บทที่ 2 ภาค 4 Ep.1 วัดใจ (2) จบตอน
เรามาถึงที่ผับของวินในเวลาไม่กี่นาทีเพราะอยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่
ทันทีที่เข้าไปฉันก็เห็นคนอยู่ในนี้เยอะกว่าวันปกติ ฉลามเองก็ชักสีหน้าออกมาอย่างไม่ชอบใจเหมือนกัน แต่เขาก็โอบไหล่ฉันกันไว้ข้างในแล้วเดินเข้าไปในห้องที่ปกติเขาจะพักกันอยู่ในนั้น
ฉันเห็นเจ๊เพทเป็นคนแรก เธอใส่ชุดสายเดี่ยว แล้วก็กางเกงขาสั้นในแบบที่ฉันไม่ค่อยเห็น
“เฮ้ย! ใครให้น้องใส่เอี๊ยมมาผับวะ” เจ๊ทักทายฉันคำแรกด้วยประโยคนั้น ฉันทำหน้าเอ๋อออกมาเลย แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรฉลามก็โพล่งขึ้นมาหน้าตาย
“กูเอง ทำไม”
“มึงหวงเมียมึงมากไปปะวะ กูว่าก็น่ารักดี แต่ไม่ใช่ที่ผับปะ” เธอพูดแล้วดึงแขนฉันให้เข้ามาหาตัว ในขณะที่คนข้างในที่ฉันคุ้นหน้าอยู่แค่ไม่กี่คนจะมองมา ฉันเห็นเล้งกับเดี่ยวอยู่ในนั้นด้วย “ให้น้องเปิดลงเปิดไหล่ เปิดโลกกว้างบ้าง”
“พี่เพทาย คือ...”
“จะให้เปิดโลกกว้างเหี้ยไร คบกับกูนิ้งก็เปิดพอแล้วมั้ย” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไร ฉลามก็สวนขึ้นมาเสียงหนักทันทีเหมือนเขาไม่สบอารมณ์
“แต่มึงก็ต้องปล่อยบ้างปะ”
“เมียกู กูไม่ปล่อย ใครจะทำไม?”
พี่เพทายชะงักไปแล้วจ้องหน้าฉลามเหมือนอยากจะฆ่าเขาทันที ในขณะที่ฉลามเองก็จ้องหน้าเธอเขม็งเหมือนกัน ฉันที่เห็นว่าพวกเขาดูเหมือนจะทะเลาะกันก็เลยรีบเข้าไปจับมือฉลามกับพี่เพทายแล้วบีบเบาๆ ให้พวกเขาใจเย็นลง
“วันเกิดน้องกูอย่ามาปากดีนะอีเด็กเปรต” พี่เพทายเอานิ้วดันอกเขาแรงๆ แล้วฉลามก็แค่นหัวเราะ
“ก็มึงกวนตีนกูก่อนปะ?”
“อะไร กูแค่จะบอกให้มึงเพลาๆ ลงบ้าง เมียมึงจะเป็นเด็กน้อยอยู่แล้ว มึงคิดว่ามึงเป็นพ่อหรือผัวน้องล่ะอีห่า” ฉันหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินพี่เพทายพูดว่าแบบนั้น แล้วฉลามก็บีบมือฉันกลับ
“แล้วถ้ากูจะทำตัวเป็นผัว หรือเป็นพ่อนิ้งแล้วมันยังไง? นิ้งเรียบร้อยจะตายห่ามึงจะให้เมียกูโดนล่อก่อนไงมึงถึงจะเก็ท” เขาใส่อารมณ์ ในขณะที่ฉันเองก็พูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะแทรกยังไงดีเลย... อีกอย่างนี่มันก็เป็นเรื่องของฉันด้วย “เอางี้ มึงถามความสมัครใจเมียกูก่อนดีกว่า เค้าโอเคเค้าถึงทำ เข้าใจปะ กูไม่ได้บังคับขนาดนั้น”
“...”
“แล้วจบเหอะ กูไม่อยากทะเลาะกับมึง”
“โอ้ย กูไม่ได้อยากทะเลาะเล๊ย แค่ถามเฉยๆ แต่พอเป็นเรื่องเมียมึงก็ชอบหัวร้อนงี้ไง อีบ้า!” เจ๊พูดแล้วตบหัวเขา ในขณะที่ฉันที่ยืนอึ้งอยู่ก็หันไปมองฉลาม เห็นว่าเขาแค่นหัวเราะออกมาแล้วดึงฉันให้เข้าไปนั่งข้างในด้วยโดยที่ไม่ตอบโต้อะไร
มะ... เหมือนเมื่อกี้เขาแค่เถียงกันเฉยๆ แล้วก็หายกันเลยอ่ะ
มิตรภาพมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“ทะเลาะกันนานจังนะมึง” น้องชายของพี่เพทายพูดขึ้นมาตอนที่เราเดินเข้าไปนั่งข้างใน ฉันรู้จักพี่เขาเพราะรู้จักกับพี่เพทายอยู่แล้วก็เลยรู้จักญาติเธอด้วย แต่ไม่เคยเจอหน้าเขาเลย เพิ่งมาเจอก็ตอนนี้ พอๆ กับคุณแม่ของพี่เพทายด้วย
“เออ อีหลามมันหัวร้อน อีนี่พอเป็นเรื่องเมียไม่ได้เลย” พี่เพทายแซวเขาที่นั่งอยู่ตรงขอบเก้าอี้ที่ฉันนั่งเพราะที่ไม่พอ แล้วฉลามก็ลูบหัวตัวเองแรงๆ
“ปากเจ๊มันดีจะตาย มึงไม่รู้เหรอวะไอ้พัส” ฉลามพูดถึงเธอบ้าง แล้วคนที่เป็นน้องชายของพี่เพทายก็หัวเราะเสียงดัง “ดีที่เป็นผู้หญิง”
“ทำไม! ถ้ากูเป็นผู้ชายมึงจะทำไรกู”
“เออ พอๆ พวกมึงนี่พอกันทั้งคู่เลยว่ะ กูเห็นตีกันทุกวัน” พี่พัสยกมือห้ามทั้งสองคน ในขณะที่ฉันเองก็บีบมือฉลามด้วยให้เขาใจเย็นๆ ลง เพราะยังไงพี่เพทายก็เป็นรุ่นพี่เขา แต่ถึงแบบนั้นฉันก็เข้าใจนะ เพราะฉลามคงสนิทกับเธอมานาน แล้วมันคงเหนียวแน่นกว่าที่ฉันเห็น “เห็นเมียไอ้หลามแล้วกูเซ็งเลย คิดถึงเมียกู”
ฉันสะดุ้งน้อยๆ แล้วยิ้มแหยๆ ให้เขาตอนที่ได้ยินประโยคนั้น
“เออพี่ ทำไมเจ๊นุ่นไม่มาอ่ะ” เล้งที่นั่งชงเหล้าให้เดี่ยวอยู่อีกด้านโพล่งขึ้นมา เขาหายไปนานเลย
“ติดงานไง กูบอกให้แม่งคลอดลูกให้กูได้แล้วก็ยังไม่เอา”
“มันก็รักงานมันอยู่ มึงก็ตามใจมันไปก่อน” พี่เพทายพูดกับเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปตบบ่าเขาหนักๆ “มันอายุมากกว่ามึงนะอีพัส เท่ากูด้วย วัยมันกำลังทำงาน”
“เออ ก็คงงั้น เดี๋ยวกูรอมันฉลองวันเกิดหลังไมค์” พี่พัสพูดแล้วแค่นหัวเราะ “คืนนี้”
“อีเปรต” พี่เพทายสบถออกมาทันทีพอเห็นว่าเขาพูดกำกวม ในขณะที่ฉันก็เห็นว่าฉลามเองก็ก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือ
“เดี๋ยวกูต้องขึ้นเล่นล่ะ” อยู่ๆ เขาก็พูดกับทุกคนแล้วลุกขึ้น “มึงจองโต๊ะข้างนอกไว้ยัง?”
“ให้อีวินจองโต๊ะใหญ่ไว้ล่ะ ติดเวทีอยู่ มึงจะได้ดูเมียมึงได้ไง”
“ทำตัวน่ารักก็เป็นว่ะเจ๊” ฉลามหัวเราะ ก่อนที่เขาจะหันมามองหน้าฉันแล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “เดี๋ยวมานะนิ้ง อยู่กับเจ๊มันไปก่อน”
“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับ ฉลามกระตุกยิ้ม เขาโยกหัวฉันแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
ปึง
“เฮ้ย นั่นไอ้หลามแน่เหรอวะ กับเมียแม่งเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย” พี่พัสโพล่งขึ้นมาหลังจากที่ประตูปิดลงแล้วหัวเราะ ก่อนที่จะหันมาพูดกับฉัน “น้องมีของปะวะ ปกติไอ้ห่านี่แม่งพาลคนไปทั่ว เหมือนพวกเมนส์มาตลอดเวลาอ่ะ”
ฉันคลี่ยิ้มออกมาแล้วสั่นหน้าเบาๆ เพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี
“โอ้ย อีพัส นี่ยังน้อยไป” พี่เพทายเองก็หันมาสมทบอีกเสียง เธอคงจะหมั่นไส้เขามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว “ปกติกูเห็นกับคนอื่นๆ ไม่เห็นมันจะแคร์เหี้ยไรเลย แต่กับน้องนิ้งเวลาแม่งทะเลาะกันทีนี่เหมือนจะเป็นจะตาย”
ฉันก้มหน้างุดทันที... เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ?
“ล่าสุดแดกเหล้าเพราะเฮิร์ทเรื่องเมียแล้วเอาขวดฟาดหัวตัวเองว่ะ อีห่า มึงเห็นแผลที่หัวมันปะ แต่จางๆ ล่ะ”
“สัส จริงเหรอวะ โคตรโหด”
“กูว่าถ้าน้องจะเครียดเรื่องคนแบบนี้จะนอกใจนะ สู้ไปเครียดเรื่องที่เมื่อไหร่มันจะเลิกทำตัวขี้หึงพร่ำเพรื่องี้ดีกว่าว่ะ” เจ๊พูดเหมือนจะบอกฉันกลายๆ แล้วไล่มองชุดฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดูดิ ใครใช้ให้มันบอกเมียให้ใส่เอี๊ยมเด็กแบบนี้มาผับวะ โคตรบ้าบอ”
“ปากมึงนี่ กูว่าก็น่ารักออก” พี่พัสชมฉันยิ้มๆ
“น่ารักกับผี! นานๆ จะกินเลี้ยงงานใหญ่ทั้งทีก็ปล่อยๆ บ้าง กูก็ดูให้อยู่ มันอ่ะบ้า ผีเข้าผีออก ดีนะที่ไม่ให้ใส่ชุดนอนมา”
“พะ... พี่เพทาย” ฉันเรียกชื่อเธออย่างอายๆ เพราะฉลามเคยบอกแบบนั้นจริงๆ
“เออ ช่างเหอะ” พอเห็นว่าฉันเองก็เริ่มอึดอัดพี่เพทายก็พูดปัด ก่อนที่เธอจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาจูงมือฉันตอนที่กวักมือให้คนอื่นๆ ออกไปข้างนอกด้วยกัน “น้องนิ้งอยู่ใกล้ๆ เจ๊ไว้นะ”
“ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเธอถึงจูงมือฉันให้เดินตามไปที่โต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ กับเวทีที่วงดนตรีของฉลามกำลังเล่นอยู่ ฉันเห็นฉลามอยู่ข้างบนก็เลยมองเขา เห็นว่าร่างสูงมองกลับมา แล้วเขาก็ยักคิ้วข้างเดียวให้
... เมื่อกี้โดนเค้าแอบว่าอยู่นะรู้มั้ย
ฉันคิดแล้วคลี่ยิ้มกลับให้เขา แล้วบอกเขาแบบไม่มีเสียงว่าให้ลงมาเร็วๆ นะ ฉันจะรออยู่ตรงนี้
ฉลามกระตุกยิ้มออกมาทันที ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าอย่างกวนๆ แล้วหันกลับไปเล่นกีต้าร์ต่อกับเพลงนั้น ฉันถึงได้ยิ้มอยู่คนเดียวแล้วนั่งลงข้างๆ พี่เพทาย
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีกันแล้วสิช่วงนี้” ฉันสะดุ้งเมื่อพี่เพทายที่จ้องหน้าฉันอยู่คุยด้วย ก็เลยคลี่ยิ้มแห้งๆ กลับไป “อีหลามมันทำตัวดีขึ้นแล้วใช่ปะ”
“ค่ะ พอทะเลาะกันครั้งนี้เค้าก็ดีขึ้นเยอะเลย” ฉันพูดไปตามที่ฉันรู้สึกจริงๆ “... แต่ไม่รู้ว่าจะดีไปได้ถึงเมื่อไหร่เหมือนกัน”
“อีหลามอ่ะ ให้เจ๊พูดตรงๆ ปะ” อยู่ดีๆ พี่เพทายก็โพล่งขึ้นมา แล้วมองหน้าฉัน “มันไม่รู้ตัวหรอก แต่มันเองก็ไม่ต่างกับน้องนิ้งเท่าไหร่”
“คะ?”
“น้องนิ้งจำที่บอกกับเจ๊ได้มั้ยที่นิ้งบอกเจ๊ว่ามันเคยมีแฟนมาก่อน คงมีประสบการณ์มากกว่า” ฉันพยักหน้ารับเพราะยังจำได้ “มันมีแฟนมาก่อนหลายคนก็จริง แต่มันไม่เคยรักใครเอาแน่เอานอนได้สักคน”
“...”
“ไอ้หลามมันเป็นพวกเถรตรง พอมันรู้ว่าแม่งไม่ใช่ก็เลิกเลย มันถึงคบใครไม่ยืด” เจ๊พูดแล้วฉีกยิ้มให้ฉันที่นิ่งไป “พูดง่ายๆ ก็คือน้องนิ้งอ่ะ คงใช่สำหรับมันไง มันเลยแคร์แต่น้องนิ้ง ดูอย่างที่เจ๊พูดเมื่อกี้ดิ มันยังหัวร้อนด่าเจ๊จะตายห่า ทั้งๆ ที่ปกติมันไม่สนหรอก เรื่องยิบย่อยพวกนี้”
“...”
“บางเรื่องอีหลามมันก็โง่ มันมีแค่ประสบการณ์ชีวิตว่ะน้องนิ้ง แต่ผู้ชายยังไงมันก็ผู้ชาย บื้ออยู่วันยังค่ำ”
“...”
“บางเรื่องก็ต้องยอมรับนะ นิสัยมัน ตัวมัน เจ๊ว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น” เธอพูดแล้วตบไหล่ฉันเบาๆ ในขณะที่ฉันเองก็คลี่ยิ้มกลับ “น่ะ ยิ้มให้เจ๊อีก เก็ทแล้วใช่มะ”
“ค่ะ” ฉันตอบ แล้วหันกลับไปมองฉลาม เห็นว่าเขากำลังจ้องหน้าฉันอยู่ ฉันสะดุ้งเลย แล้วฉลามก็เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่าฉันคุยอะไรกับพี่เพทาย นินทาเขารึเปล่า ฉันถึงได้สั่นหน้าเบาๆ
เขาแค่นหัวเราะออกมา ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจดนตรีต่อ ฉันถึงได้หันกลับมาบ้าง
“เดี๋ยวเที่ยงคืนค่อยเป่าเค้กเนอะ น้องนิ้งอยู่ดึกได้ใช่ปะ?” พี่เพทายหันมาพูดกับฉัน ในขณะที่พี่พัสที่ชงเหล้าคุยกันอยู่กับเดี่ยวและเล้งอย่างเฮฮาอยู่อีกฝั่งก็หันมาตอบแทนฉันบ้างโดยที่ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร
“ไอ้หลามมันก็อยู่นี่ กูว่าคงอยู่ได้แหละว่ะเจ๊ มันทำงานอยู่ข้างบนแต่เห็นหันมาดูเมียตลอด”
“เออ อีห่านี่เป็นงี้แหละ”
“กูขำชิบหาย ปกติไม่เห็นมันจะเป็นงี้ แต่ตอนนี้... เฮ้ย น้องนิ้ง ระวังข้างหลัง” ฉันเบิกตากว้างเมื่อพี่พัสที่กำลังพูดอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าแล้วร้องเตือนขึ้นมา ในขณะที่ต่อมาฉันจะสะดุ้งสุดตัวเพราะอยู่ๆ ก็มีผู้ชายคนนึงโถมทับตัวฉันลงมาทั้งตัว มันเร็วมากจนไม่มีใครห้ามทันเลย
ฉันเห็นว่าฉลามหันมามองทางนี้ทันที ในขณะที่พี่เพทายที่ได้สติก่อนก็ผลักผู้ชายคนนั้นออก ฉันเองก็ผลักเหมือนกันเพราะตัวเขาเหม็นแต่กลิ่นเหล้าแล้วก็ตัวใหญ่มาก เขาจับต้นขาฉันอยู่ด้วย มือใหญ่ๆ นั่นกำรอบต้นขาของฉันเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มลูบเบาๆ แล้วร่นกระโปรงขึ้นสูงจนฉันสะดุ้งเฮือก
“ปะ... ปล่อยนะ ปล่อย” ฉันกลัวจนน้ำตาคลอ แล้วพยายามจะแกะมือของเขาออกอย่างสุดแรง พี่เพทายก็ดึงเขาออกด้วยแรงเฮือกสุดท้ายเหมือนกัน เดี่ยวกับเล้งเองที่เห็นท่าไม่ดีก็มาช่วยด้วย ฉันได้ยินเสียงเอะอะ จนคนนั้นเซแล้วหลุดออกไปจากตัวฉัน
“ทำไรวะเนี่ย!!” พี่เพทายเป็นคนแรกที่ตะคอกใส่เขาอย่างเหลืออด ในขณะที่ฉันกลัวจนพูดไม่ออก “เมาเหมือนหมาแล้วก็อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นดิวะ ทุเรศ”
เขาตัวใหญ่มาก ฉันไม่เคยเห็นใครตัวใหญ่กว่าฉลามเลย แล้วดูก็น่ากลัวด้วย เขามีรอยบากที่หางคิ้ว เหมือนกำลังเมาหนักจนควบคุมสติไม่ได้ แล้วกำลังมองฉันที่รีบจัดกระโปรงที่ร่นขึ้นมาเพราะถูกเขาจับให้เข้าที่ด้วยสายตากระหาย ก่อนที่จะหันกลับมองหน้าพวกพี่เพทายอย่างหาเรื่อง
“แล้วมึงมีปัญหาอะไรวะ?”
“...”
“คิดว่ากูไม่กล้าเล่นผู้หญิงไง อีสารเลว” เขาพูดพร้อมกับจะตรงเข้ามากระชากคอเสื้อพี่เพทายอย่างหยาบคาย แต่เดี่ยวกับเล้ง แล้วก็พี่พัสก็ลุกออกมากันไว้
“มึงจะทำไรพี่กู” พี่พัสพูดเสียงเย็น ผู้ชายคนนั้นแค่นหัวเราะเหยียดทันที เขาทำท่าจะเข้ามาใกล้อีก แต่มีผู้หญิงที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นผู้หญิงที่ทำงานที่นี่รีบเข้ามาควงแขนของเขาไว้ได้ทัน แล้วพูดเสียงอ่อนเสียงหวานตอนส่งสัญญาณให้พี่พัสว่าให้สงบลง
“พี่ใจเย็นๆ นะคะ มาเล่นกับหนูทางนี้ดีกว่า นะคะ” เธอเข้ามาช่วยเราไว้ “หนูรอพี่ไปเข้าห้องน้ำจนปวดขาแล้วนะ”
“พูดงี้ก็สวยดิน้องสาว” เขาหันไปพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะชี้หน้าพี่เพทาย “อย่าให้กูเจอพวกมึงอีกนะ”
“โอ้โห อีบึกนี่ แม่งจะเล่นกับกูใช่มั้ย” ฉันรีบคว้าแขนพี่เพทายไว้ทันที ทั้งๆ ที่ยังหน้าซีดเพราะความกลัวอยู่ พี่เพทายกำหมัดแน่น ก่อนที่เธอจะส่งสายตาให้พี่พัสและคนอื่นๆ ไปนั่งสงบสติอารมณ์ ก่อนที่เธอจะหันมาพูดกับฉันอย่างเป็นกังวล “เจ๊อ่ะโอเคแล้ว แต่น้องนิ้งเป็นไรมั้ย เมื่อกี้โดนมันทำไรรึเปล่าวะ”
“นะ... นิดหน่อยค่ะ แต่นิ้งไม่เป็นไร” ฉันตอบเสียงสั่นเพราะอยากให้เธอสบายใจขึ้น จนรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่าง ฉันถึงได้หันไปมองเวทีพอได้ยินเสียงเอะอะจากตรงนั้น
ฉันหน้าชาไปหมดพอเห็นว่าบนนั้นเป็นภาพของฉลามที่ยืนอยู่ เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เล่นดนตรีต่อ แล้วถือกีต้าร์ไว้ด้วยมือข้างเดียว แต่นั่นไม่เท่ากับที่ฉันเห็นว่าสายตาของเขาจ้องมาทางฉันด้วยแววตาวาวโรจน์ ก่อนที่จะหันกลับไป มันเป็นแววตาในแบบที่ฉันคิดว่าน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเห็นเขาโกรธมา
ฉันเห็นว่าคนๆ นั้นรับรู้ได้ถึงสายตาของฉลาม ก่อนที่จะสะบัดมือจากพี่ผู้หญิงคนนั้นออกด้วยความเมาแล้วเดินเซเข้าไปที่หน้าเวทีทันที
มะ... ไม่นะ
[SALAMDU : SIDE]
ตอนนี้ผมกำลังจ้องหน้าไอ้เหี้ยตัวนึงที่ผมเห็นเต็มสองตาว่ามันลวนลามนิ้งที่โต๊ะ
ตอนนี้สมองผมรวน ประมวลผลไรไม่ได้ ผมรู้แค่ว่าผมกำลังฟิวส์ขาด ตาผมจ้องมันเขม็ง ในขณะที่หูได้ยินเสียงคนข้างล่างเอะอะว่าทำไมไม่เล่นต่อ จนแม่งเดินมาที่หน้าเวที แล้วพูดกับน้องในวงผม
“เฮ้ย ทำไมไม่เล่นต่อวะ” มันพูดเหมือนเมาๆ แล้วตบเวทีเสียงดัง “กูอยากได้เพลง EBOLA เล่นให้หน่อยดิ๊”
“เอ่อ พี่ครับ แต่วงผม...”
“มึงจะเล่นไม่เล่นไอ้สัส อย่าให้กูโมโห” มันกระชากเสียง ผมพูดตรงๆ ว่าผมทำงานที่นี่ ผมเจอคนเมามาหลายประเภทว่ะ ปกติผมควบคุมสถานการณ์ได้ เอาจริงๆ แม่งไม่ยาก
แต่กับไอ้เหี้ยนี่ กูขอสักวัน
“กูไม่เล่น” ผมกระแทกเสียงขึ้นมา เส้นเลือดที่คอขึ้นเป็นริ้ว แล้วทิ้งกีต้าร์ลงพื้นเสียงดัง “มึงจะทำไม”
“มึงพูดอีกทีดิ๊?” มันเลิกคิ้วแล้วหันความสนใจมาทางผมทันที น้องๆ ในวงมันก็รู้ดีว่าผมเป็นคนยังไงเลยเงียบ ไอ้ห่านี่มันตัวใหญ่ แต่ผมไม่กลัวเหมือนพวกมันหรอกว่ะ
ผมคว้าไม้กลองในมือน้องมาถือไว้ ก่อนที่จะกระโดดลงไปยืนประจันหน้ามันที่หน้าเวทีข้างล่างโดยที่ไม่สนใจหน้าไหนที่แม่งห้าม เวลาผมฟิวส์ขาดใครก็ห้ามไม่ได้ ผมจ้องหน้ามัน ในขณะที่มันเองก็จ้องหน้าผม
“กูบอกว่ากูไม่เล่น มึงมีปัญหามั้ย?”
“หาเรื่องกูเหรอ ไอ้เด็กน้อย” มันพูดแล้วยกมือขึ้นมาตบหัวผม “มึงเป็นผัวน้องผู้หญิงคนนั้นอ่ะดิ กูเห็นมึงตัวติด เหมือนขี้”
“...”
“แต่กูจะบอกไรให้นะไอ้โล้น มึงอย่ามาลองของกับกู อย่างมึงไม่คณา...”
พลั่ก!!
ผมไม่รอให้มันได้ปากดีอะไรกับผม ผมเงื้อไม้กลองที่ถือมาฟาดใส่หน้าแม่งสุดแรงทันที ไม้กลองหัก เสียงรอบตัวดังขึ้นมาแต่ผมไม่สน ใครที่มันทำเมียผม แม่งต้องโดนให้หนัก ทำผมได้ แต่อย่ามาทำนิ้ง
ไม่งั้นผมจะเอาให้ตาย
“อั่ก... ไอ้เหี้ย!!” มันตวาดแล้วพ่นเลือดในปากลงพื้นก่อนที่จะจะกุมหน้าข้างที่โดนผมฟาด ผมพุ่งเข้าชนแม่งทันที แล้วเสยคางมัน ฮุกหมัดขวาใส่ท้องมันเต็มแรงจนแม่งตัวงอแล้วล้มลงไปนั่งกับพื้นแบบไม่ให้มันได้ตั้งตัว
ผมได้ยินเสียงนิ้งกับเจ๊ แต่ผมของขึ้น เลยจะซัดเข่าเข้าหน้าแม่งให้ล้ม แต่มันกลับไหวตัวทัน แล้วคว้าเข่าผมกระชากให้ล้มกองไปกับพื้น
หลังผมกระแทกพื้นเต็มแรงจนผมจุก มันเริ่มบิดขาผมจนรู้สึกว่ากระดูกลั่นในนั้น ผมรู้ว่าตัวเองกำลังเจอศัตรูที่สมน้ำสมเนื้อ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ผมก็เจ็บมาเยอะเหมือนกัน ก็เลยใช้ศอกทุบหัวมันให้เลิกหักขาผม
มันต่อยเข้าหน้าผมตอนที่ขึ้นอยู่เหนือผมได้เพราะแม่งตัวใหญ่กว่า หน้าผมชาไปครึ่งซีก ก่อนที่จะใช้ส้นตีนยันท้องมันออกแล้วถีบอัดเต็มแรงจนแม่งกระเด็นออกไป ผมถึงได้ถ่มเลือดในปากลงพื้นเพราะหมัดแม่งหนักใช้ได้ มันใช้เทคนิกต่อยแบบผมเลยว่ะ ใช้กระดูก แม่งเลยเจ็บกว่าปกติ
พอมันลุกขึ้นได้ผมถึงซัดหน้ามันให้หงาย มันซัดผมกลับแต่ผมรู้จังหวะเลยหลบทัน แต่มันสวนมาอีกหมัดพร้อมกันผมเลยหลบหมัดที่สองไม่ทัน มันซัดเข้าเต็มจมูกผม แล้วกระแทกหัวเข้าหน้าผมแบบจังหวะต่อจังหวะจนผมเซ ผมหอบหายใจ ก่อนที่มันจะคำรามแล้วพุ่งเข้ามาล็อคคอผมในจังหวะที่ผมเจ็บอยู่ แล้วรัดคอผมแน่น
ไอ้เหี้ย
“มึง...!” ผมพูดไม่ได้เพราะมันรัดจนหายใจไม่ออก ตาผมเริ่มมองไรไม่ชัดเพราะไม่มีอากาศหายใจ แต่ผมมันพวกสู้ไม่ถอย สายตาผมเห็นขวดเหล้าที่โต๊ะข้างๆ ตอนที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้าม บางส่วนยืนเชียร์ผมอยู่ด้วยซ้ำ
ผมกัดฟันกรอดตอนที่พยายามจะขยับตัวไปคว้าขวด จังหวะนั้นผมเห็นนิ้ง เห็นเธอมองมาที่ผมเหมือนกลัว ผมนิ่งไป ตอนนั้นถึงได้ถูกมันดันจนหน้าคว่ำลงไปกับพื้นสุดแรงจนหน้าผมกระแทก
แม่งเอ้ย เลือดออก
“... อั่ก!”
ผมใช้จังหวะนั้นใช้ศอกทุบเข้าที่หัวมันเต็มแรงซ้ำๆ จนมันปล่อยมือแล้วพลิกตัว ถึงผมจะตัวเตี้ยกว่าแม่งนิดหน่อยแต่แรงผมก็ไม่เคยแพ้หน้าไหน ผมยกมันขึ้นด้วยหลังตัวเองแล้วใช้หัวพุ่งชนจับแม่งทุ่มใส่โต๊ะสักตัวในนี้ทันทีจนมันพังลดแรงต้าน แล้วพุ่งเข้าไปกันโดยที่เอาขาล็อคช่วงตัวมันไว้
ผมบิดแขนมันให้หักจนแม่งร้องลั่นกันเหนียว ชกหน้ามันสองสามทีด้วยหมัดหนักตัดตอน ก่อนที่จะหักนิ้วตัวเองตอนที่คว้าขวดเหล้าเปล่าที่กลิ้งอยู่ข้างๆ ตัวมาจับปากขวดไว้
ผมถุยเลือดทิ้งเพราะรู้สึกเหมือนมันจะคาอยู่ที่ปาก จมูกเลือดกำเดาแตกเพราะกระแทกกับพื้น เหมือนในปากผมจะเป็นแผลใหญ่เพราะมันเจ็บ แต่แค่นี้ผมแทบไม่ระคายหรอกว่ะ
เทียบกับที่แม่งจับต้นขานิ้งไม่ได้
ผมบอกแล้วไงว่าถ้ามีผมอยู่นิ้งก็ไม่ต้องกลัวไอ้เหี้ยตัวไหนมันจะทำไรเธอทั้งนั้น กูทำได้ทุกอย่างเพื่อนิ้ง ถึงจะต้องเป็นไอ้เหี้ยตัวนึง แต่แม่งก็ช่วยไม่ได้
มันอยากลองของกูเอง
“กูจะทำให้มึงดู ว่าใครที่แม่งเป็นเด็กน้อย” ผมกัดฟันพูดตอนที่ใช้ตีนเขี่ยมันให้พลิกตัวหงายหน้ามาทางผม ไอ้ตัวใหญ่หอบหายใจแรงแล้วมองผม สภาพมันดูไม่ได้ มันทำท่าจะยันตัวลุก แต่ผมก็ใช้ส้นตีนยันหน้ามันไว้
“อะ... แค่ก” ผมขยี้หน้ามันด้วยรองเท้า ก่อนที่จะฟาดขวดนั่นเข้ากับโต๊ะให้มันแตก
นึกว่าจะได้สมน้ำสมเนื้อสักตัว แต่ก็ไม่เท่าไหร่ว่ะ
ผมได้เลือดนิดเดียว
“กูจะเลาะฟันมึงออกด้วยขวดละกัน” ผมแค่นหัวเราะแล้วนั่งยองๆ ตรงหน้ามัน ก่อนที่พอเห็นหน้าแม่งแล้วผมก็สติหลุดเพราะนึกถึงภาพที่มันจับขานิ้งได้ มันติดตาผม ฝังใจผม ผมเลยกระชากคอเสื้อมันมาจนชิดหน้า
ผมเห็นว่ามันดูกลัวผม ทั้งที่แม่งตัวใหญ่กว่า
“กูเห็นว่ามึงจับขาเมียกู” ผมกระซิบเสียงหนักกับมัน “กูตัวติดกับเมียเหมือนขี้ เพราะเหี้ยไรรู้ปะ?”
“...”
“เพราะกูเจ็บได้ แต่เมียกูเจ็บไม่ได้” ผมพูด แล้วเอาขวดเหล้าที่แตกมาจ่อหน้ามัน “แล้วใครที่แม่งมาทำให้เมียกูเจ็บ แล้วยิ่งไอ้เหี้ยตัวนั้นมันกล้ามาทำต่อหน้ากู”
“...”
“กูจะเล่นให้แม่งปางตาย เหมือนอย่างมึงไง เข้าใจมั้ยไอ้ส้นตีน!!”
ผมตะคอกใส่หน้ามันเพราะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ก่อนที่จะเงื้อมือทำท่าจะฟาดขวดเหล้าซัดเข้าหน้าแม่งให้เละ
ผมดูของผมมานาน ตั้งแต่ตอนที่เธอโดนดักตีหัวตอนนั้น ผมคิดว่ามันจะไม่มีเหตุการณ์เหี้ยอะไรที่คนอื่นมาทำเมียผมอีกเพราะผมดูอยู่ แต่แม่งก็มาทำชั่วๆ ทำให้นิ้งรู้สึกแย่ ทั้งๆ ที่ผมกันมาแล้ว แต่ไอ้ห่านี่ก็ยังเล่นกับเธอ
กูจะไม่ปล่อยให้มันกลับไปแบบสภาพดีๆ
