บทที่ 4 ภาค 4 Ep.2 คนโหดที่รักเธอ (2) จบตอน
“ไอ้พัส กูขอโทษว่ะ ที่พังงานมึงเมื่อวาน”
เช้าวันต่อมา ผมบอกนิ้งว่าจะออกมาทำธุระนิดหน่อย เดี๋ยวจะกลับเข้าไปหา ดูนิ้งง่วงๆ เธอเลยบอกว่าจะนอนหลับรอในห้องผม ตอนแรกเธอก็ห้ามเหมือนกัน ก็รู้อยู่ว่าเมียผมเป็นคนยังไง เธอจะให้ผมนอนพักแล้วออกไปทำธุระให้ ผมแม่งไม่รู้จะพูดไงเลยว่ะ แต่พออธิบายว่ามาหาไอ้พัสเรื่องเมื่อคืนเธอถึงเข้าใจ
เธอจะดีกับผมไปไหนวะ เริ่มไปไหนไม่ได้แล้วนะเว้ย
ผมล็อคประตูไว้ บอกให้ยามดูห้องผมให้หน่อย อย่าให้ใครเข้ามาเพราะนิ้งนอนอยู่ ยามใหม่ที่มาแม่งเป็นรุ่นพี่ผม ผมสนิทกับมัน ดึกๆ แดกเหล้าด้วยกันบ่อย ตอนแรกก็จะให้เธอมาด้วย ผมไม่ชอบทิ้งนิ้งให้อยู่คนเดียว แต่เธอบอกเธอชินเพราะตอนส้มไม่อยู่เธอก็นอนคนเดียวบ่อย ผมเลยตามใจไป
ผมจะมาคุยกับเจ๊นิดหน่อย มันเป็นเหมือนที่ปรึกษาผม
เอาจริงๆ ก็รู้สึกว่าช่วงนี้ทำตัวไม่ค่อยดีกับแม่ง
“เออ ไม่มีใครนอยด์มึงหรอกว่ะไอ้หลาม กูสะใจด้วยซ้ำ” ไอ้พัสพูดแล้วตบไหล่ผมที่นั่งข้างมัน “แม่งด่าเจ๊ว่าอีสารเลว พอเห็นมันโดนมึงจับทุ่มลงโต๊ะกูนี่แม่งอยากจะตะโกนเชียร์”
“แต่มึงก็ต้องสำเหนียกแหละว่ะอีหลาม ว่ามันที่สาธารณะ” เจ๊ที่นั่งเช็ดมีดอยู่ฝั่งตรงข้ามเตือนสติผม “กูก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สะใจหรอก แต่กูก็ไม่อยากถือหางให้มึง”
“แล้วเป็นไงบ้าง ไอ้เหี้ยนั่น” ผมถามถึงเรื่องตำรวจ แต่เจ๊ก็สั่นหน้า
“มันจะเอาเรื่องมึง แต่ทำไม่ได้หรอก อีบึกนั่นมันขายยา แจ้งทีโดนสาวเรื่องแน่นอน”
“แต่เท่าที่รู้ไอ้วินแบล็คลิสต์แม่งไว้เรียบร้อย มึงไม่ต้องห่วง พ่อมันใหญ่” ไอ้พัสหัวเราะแล้วพูดสมทบเจ๊ “มันต้องเลือกเพื่อนพี่น้องมากกว่าตัวเหี้ยอยู่แล้ว”
“...”
“อีกอย่างถึงแจ้งมึงก็บอกไปว่าแค่ป้องกันตัว พวกกูเป็นพยานได้”
“ป้องกันตัวเหี้ยไร กูจงใจ” ผมรู้ว่าแม่งเป็นห่วง เรื่องคดีพวกทะเลาะวิวาทไรพวกนี้ผมโดนมาเยอะ และผมก็ไม่ชอบอ้างเรื่องที่ผมไม่ได้ทำ “กูฟาดไม้กลองเข้าหน้าแม่งก่อนด้วยซ้ำ มันทำเมียกู”
“แล้วมึงจะยอมติดคุกให้พ่อมึงมาประกันตัวเหมือนตอนนั้นไง?”
ผมแค่นหัวเราะออกมาทันที “เรื่องของเค้าดิ”
“เอ้า อีห่านี่ พูดไม่รู้เรื่อง”
“เออน่า มันก็ไม่มีไรแล้ว ผับไอ้วินมันก็ใต้ดินล่ะวะเจ๊ เอาไรมาก” ไอ้พัสเถียงเจ๊กลับ เหมือนมันจะเข้าข้างผม “คนแม่งตีกันโคตรปกติ กูเห็นเก็บโต๊ะทุกอาทิตย์”
“ไม่รู้ว่ะ แต่ถ้าน้องทำผิดกูก็ด่าหมด” เจ๊พูดแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าผม ผมจ้องหน้ามันกลับ ผมรู้ว่าเราสนิทกันมานาน แค่มองหน้าแม่งก็รู้ว่าผมคิดไรอยู่ ว่าผมอยากจะพูดอะไรกับมัน เพราะต่อมามันเลยปัดมือไล่ไอ้พัส “เออ อีพัส ไปตามแม่มาหน่อยดิมึงอ่ะ ทำหน้าที่ลูกให้มากกว่าหน้าที่ผัวหน่อย”
“เอ้า ไรของมึงวะ อยู่ดีๆ มาใช้กู”
“เออ แม่นั่งสับไพ่อยู่กับเจ๊อังหน้าปากซอย ขับมอไซต์กูไปลากนางกลับมาที” เจ๊พูดแล้วเอามีดชี้หน้ามันพอเห็นว่าไอ้พัสนั่งนิ่งแล้วกลอกตา “มึงจะไปไม่ไป?”
“เออ! รู้ กดขี่ตั้งแต่เด็กยันโตเลยว่ะ อีนังมาร” ไอ้พัสด่าเจ๊แล้วเดินหัวเสียออกไปข้างนอกทันที ผมรอจนมันขับมอไซต์ออกไป เจ๊มันถึงได้เปิดประเด็น
“เรื่องน้องเหรอวะ” ผมลูบหัวตัวเอง มันถึงได้ถอนหายใจ “มึงจะคิดเยอะไรนักหนาวะอีหลาม กับน้องนิ้งนี่มึงจะแคร์ไปซะทุกอย่างเลยไง?”
“ก็กูรักเค้าไง” ผมพูดตรงๆ “ถ้ากูไม่รักกูก็ไม่แคร์หรอกว่ะ”
“เออ กูรู้ กูเข้าใจมึง”
“...”
“มีเรื่องไรอีก?”
“กูแค่รู้สึกว่ากูทำผิดว่ะ” ผมพูดไปตามที่คิด “แต่งานนี้กูแม่งไม่มีทางเลือกเหมือนกัน มันได้เงินเร็วกว่า ใจกูก็ไม่อยากเห็นแม่กับน้องกูลำบาก”
“...”
“กับน้องกู กูไม่ได้ดูมัน กูไม่เคยกลับบ้าน” ผมพูดแล้วเคาะโต๊ะแรงๆ ระบายความรู้สึก “กูไม่เคยทำหน้าที่พี่กับมัน กูไม่อยากให้น้องกูมาอยู่ในสภาพเหมือนกูตอนอายุเท่ามัน มึงเข้าใจปะ”
“...”
“กูอยากให้มันเรียนไปไม่ต้องทำเหี้ยไร แล้วแม่กู กูทำเค้าผิดหวังกับกูมาตั้งแต่กูอยู่ ม.ปลาย แล้วว่ะ มันฝังใจกูมาตลอด แต่ยังไงเค้าก็แม่กู”
“...”
“แล้วก็นิ้ง” ผมพูดถึงเธอแล้วพ่นลมหายใจ “กูรู้ว่านิ้งแทบไม่ได้ไรกับกูเลย แต่กูไม่อยากหยุดอยู่แค่นี้”
“...”
“มึงรู้ปะว่าเค้าพูดกับกูว่าไงตอนที่ถามเรื่องงานใหม่” ผมหันไปพูดกับมัน “เค้าจะให้กูยืมเงินเค้า แล้วมึงคิดว่ากูจะรู้สึกยังไง? เค้าดีกับกูขนาดนี้ แต่กูเป็นแค่ไอ้พวกกระจอก เสือกเกิดมาไม่มีเหี้ยไรเลย ต้องให้แฟนออกตัวให้”
“...”
“กูอยากมีเงิน กูอยากซื้อรถ อยากทำไรให้เค้าภูมิใจกับกูบ้าง ไม่ใช่มานั่งทำงานเป็นไอ้โง่อยู่แบบนี้”
“...”
“กูไม่มีทางเลือกว่ะ” ผมพูดแล้วหน้าร้อนไปหมด เจ๊ที่นั่งฟังผมเงียบๆ เริ่มเอามือมาลูบหัวผมหนักๆ เท่าที่นานๆ ทีมันจะทำ
“กูเข้าใจมึงอีหลาม” มันพูดแล้วเลื่อนลงมาลูบไหล่ผม “มึงเป็นน้องกูมากี่ปี ทำไมกูจะไม่เข้าใจว่ามึงเป็นคนยังไง”
“...”
“อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องงี้ดิวะ ปกติมึงเป็นคนอวดเก่งไม่ใช่ไง มึงร้องไห้ไม่เป็น ทนแม่งให้สุดหน่อย” ผมแค่นหัวเราะออกมาตอนที่มันพูด
“กูไม่ได้ร้อง” ผมพูดแล้วลูบหน้าตัวเองแรงๆ “มันแค่เครียด”
“เออ กูรู้ ว่ามึงกลัวน้องจะเสียใจ จะทิ้งมึง จะรับสิ่งที่มึงทำไม่ได้” มันพูดแล้วมองหน้าผม “ซึ่งกูก็คิดเหมือนกันว่าน้องแม่งคงรับไม่ได้หรอก กูรู้มาจากอีเด็กเดี่ยวแล้วว่าแนวงานแม่งเป็นแบบไหน ซึ่งกูก็พอเดาออกว่าถ้าน้องรู้น้องต้องเจ็บแน่นอน”
“...”
“น้องนิ้งไม่เคยอยู่ในโลกแบบมึง แล้วมันก็ไม่ผิดด้วยว่ะที่น้องจะรับไม่ได้ เพราะงานมึงมันก็ไม่ได้เป็นงานดีๆ”
“...”
“แต่มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ถ้าน้องมารู้ทีหลัง” ผมนิ่งไป “ชีวิตมึงมันรันทด อีหลาม แต่มึงต้องคิดนะ ว่าจะพูดหรือไม่พูด เพราะมึงยังอยากให้น้องพูดทุกอย่างเลย อย่างที่กูเคยบอก กูว่าน้องเองก็คงไม่ต่างกัน”
“...”
“ชีวิตมึงอาจหาเงินได้ด้วยตัวคนเดียว ยืนด้วยลำแข้งมึงเองได้ก็จริงอยู่”
“...”
“แต่มีเงินมันไม่เท่ากับมีผู้หญิงที่เข้าใจมึงอยู่ข้างๆ หรอกว่ะ” เจ๊พูดแล้วจ้องหน้าผม “ถ้ามึงยังเห็นว่าเค้าเป็นคนที่ทำได้แค่แหววๆ กับมึง ไม่มีสิทธิ์รู้อะไรที่มึงทำ ยังไงชีวิตมึงก็ไม่มีทางครบหรอกว่ะ”
“...”
“มันก็จะขาดๆ แหว่งๆ อยู่งี้แหละ เก็ทที่กูพูดปะ?” ผมจ้องหน้ามันนิ่ง จ้องอยู่แบบนั้นเพราะพูดเหี้ยไรไม่ออก ก่อนที่ผมจะแค่นหัวเราะออกมา
“เจ๊ กูอยากจะพูดมานานแล้วว่ะ” ผมโพล่งขึ้นมา แล้วลุกขึ้น “กูพอรู้ตัวว่ากูไม่เคยเป็นน้องที่ดีของมึงเลยว่ะ สี่ปีที่ผ่านมา”
“...”
“แต่เวลากูมีไรมึงไม่เคยทิ้งกูเลย ที่นิ้งดีกับกูเพราะมึงทำให้กูคิดได้” ผมพูดแล้วบีบไหล่มัน “รักมึงว่ะเจ๊”
“โธ่ ไอ้น้องรัก มานี่มา” มันพูดแล้วอ้าแขนออก ผมเลยเข้าไปกอดมันแล้วตบหลังมันหนักๆ เจ๊ตบหลังผมกลับ “ใครบอกว่ามึงเป็นน้องที่ไม่ดีวะอีหลาม?”
“กูบอกเอง”
“อีห่า ถ้ามึงไม่ดีจริงมึงคงเตลิดไปไกลแล้ว แต่ทุกวันนี้มึงก็ยังอยู่กับกู” มันพูดแล้วตบหัวผมเบาๆ “มึงก็เหมือนน้องชายในไส้กูคนนึง กูก็รักมึง”
“...”
“แต่กูรักน้องนิ้งมากกว่ามึงนิดนึง เพราะเค้าเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ ของกู” มันสวนขึ้นมาอีกประโยค “น้องเป็นเด็กดี กูเลยไม่ไว้ใจใคร แต่วันนี้กูไว้ใจมึงนะอีหลาม มึงเองก็เป็นน้องกู กูรู้จักมึงดีกูเลยไว้ใจ”
“...”
“มึงจะทำไรก็ห่วงน้องหน่อย บางทีน้องไม่ได้เป็นเหมือนเรา มึงอย่าไปกดดันเค้าให้เข้าใจสังคมแบบเรามาก น้องห่วงมึงมากนะอีหลาม กูอยากให้มึงแคร์ตรงนี้ด้วย”
“...”
“ดูแลน้องสาวกูให้ดีหน่อยนะมึง” ผมหัวเราะออกมา แล้วผละออกจากมันด้วยสีหน้าจริงจัง
ผมรู้อยู่แล้ว
“มึงรู้ปะเจ๊”
“...”
“ทุกวันนี้กูก็ไปไหนไม่ได้แล้วว่ะ”
[SALAMDU : SIDE END]
ฉันนั่งรอฉลามอยู่ในห้อง อากาศหนาวมากจนฉันต้องเอาผ้าห่มมาคลุมปิดไว้จนถึงต้นคอ
ฉันตื่นนานแล้วล่ะ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย แล้วก็โทรหาฉลามทันทีที่ตื่นแล้วเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่รับสายเลย
ฉันเป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว ฉลามยิ่งเจ็บมาอยู่ ฉันกลัวเขาจะไปรถล้มที่ไหน หรืออาจจะขับรถมาไม่ไหวก็ได้
ฉันโทรไปหาพี่เพทายแล้วนะ แต่เธอก็ไม่รับเลยอ่ะ
ทำยังไงดี
แกรก
ฉันสะดุ้งน้อยๆ ตอนที่อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ในหัวฉันนึกถึงแต่ฉลาม ก็เลยค่อยๆ คลานลงจากเตียงทั้งผ้าห่มเพราะห้องเขาเปิดแอร์แล้วเดินเป็นวิ่งออกไปข้างนอก
สิ่งแรกที่เห็นก็คือฉลามที่ถือถุงขนมกับกล่องข้าวเข้ามาในห้อง เขามองฉันที่เดินเข้ามาหา แล้วร่างสูงก็เลิกคิ้ว
“ทำไรวะ หนาวเหรอ?” เขาถามตอนที่มองมาที่ผ้าห่มที่ฉันคลุมตัวไว้ แล้วฉันก็ทำหน้ามุ่ยออกมา
“ฉะ... ฉลามหายไปตั้งนานอ่ะ เราโทรไปก็ไม่รับ” ฉันบ่นอุบเสียงตะกุกตะกัก “เราก็นึกว่าจะเป็นอะไร โทรหาพี่เพทายก็ไม่รับ... ไม่มีใครรับสายเราเลย”
“เราก็แวะซื้อข้าวให้เธอไง ไม่ได้ติดมือถือไป” เขาพูดหน้าตาย แล้วเอาถุงที่ถือติดมือมาวางบนโต๊ะทานข้าว ฉันชะเง้อคอมองตาม แต่ก็รีบเดินไปจนชิดกับตัวเขา
“... ฉลามเจ็บแผลรึเปล่า” ฉันถามเสียงอ่อน ร่างสูงชะงักไป แล้วเขาก็แค่นหัวเราะ
“ไม่ว่ะ” ฉันก้มหน้างุดแล้วซบกับแขนเขา แล้วร่างสูงก็รั้งเอวฉันเข้ามาหาตัวเขาทันที “ทำไม เป็นห่วงเหรอ?”
“ก็หายไปตั้งนานอ่ะ...” ฉันงึมงำอย่างน้อยใจ “เราโทรไปก็ไม่รับ เราก็นึกว่าเป็นอะไรซะอีก”
“เป็นห่วงไรนักหนา ไม่ได้โดนแทง” เขาพูดแล้วดึงฉันเข้ามากอด แล้วฉันก็กอดเขากลับแน่นขึ้น แล้วซุกหน้ากับอกเขาด้วยเพราะฉลามยืนแล้วตัวฉันถึงแค่แผ่นอกเขาเอง จนร่างสูงถามขึ้นมา “หิวไรยัง?”
ฉันสั่นหน้าทันที
“แล้วเป็นไร” เขาพูดเสียงอ่อนลงแล้วดึงฉันที่เอาแต่กอดเขาไม่ยอมปล่อยออกมาสบตาด้วย แล้วฉันก็เม้มริมฝีปากแน่น แล้วเอื้อมมือขึ้นมาลูบแก้มข้างที่ไม่เป็นแผลของเขาเบาๆ
“... ฉลามห่วงตัวเองบ้างได้มั้ย” ฉันพูดแล้วมองตาเขา “เราอยากให้ฉลามดูแลตัวเองบ้าง”
“...”
“ฉลามอาจคิดว่าห่วงเราดีกว่า แต่ถ้าฉลามเป็นอะไรไปเราก็เสียใจเหมือนกัน”
“...”
“... ฉลามสำคัญกับเรามากเลยนะ รู้มั้ย”
ร่างสูงนิ่งไป เขาสบตาฉันเงียบๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือมาขยี้หัวฉัน
“เธอก็สำคัญกับเรา รู้ปะ” ฉันมองเขา ในใจมันพองโตมากๆ ที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น แล้วอยู่ดีๆ ฉันก็รู้สึกอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ ฉันมากกว่านี้อีก ก็เลยกระตุกชายเสื้อของเขาเบาๆ
“หอมแก้มเราหน่อยได้มั้ย” ฉันอ้อนวอนเขาเสียงเบาเพราะเขินอยู่เหมือนกัน แล้วฉลามก็ทำตามที่ฉันขอทันที เขารั้งเอวฉันเข้ามา แล้วก้มลงมาจูบแก้มฉันหนักๆ ก่อนที่จะอุ้มฉันขึ้น เราสบตากันตอนที่ฉลามกันสะโพกของฉันด้วยท่อนแขนข้างหนึ่งเอาไว้ไม่ให้ตก ในขณะที่ฉันเองก็คล้องคอเขา
ฉันโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มเขากลับบ้าง แล้วซุกหน้าลงกับหน้าผากเขา ก่อนที่จะกระซิบถาม
“... ฉลามจะอยู่กับเรานานๆ มั้ย?”
“นานเท่าที่เธออยากให้อยู่” เขาตอบ แล้วฉันก็หัวเราะเบาๆ
“เราอยากให้อยู่ตลอดไปเลย” ฉันพูดแล้วหลับตาลงตอนที่ฉลามจูบแก้มฉัน เขาคลอเคลียอยู่ที่ใบหน้าฉัน ฉันเองก็จูบจมูกเขากลับไปเบาๆ เหมือนกัน ฉันรู้สึกว่าพอได้อยู่กับฉลามแล้วตัวเองไม่รู้จักพอเลย อยากให้เขากอดฉันให้แน่นกว่านี้อีก “... อยากให้อยู่ไปนานๆ อ่ะ”
“ถ้าเธอรักเรา เราก็อยู่แหละว่ะนิ้ง”
“...”
“เธอรักเราปะ?”
“อื้อ” ฉันพยักหน้าหงึกหงักกับแก้มเขาตอนที่ร่างสูงถามย้ำ “รักที่สุดเลย”
“...”
“แล้วฉลามรักเรารึเปล่า?”
“รักดิ” เขาตอบกลับมา ฉันคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ หัวใจของฉันพองโตไปหมด ทุกอย่างเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันจริงๆ เลย
จนฉลามกดริมฝีปากลงมาตอนที่ฉันอยู่สูงกว่าเพราะเขาอุ้มฉันอยู่เหมือนอุ้มเด็กเพราะฉันตัวเล็กกว่าเขามาก ฉันหลับตาลงตอนที่เขาขยับริมฝีปาก แล้วเอื้อมมือมาแตะที่แก้มของเขาเบาๆ ไล่ลงไปจนถึงต้นคอ
เราสัมผัสกันอยู่ซ้ำๆ แบบนั้น จนฉลามผละออก แล้วฉันก็หอบหายใจน้อยๆ
“ไม่ต้องกินข้าวแล้วมั้ง” เขากระซิบเสียงหนัก แล้วฉันก็หัวเราะ
“อื้อ”
“...”
“... เราก็อิ่มแล้ว”
วันนี้เป็นวันที่สงบสุขวันนึงเลย ฉันนั่งอยู่ใกล้ๆ กับฉลามบนโซฟา แล้วซุกตัวกับไหล่เขาตลอด
ฉันตัวติดกับเขาเหมือนเด็ก ฉันก็แค่อยากอยู่ใกล้ๆ ฉลามบ่อยๆ เห็นว่าเขาเองก็ตามใจฉัน ยิ่งฉลามไม่ได้ว่าอะไรฉันก็ยิ่งซุกตัวลงกับไหล่เขา เป็นไปได้ฉันอยากให้มีวันหยุดแบบนี้หลายๆ วัน เราจะได้อยู่ด้วยกันดีๆ แบบนี้ไปตลอด
ฉลามนั่งดูช่องมวยไทยอยู่ เขากดรีโมทเร่งเสียง ถึงฉันจะดูไม่รู้เรื่อง แต่แค่ได้นั่งใกล้ๆ เขาแบบนี้ฉันก็มีความสุขแล้ว
“ฉลาม” ฉันเรียกชื่อเขา พอร่างสูงหันกลับมามองฉันก็คลี่ยิ้มให้
“ไรวะ เรียกเราแล้วไม่พูด” เขาพูดแล้วหยิกแก้มของฉันแล้วส่ายไปมา ในขณะที่ฉันเองก็หลับตาให้เขาจับแก้มอยู่แบบนั้น
“กอดนิ้งหน่อย” ฉันอ้อนเขา ปล่อยให้ฉันซบไหล่เขาอยู่คนเดียวได้ไงอ่ะ นิสัยไม่ดีเลย “... นิ้งหนาวอ่ะ”
“ปิดแอร์นานล่ะ ไม่น่าหนาวแล้วมั้ง” เขาแกล้งฉัน คนอะไร เจ็บแผลอยู่ยังแกล้งคนอื่นได้เลย “ไม่กอดได้ปะ”
“... ใจร้าย” ฉันพึมพำแล้วทำหน้าซึม ฉลามเลยแค่นหัวเราะออกมาแล้วรั้งเอวฉันเข้ามากอดไว้แน่น เขาดึงให้ฉันขึ้นมานั่งทับตักเขาด้วย พอเราสบตากันได้เขาก็หอมแก้มฉันหนักๆ ในขณะที่ฉันเองก็ทำปากยู่เล็กๆ ให้เขาจุ้บฉันบ้าง
ฉลามแค่นหัวเราะออกมา เขาหัวเราะบ่อยมากเลย แล้วเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบฉันหนักๆ ด้วย
... แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วอ่ะ
“ร้ายว่ะเดี๋ยวนี้” ฉลามพูดตอนที่ฉันยิ้มแล้วซุกหน้าลงกับต้นคอเขา “ขี้อ้อนขึ้นปะ ทำงี้อยากได้ไรจากเราเหรอวะ”
ฉันสั่นหน้าเบาๆ
“อยากได้เราปะ จะได้ให้เลย” ฉันหน้าร้อนขึ้นมาตอนที่เขาเอียงหน้ามากระซิบเสียงหนักข้างหู แล้วก็เลยก้มหน้างุด
“... ไม่เอา”
“โห่ ไรวะ”
“อะไรที่เราได้แล้วเราไม่เอาหรอก” ฉันพูดหยอกเขาเสียงอ่อนพอเห็นว่าฉลามพึมพำออกมา แล้วร่างสูงก็ยิ่งฉีกยิ้ม เขาโยกหัวฉันโดยที่ไม่ได้พูดอะไร แล้วซบหน้าลงกับแก้มฉันเงียบๆ ฉันเองก็หลับตาลงพอเริ่มง่วงๆ เหมือนกัน “... ฉลาม”
“ว่าไง” เขาครางรับพอฉันเรียกเขาขึ้นมาอีก แล้วฉันก็เล่นเสื้อของเขาในวันนี้ที่เป็นเสื้อยืดสีเทาเหมือนเด็กน้อย
“ฉลามอายุมากกว่าเราตั้งสองปี... ไม่โกรธเหรอเวลาที่เราทำเหมือนฉลามไม่ใช่พี่แบบนี้อ่ะ”
“จะโกรธทำไม?” เขาเลิกคิ้วถามขึ้นมา “เธอไม่ได้เป็นน้องเราปะ เธอเป็นเมียเรา”
“... แต่เราอายุน้อยกว่าฉลามนะ” ฉันพูดอ้อมแอ้ม
“เออ ช่างเหอะ ตอนจีบเธอเราก็ไม่ได้มองเธอเป็นน้องอยู่แล้ว” เขาพูดแล้วลูบแก้มฉัน “มันมาขนาดนี้แล้วว่ะ”
“แต่เราเคยตบหัวฉลามด้วยนะ” ฉันพูดแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขา
“แล้วไง? จะให้เราตบหัวเธอคืนปะล่ะ” ฉันทำหน้าตื่นออกมาเลยตอนที่เขาย้อนกลับมา แล้วฉลามที่ตอนแรกทำหน้าดุอยู่ก็หัวเราะออกมา “ล้อเล่น”
“ระ... เราตกใจหมด” ฉันพูดแล้วตีไหล่เขาไปทีนึง
“ใครจะกล้าทำเธอ” เขาพูดเสียงเข้มขึ้น แล้วลูบหน้าม้าของฉันที่ปรกหน้าขึ้นให้ “เธอเคยเห็นเราตบเธอคืนด้วยไง?”
“...”
“เราเหี้ยกับคนอื่นได้ถ้าแม่งทำเรา แต่กับเธอเราไม่เหี้ยหรอกว่ะนิ้ง” เขาพูดแล้วจ้องตาฉัน “เราคิดว่าเรารักเธอจนไม่อยากทำแบบนั้น เข้าใจปะ”
“... ฉลาม” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนเลย
“ได้ยินงี้แล้วดีใจปะ?” เขาถามอีก ฉันก็เลยพยักหน้าหงึกหงัก ฉลามจ้องหน้าฉันนิ่ง เขาลูบแก้มฉันอีกที ก่อนที่จะรั้งท้ายทอยฉันเข้ามากอดเอาไว้แน่น ส่วนฉันเองก็กอดเขาไว้แน่นเหมือนกัน
“ฉลามเจ็บแผลมั้ย” ฉันถามขึ้นมาอีก เพราะกลัวว่าเขาจะปวดแผลตอนที่ขยับตัว
“ไม่เจ็บแล้วว่ะ” เขาตอบกลับมา แล้วฉันก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก
“... ดีจัง”
“เป็นห่วงพี่เหรอน้องสาว” เขาถามติดตลก ฉันก็เลยหัวเราะ
“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบา “... นิ้งเป็นห่วงพี่มากเลย”
“พี่อยากให้นิ้งชินกับพี่หน่อย” ฉลามย้อนขึ้นมาอีก น้ำเสียงของเขาดูจริงจังขึ้น “นิ้งก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบเวลาที่ใครมาทำไรเธอ”
“...”
“พี่เคยบอกกับนิ้งตอนที่เราทะเลาะกันว่าถึงพี่จะเหี้ย แต่ถ้าเกิดไรขึ้นกับนิ้ง พี่จะยอมเจ็บให้แบบโคตรไม่ลังเล”
“...”
“แล้ววันนี้นิ้งรู้ยังว่าที่พี่พูดมันจริงหรือโกหก”
