HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ (ภาค 4)

HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ (ภาค 4)

Madam Hangover · เสร็จสิ้น · 127.2k คำ

915
ยอดนิยม
943
การดู
3
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

'คะนิ้ง' คือสาววัยรุ่นมหาลัยคณะอักษรปี 2 ที่สวยสะพรั่ง
เเต่ความสวยน่ารักของเธอดันไปกระเเทกตาเด็กอาชีวะเเบบเขา
'ฉลามดุ' จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะจีบสาวเเบ๊วคนนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย
ถือคติที่ว่าตื้อเท่านั้นที่จะได้ครองใจเธอ
เเต่... ติดอยู่ที่ปัญหาเดียวเท่านั้น ปัญหาเดียวที่ว่านั่นก็คือ
สาวเจ้าดันกลัวเขาเเบบน้ำหูน้ำตาไหลพรากทันทีที่เข้าใกล้
ก็เเค่บุกไปขอเบอร์โทร จนกระทั่งตามไปส่งบ้าน
โทรหาทั้งเช้าเเละเย็น พร้อมกับบุกไปรับส่งที่มหาวิทยาลัย
ก็คนมันชอบ ก็ไอ้ฉลามดุหัวโจกอาชีวะคนนี้มันชอบเธอ จะให้ทำไง

บท 1

“เมื่อคืนเราอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย... เพราะฉลามคนเดียวอ่ะ”

“เอ้า” ร่างสูงโพล่งขึ้นมา หลังจากที่มาส่งฉันในเที่ยงของวันถัดไป แล้วฉันก็บ่นเขามาตลอดทางเรื่องที่เมื่อคืนเขาทำให้ฉันอ่านหนังสือไม่จบบททั้งๆ ที่ฉันจำเป็นต้องอ่านทบทวนให้จบในคืนนั้น แต่พอเขามานอนก็ทำฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย “เกี่ยวไรวะ”

“ก็ฉลามชวนเราคุยอ่ะ เมื่อคืนก็พาเราหลับจนเราลืมอ่านหนังสือเลย”

“...”

“... ถ้าวันนี้เราเรียนไม่รู้เรื่องก็เพราะฉลามคนเดียว”

“อะไร อย่ามาโทษดิ” เขาพูดแล้วเอามือมาลูบหน้าฉันเหมือนจะแกล้งๆ จนฉันต้องดึงมือเขาออกด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “จะบอกไรให้ เธอสนใจเรามากกว่าหนังสืออีก”

“มะ... ไม่ใช่นะ” ฉันแก้ตัวเสียงสั่น “ก็ฉลามชวนเราคุย...”

“เธอคิดว่าเราน่าคุยมากกว่าหนังสือ ถูกปะ?” แต่ฉลามก็แกล้งแหย่แทรกเสียงฉันขึ้นมา ฉันหน้าแดงไปหมดเลย พูดอะไรไม่ออกด้วยอ่ะ “ดูดิ ถึงขนาดทิ้งหนังสือมาเสียเวลาคุยกับเรา”

“...”

“น้องรักพี่มากเลยใช่ปะ?” ฉันหน้าร้อนจนชาไปหมดพอโดนแหย่อีกแล้ว เห็นว่าตรงนี้มีแต่นักศึกษาก็เลยก้มหน้างุด แล้วสั่นหน้าเบาๆ ก่อนที่ฉลามแค่นหัวเราะ พอเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบเขาถึงได้เปลี่ยนเรื่อง “แล้วคืนนี้อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ เดี๋ยวเรามารับอีกทีตอนห้าทุ่ม”

“...”

“แต่ห้ามใส่สั้น อย่าแขนกุด ให้ดีเอาเสื้อที่แม่งปิดนมเธอไปเลย”

“อะ... แต่”

“กางเกงขาสั้นก็ห้ามใส่ ไม่งั้นเราจะจับเธอแก้ผ้าแล้วเปลี่ยนเสื้อใหม่ให้เธอเอง” เขาพูดแล้วชี้นิ้วมาชนปลายจมูกฉันเหมือนไม่ให้ฉันเถียงเขา ฉันทำหน้าเอ๋อแล้วหน้าแดงก่ำออกมาเลยพอได้ยินประโยคนั้น ฉลามพูดเร็วมากอ่ะ แล้วก็ดูดุมากจนฉันพูดต่อไม่ออกเลย “มันอาจเป็นชุดนอนก็ได้ ถ้าเราเป็นคนเปลี่ยน”

“...”

“ถ้าไม่อยากอายคนอื่นก็เชื่อเรา เข้าใจปะ” ฉันสะอึกไป แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่นจนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วร่างสูงก็ขยี้ผมฉันอย่างพอใจ “เออ น่ารัก”

“... นี่ฉลามไม่ได้หึงเราใช่มั้ย” ฉันถามเสียงเบา แล้วเขาก็นิ่งไป

“เค้าเรียกว่าช่วยเมียแต่งตัวยังไงไม่ให้น่าโดนล่อมากกว่าว่ะ” เขาตอบแล้วแค่นหัวเราะ ในขณะที่ฉันเองก็เหมือนพูดไม่ออกไปอีก “หรือเธออยากโดนไอ้พวกหื่นๆ ในนั้นมันลูบเธองี้อ่ะ”

พูดแล้วเขาก็เอื้อมมือมาไล้แขนฉันเบาๆ จนฉันสะดุ้งโหยง

“ฉะ... ฉลาม”

“ชอบปะ?” เขาเลิกคิ้วถาม แล้วรั้งเอวฉันให้เข้ามาใกล้ “ว่าไง”

“มะ... ไม่ชอบเลย” ฉันสั่นหน้าหวือทันที แล้วพยายามดันอกเขาออกเพราะตกใจ “... เราไม่ชอบ”

“มีแฟนแล้ว แล้วเป็นผู้หญิงงี้ มันยิ่งต้องระวังตัว” เขาพูดกับฉันเสียงหนักพอเห็นว่าฉันตอบตรงใจเขา ก่อนที่จะผละออกแล้วดันฉันให้ห่างจากมอเตอร์ไซต์ ตอนนั้นเขาถึงสตาร์ทรถ “เธอรู้ปะว่ารอบตัวเธอแม่งมีแต่พวกแปลกๆ อยู่เต็มไปหมด”

“...”

“แต่ถ้าเธอมีเราอยู่ ใครจะมาทำเหี้ยไรกับเธอก็ไม่ต้องไปกลัวมัน”

“...”

“เราจะเล่นแม่งให้เอง”

ฉันยืนอึ้งไปกับคำพูดของเขา แล้วฉลามก็ยักคิ้วข้างเดียวให้ฉันตอนที่ขับออกไปจากที่ที่ฉันยืนอยู่ทันที โดยที่ทิ้งคำพูดของเขาให้กับฉันที่ยืนอยู่ตรงนั้น

มันฟังดูเหมือนไม่มีอะไรนะ เหมือนเขาแค่อยากจะพูดอะไรให้ฉันรู้สึกเขิน... แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนฉลามกำลังจะบอกว่ามีคนรอบตัวของฉันที่ไม่น่าไว้ใจอยู่ยังไงก็ไม่รู้

... แต่ฉันอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้

[SALAMDU : SIDE]

หลังจากตอนนั้นแม่งก็ผ่านมาหลายชั่วโมง

จนผมไปรับนิ้งกลับห้องแล้วรอจนหนึ่งทุ่มกว่าๆ ที่ตรงกับเวลาเข้างานที่บาร์พอดี

ผมจะดึงเวลาก่อนหน้านั้นออกไปเลยเพราะขี้เกียจอธิบาย มันก็แค่ผมรอจนนิ้งเลิกเลยไปรับเธอตามเวลาเหมือนทุกวัน พอส่งเธอถึงห้องผมก็นั่งเล่นที่ห้องเธอนิดหน่อย พยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธ สักพักถึงออกมาแล้วแต่งตัวเตรียมทำงาน

นิ้งไม่ได้สงสัยไรผม เพราะผมก็ทำตัวปกติไง ใครจะแสดงออกให้รู้วะว่าผมกำลังจะไปทำงานแบบนั้น

ไอ้เดี่ยวขับรถใหญ่มารับผมเพราะมันจะทำเป็นเพื่อน ธรรมดาผมแม่งชอบฉายเดี่ยว แต่งานนี้มีมันด้วยก็ดีว่ะ ผมก็ไม่ค่อยไว้ใจ

“อย่าเยี่ยวแตกนะเพื่อน” มันพูดติดตลกตอนที่วนหาที่จอด แล้วผมก็แค่นหัวเราะ

“มึงคิดว่ากูอายุเท่าไหร่วะ?”

“ไม่ใช่ดิ เยี่ยวที่ว่ากูหมายถึงเวลามึงโดนหญิงเบิร์นด้วยสายตา” มันเข้าเรื่องเหี้ยๆ กับผม “อย่าเสียว”

“กูเสียวแค่กับเมียกูพอ” ผมเล่นกับมันแล้วตบหัวไอ้เพื่อนตายตอนที่เปิดประตูลงไป “ถ้าไม่ใช่นิ้งของกูก็ขึ้นยาก”

“เหยดโด้”

“ลงมาดิวะ รอพ่อมึงบวชอยู่ไง?” ผมตบรถตอนที่เห็นว่าแม่งมัวแต่นั่งอยู่ในรถไม่ยอมลง ไอ้เหี้ยเดี่ยวหัวเราะลั่นทันที ก่อนที่มันจะดับเครื่องแล้วเปิดประตูตามลงมาตบคอผมหนักๆ

“เล่นแรงนะไอ้สัส โดนเมียคุมแล้วมาลงกับเพื่อนเหรอวะ”

“มึงไม่รู้เหรอวะ กูเล่นแรงได้มากกว่านี้อีก” ผมแค่นหัวเราะแล้วตบคอมันกลับ “ลับหลังเมีย”

“ไอ้เหี้ย” มันด่าผม แล้วเดินเข้าไปด้วยกันในร้าน ผมเห็นลูกค้าที่เดินเข้ามามองมาที่ผมกับมันแล้วจ้องจนผมเดินไปในห้องพนักงานเพราะให้ไอ้เดี่ยวมันนำ ไอ้ห่านี่มันเคยทำงานที่นี่ ช่วงที่มันมีเงินลงเหล้าบ่อยๆ มันเลยรู้จุดดี

“ต๊าย มาแล้วเหรอ” เจ๊เพชรเดินมาพูดกับผมทันทีที่ถึงหน้าห้องส่วนตัว เธอมองผมเหมือนทึ่งๆ ก่อนที่จะหันกลับไปพูดกับไอ้เดี่ยว “ทำไมน้องหลามดูดิบขึ้นอ่ะน้องเดี่ยว”

“โกนหัวมั้งเจ๊ แม่งจะบวชให้เมีย” ไอ้เดี่ยวแซวผม ก่อนที่มันจะหัวเราะ

“พ่อมึงตาย” ผมสบถออกมาทันที

“พอๆ เลิกกัดกันแล้วเข้ามาในห้อง เดี๋ยวเจ๊จะบอกคอนเซ็ปของงานในช่วงนี้” เธอพูดกับผม แล้วดึงทั้งแขนผมแล้วไอ้เดี่ยวเข้าไปข้างใน ผมเห็นพวกผู้ชายกำลังแต่งตัวอยู่ข้างใน มันใส่เสื้อกล้าม บางจุดใส่เชิ้ต แต่บางคนก็จ้องหน้าผมเหมือนข้อง ต่อมหาเรื่องผมแม่งยิ่งขึ้นง่ายอยู่ “น้องหลาม เลิกทำตาดุงั้นแล้วหันมาฟังเจ๊นะจ้ะ”

“...”

“ในเมื่อน้องเป็นเพียงไม่กี่คนในนี้ที่มีเมีย เพราะงั้นเจ๊จะแนะนำวิธีที่น้องหลามจะถูกสาวๆ ของที่นี่โลมเลียให้น้อยที่สุด”

“...”

“ลองเอาไปใช้ดูละกันเนอะ”

งานเหี้ยไรวะเนี่ย

“เราอยู่กลุ่มเสื้อกล้ามว่ะ โคตรเจ๋ง” ไอ้เดี่ยวมันตื่นเต้นอยู่ข้างๆ ผม หลังจากที่เจ๊เพชรไรนั่นบอกว่าอีกสิบนาทีจะเริ่มงาน ให้ทำตามคอนเซ็ปที่จัดห่าเหวไรไม่รู้ ไม่ได้ใส่ใจฟัง ผมก็ต้องแต่งตัวตามที่แม่งจัดมาให้ แล้วก็มาจบงี้

ห้องก็หนาวจะตายห่ายังให้กูใส่เสื้อกล้ามอีก ไอ้เหี้ย

“ยังไงก็ต้องถอดอยู่ดีว่ะ ใส่ไปก็งั้นๆ” ผมสวนมันอย่างหงุดหงิด “กูรู้สึกเหมือนเป็นพวกวิปริต”

“สนเหี้ยไรนักหนา”

“แม่งเป็นงานที่กูเกลียดชิบหาย” ผมพูดแล้วทำหน้าเซ็ง “กูว่าถ้านิ้งรู้กูดับแน่ ไม่ใช่ชื่อ ลมหายใจกูเนี่ย”

“เออ ชื่นชมงานใหม่มึงหน่อย เดี๋ยวก็ชินเอง” มันพูดแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ผมเห็นมันพ่นควันออกมาแล้วเสี้ยนว่ะ อยากดูดบุหรี่ชิบหาย แต่ติดที่ว่าทนอยู่ เดี๋ยวนิ้งนอยด์อีก ผมก็ไม่ค่อยอยากทะเลาะอะไรกับเธอ “ใกล้เริ่มงานล่ะ”

“ไอ้เหี้ยเอ้ย” ผมสบถออกมาแล้วลูบหน้าตัวเองแรงๆ พอได้ยินเสียงสัญญาณว่าลูกค้าข้างนอกเต็มแล้วผมเลยต้องกระจายออกไป

ไอ้เดี่ยวเดินไปยืนคุมเชิงอยู่ไกลจากผม แต่ช่างแม่ง โต๊ะที่ผมยืนอยู่แม่งเป็นผู้หญิงทั้งโต๊ะ ใส่ชุดโคตรแรง หนึ่งในกลุ่มนั้นมีคนนึงที่ผมคุ้นหน้าอยู่

พวกเธอทำหน้าเหมือนตกใจที่เห็นผม แต่ผมแม่งเฉยๆ เอาจริงๆ ถ้ามันไม่ใช่นิ้งผมก็ไม่มีอารมณ์หรอกว่ะ ผมไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ว่าจะเป็นใครบ้างนอกจากคนที่ผมรู้จัก ก็บอกอยู่ว่าของมันขึ้นยาก

แต่ถ้าถามว่าขึ้นง่ายตอนไหน

ก็ตอนที่เห็นชั้นในนิ้งไง ที่เธอถอดให้ผมดูอ่ะ โคตรแจ่ม

คิดแล้วขึ้น ไอ้ห่า

“นี่ใช่นักดนตรีที่สกินเฮดคนนั้นมั้ยวะอีวี หน้าคุ้นๆ”

“ไม่คุ้น มึงดูรอยสักดิ กูว่าใช่เลยแหละ”

“ว๊าย ทำงานที่แบบนี้ด้วยเหรอวะ กูบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นก็แค่ของรอวันทิ้ง”

ผมได้ยินที่พวกเธอพูดก็เริ่มขมวดคิ้วนิดหน่อย มันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินไรทำนองนี้ แต่เพลงในบาร์ก็ขึ้นก่อนที่จะได้จับใจความ

แม่งเป็นเพลงฝรั่ง ผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเพลงขึ้นมันก็เริ่มเวลางาน ผมต้องถอดเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่ออกทางหัวต่อหน้าพวกเธอ คนอื่นก็ต้องทำเหมือนกัน แม่งจัดมาให้งั้น ผมก็แค่ทำตาม

ผมเห็นว่าผู้หญิงพวกนั้นกรี๊ดออกมาแต่ไม่ได้ใส่ใจมาก ผมโยนเสื้อทิ้งไปทางเก้าอี้อีกด้านที่ไม่มีใครนั่ง ก่อนที่จะต้องจำใจเดินไปกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ

“กินไรยัง?” ผมแม่งกระดากชิบหาย แต่ก็ต้องถามงั้น ฟิลเหมือนม่อหญิง “สั่งไรก็สั่งเลยดิ รออยู่”

ปฏิกิริยาที่ได้คือพวกเธอหันกลับไปมองหน้ากันแล้วกรี๊ดอัดหน้า ผมปวดแก้วหูแต่ก็ต้องจำใจกระตุกยิ้มให้ หนึ่งในนั้นเดินเข้ามานั่งชิดกับผม แล้วไล้มือไปตามคางผมอย่างอ่อยๆ จนผมผงะ

“พี่ทำงานแบบนี้ด้วยเหรอคะ น้องวีไม่เห็นรู้เลย” เธอพูดเหมือนรู้จักผมอยู่ก่อนแล้วยิ้มยั่ว แต่ผมก็แค่นหัวเราะตอนที่รู้สึกอยากดันเธอออกแต่ทำไม่ได้ เพราะแม่งเป็นเงิน “หนีเมียพี่คนนั้นมาทำอะไรแบบนี้ ไม่ดีเลยน้า”

ผมชะงักทันที

เมีย?

“คิดค่าแตะตัว รู้ปะ” ผมอ้างแบบนั้นแล้วคว้ามือเธอออกจากหน้า ถึงจะตงิดๆ อยู่แต่ช่างแม่ง ออกจากวังวนพวกนี้ให้ได้ก่อน “น้องหิวไรก็สั่งดิ ขี้เกียจรอ”

“โหย ดุจังเลย” เธอพูดยิ้มๆ “พี่ดุแบบนี้แค่กับน้องวีรึเปล่า”

“ทุกคน” ผมเริ่มรำคาญเลยตอบงั้น

“แต่ทุกคนที่ดุเนี่ย...” เธอพูดเสียงอ่อน แล้วลูบแขนผม “ไม่ได้ดุแล้วถอดเสื้อแบบนี้ไปหมดใช่มั้ยคะ”

ผมพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ

เอาจริงๆ ปะ ผมไม่ค่อยชอบพวกวอแว แม่งดูไม่ค่อยมีค่า

“บอกว่าคิดค่าแตะตัวไง” ผมพูดเสียงห้วนแล้วเบี่ยงแขนหลบ แต่เธอก็ไม่หยุด

“หวงจัง คิดเท่าไหร่ล่ะ ถ้าเป็นพี่น้องวีให้หมดเลย”

“ต๊าย อีวี แรดมาก”

ผมพูดตรงๆ ว่าผมเคยเป็นแฟนกับผู้หญิงที่แรงประมาณนี้ว่ะ แต่แม่งอยู่กันไม่ได้ อยู่แล้วมีแต่เรื่องทะเลาะเพราะมันแรด แม่งไม่ใช่ว่ะ เข้าใจฟิลปะ

เฉพาะหน้าไปก่อนละกัน

“เอางี้” ผมพูดตัดบท แล้วคว้าข้อมือเธอมาจับไว้ตอนที่ดึงเธอเข้ามาหาตัว แต่ไม่ได้ใกล้มาก “น้องสั่งไรมาก่อน แล้วพี่จะคุยด้วย”

“ว้าย”

“เดี๋ยวพี่แนะนำให้ จะเอาไง?”

“เอาค่ะ จะให้สั่งอะไรก็จะสั่งค่ะพี่”

พอได้ยินผู้หญิงที่ชื่อวีว่างั้นผมก็ฉีกยิ้มให้แบบโคตรเฉพาะหน้า ก่อนที่จะหุบยิ้มลงแล้วปล่อยมือเธอออก เพราะถือว่าผมทำกำไรให้ร้านได้หน่อย เจ๊เพชรบอกลูกค้าพวกนี้เปย์หนัก ถ้าทำได้ดีอาจเพิ่มตังค์ ผมถึงได้พยายามนึกแต่หน้าแม่แล้วทำให้มันคุ้ม

ถ้าไม่ใช่เพราะผมจำเป็น ผมแม่งไม่ทำหรอกว่ะ

ไอ้งานแบบนี้

“ตีหรี่หน่อยมั้ยมึง?”

“กูไม่ตลก” ผมหันไปด่ามันตอนที่เลิกงานแล้วผมโดนโต๊ะผู้หญิงที่ชื่อวีห่าไรนั่นยั่วจนปวดประสาท ไอ้เดี่ยวเล่นมุขเหี้ยๆ กับผม แต่ผมไม่มีอารมณ์เล่นด้วย เมื่อก่อนตอนช่วงโสดๆ ผมแม่งชิวกับผู้หญิงกว่านี้นะเว้ย แต่ตอนนี้มันแม่ง... “มึงรู้ปะ กูรู้สึกเหมือนกำลังนอกใจนิ้งทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เอากับใครเลยว่ะ”

“มึงคิดไปเองว่ะไอ้หลาม”

“ไหนเจ๊เพชรแม่งบอกว่าถ้าแก้เฉพาะหน้าเค้าจะไม่ยั่วกูวะ กูเห็นแม่งยั่วทั้งงาน” ผมพูดแล้วลูบหัวตัวเองแรงๆ แล้วไอ้เดี่ยวก็คีบบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงมันมาจุดสูบ

“มึงแม่งสดจัดไง กูยังโดนเลย”

“แล้วไง?”

“มึงต้องไหลตามน้ำให้เป็น” มันพูดงั้น แล้วพ่นควันอัดหน้าผม “อยู่ให้เป็น”

“มึงลองไปพูดงี้กับเมียกูหน่อยมั้ย” ผมแค่นหัวเราะ แล้วท้าทายมัน

“มึงยังไม่พูดเลย กูจะไปพูดเพื่อ?”

“ไม่รู้ว่ะแม่ง”

ผมสบถออกมาแล้วหันกลับ มันถึงได้โยนซองบุหรี่ส่งให้ผม ผมรับมาทันที แล้วเห็นมันส่งสายตาประมาณว่าให้ผมมวนสุดท้าย ผมถึงได้แค่นหัวเราะ ตอนแรกว่าจะไม่เอา แต่ผมก็เป็นคนเหี้ยๆ คนนึง

“วันนี้กรองทิพย์เหรอวะ เข้มดี” ผมพูดแล้วจุดไฟแช็คแล้วพ่นควันออกมาหนักๆ “ปกติกูก็ดูดไอ้เหี้ยนี่”

“เออ สายเย็นไม่ใช่แนวว่ะ” มันตอบแล้วพ่นควันเป็นวง ในขณะที่ผมเองก็คาบบุหรี่ไว้พอรู้สึกว่าโทรศัพท์แม่งสั่นๆ

พอล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบออกมาดู ผมก็แทบจะพ่นบุหรี่ออก

ไอ้เหี้ย นิ้งโทรมา

“กูออกไปที่รถแปป” ผมพูดกับมัน ไอ้เดี่ยวพยักหน้าส่งๆ ผมเลยเดินออกไปให้พ้นๆ จากเสียงในนี้จนถึงรถมัน ถึงได้รับสายเธอ

คีบบุหรี่ติดมือมาด้วยว่ะ เพิ่งดูดไปซี๊ดเดียว

[รับช้าจัง] นิ้งบ่นทันทีที่ผมยกมือถือขึ้นแนบหู จนผมนิ่งไป [... ฉลามทำงานอยู่เหรอ?]

“เออ ใช่” ผมตอบรับแล้วแค่นหัวเราะกลบๆ “นิ้งโทรมามีไรปะ”

[เราจะโทรมาถามเรื่องชุดอ่ะ นึกว่าฉลามว่างอยู่] เธอพูดเสียงอ้อมแอ้ม [... เราขอโทษนะ ไม่กวนแล้ว]

“ไม่ๆ คุยได้ พูดมาเหอะ” ผมพูดว่างั้นเพราะพอเจอผู้หญิงในนั้นมันก็ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตผมต้องแบบนิ้งนี่แหละว่ะ ไม่รู้ดิ ผมชอบแบบนี้มากกว่า มันพอดีกับผม “เรากำลังคิดถึงเธออยู่พอดี”

[... ขี้โม้] เธอพึมพำเหมือนไม่ค่อยเชื่อ

“พูดจริง” ผมพูดยิ้มๆ แล้วดูดบุหรี่แล้วพ่นควันออกมาซี๊ดสุดท้าย ก่อนที่จะทิ้งลงพื้นแล้วใช้ตีนขยี้ “แล้วจะพูดเรื่องชุดไร ที่ใส่ไปคืนนี้ปะ?”

[อื้อ] เธอครางรับ [เราลองใส่แล้ว อยากให้ฉลามมาดูอ่ะว่าฉลามโอเครึเปล่า]

“รอห้าทุ่มอ่ะ เดี๋ยวไป” ผมตอบงั้น แล้วแค่นหัวเราะเพราะรู้สึกดีที่เธอแคร์ผม

[... อีกนานเลย]

“คิดถึงอ่ะดิ” ผมแหย่พอเธอบ่นเข้ามาในสาย แล้วนิ้งก็เถียงเสียงสั่นกลับมา

[มะ... ไม่ได้คิดถึง เราแค่บอกว่านานเฉยๆ]

“อ้างว่ะ”

[ไม่ได้อ้างนะ]

“นิ้ง รู้ปะ” ผมโพล่งขึ้นมาพอเห็นว่าเธอเขินอยู่ แล้วเธอก็เงียบไป “วันนี้ตอนทำงานเราเจอไรไม่รู้ว่ะ โคตรแย่”

[...]

“มันทำให้เรารู้สึกว่าแบบเธอนี่แหละว่ะนิ้งที่โอเค”

[ระ... เราเหรอ]

“ใช่”

[... ทำไมอ่ะ?]

“เออ ไม่ต้องเข้าใจหรอก” ผมตัดบทว่างั้น เพราะก็ไม่ได้กะจะให้เธอเข้าใจอยู่แล้ว ผมก็แค่อยากพูดเฉยๆ ว่าผมรู้สึกงี้

[...]

“แต่เราว่าแบบเธอดีแล้วว่ะ”

[SALAMDU : SIDE END]

หลังจากวางสายจากฉลามดุไป... ฉันก็นั่งรอเขาจนตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว

ฉลามบอกว่าทำงานอยู่ ปกติเวลานี้ของเขาจะไม่มีงานอะไร มันก็แปลกๆ เหมือนกัน ฉันก็คิดว่าจะถามตอนที่เขามารับนั่นล่ะ

ฉันก้มลงมองชุดตัวเองที่ใส่รอเขาให้เข้ามาดูว่าจะโอเคสำหรับเขามั้ย มันเป็นชุดเอี้ยมน่ารักๆ แล้วข้างบนฉันก็ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่นิดๆ ให้เรียบร้อยที่สุดอย่างที่ฉลามพูดไว้

ก็อกๆ

ฉันรอจนจะสัปหงกกับโซฟา ถึงได้ยินเสียงเคาะประตู ในใจฉันรู้ว่าเป็นฉลามถึงรีบลุกออกไปเปิดประตูให้ทันทีโดยที่ไม่ได้ส่องตาแมวหน้าประตูก่อน เพราะในใจฉันคิดว่าเป็นเขา และพอเปิดประตูออกมาก็เป็นฉลามจริงๆ ด้วย

“ฉลาม” ฉันเรียกเขา มาก่อนเวลาอีกอ่ะ “มาเร็วจัง เรารอ...”

หมับ

แต่อยู่ดีๆ ฉลามที่ดันประตูปิดลงก็รั้งเอวฉันเข้ามากอดเอาไว้แน่นทั้งตัว

ฉันเบิกตากว้าง ในขณะที่เขาเองก็กอดฉันแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก ฉลามจูบแก้มฉันหนักๆ ตอนที่หันหน้าเข้ามาหาทั้งๆ ที่ยังกอดฉันอยู่ ฉันหน้าร้อนขึ้นมา แล้วซุกหน้าลงกับอ้อมกอดเขาอย่างไม่เข้าใจ

“คิดถึงเธอว่ะ” เขากระซิบเสียงหนัก ในขณะที่ฉันเองก็ใจพองโตเล็กๆ

“... เราก็รอฉลามอยู่” ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วซุกหน้าลงกับอกเขา แล้วกอดเขากลับ “ชุดนี้เราใส่ไปได้ใช่มั้ย ฉลามโอเครึเปล่า”

ร่างสูงนิ่งไปเมื่อฉันพูด ก่อนที่จะผละออก เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ฉลามจะกระตุกยิ้มออกมา แล้วเกลี่ยผมของฉันไปทัดหูให้

“เออ แบบนี้โอเค” เขาตอบ ก่อนที่จะหัวเราะ “เหมือนเด็กไปเล่นสวนสนุกกับพ่อดี”

“ฉะ... ฉลาม” ฉันทำหน้าเอ๋อออกมาเลย ทำไมเขาเป็นคนแบบนี้เนี่ย

“ล้อเล่น” เขาหยอกฉันแบบนั้น แล้วรั้งเอวฉันมาใกล้ๆ ตัวเขา “ใส่งี้ก็มิดชิดดี เราชอบ”

“...”

“นิ้งใส่ไรก็น่ารัก”

ฉันก้มหน้างุดทันที แล้วฉลามที่จ้องหน้าฉันอยู่ก็แค่นหัวเราะแล้วลูบผมฉัน ไล่ลงมาถึงแก้มเล็กๆ ของฉัน พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าแววตาของเขาดูเหมือนจะคิดถึงฉันมากเลย... สายตาเขาบอกฉันแบบนั้น

“แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่โคตรคิดถึงเวลาเธอเขินเลย”

“...”

“มันไม่ใช่แค่ใครก็ได้จริงด้วยว่ะ” ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดนั้น ก่อนที่ฉลามจะล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจรถออกมา แล้วหันมาพูดกับฉันตอนที่คว้าข้อมือของฉันมาจับไว้แล้วดึงให้เดินไปด้วยกัน “ไปเหอะ เราต้องไปก่อนเวลา”

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ตอนแรกก็ว่าจะเดินตามเขาไปเหมือนกัน แต่พอนึกขึ้นได้ฉันก็หยุดเดิน ฉลามหันกลับมามองทันทีเพราะฉันยื้อแรงไว้น้อยๆ ฉันถึงได้มองหน้าเขา ก่อนที่จะตัดสินใจถามออกไป

“... ฉลามทำงานอะไรเหรอ เมื่อกี้อ่ะ” ร่างสูงนิ่งไป แล้วฉันก็บีบมือเขาเบาๆ “ปกติเวลานี้ฉลามจะไม่มีงานนี่... ฉลามหางานใหม่เหรอ?”

“...”

“ตอนที่เราทะเลาะกันพี่เพทายก็บอกเราเรื่องงานใหม่” ฉันพูดถึงเรื่องนั้นด้วย เพราะอยากถามมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็ลืมไปเลย ก่อนที่ท้ายประโยคจะพูดเสียงอ่อนลง “... เราถามได้รึเปล่า”

ฉลามนิ่งไปนานมาก เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนที่จะแค่นหัวเราะ

“ถ้าบอกว่าทำจะว่าปะ?”

“งะ...” ฉันชะงักไป “งานอะไรอ่ะ”

“ก็...” เขากัดฟันกรอด ก่อนที่ต่อมาจะลูบหัวตัวเองแรงๆ “งานในอู่นั่นแหละว่ะ ขอเจ๊ทำเลยเวลา”

“...”

“มีเรื่องจำเป็นต้องใช้ตังค์”

“ยืมเราก็ได้นะ” ฉันรีบโพล่งออกมาทันที ฉันไม่อยากให้ฉลามทำงานทั้งวันแบบนั้นอ่ะ เขาทำงานหนักไปแล้วนะ ร่างกายเขาแข็งแรงก็จริงแต่สู้งานไม่ไหวหรอก “ฉลามอย่าทำงานหนักขนาดนั้นเลย... เราเป็นห่วง”

“บ้า” เขาหันมามองหน้าฉัน “ใครจะยืมเธอ?”

“... ก็เราให้ยืมได้”

“ห่วงเรื่องตัวเองก่อนดีกว่าว่ะนิ้ง” เขาพูดกับฉันเสียงเข้มขึ้น “ไอ้ตัวเราแม่งยังมีแรง ยังไม่ง่อย พึ่งตัวเองได้เราก็พึ่งก่อน”

“แต่...”

“ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากขอเงินแฟนตัวเองหรอกว่ะ รู้ปะ”

“...”

“แล้วมันก็เงินป๊าเธอ เค้าให้เธอก็ใช้ไปเหอะ ไม่ต้องให้เรายืม” เขาพูดแค่นั้น ก่อนที่จะสบถออกมาเหมือนไม่เข้าใจตัวเอง แล้วดึงฉันให้ออกไปจากห้องเลย โดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีกหลังจากนั้น ในขณะที่ฉันเองก็เงียบไป

ฉันเองก็รู้นะว่าฉลามเป็นคนที่ชอบพึ่งตัวเองมากกว่าคนอื่น ชอบทำอะไรด้วยตัวคนเดียว

แต่ไม่รู้ทำไม

... รู้สึกแปลกๆ จังเลย

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ดวงใจอัสวัส

ดวงใจอัสวัส

9k การดู · เสร็จสิ้น · เบนจี้ B.J. มัฑศิกาญจน
เธอ... เป็นเพียงเด็กสาวยากจนที่ทำได้แค่แอบรักรุ่นพี่ผู้เพียบพร้อมจากมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย

เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง

ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน

เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด

แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา

เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ

ห้าปีต่อมา...

โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่

เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น

เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ

และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

614.7k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

53.8k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

439.2k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

158.4k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

324.7k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ

บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ

13.6k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เมื่อคนรักเก่าที่เคยถูกเธอทิ้ง กลับมาในฐานะผู้ถือชะตาชีวิตของเธอ...และครั้งนี้เขาจะเอาคืนทุกหยดน้ำตา
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

3.4k การดู · กำลังอัปเดต · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
เมื่อลืมตาขึ้นมา หลินชิงซีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในยุค80 แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ของเด็กๆ ที่กำลังหิวโซ พร้อมด้วยสามีอดีตทหารขาพิการที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งให้รอวันตาย
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

340k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

120.7k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

565.2k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

804.8k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง