้าฉันพลิกไปพลิกมา “ทำงี้ไม่แปลกหรอก”

“แต่... บางวันเรามีเรียนเช้ามากเลยนะ” ฉันยู่หน้าแล้วดึงมือของเขาออก ใช่แล้ว บางวันฉันมีเรียนตั้งเจ็ดโมงกว่าๆ แน่ะ ฉันเกรงใจเขาอ่ะ “ฉลามตื่นไหวเหรอ”

“เอ้า ไหวดิ เช้าแค่ไหนก็โทรมาเหอะ” เขาพูดอย่างจริงจัง “ต่อให้เธอมีเรียนตอนตีสามเราก็จะตื่นมาส่งอ่ะ เข้าใจปะครับ”

ฉันหลุดยิ้มออกมาเลย โห... เขาน่ารักจัง

“ขอบคุณนะ” ฉันคลี่ยิ้มหวานให้เขาบ้าง ฉลามมองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนที่ต่อมาเขาจะดึงกระจกหมวกกันน็อคลงมาปิดหน้า แล้วเอียงหน้าลงมาหอมแก้มฉันหนักๆ ผ่านพลาสติกอุ่นๆ จากแดดยามเช้าโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันเบิกตากว้าง หน้าแดงขึ้นมาทันทีเพราะที่ตรงนี้ก็มีคนอยู่ แต่ฉลามไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เขาแค่ลูบหัวฉัน แล้วพูดอะไรบางอย่าง

“ตั้งใจเรียนนะนิ้ง จะได้รีบจบมาแต่งกับเราเร็วๆ”

“...!”

ขะ... เขาพูดเสียงดังด้วยอ่ะ

แต่ฉันก็ตั้งใจเรียนอย่างที่เขาบอกก่อนที่จะขับออกไปจริงๆ นั่นแหละ

จนตอนนี้สิบเอ็ดโมงกว่าๆ แล้ว ฉันเพิ่งเลิกคลาส แต่ยังไม่ทันเดินออกจากห้องเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันทีว่ามีคนโทรเข้ามา พอยกขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นฉลาม

เขารีบโทรมาจังนะ กลัวฉันจะหนีกลับก่อนรึไงก็ไม่รู้

“ฮัลโหลค่ะ” ฉันกดรับ แล้วเสียงลมก็แทรกเข้ามาทันที เหมือนว่าเขากำลังขับรถอยู่

[เลิกยัง?] ฉลามดุถาม ฉันว่าเขาต้องโทรมาตอนขับรถอยู่แน่ๆ แผลยังไม่หายดีเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกคราวนี้เขาคงต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวันเลยนะ

“เลิกแล้ว ฉลามอย่าโทรมาตอนขับรถอยู่สิ” ฉันเตือนเขา แต่ปลายสายกลับหัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

[เออ เราเซียนแล้ว ขับมือเดียวได้] ฉันมุ่ยหน้าทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคงไม่เห็นหรอก [ยกล้อได้ด้วย ลองปะ ขากลับเดี๋ยวทำให้ดู]

“ไม่เอา” ฉันปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด อันตรายจะตายไป “วางไปเลยนะ ถึงแล้วค่อยโทรมาใหม่”

[คุยงี้ไม่ได้เหรอ] เขาทำน้ำเสียงอ้อนๆ แล้วฉันก็ใจอ่อนยวบเลย [อยากคุยกับนิ้งอ่ะ]

“แต่...”

[คุยเหอะ เรากลัวห่างจากเราแล้วเธอเห็นคนอื่นดีกว่า] ฉันแทบหลุดขำเมื่อได้ยินเหตุผลของเขาจนต้องเอามือมาปิดปากไว้เพราะมีคนมองมาทางนี้ รีบเดินหลบออกมา แล้วก็เป็นจังหวะที่ฉลามพูดขึ้นมาพอดี [เราเห็นไอ้พวกหน้าหล่อๆ ที่มหาลัยเธอเยอะ ไม่อยากยอมรับว่ามันหล่อกว่าเรา แต่ถ้ามันมาจีบเธอทำไงวะ]

“ไม่มีใครมาจีบเราหรอก” ฉันพูดยิ้มๆ

[นิ้งเป็นมันเหรอถึงรู้อ่ะ] ตอนนี้ฉันอยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ นะ ก็ตอนฉลามโมโหหึงแบบนี้มันดูเหมือนเด็กเลยนี่ น่ารักมากเลย

“ตะ... แต่เราชอบฉลามนะ” ฉันก็เลยแกล้งเขากลับไปบ้าง ก็เขาชอบแกล้งฉันบ่อยๆ นี่นา ฉันต้องใช้วิธีแบบเขาบ้างสิ ฉลามจะได้รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงเวลาโดนเขาแกล้งแบบนี้ “เราเป็นแฟนฉลามด้วย เราจะไปมองคนอื่นทำไมล่ะคะ”

ฉันงงเมื่อจู่ๆ เขาก็เงียบไปทันทีที่ฉันพูดจบประโยคนั้นจนได้ยินแค่เสียงลมที่ตีเข้าสายมา เหมือนว่าเขาขับเร็วขึ้น

“ฉลาม?”

[ลองพูดแบบนี้ต่อหน้าเราดิ] ฉันเอ๋อไปเมื่อบทเขาคิดจะพูดเขาก็พูดสวนขึ้นมาเลย แต่ประโยคต่อไปของฉลามดุกลับทำให้ฉันสะดุ้ง [เราจะจับเธอฟัดแก้มอ้วนๆ ทั้งซ้ายทั้งขวาแม่งตรงนั้นแหละ]

“...!”

[จะพูดอะไรระวังสัญชาตญาณหื่นเราหน่อย] ฉันหน้าร้อนเห่อขึ้นมาทันที มะ... ไม่กล้าแกล้งเขาแล้ว แล้วยังมาว่าแก้มเค้าอ้วนอีก [รออยู่ตรงนั้นด้วย จะถึงล่ะ]

“อะ... อื้อ” ฉันครางรับ แล้วเขาก็ตัดสายไป ฉันก็เลยเอามือมาสางผมปิดหน้าตัวเองด้วยใบหน้าที่ร้อนจัด ฉันล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งเขาแล้วล่ะตั้งแต่นี้ไป ฉลามคงจะเป็นคนที่เหมาะจะเป็นฝ่ายแกล้งคนอื่นมากกว่าอ่ะ เขาดูไม่เคยแพ้เลยอ่ะ

ฉันรีบเดินลงไปนั่งรอข้างล่าง แต่ยังไม่ทันได้รอนานก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยขับเข้ามาในประตูมหาลัย ตอนนี้คนเลิกคลาสพร้อมกันหลายคลาสก็เลยมีคนเดินเข้าออกกันขวักไขว่ ฉันเห็นว่ามีผู้หญิงมองเขาหลายคนด้วย

แล้ว... แล้วอยู่ดีๆ ฉันก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอ่ะ

“รอนานปะ” พอขับมาถึงตัวฉันเขาก็ถาม ฉันสั่นหน้าเบาๆ ร่างสูงถึงได้ถอดหมวกกันน็อคที่ใส่อยู่ออกแล้วเสยผมนิดหน่อย คราวนี้ล่ะ ผู้หญิงที่เดินผ่านหลังฉันหลุดกรี๊ดออกมาเลย

ฉันทำหน้ามุ่ยออกมาทันที อะ... อะไรเนี่ย ฉันก็ยืนอยู่ด้วยนะ

“หิวยัง?” แต่ดูเหมือนฉลามจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าถูกจับจ้องอยู่ เขาเอาขาตัวเองยันพื้นไว้โดยไม่ดับเครื่องแล้วเงยหน้าขึ้นถามฉันสั้นๆ แต่ฉันกลับเดินเข้าไปใกล้เขาอีกจนคนตัวสูงเลิกคิ้ว “ถามว่าหิวยัง เดินมาทำไม”

“ฉลาม นิ้งขอแขนหน่อย” ฉันแทนตัวเองว่านิ้งแล้วพูดกับเขา ฉลามดุทำสีหน้าเหมือนเขาไม่เข้าใจแต่ก็ส่งแขนมาให้แต่โดยดี ฉันรีบกอดแขนของเขาเอาไว้ทันที ก็ฉันเป็นแฟนเขาแล้วนี่... ใช่มั้ย? ฉันอ้อนเขาได้ใช่มั้ยล่ะ

“เฮ้ย เป็นอะไรอ่ะ” ฉลามดุทำหน้าเหมือนตกใจ ฉันก็เลยหลับตาปี๋เพราะเขินแล้วโพล่งคำนั้นออกมา

“นะ... นิ้งคิดถึง!” ฉันกลั้นใจพูดเสียงดังมากด้วย ก็ฉันไม่อยากให้คนอื่นมามองเขานี่ ทำแบบนี้คงจะช่วยได้มั่งล่ะ “นิ้งคิดถึงฉลามมากเลย!”

ฉันเห็นเขาเงียบไปพอฉันพูดแบบนั้นแล้วซุกหน้าลงกับแขนของเขาเพราะฉันไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว โอ้ย พูดอะไรออกไปนะนิ้ง “ไม่เนียน”

... เอ้ะ?

“ฉลาม... อะ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาทันทีเมื่อบ่นในใจไม่ทันจบร่างสูงก็โพล่งขึ้นมาบ้าง แต่ต่อมาก็ถูกรวบเอวไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขา ส่วนมืออีกข้างของเขาก็คว้าหมวกกันน็อคมาใส่ให้

“อย่าคิดว่าเราไม่รู้ว่าเธอทำอะไร” ฉันหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อตอนเขาติดที่ล็อคตรงใต้คางให้ฉลามก็ทำสีหน้าเข้มขึ้นนิดๆ “หึงเราอ่ะดิ”

“ฮะ?”

“เราก็รู้นะเว้ยว่าเราหล่อมาก” ฉันทำหน้าบึ้งทันทีที่เห็นว่าเขากำลังชมตัวเอง “แต่เราไม่มองใครหรอกนอกจากเธอ จีบมาตั้งนานยังไม่รู้อีกเหรอว่าเรารักเธอขนาดไหน”

ฉันใจเต้นอีกแล้ว ก้มหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม “กะ... ก็รู้”

“รู้แล้วก็ขึ้นรถเหอะ หิวจะตายแล้วเนี่ย” เขาบ่นแล้วชี้ไปที่เบาะหลัง ฉันยิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนที่จะยกตัวขึ้นนั่งท่าผู้หญิงอย่างว่าง่าย แต่ก็ถูกคนตัวโตหันมามองค้อนในวินาทีต่อมา “ลืมอะไรไปรึเปล่านิ้ง?”

“ลืมอะไรอ่ะ” ฉันเอ๋อ พยายามคุ้ยกระเป๋าดูว่าเอาของมาครบมั้ย แต่ก็ไม่ได้มีอะไรหายไปนะ “ไม่ลืมนะ”

ฉลามมองลงมาที่เอวเขา ฉันอ้าปากค้างทันที

“แต่แค่ไปกินใกล้ๆ เองไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องกอดเลยนี่” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกัก แล้วเขาก็แค่นหัวเราะ

“ไม่รักกันจริงก็งี้” เขาตัดพ้อด้วยล่ะ “อย่าให้เห็นว่ากอดละกัน”

“กะ... กอดก็ได้” ฉันยอมแพ้พร้อมกับเอื้อมมือไปกอดเอวเขาไว้ แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องงอนกันเลยนี่นา “ฉลามอ่ะรีบไปได้แล้ว”

เขากระตุกยิ้มทันที มีหันกลับมาพูดด้วย “ได้ค่ะที่รัก”

ก่อนที่จะออกตัวรถไปทันที

ไม่ชินเลยอ่ะเวลาที่เขาพูดคะขา จั๊กจี้หูจัง ว่าแต่ที่รักอะไรกันเนี่ย

หลังจากนั้นเราก็ไปหาอะไรกินกันใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยของฉัน แต่นั่นยังไม่พอ ฉลามยังพาฉันนั่งรถไปเที่ยวเล่นที่นู่นที่นี่อีก พอขากลับเขาก็ขับรถเล่นอยู่ตั้งหลายชั่วโมง มารู้สึกตัวอีกทีก็หกโมงเย็นแล้ว

ฉันไม่คิดว่าเวลามันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ จนกระทั่งเพื่อนของเขาก็โทรมาตามให้เขาไปกินเหล้าด้วยแล้ว ฉันกอดอกมองเขาทันที เเต่ฉลามก็ได้แต่ฉีกยิ้มให้ฉันเหมือนให้ฉันหายโกรธเขาเถอะ เรื่องแค่นี้เอง แล้วขับตรงไปในซอยใกล้ๆ กับมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่

มันเป็นบ้านที่มีโต๊ะม้าหินอ่อนข้างหน้า แล้วฉันก็เบิกตาโตเพราะจำได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน

มันคือที่แรกที่ฉลามดุขับขับพาฉันมาเพื่อที่จะขอเบอร์ฉันนี่

“เราเคยพานิ้งมาที่นี่ จำได้ปะ” ร่างสูงดับเครื่องแล้วถามขึ้นมาตรงกับสิ่งที่ฉันคิดพอดี ฉันสะดุ้งทันทีเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ อยู่ ก่อนที่จะพยักหน้าหงึกหงัก แต่เขาก็ถามเรื่องอื่นขึ้นมาซะก่อน “ลงได้มั้ยนิ้ง?”

“อื้อ ลงได้” ฉันพยักหน้าอีกแล้วทำท่าจะลง แต่ก็ถูกเขาใช้มือทั้งสองข้างยกตัวของฉันขึ้นอุ้มทั้งตัวแล้ววางลงกับพื้นซะก่อน ฉันหน้าร้อนวาบขึ้นมาทันที ยังไงก็ไม่ชินจริงๆ เวลาที่เขามาจับมาอุ้มแบบนี้อ่ะ

“เพื่อนเราปากหมาหน่อยนะ แต่ไม่มีไรหรอก” เขากำชับไว้แค่นั้นแล้วคว้าข้อมือของฉันแล้วจูงมือให้เดินตามมาด้วยกัน ฉันมองมือใหญ่ๆ ของเขาที่แทบจะกอบกุมมือของฉันเอาไว้ได้จนมิด แล้วแอบยิ้มอยู่คนเดียว “ไอ้หมาวิน กูมาแล้ว!!”

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาตวาดเรียกเพื่อนของเขาที่อยู่ในบ้านเสียงดังมาก จนเพื่อนของเขาเดินออกมาเหมือนงัวเงียนิดหน่อย แต่เขาใส่คะ... แค่เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์แค่สองตัวเท่านั้นเอง

“อะไร ไม่ต้องตะโกนก็ได้มั้ง เดี๋ยวป๊ากูรู้จากป้าข้างบ้านก็ เฮ้ย” เขาทำสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นฉันที่โผล่หน้าออกมาจากหลังของฉลามดุ “เวร! ไม่บอกกูก่อนว่ามีผู้หญิงมาด้วย!”

“น้อยๆ หน่อย แฟนกู” ฉันหน้าแดงไปหมดเมื่อฉลามดุทำสีหน้าหงุดหงิดแล้วพูดออกมาโต้งๆ ก่อนที่คนที่ชื่อวินจะชะงักไป แล้วเขาก็ทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม

“มีฟงแฟนไม่บอกเพื่อนสักคำ” เขาพูดแบบนั้น แต่ต่อมาก็เดินดุ่มๆ เข้ามาตบศีรษะฉลามอย่างแรง ฉันเบิกตากว้างเพราะที่ตรงนั้นของเขายังเป็นแผลอยู่ แล้วคนชื่อวินก็ทำสีหน้าดุร้ายใส่เขา “ไอ้ห่า ไอ้เดี่ยวก็ติดเด็ก ไอ้เล้งก็ไล่จีบสาวนิเทศน์ มึงก็ยังมีเมียอีก! ทิ้งกูเปลี่ยวอยู่คนเดียวได้ไงไอ้เพื่อนชั่ว!!”

“มึงไม่ขวนขวายเอง ช่วยไม่ได้” แต่ฉลามดุกลับทำหน้าตายเหมือนเขาแทบไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับการที่เพื่อนของเขาตบหัวไป ฉันอึ้งไปเลย นี่เขาเป็นคนจริงๆ รึเปล่าเนี่ย ทำไมถึงไม่มีความรู้สึกอะไรเลยล่ะ “ซื้อเหล้ามายัง”

“ซื้อเป็นชาติล่ะ รีสิบกลมจากเซเว่น กับเปปซี่กินผสมของไอ้ฟักแมว เดี๋ยวพวกไอ้เอกจะตามมา เพราะงั้นกูจะเก็บตังค์พวกมันทีหลัง เล่นสั่งมาซะยังกับจะแดกก่อนตาย”

ฉลามดุหัวเราะออกมากับคำพูดค่อนขอดของเพื่อนของเขา ก่อนที่จะหันกลับมาพูดกับฉันตอนที่คนชื่อวินเดินหายเข้าไปในบ้าน “นิ้งไปนั่งรอข้างนอกเหอะ เดี๋ยวเราไปยกเหล้าก่อน”

“กินเยอะมั้ย” ฉันกระตุกชายเสื้อของเขาแล้วถามออกมาอย่างไม่ไว้วางใจนัก แล้วฉลามดุก็ทำสีหน้ามีพิรุธ

“ไม่เยอะ นิดหน่อย” ฉันทำหน้ามุ่ยใส่เขาทันที พูดแบบนี้แสดงว่าต้องกินเยอะแน่ๆ เลย คนนิสัยไม่ดี

[จบพาร์ท : ฉลามดุ]

ตั้งแต่ได้นิ้งเป็นแฟนนี่อุปสรรคในการแดกเหล้าก็เยอะขึ้นเลยว่ะ

“ข้างในมีเจมส์สันอีกกลม แดกกันให้ตายไปเลยมึง” ไอ้วินพูดขึ้นตอนที่ผมเดินตามมันเข้ามายกลังเหล้าในครัว ผมหันกลับไปมองตรงที่คะนิ้งนั่งอยู่เพราะประตูบ้านไอ้วินแม่งเป็นกระจกใสแล้วพอมองออกไปเห็นข้างนอกได้ เห็นเธอยังทำหน้าบูดอยู่เลย

เหี้ยล่ะ โดนแฟนงอน

“ถ้านิ้งโกรธกู มึงจำไว้เลยว่ากูจะโทษมึงก่อน แล้วค่อยโทษตัวเอง” ผมกระซิบกระซาบกับมันเพราะนิ้งหันกลับมามองพอดี ไอ้วินทำหน้างงทันที

“เกี่ยวไรกับกูวะ”

“ถ้าโทษมึงก่อนนิ้งจะได้โกรธไม่ถูกไง” ผมวางแผนตอนที่ก้มลงไปยกลังเหล้าขึ้นมา แม่งไม่หนักหรอก ลังนึงผมกินหมดยังไม่สะกิดต่อมเลยว่ะบอกไว้ก่อน

ไอ้วินทำหน้าเหยียดหยามผมขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน มันออกปากแขวะ “ไอ้พวกกลัวเมีย”

“กูไม่ได้กลัว กูเพียงแต่ให้เกียรติเค้า” ผมแก้ตัว เอาจริงๆ ก็กลัวนิดหน่อย ถ้านิ้งโกรธแล้วบอกเลิกผมขึ้นมาทำไงอ่ะ “คนนี้กว่าจะจีบติดนี่เลือดตาแทบกระเด็นนะเว้ย”

ใช่ กว่าจะจีบนิ้งจนได้เป็นแฟนนี่ผมทั้งยอมลงทุนเจ็บทั้งใจเจ็บทั้งตัวให้ขนาดไหน เอาง่ายๆ คือเกือบตายหลายครั้งเลยว่ะ แต่ที่พูดเนี่ยคือผมเต็มใจไง ไม่ได้จะทวงบุญคุณหรือจะว่าเธอเล่นตัวอะไรเลย ผมแค่อยากบอกว่าที่ผมทำให้เธอทุกอย่างผมโคตรเต็มใจ ยิ่งสุดท้ายจีบนิ้งติดแบบนี้มันก็คุ้มดี

ผมก็พอทำใจมาแล้วไงตั้งแต่เรื่องบุหรี่ นี่ผมก็เลิกสูบมาจะครึ่งเดือนแล้ว ไม่มีอาการอยากกลับไปสูบเลยทั้งๆ ที่ปกติผมมันสิงห์อมควันเลยนะเว้ย เห็นมั้ยว่าผมยอมทุกอย่างเพื่อนิ้งขนาดไหน แต่ยกเว้นเรื่องเหล้า อันนี้มันขาดไม่ได้จริงๆ

ตอนที่ยกออกมานิ้งที่นั่งอยู่ข้างนอกก็ทำสีหน้าตกใจออกมาอย่างไม่เก็บอาการ ผมวางลังแรกลงตรงหน้าเธอ พอเธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผมก็ฉีกยิ้มให้เธอกลบเกลื่อนความผิด

“อีกสองลังค่อยรอไอ้พวกเหี้ยนั่นมาละกัน” เสียงของไอ้วินดังไล่หลังมาตอนที่มันยกลังที่สองมาวางข้างๆ ลังแรกที่ผมยกมา คะนิ้งมองตาม แล้วเธอก็หันกลับมามองผมด้วยสีหน้าโกรธๆ ทันทีเพราะคงได้ยินว่ายังมีอีกสองลัง

นั่นแหละครับ ซวยของจริง

“นิดหน่อยเอง อย่าคิดมาก” ผมชิงพูดออกมาก่อนเพราะรู้ว่าเธอโกรธผมเรื่องอะไร คะนิ้งเบ้หน้าทันที ผมก็เลยล้มตัวลงนั่งข้างๆ เธอแล้วคว้ามือเธอมาหอมเล่น “โกรธอะไรครับ กินแค่นี้ไม่ตายหรอก”

“ตะ... ตามใจ” คะนิ้งพูดแค่นั้น เออ พูดแค่นั้นจริงๆ แม่งโคตรประโยคเบสิกของผู้หญิงเวลาโกรธเลย เธอชักมือออกทันที แล้วผมก็ลูบท้ายทอยตัวเอง “เวลาพูดอะไรฉลามไม่ค่อยฟังหรอก เราก็เลยไม่อยากจะพูดแล้ว”

โห มีประชดผมด้วยว่ะ

“นิ้ง” ผมเรียกชื่อเธอ แต่เธอไม่หัน ผมก็เลยเลื่อนหน้าเข้าไปหาเองเพราะนิ้งไม่ยอมหันกลับมามองผมเลย ผมอยากง้อเธอนะ แต่คิดว่าตอนนี้เธอยังไม่พร้อมฟังก็เลยไม่ได้ทำอะไรต่อ จนไอ้วินยกถังน้ำแข็งกับลังโซดาออกมาแล้วชงเหล้าส่งให้ผม

คือปากผมอ่ะกิน แต่ใจแม่งอยู่ที่คนข้างๆ ไง

เธอไม่ยอมพูดกับผมสักคำ จนผมยกเหล้ากินกับไอ้วินเงียบๆ หมดไปสองขวด ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ของพวกเด็กแว๊นข้างๆ บ้านมันขับผ่านไป คือบ้านของไอ้วินมันเป็นตึกคูหาไง บ้านมันติดๆ กัน แล้วบ้านของไอ้พวกเด็กเวรนี่ก็ถัดจากบ้านมันไปแค่หลังเดียว

ผมมองพวกมันเพราะตอนที่ขับผ่านไปได้สองสามคัน พวกนั้นก็หันมามองคะนิ้งที่นั่งหันหลังชนกับผมด้วยสายตา... เออ ผู้ชายด้วยกันแม่งรู้กันดี

ผมหงุดหงิดขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นตอนที่ไอ้เด็กเวรคนหนึ่งโบกมือให้เธอ แล้วคะนิ้งก็ยิ้มแหยๆ กลับไปผมก็ยิ่งหงุดหงิด

ผมจ้องเสี้ยวหน้าของเธอ อยู่ๆ ในหัวก็ร้อนขึ้นมาจนต้องยกรีเจนกระดกแม่งทั้งขวด

นี่เพิ่งเป็นแฟนกันวันแรกนะเว้ย... แค่วันแรกแม่งก็ดูเหมือนจะพังล่ะ

เหี้ยจริงๆ

“เฮ้ย ไอ้หลาม มึงเป็นเหี้ยไร กลัวไม่ได้แดกเหรอ” ไอ้วินพูดกับผมเมื่อเห็นผมซัดไปหลายขวดเพียวๆ ผมสะบัดหัวเพราะเริ่มมึน ในขณะที่บ้านของไอ้เด็กพวกนั้นจะเสียงดังขึ้นมาด้วย พวกมันก็ตั้งวงแดกเหล้าเหมือนกัน

เหอะ แม่งจะมานั่งแดกอ่อยนิ้งไง คิดว่าผมไม่รู้เหรอวะ

“บัดซบจริงๆ” ผมสบถเมื่อเห็นว่านิ้งไม่แม้แต่จะหันมาสนใจทั้งๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน

เออ! ผมเรียกร้องความสนใจเธออยู่ไง แต่เธอก็เอาแต่มองไปที่ไอ้พวกเด็กเวรพวกนั้น ผมไม่ชอบว่ะ ยอมรับว่าโคตรไม่ชอบ

“เฮ้ย นิ้ง” จนผมเริ่มเมาเพราะกินไปเยอะมาก แล้วผมก็ทนไม่ไหวที่เห็นแฟนตัวเองเอาแต่มองคนอื่น แถมคนอื่นที่ว่าก็ดันเป็นแค่เด็กกะโหลกกะลา ผมเรียกชื่อเธอห้วนๆ แล้วกระชากแขนคะนิ้งที่ไม่ยอมหันกลับมาคุยด้วยให้หันมามองหน้ากัน คะนิ้งมีสีหน้าตกใจ ผมก็เลยดึงเธอมาจนแทบชิดกับหน้าตัวเอง “มองไรพวกมันนักหนา”

“ฉะ... ฉลาม” เธอเรียกผมแล้วดันตัวผมออกด้วยสีหน้าที่เหมือนไม่คิดว่าผมแม่งจะเมาได้ขนาดนี้ ผมนี่โคตรหงุดหงิดชิบหายเลย

“นี่เห็นหัวกันบ้างปะ เราเป็นแฟนนิ้งนะเว้ย” ผมคว้าไหล่เธอแล้วเขย่าเหมือนไม่มีสติ สะบัดหัวไปด้วยเพราะตอนนี้ผมมึนมาก ผมไม่อยากทะเลาะกับเธอ แต่พอมันเมาขนาดนี้ผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ “ทำไมต้องโกรธด้วยวะ ก็ขอโทษแล้วไง”

“...”

“ทำไมชอบทำให้หัวร้อน แม่ง” ผมบีบไหล่เธอ แล้วคะนิ้งก็น้ำตาคลอ ผมเห็นแบบนั้นก็เลยปล่อยมือทันทีแล้วขยี้หัวตัวเอง “เหี้ยเอ้ย”

“ไอ้หลาม มึงเป็นไร” ไอ้วินถามผม มันตบหน้าผมนิดหน่อย แต่ผมก็ปัดมือมันทิ้ง ไอ้วินถึงได้หันกลับไปพูดกับนิ้ง “คงเมาแหละ เธอไม่ต้องคิดมาก ไอ้หลามเวลาหึงมันงี่เง่า ดูจากแฟนคนก่อน”

“แล้วมึงจะพูดขึ้นมาทำไมวะ” ผมผงกหัวขึ้นไปหาเรื่องมันทันที ถนัดชอบชักใบให้เรือเสียชิบ อยู่เงียบๆ แม่งก็ไม่มีใครว่าหรอก

“เอ้า ก็กูเห็นตอนมึงหึงพราวก็ประมาณนี้ปะ กูพูดผิดตรงไหน”

“เป็นเหี้ยไรชอบพูดถึงพราว” ผมกดเสียงต่ำเพราะไม่อยากได้ยิน ผมไม่ได้แคร์พราวแล้วไง แล้วผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ผมแม่งพาลอีกแล้ว เวลาเมาผมจะโมโหร้าย ผมรู้นะเว้ยว่าทำแบบนี้นิ้งจะยิ่งกลัว ยิ่งวันแรกที่เป็นแฟนกันด้วย

แต่ยังไม่ทันที่ไอ้วินจะตอบอะไรผมกลับ

“ถ้าทะเลาะกันหนักมากก็หันมาซบอกทางนี้ได้นะครับพี่คนสวย!”

ผมชะงักไปทันทีพร้อมๆ กับไอ้วินที่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังพูดด้วย ผมหันกลับไปมองทางต้นเสียง แล้วก็เห็นว่าไอ้พวกเด็กแว๊นพวกนั้นเริ่มถอดเสื้อโชว์รอยสักแล้วพูดกับคะนิ้งแบบมั่นหน้า ผมเห็นคนตัวเล็กทำสีหน้าตื่นกลัว แล้วอยู่ดีๆ เลือดผมแม่งก็ขึ้นหน้าตอนที่ได้ยินพวกมันพูดถึงคะนิ้งกันแบบนั้น

“คนอะไรโคตรขาวจั้วะน่าเจี้ยะเลย นมนี่แบบ ผมอ่ะอื้มมม”

“เออว่ะ น่าจับเ*ดสดสักที สวิงกิ้งกันให้หมดทั้งแก๊งเลยดีปะ”

พอพวกมันพูดจบคำนั้นหน้าผมก็มืดไปหมด มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ผมผุดลุกออกจากโต๊ะแล้วพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของไอ้เหี้ยตัวหนึ่งที่ถอดเสื้อออกจนชิดหน้า แล้วเงื้อขวดเหล้าขึ้นสูงตั้งท่าจะฟาดหน้ามัน

ตั้งแต่ตามตื้อคะนิ้งมา คำพวกนี้คือคำที่ผมไม่เคยเอาแม่งมาพูดกับเธอ

สวิงกิ้ง เ*ดสด

ผมไม่คิดว่าจะได้ยินใครพูดถึงเธอเหี้ยๆ แบบนี้ แต่ตอนนี้เจอแล้ว

แล้วผมจะเอาให้มันถึงตาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป