บทที่ 1 ภาค 4 Ep.1 วัดใจ (1)

“เมื่อคืนเราอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย... เพราะฉลามคนเดียวอ่ะ”

“เอ้า” ร่างสูงโพล่งขึ้นมา หลังจากที่มาส่งฉันในเที่ยงของวันถัดไป แล้วฉันก็บ่นเขามาตลอดทางเรื่องที่เมื่อคืนเขาทำให้ฉันอ่านหนังสือไม่จบบททั้งๆ ที่ฉันจำเป็นต้องอ่านทบทวนให้จบในคืนนั้น แต่พอเขามานอนก็ทำฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย “เกี่ยวไรวะ”

“ก็ฉลามชวนเราคุยอ่ะ เมื่อคืนก็พาเราหลับจนเราลืมอ่านหนังสือเลย”

“...”

“... ถ้าวันนี้เราเรียนไม่รู้เรื่องก็เพราะฉลามคนเดียว”

“อะไร อย่ามาโทษดิ” เขาพูดแล้วเอามือมาลูบหน้าฉันเหมือนจะแกล้งๆ จนฉันต้องดึงมือเขาออกด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “จะบอกไรให้ เธอสนใจเรามากกว่าหนังสืออีก”

“มะ... ไม่ใช่นะ” ฉันแก้ตัวเสียงสั่น “ก็ฉลามชวนเราคุย...”

“เธอคิดว่าเราน่าคุยมากกว่าหนังสือ ถูกปะ?” แต่ฉลามก็แกล้งแหย่แทรกเสียงฉันขึ้นมา ฉันหน้าแดงไปหมดเลย พูดอะไรไม่ออกด้วยอ่ะ “ดูดิ ถึงขนาดทิ้งหนังสือมาเสียเวลาคุยกับเรา”

“...”

“น้องรักพี่มากเลยใช่ปะ?” ฉันหน้าร้อนจนชาไปหมดพอโดนแหย่อีกแล้ว เห็นว่าตรงนี้มีแต่นักศึกษาก็เลยก้มหน้างุด แล้วสั่นหน้าเบาๆ ก่อนที่ฉลามแค่นหัวเราะ พอเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบเขาถึงได้เปลี่ยนเรื่อง “แล้วคืนนี้อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ เดี๋ยวเรามารับอีกทีตอนห้าทุ่ม”

“...”

“แต่ห้ามใส่สั้น อย่าแขนกุด ให้ดีเอาเสื้อที่แม่งปิดนมเธอไปเลย”

“อะ... แต่”

“กางเกงขาสั้นก็ห้ามใส่ ไม่งั้นเราจะจับเธอแก้ผ้าแล้วเปลี่ยนเสื้อใหม่ให้เธอเอง” เขาพูดแล้วชี้นิ้วมาชนปลายจมูกฉันเหมือนไม่ให้ฉันเถียงเขา ฉันทำหน้าเอ๋อแล้วหน้าแดงก่ำออกมาเลยพอได้ยินประโยคนั้น ฉลามพูดเร็วมากอ่ะ แล้วก็ดูดุมากจนฉันพูดต่อไม่ออกเลย “มันอาจเป็นชุดนอนก็ได้ ถ้าเราเป็นคนเปลี่ยน”

“...”

“ถ้าไม่อยากอายคนอื่นก็เชื่อเรา เข้าใจปะ” ฉันสะอึกไป แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่นจนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วร่างสูงก็ขยี้ผมฉันอย่างพอใจ “เออ น่ารัก”

“... นี่ฉลามไม่ได้หึงเราใช่มั้ย” ฉันถามเสียงเบา แล้วเขาก็นิ่งไป

“เค้าเรียกว่าช่วยเมียแต่งตัวยังไงไม่ให้น่าโดนล่อมากกว่าว่ะ” เขาตอบแล้วแค่นหัวเราะ ในขณะที่ฉันเองก็เหมือนพูดไม่ออกไปอีก “หรือเธออยากโดนไอ้พวกหื่นๆ ในนั้นมันลูบเธองี้อ่ะ”

พูดแล้วเขาก็เอื้อมมือมาไล้แขนฉันเบาๆ จนฉันสะดุ้งโหยง

“ฉะ... ฉลาม”

“ชอบปะ?” เขาเลิกคิ้วถาม แล้วรั้งเอวฉันให้เข้ามาใกล้ “ว่าไง”

“มะ... ไม่ชอบเลย” ฉันสั่นหน้าหวือทันที แล้วพยายามดันอกเขาออกเพราะตกใจ “... เราไม่ชอบ”

“มีแฟนแล้ว แล้วเป็นผู้หญิงงี้ มันยิ่งต้องระวังตัว” เขาพูดกับฉันเสียงหนักพอเห็นว่าฉันตอบตรงใจเขา ก่อนที่จะผละออกแล้วดันฉันให้ห่างจากมอเตอร์ไซต์ ตอนนั้นเขาถึงสตาร์ทรถ “เธอรู้ปะว่ารอบตัวเธอแม่งมีแต่พวกแปลกๆ อยู่เต็มไปหมด”

“...”

“แต่ถ้าเธอมีเราอยู่ ใครจะมาทำเหี้ยไรกับเธอก็ไม่ต้องไปกลัวมัน”

“...”

“เราจะเล่นแม่งให้เอง”

ฉันยืนอึ้งไปกับคำพูดของเขา แล้วฉลามก็ยักคิ้วข้างเดียวให้ฉันตอนที่ขับออกไปจากที่ที่ฉันยืนอยู่ทันที โดยที่ทิ้งคำพูดของเขาให้กับฉันที่ยืนอยู่ตรงนั้น

มันฟังดูเหมือนไม่มีอะไรนะ เหมือนเขาแค่อยากจะพูดอะไรให้ฉันรู้สึกเขิน... แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนฉลามกำลังจะบอกว่ามีคนรอบตัวของฉันที่ไม่น่าไว้ใจอยู่ยังไงก็ไม่รู้

... แต่ฉันอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้

[SALAMDU : SIDE]

หลังจากตอนนั้นแม่งก็ผ่านมาหลายชั่วโมง

จนผมไปรับนิ้งกลับห้องแล้วรอจนหนึ่งทุ่มกว่าๆ ที่ตรงกับเวลาเข้างานที่บาร์พอดี

ผมจะดึงเวลาก่อนหน้านั้นออกไปเลยเพราะขี้เกียจอธิบาย มันก็แค่ผมรอจนนิ้งเลิกเลยไปรับเธอตามเวลาเหมือนทุกวัน พอส่งเธอถึงห้องผมก็นั่งเล่นที่ห้องเธอนิดหน่อย พยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธ สักพักถึงออกมาแล้วแต่งตัวเตรียมทำงาน

นิ้งไม่ได้สงสัยไรผม เพราะผมก็ทำตัวปกติไง ใครจะแสดงออกให้รู้วะว่าผมกำลังจะไปทำงานแบบนั้น

ไอ้เดี่ยวขับรถใหญ่มารับผมเพราะมันจะทำเป็นเพื่อน ธรรมดาผมแม่งชอบฉายเดี่ยว แต่งานนี้มีมันด้วยก็ดีว่ะ ผมก็ไม่ค่อยไว้ใจ

“อย่าเยี่ยวแตกนะเพื่อน” มันพูดติดตลกตอนที่วนหาที่จอด แล้วผมก็แค่นหัวเราะ

“มึงคิดว่ากูอายุเท่าไหร่วะ?”

“ไม่ใช่ดิ เยี่ยวที่ว่ากูหมายถึงเวลามึงโดนหญิงเบิร์นด้วยสายตา” มันเข้าเรื่องเหี้ยๆ กับผม “อย่าเสียว”

“กูเสียวแค่กับเมียกูพอ” ผมเล่นกับมันแล้วตบหัวไอ้เพื่อนตายตอนที่เปิดประตูลงไป “ถ้าไม่ใช่นิ้งของกูก็ขึ้นยาก”

“เหยดโด้”

“ลงมาดิวะ รอพ่อมึงบวชอยู่ไง?” ผมตบรถตอนที่เห็นว่าแม่งมัวแต่นั่งอยู่ในรถไม่ยอมลง ไอ้เหี้ยเดี่ยวหัวเราะลั่นทันที ก่อนที่มันจะดับเครื่องแล้วเปิดประตูตามลงมาตบคอผมหนักๆ

“เล่นแรงนะไอ้สัส โดนเมียคุมแล้วมาลงกับเพื่อนเหรอวะ”

“มึงไม่รู้เหรอวะ กูเล่นแรงได้มากกว่านี้อีก” ผมแค่นหัวเราะแล้วตบคอมันกลับ “ลับหลังเมีย”

“ไอ้เหี้ย” มันด่าผม แล้วเดินเข้าไปด้วยกันในร้าน ผมเห็นลูกค้าที่เดินเข้ามามองมาที่ผมกับมันแล้วจ้องจนผมเดินไปในห้องพนักงานเพราะให้ไอ้เดี่ยวมันนำ ไอ้ห่านี่มันเคยทำงานที่นี่ ช่วงที่มันมีเงินลงเหล้าบ่อยๆ มันเลยรู้จุดดี

“ต๊าย มาแล้วเหรอ” เจ๊เพชรเดินมาพูดกับผมทันทีที่ถึงหน้าห้องส่วนตัว เธอมองผมเหมือนทึ่งๆ ก่อนที่จะหันกลับไปพูดกับไอ้เดี่ยว “ทำไมน้องหลามดูดิบขึ้นอ่ะน้องเดี่ยว”

“โกนหัวมั้งเจ๊ แม่งจะบวชให้เมีย” ไอ้เดี่ยวแซวผม ก่อนที่มันจะหัวเราะ

“พ่อมึงตาย” ผมสบถออกมาทันที

“พอๆ เลิกกัดกันแล้วเข้ามาในห้อง เดี๋ยวเจ๊จะบอกคอนเซ็ปของงานในช่วงนี้” เธอพูดกับผม แล้วดึงทั้งแขนผมแล้วไอ้เดี่ยวเข้าไปข้างใน ผมเห็นพวกผู้ชายกำลังแต่งตัวอยู่ข้างใน มันใส่เสื้อกล้าม บางจุดใส่เชิ้ต แต่บางคนก็จ้องหน้าผมเหมือนข้อง ต่อมหาเรื่องผมแม่งยิ่งขึ้นง่ายอยู่ “น้องหลาม เลิกทำตาดุงั้นแล้วหันมาฟังเจ๊นะจ้ะ”

“...”

“ในเมื่อน้องเป็นเพียงไม่กี่คนในนี้ที่มีเมีย เพราะงั้นเจ๊จะแนะนำวิธีที่น้องหลามจะถูกสาวๆ ของที่นี่โลมเลียให้น้อยที่สุด”

“...”

“ลองเอาไปใช้ดูละกันเนอะ”

งานเหี้ยไรวะเนี่ย

“เราอยู่กลุ่มเสื้อกล้ามว่ะ โคตรเจ๋ง” ไอ้เดี่ยวมันตื่นเต้นอยู่ข้างๆ ผม หลังจากที่เจ๊เพชรไรนั่นบอกว่าอีกสิบนาทีจะเริ่มงาน ให้ทำตามคอนเซ็ปที่จัดห่าเหวไรไม่รู้ ไม่ได้ใส่ใจฟัง ผมก็ต้องแต่งตัวตามที่แม่งจัดมาให้ แล้วก็มาจบงี้

ห้องก็หนาวจะตายห่ายังให้กูใส่เสื้อกล้ามอีก ไอ้เหี้ย

“ยังไงก็ต้องถอดอยู่ดีว่ะ ใส่ไปก็งั้นๆ” ผมสวนมันอย่างหงุดหงิด “กูรู้สึกเหมือนเป็นพวกวิปริต”

“สนเหี้ยไรนักหนา”

“แม่งเป็นงานที่กูเกลียดชิบหาย” ผมพูดแล้วทำหน้าเซ็ง “กูว่าถ้านิ้งรู้กูดับแน่ ไม่ใช่ชื่อ ลมหายใจกูเนี่ย”

“เออ ชื่นชมงานใหม่มึงหน่อย เดี๋ยวก็ชินเอง” มันพูดแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ผมเห็นมันพ่นควันออกมาแล้วเสี้ยนว่ะ อยากดูดบุหรี่ชิบหาย แต่ติดที่ว่าทนอยู่ เดี๋ยวนิ้งนอยด์อีก ผมก็ไม่ค่อยอยากทะเลาะอะไรกับเธอ “ใกล้เริ่มงานล่ะ”

“ไอ้เหี้ยเอ้ย” ผมสบถออกมาแล้วลูบหน้าตัวเองแรงๆ พอได้ยินเสียงสัญญาณว่าลูกค้าข้างนอกเต็มแล้วผมเลยต้องกระจายออกไป

ไอ้เดี่ยวเดินไปยืนคุมเชิงอยู่ไกลจากผม แต่ช่างแม่ง โต๊ะที่ผมยืนอยู่แม่งเป็นผู้หญิงทั้งโต๊ะ ใส่ชุดโคตรแรง หนึ่งในกลุ่มนั้นมีคนนึงที่ผมคุ้นหน้าอยู่

พวกเธอทำหน้าเหมือนตกใจที่เห็นผม แต่ผมแม่งเฉยๆ เอาจริงๆ ถ้ามันไม่ใช่นิ้งผมก็ไม่มีอารมณ์หรอกว่ะ ผมไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ว่าจะเป็นใครบ้างนอกจากคนที่ผมรู้จัก ก็บอกอยู่ว่าของมันขึ้นยาก

แต่ถ้าถามว่าขึ้นง่ายตอนไหน

ก็ตอนที่เห็นชั้นในนิ้งไง ที่เธอถอดให้ผมดูอ่ะ โคตรแจ่ม

คิดแล้วขึ้น ไอ้ห่า

“นี่ใช่นักดนตรีที่สกินเฮดคนนั้นมั้ยวะอีวี หน้าคุ้นๆ”

“ไม่คุ้น มึงดูรอยสักดิ กูว่าใช่เลยแหละ”

“ว๊าย ทำงานที่แบบนี้ด้วยเหรอวะ กูบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นก็แค่ของรอวันทิ้ง”

ผมได้ยินที่พวกเธอพูดก็เริ่มขมวดคิ้วนิดหน่อย มันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินไรทำนองนี้ แต่เพลงในบาร์ก็ขึ้นก่อนที่จะได้จับใจความ

แม่งเป็นเพลงฝรั่ง ผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเพลงขึ้นมันก็เริ่มเวลางาน ผมต้องถอดเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่ออกทางหัวต่อหน้าพวกเธอ คนอื่นก็ต้องทำเหมือนกัน แม่งจัดมาให้งั้น ผมก็แค่ทำตาม

ผมเห็นว่าผู้หญิงพวกนั้นกรี๊ดออกมาแต่ไม่ได้ใส่ใจมาก ผมโยนเสื้อทิ้งไปทางเก้าอี้อีกด้านที่ไม่มีใครนั่ง ก่อนที่จะต้องจำใจเดินไปกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ

“กินไรยัง?” ผมแม่งกระดากชิบหาย แต่ก็ต้องถามงั้น ฟิลเหมือนม่อหญิง “สั่งไรก็สั่งเลยดิ รออยู่”

ปฏิกิริยาที่ได้คือพวกเธอหันกลับไปมองหน้ากันแล้วกรี๊ดอัดหน้า ผมปวดแก้วหูแต่ก็ต้องจำใจกระตุกยิ้มให้ หนึ่งในนั้นเดินเข้ามานั่งชิดกับผม แล้วไล้มือไปตามคางผมอย่างอ่อยๆ จนผมผงะ

“พี่ทำงานแบบนี้ด้วยเหรอคะ น้องวีไม่เห็นรู้เลย” เธอพูดเหมือนรู้จักผมอยู่ก่อนแล้วยิ้มยั่ว แต่ผมก็แค่นหัวเราะตอนที่รู้สึกอยากดันเธอออกแต่ทำไม่ได้ เพราะแม่งเป็นเงิน “หนีเมียพี่คนนั้นมาทำอะไรแบบนี้ ไม่ดีเลยน้า”

ผมชะงักทันที

เมีย?

“คิดค่าแตะตัว รู้ปะ” ผมอ้างแบบนั้นแล้วคว้ามือเธอออกจากหน้า ถึงจะตงิดๆ อยู่แต่ช่างแม่ง ออกจากวังวนพวกนี้ให้ได้ก่อน “น้องหิวไรก็สั่งดิ ขี้เกียจรอ”

“โหย ดุจังเลย” เธอพูดยิ้มๆ “พี่ดุแบบนี้แค่กับน้องวีรึเปล่า”

“ทุกคน” ผมเริ่มรำคาญเลยตอบงั้น

“แต่ทุกคนที่ดุเนี่ย...” เธอพูดเสียงอ่อน แล้วลูบแขนผม “ไม่ได้ดุแล้วถอดเสื้อแบบนี้ไปหมดใช่มั้ยคะ”

ผมพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ

เอาจริงๆ ปะ ผมไม่ค่อยชอบพวกวอแว แม่งดูไม่ค่อยมีค่า

“บอกว่าคิดค่าแตะตัวไง” ผมพูดเสียงห้วนแล้วเบี่ยงแขนหลบ แต่เธอก็ไม่หยุด

“หวงจัง คิดเท่าไหร่ล่ะ ถ้าเป็นพี่น้องวีให้หมดเลย”

“ต๊าย อีวี แรดมาก”

ผมพูดตรงๆ ว่าผมเคยเป็นแฟนกับผู้หญิงที่แรงประมาณนี้ว่ะ แต่แม่งอยู่กันไม่ได้ อยู่แล้วมีแต่เรื่องทะเลาะเพราะมันแรด แม่งไม่ใช่ว่ะ เข้าใจฟิลปะ

เฉพาะหน้าไปก่อนละกัน

“เอางี้” ผมพูดตัดบท แล้วคว้าข้อมือเธอมาจับไว้ตอนที่ดึงเธอเข้ามาหาตัว แต่ไม่ได้ใกล้มาก “น้องสั่งไรมาก่อน แล้วพี่จะคุยด้วย”

“ว้าย”

“เดี๋ยวพี่แนะนำให้ จะเอาไง?”

“เอาค่ะ จะให้สั่งอะไรก็จะสั่งค่ะพี่”

พอได้ยินผู้หญิงที่ชื่อวีว่างั้นผมก็ฉีกยิ้มให้แบบโคตรเฉพาะหน้า ก่อนที่จะหุบยิ้มลงแล้วปล่อยมือเธอออก เพราะถือว่าผมทำกำไรให้ร้านได้หน่อย เจ๊เพชรบอกลูกค้าพวกนี้เปย์หนัก ถ้าทำได้ดีอาจเพิ่มตังค์ ผมถึงได้พยายามนึกแต่หน้าแม่แล้วทำให้มันคุ้ม

ถ้าไม่ใช่เพราะผมจำเป็น ผมแม่งไม่ทำหรอกว่ะ

ไอ้งานแบบนี้

“ตีหรี่หน่อยมั้ยมึง?”

“กูไม่ตลก” ผมหันไปด่ามันตอนที่เลิกงานแล้วผมโดนโต๊ะผู้หญิงที่ชื่อวีห่าไรนั่นยั่วจนปวดประสาท ไอ้เดี่ยวเล่นมุขเหี้ยๆ กับผม แต่ผมไม่มีอารมณ์เล่นด้วย เมื่อก่อนตอนช่วงโสดๆ ผมแม่งชิวกับผู้หญิงกว่านี้นะเว้ย แต่ตอนนี้มันแม่ง... “มึงรู้ปะ กูรู้สึกเหมือนกำลังนอกใจนิ้งทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เอากับใครเลยว่ะ”

“มึงคิดไปเองว่ะไอ้หลาม”

“ไหนเจ๊เพชรแม่งบอกว่าถ้าแก้เฉพาะหน้าเค้าจะไม่ยั่วกูวะ กูเห็นแม่งยั่วทั้งงาน” ผมพูดแล้วลูบหัวตัวเองแรงๆ แล้วไอ้เดี่ยวก็คีบบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงมันมาจุดสูบ

“มึงแม่งสดจัดไง กูยังโดนเลย”

“แล้วไง?”

“มึงต้องไหลตามน้ำให้เป็น” มันพูดงั้น แล้วพ่นควันอัดหน้าผม “อยู่ให้เป็น”

“มึงลองไปพูดงี้กับเมียกูหน่อยมั้ย” ผมแค่นหัวเราะ แล้วท้าทายมัน

“มึงยังไม่พูดเลย กูจะไปพูดเพื่อ?”

“ไม่รู้ว่ะแม่ง”

ผมสบถออกมาแล้วหันกลับ มันถึงได้โยนซองบุหรี่ส่งให้ผม ผมรับมาทันที แล้วเห็นมันส่งสายตาประมาณว่าให้ผมมวนสุดท้าย ผมถึงได้แค่นหัวเราะ ตอนแรกว่าจะไม่เอา แต่ผมก็เป็นคนเหี้ยๆ คนนึง

“วันนี้กรองทิพย์เหรอวะ เข้มดี” ผมพูดแล้วจุดไฟแช็คแล้วพ่นควันออกมาหนักๆ “ปกติกูก็ดูดไอ้เหี้ยนี่”

“เออ สายเย็นไม่ใช่แนวว่ะ” มันตอบแล้วพ่นควันเป็นวง ในขณะที่ผมเองก็คาบบุหรี่ไว้พอรู้สึกว่าโทรศัพท์แม่งสั่นๆ

พอล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบออกมาดู ผมก็แทบจะพ่นบุหรี่ออก

ไอ้เหี้ย นิ้งโทรมา

“กูออกไปที่รถแปป” ผมพูดกับมัน ไอ้เดี่ยวพยักหน้าส่งๆ ผมเลยเดินออกไปให้พ้นๆ จากเสียงในนี้จนถึงรถมัน ถึงได้รับสายเธอ

คีบบุหรี่ติดมือมาด้วยว่ะ เพิ่งดูดไปซี๊ดเดียว

[รับช้าจัง] นิ้งบ่นทันทีที่ผมยกมือถือขึ้นแนบหู จนผมนิ่งไป [... ฉลามทำงานอยู่เหรอ?]

“เออ ใช่” ผมตอบรับแล้วแค่นหัวเราะกลบๆ “นิ้งโทรมามีไรปะ”

[เราจะโทรมาถามเรื่องชุดอ่ะ นึกว่าฉลามว่างอยู่] เธอพูดเสียงอ้อมแอ้ม [... เราขอโทษนะ ไม่กวนแล้ว]

“ไม่ๆ คุยได้ พูดมาเหอะ” ผมพูดว่างั้นเพราะพอเจอผู้หญิงในนั้นมันก็ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตผมต้องแบบนิ้งนี่แหละว่ะ ไม่รู้ดิ ผมชอบแบบนี้มากกว่า มันพอดีกับผม “เรากำลังคิดถึงเธออยู่พอดี”

[... ขี้โม้] เธอพึมพำเหมือนไม่ค่อยเชื่อ

“พูดจริง” ผมพูดยิ้มๆ แล้วดูดบุหรี่แล้วพ่นควันออกมาซี๊ดสุดท้าย ก่อนที่จะทิ้งลงพื้นแล้วใช้ตีนขยี้ “แล้วจะพูดเรื่องชุดไร ที่ใส่ไปคืนนี้ปะ?”

[อื้อ] เธอครางรับ [เราลองใส่แล้ว อยากให้ฉลามมาดูอ่ะว่าฉลามโอเครึเปล่า]

“รอห้าทุ่มอ่ะ เดี๋ยวไป” ผมตอบงั้น แล้วแค่นหัวเราะเพราะรู้สึกดีที่เธอแคร์ผม

[... อีกนานเลย]

“คิดถึงอ่ะดิ” ผมแหย่พอเธอบ่นเข้ามาในสาย แล้วนิ้งก็เถียงเสียงสั่นกลับมา

[มะ... ไม่ได้คิดถึง เราแค่บอกว่านานเฉยๆ]

“อ้างว่ะ”

[ไม่ได้อ้างนะ]

“นิ้ง รู้ปะ” ผมโพล่งขึ้นมาพอเห็นว่าเธอเขินอยู่ แล้วเธอก็เงียบไป “วันนี้ตอนทำงานเราเจอไรไม่รู้ว่ะ โคตรแย่”

[...]

“มันทำให้เรารู้สึกว่าแบบเธอนี่แหละว่ะนิ้งที่โอเค”

[ระ... เราเหรอ]

“ใช่”

[... ทำไมอ่ะ?]

“เออ ไม่ต้องเข้าใจหรอก” ผมตัดบทว่างั้น เพราะก็ไม่ได้กะจะให้เธอเข้าใจอยู่แล้ว ผมก็แค่อยากพูดเฉยๆ ว่าผมรู้สึกงี้

[...]

“แต่เราว่าแบบเธอดีแล้วว่ะ”

[SALAMDU : SIDE END]

หลังจากวางสายจากฉลามดุไป... ฉันก็นั่งรอเขาจนตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว

ฉลามบอกว่าทำงานอยู่ ปกติเวลานี้ของเขาจะไม่มีงานอะไร มันก็แปลกๆ เหมือนกัน ฉันก็คิดว่าจะถามตอนที่เขามารับนั่นล่ะ

ฉันก้มลงมองชุดตัวเองที่ใส่รอเขาให้เข้ามาดูว่าจะโอเคสำหรับเขามั้ย มันเป็นชุดเอี้ยมน่ารักๆ แล้วข้างบนฉันก็ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่นิดๆ ให้เรียบร้อยที่สุดอย่างที่ฉลามพูดไว้

ก็อกๆ

ฉันรอจนจะสัปหงกกับโซฟา ถึงได้ยินเสียงเคาะประตู ในใจฉันรู้ว่าเป็นฉลามถึงรีบลุกออกไปเปิดประตูให้ทันทีโดยที่ไม่ได้ส่องตาแมวหน้าประตูก่อน เพราะในใจฉันคิดว่าเป็นเขา และพอเปิดประตูออกมาก็เป็นฉลามจริงๆ ด้วย

“ฉลาม” ฉันเรียกเขา มาก่อนเวลาอีกอ่ะ “มาเร็วจัง เรารอ...”

หมับ

แต่อยู่ดีๆ ฉลามที่ดันประตูปิดลงก็รั้งเอวฉันเข้ามากอดเอาไว้แน่นทั้งตัว

ฉันเบิกตากว้าง ในขณะที่เขาเองก็กอดฉันแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก ฉลามจูบแก้มฉันหนักๆ ตอนที่หันหน้าเข้ามาหาทั้งๆ ที่ยังกอดฉันอยู่ ฉันหน้าร้อนขึ้นมา แล้วซุกหน้าลงกับอ้อมกอดเขาอย่างไม่เข้าใจ

“คิดถึงเธอว่ะ” เขากระซิบเสียงหนัก ในขณะที่ฉันเองก็ใจพองโตเล็กๆ

“... เราก็รอฉลามอยู่” ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วซุกหน้าลงกับอกเขา แล้วกอดเขากลับ “ชุดนี้เราใส่ไปได้ใช่มั้ย ฉลามโอเครึเปล่า”

ร่างสูงนิ่งไปเมื่อฉันพูด ก่อนที่จะผละออก เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ฉลามจะกระตุกยิ้มออกมา แล้วเกลี่ยผมของฉันไปทัดหูให้

“เออ แบบนี้โอเค” เขาตอบ ก่อนที่จะหัวเราะ “เหมือนเด็กไปเล่นสวนสนุกกับพ่อดี”

“ฉะ... ฉลาม” ฉันทำหน้าเอ๋อออกมาเลย ทำไมเขาเป็นคนแบบนี้เนี่ย

“ล้อเล่น” เขาหยอกฉันแบบนั้น แล้วรั้งเอวฉันมาใกล้ๆ ตัวเขา “ใส่งี้ก็มิดชิดดี เราชอบ”

“...”

“นิ้งใส่ไรก็น่ารัก”

ฉันก้มหน้างุดทันที แล้วฉลามที่จ้องหน้าฉันอยู่ก็แค่นหัวเราะแล้วลูบผมฉัน ไล่ลงมาถึงแก้มเล็กๆ ของฉัน พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าแววตาของเขาดูเหมือนจะคิดถึงฉันมากเลย... สายตาเขาบอกฉันแบบนั้น

“แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่โคตรคิดถึงเวลาเธอเขินเลย”

“...”

“มันไม่ใช่แค่ใครก็ได้จริงด้วยว่ะ” ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดนั้น ก่อนที่ฉลามจะล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจรถออกมา แล้วหันมาพูดกับฉันตอนที่คว้าข้อมือของฉันมาจับไว้แล้วดึงให้เดินไปด้วยกัน “ไปเหอะ เราต้องไปก่อนเวลา”

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ตอนแรกก็ว่าจะเดินตามเขาไปเหมือนกัน แต่พอนึกขึ้นได้ฉันก็หยุดเดิน ฉลามหันกลับมามองทันทีเพราะฉันยื้อแรงไว้น้อยๆ ฉันถึงได้มองหน้าเขา ก่อนที่จะตัดสินใจถามออกไป

“... ฉลามทำงานอะไรเหรอ เมื่อกี้อ่ะ” ร่างสูงนิ่งไป แล้วฉันก็บีบมือเขาเบาๆ “ปกติเวลานี้ฉลามจะไม่มีงานนี่... ฉลามหางานใหม่เหรอ?”

“...”

“ตอนที่เราทะเลาะกันพี่เพทายก็บอกเราเรื่องงานใหม่” ฉันพูดถึงเรื่องนั้นด้วย เพราะอยากถามมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็ลืมไปเลย ก่อนที่ท้ายประโยคจะพูดเสียงอ่อนลง “... เราถามได้รึเปล่า”

ฉลามนิ่งไปนานมาก เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนที่จะแค่นหัวเราะ

“ถ้าบอกว่าทำจะว่าปะ?”

“งะ...” ฉันชะงักไป “งานอะไรอ่ะ”

“ก็...” เขากัดฟันกรอด ก่อนที่ต่อมาจะลูบหัวตัวเองแรงๆ “งานในอู่นั่นแหละว่ะ ขอเจ๊ทำเลยเวลา”

“...”

“มีเรื่องจำเป็นต้องใช้ตังค์”

“ยืมเราก็ได้นะ” ฉันรีบโพล่งออกมาทันที ฉันไม่อยากให้ฉลามทำงานทั้งวันแบบนั้นอ่ะ เขาทำงานหนักไปแล้วนะ ร่างกายเขาแข็งแรงก็จริงแต่สู้งานไม่ไหวหรอก “ฉลามอย่าทำงานหนักขนาดนั้นเลย... เราเป็นห่วง”

“บ้า” เขาหันมามองหน้าฉัน “ใครจะยืมเธอ?”

“... ก็เราให้ยืมได้”

“ห่วงเรื่องตัวเองก่อนดีกว่าว่ะนิ้ง” เขาพูดกับฉันเสียงเข้มขึ้น “ไอ้ตัวเราแม่งยังมีแรง ยังไม่ง่อย พึ่งตัวเองได้เราก็พึ่งก่อน”

“แต่...”

“ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากขอเงินแฟนตัวเองหรอกว่ะ รู้ปะ”

“...”

“แล้วมันก็เงินป๊าเธอ เค้าให้เธอก็ใช้ไปเหอะ ไม่ต้องให้เรายืม” เขาพูดแค่นั้น ก่อนที่จะสบถออกมาเหมือนไม่เข้าใจตัวเอง แล้วดึงฉันให้ออกไปจากห้องเลย โดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีกหลังจากนั้น ในขณะที่ฉันเองก็เงียบไป

ฉันเองก็รู้นะว่าฉลามเป็นคนที่ชอบพึ่งตัวเองมากกว่าคนอื่น ชอบทำอะไรด้วยตัวคนเดียว

แต่ไม่รู้ทำไม

... รู้สึกแปลกๆ จังเลย

บทถัดไป