บทที่ 6 ภาค 4 Ep.3 ไม่มีคำว่าแฟนเก่า (2) จบตอน

ฉันเข้าเรียนตามปกติเหมือนอย่างทุกวัน แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานั่งข้างๆ

พอฉันหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ตัวใหญ่ๆ หน้าตาคุ้นๆ แบบนี้ ที่เราเจอกันแค่ครั้งเดียวตอนนั้น

... เพื่อนของส้มหวาน ที่มารับฉันที่พิษณุโลกตอนที่ทะเลาะกับฉลามนี่

“ไงครับ คนสวย” ฉันสะดุ้งน้อยๆ พอเห็นว่าเขายกมือทักยิ้มๆ ท่าทางเป็นมิตรแบบนั้นทำให้ฉันคลี่ยิ้มกลับไป

“ค่ะ” ฉันอึกอักเล็กน้อยตอนประโยคท้าย “เอ่อ เพื่อนของส้ม ชื่อ...”

“แจ๊ค” เขาสวนกลับมาทันที แล้วฉันก็ทำหน้าอ๋อ

“ชะ... ใช่ค่ะ”

“โห่ ชื่อแจ๊คออกจะจำง่าย” เขาพูดอย่างเป็นมิตรแล้วท้าวคางมองฉันยิ้มๆ “วันนี้ขอนั่งด้วยหน่อยนะ”

“อ๋อ ได้ค่ะ” ฉันยิ้มกลับไปตามมารยาท เพราะก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้นก็เลยไม่รู้จะคุยอะไรไปมากกว่านั้น แต่ถ้าเป็นเพื่อนของส้มฉันก็คิดว่าเขาเป็นคนดี ส่วนเรื่องคณะก็เป็นปกติอยู่แล้วค่ะที่จะมีบางวิชาที่หลายคณะจะเรียนร่วมกัน เพราะเป็นวิชาที่อยู่ในหลักสูตรเดียวกัน

แต่เพราะเขาเป็นเพื่อนของส้ม ฉันถึงได้อยากจะถามขึ้นมา

“เอ่อ... คือ”

“ว่าไงครับ” เขารีบหันมาให้ความสนใจฉันทันทีที่ฉันโพล่งออกไปแบบนั้น แล้วฉันก็เริ่มอึกอัก เพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ฉลามฉันก็ไม่ค่อยชินที่จะคุยด้วยเลย เพราะฉลามฉันอยู่ด้วยตลอดจนเราเริ่มรู้นิสัยกัน และสนิทกันมากแล้ว

“คือ... ส้มตอนนี้ไม่ค่อยกลับห้องเลย โทรหาก็ไม่ค่อยรับ”

“...”

“ส้มไปไหนเหรอ?”

“ก็ไปทั่วอ่ะ” แจ๊คตอบกลับมาอย่างสบายๆ ทันที “มันมีงานต่างจังหวัดเยอะ ก็นะ เป็นเด็กนิเทศ ต้องลุยนิดนึง มันก็ทำงานกับแจ๊คด้วยไง”

“... จริงเหรอ”

“ใช่ จริงๆ แจ๊คก็มีงานต่อนะ ช่วงนี้ยุ่งๆ” ฉันพยักหน้าหงึกหงักตามไปด้วย น่าตื่นเต้นดีจัง ฉันเรียนคณะอักษรอยู่ ตั้งใจเรียนก็จริง แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากทำอะไรในอนาคต ส้มตอนนี้ก็เริ่มทำงานแล้ว... แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังเหมือนเด็กอยู่เลย “เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปรับมันที่บางแสนแล้วไปต่ออีก วันนี้นานทีจะมาเรียนนะเนี่ย”

“...”

“โชคดีที่มาเจอเพื่อนคนสวยของไอ้ส้มก่อน” เขาพูดยิ้มๆ แล้วเริ่มแซวเพื่อนตัวเอง “ไอ้ส้มคบกับนิ้งนี่ เวลาเดินต้องเหมือนดอกหญ้ากับดอกฟ้าเลยเนอะ”

“มะ... ไม่หรอก อย่าว่าส้มแบบนั้นเลย” ฉันสั่นหน้า ฉันรู้ว่าชอบมีคนชมแบบนี้ แต่พอได้มารู้จักกันจริงๆ แล้ว ฉันเองก็ไม่ได้มีอะไรเลย ออกจะน่าเบื่อน่ารำคาญด้วยซ้ำไป ก็เลยพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่น “แต่ไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ ดีจังเลยอ่ะ”

“ไม่หรอกว่ะ เอาจริงๆ มันก็เหนื่อย อยากนอนโง่ๆ มากกว่า” เขาตอบออกมาอย่างเป็นกันเอง ไม่รู้สิ... แต่พอคุยกับคนแบบแจ๊คแล้ว มันทำให้ฉันมีความกล้าที่จะคุยกับเขา แล้วก็รู้สึกไม่เกร็งเท่าไหร่ เพราะแจ๊คเองก็มีท่าทางสบายๆ ให้ฉันก่อนด้วย “แต่ไอ้ส้มก็บ่นคิดถึงนิ้งบ่อยๆ นะ”

“เราก็คิดถึงส้มเหมือนกัน” ฉันพยักหน้าตอบทันที เพราะเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว “จริงๆ ถ้าเวลาตรงกันเราก็อยากไปกับส้ม...”

“ไปปะล่ะ” ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ แจ๊คก็โพล่งขึ้นมา “เนี่ย เดี๋ยวแจ๊คไปคุยๆ กับไอ้ส้ม จัดทริปให้ ดีปะ นิ้งจะพาแฟน พาใครมาด้วยได้หมด”

“หะ... หา?”

“จริงๆ แจ๊ครู้เรื่องนิ้งจากไอ้ส้มมาเยอะอ่ะ เลยรู้สึกสนิทกับเธอเร็วจากที่มันเล่า” เขาพูดแล้วลูบท้ายทอยตัวเองพอเห็นว่าฉันดูตกใจที่อยู่ๆ เขาก็ชวนแบบนี้ “ดูม่อๆ ปะ ไม่เนอะ เดี๋ยวแฟนนิ้งต่อยแจ๊ค”

“...”

“จริงๆ แจ๊คเป็นพวกฟรีด้อมอ่ะ เห็นที่มันเล่าว่านิ้งคุณหนูหน่อยๆ เรียนอย่างเดียว แฟนก็ทำงาน นานๆ ทีไปรีแล็กซ์บ้างก็ดี ว่าปะ”

“...”

“เป็นไง ดูเป็นคนดีมั้ย” เขาชี้ไปที่ตัวเองแล้วหัวเราะอีก แล้วฉันที่มัวแต่นั่งทำหน้าเอ๋ออยู่ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนที่สบายๆ กับคนอื่นขนาดนี้อยู่ด้วยก็เผลอคลี่ยิ้มออกมา แล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“อื้อ เป็นคนดีมากเลย”

“ใช่ปะ แต่คนดีส่วนมากต้องโสด” เขาพูดแล้วหัวเราะอีก แล้วฉันก็หัวเราะตาม “คุยกันขนาดนี้ก็เป็นเพื่อนแจ๊คเลยละกัน แจ๊คอยากมีเพื่อนสวยๆ งี้”

ฉันหัวเราะอีก แจ๊คเป็นคนดีจริงๆ ด้วย เขาดูมีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากเลย แล้วถ้าเป็นเพื่อนของส้ม ฉันก็ถือว่าเขาเองก็เป็นเพื่อนของฉันได้เหมือนกัน

“ได้จ้ะ”

ฉันกับแจ๊คเราคุยกันถูกคอมากๆ

ถึงเขาจะดูคล้ายฉลามเล็กๆ ในบางมุม แต่ก็สุภาพกับฉัน แถมยังดูเป็นคนสบายๆ ไม่คิดอะไรมากด้วย ฉันเลยคุยกับเขาแบบไม่เกร็งได้ในทันที

“เนี่ยนิ้ง ตอนไปที่ใต้ แจ๊คไปฝึกสัมภาษณ์กับส้ม” แจ๊คเลื่อนรูปในโทรศัพท์ให้ดูระหว่างที่เราเดินลงจากตึกที่เรียนคลาสนั้น แล้วฉันก็เห็นรูปส้มที่แจ๊คถ่ายตอนเผลอ ก็เลยหลุดหัวเราะออกมา

“ส้มรูปนี้น่ารักจัง”

“มีตอนมันเอ๋อๆ ด้วยนะ นี่อ่ะ ดูดินิ้ง” เขาพูดแล้วขยับตัวมาใกล้ฉันที่เดินอยู่ข้างๆ แล้วยื่นมือถือเข้ามาใกล้ ฉันชะงักไปนิดหน่อย แล้วแอบๆ เอากระเป๋ามากันตัวเขากับฉันไว้นิดๆ อย่างพยายามไม่ให้เสียน้ำใจของแจ๊คมาก “เห็นปะ รูปมันเล็ก”

“เห็นจ้ะ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่จะทำสีหน้ายุ่งๆ ใส่เขา “แจ๊คชอบแกล้งส้มจังเลยอ่ะ ไม่ดีเลยนะ”

“โห่ ก็มันน่าแกล้งนี่หว่า” เขาหัวเราะ แล้วฉันก็หัวเราะตาม ดูแล้วแจ๊คก็ไม่ได้สังเกตอะไรด้วยที่ฉันทำไปเมื่อกี้ เขายังยิ้มง่ายเหมือนเดิม ฉันก็เลยหัวเราะด้วย เพราะอย่างน้อยถ้ามีเพื่อน ฉันก็ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สนิทกันแบบนี้

เราเดินดูรูปกันไปเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกว่าจะเดินชนไหล่ใครสักคนเพราะมัวแต่มองรูปในโทรศัพท์ที่แจ๊คให้ดูจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนอื่นเลย แล้วแขนฉันก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือของคนๆ นั้นแล้วถูกยื้อแรงไว้

ฉันหันกลับไปมองทันทีในขณะที่หยุดเดินพร้อมๆ กับแจ๊ค ก่อนที่จะเบิกตากว้างออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นแฟนของฉันเอง

“... ฉลาม”

ร่างสูงจ้องหน้าฉันกลับ แจ๊คเองก็ยืนเงียบอยู่ข้างหลังฉันเหมือนกัน ตัวของเขาสูงพอๆ กัน ฉันถึงได้เห็นว่าฉลามจ้องหน้าแจ๊คนิ่ง สีหน้าของเขาไม่แสดงความโกรธหรือความรู้สึกอะไรออกมาเลย ไม่ได้บีบมือฉันแน่นจนเจ็บเหมือนทุกทีที่โมโหด้วย

“เพื่อนเหรอวะ?” เขาถามออกมาสั้นๆ แล้วปล่อยมือออก ฉันหันกลับไปมองหน้าแจ๊คอย่างตื่นๆ เขาเองก็ยิ้มๆ ให้ฉัน มีแต่แจ๊คนี่ล่ะที่ดูไม่ค่อยกลัวฉลามเลย

“ครับพี่ ผมเป็นเพื่อนส้ม เลยสนิทกับนิ้งด้วย” เขาตอบอย่างไม่มีอึกอัก ในขณะที่ฉันเองก็คลี่ยิ้มแหยๆ

“เหรอ” ฉลามครางรับส่งๆ ก่อนที่เขาจะคว้าไหล่ฉันหนักๆ จนฉันสะดุ้ง “กลับได้ล่ะ เดี๋ยวคืนนี้เธอต้องไปที่ทำงานเรา”

“อะ... งั้น...” ฉันหันไปมองแจ๊ค แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แจ๊คโบกมือบ๊ายบายฉัน ในขณะที่ฉันเองก็ยิ้มแห้งๆ ออกไปตอนที่โบกมือกลับ

ฉลามคว้ามือฉันแล้วจูงให้เดินไปด้วยกันทันที ฉันเห็นแค่หลังของเขาเลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะฉลามไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนทุกที ฉันก็คิดว่าเขาแปลกๆ มาสักพักแล้ว

“... ฉลาม” จนฉันเรียกชื่อเขาขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงระหว่างที่เขาจูงมือให้ฉันเดินตามมาด้วยกันอยู่ แล้วก็เห็นว่าฉลามนิ่งไป

“...”

“ไม่โกรธเราเหรอ?”

[SALAMDU : SIDE]

ผมหันกลับไปมองหน้านิ้งเงียบๆ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องรู้สึกยังไง เอาจริงๆ ผมก็ยังเหมือนเดิม คือก็ยังหงุดหงิดเวลาที่นิ้งเดินมากับผู้ชายคนไหน ไม่ว่ามันจะเป็นเพื่อนเธอหรือเหี้ยอะไรผมก็ยังเหมือนเดิม ยังจี๊ด แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะหาเรื่องมัน หาเรื่องเมียผม หรือหน้ามืดพาลแม่งไปทั่วทำไม

ผมโคตรไม่ชอบ โคตรหงุดหงิด แต่ก็ไม่อยากทำไรไง เข้าใจปะ

“ไม่มีไรต้องโกรธ” ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะหันหน้ากลับ แล้วก็เห็นว่านิ้งหยุดเดินทันทีแล้วรั้งมือผมไว้จนผมต้องหยุดเดินไปด้วย

“... แปลกจริงๆ ด้วย” ผมได้ยินเสียงนิ้งพึมพำ ก็เลยหันกลับไป

“อะไร”

“ฉลามแปลกไปอ่ะ” นิ้งพูดกับผมตรงๆ “แปลกไปมากๆ เลย”

“...”

พอเห็นว่าผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่จ้องกลับไปนิ่งๆ นิ้งก็เงียบไปบ้าง เธอเริ่มเม้มปากแน่น ทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่คนเดียว จนสุดท้ายก็พูดสิ่งที่คิดออกมา

“... ฉลามเบื่อเรารึเปล่า?” ผมชะงักไป แล้วเธอก็ก้มหน้าลงตอนที่บีบมือผมแน่นขึ้น “เราก็คิดมาสักพักแล้ว ว่าเราที่เป็นแบบนี้มันน่าเบื่อมากเลย”

“...”

“ถ้าเบื่อเรา บอกเราก็ได้นะ”

ผมจ้องหน้าเธอ ก่อนที่อยู่ๆ จะรู้สึกว่า ที่ผมพยายามอดทน นิ่งลงเพราะลึกๆ ผมเองก็อยากโตไปพร้อมๆ กับเธอ อยากให้เธอรู้ว่าถ้าผมจะใจเย็น จะทำตัวมีเหตุผล ผมก็ทำเป็น

เธอจะคิดมากอะไรก็ช่าง แต่พอนิ้งพูดงี้

เออ ผมว่าหงุดหงิดบ้างก็ดี

“นิ้งจะคิดไงก็แล้วแต่ดิ” ผมตอบประชด ผมเองก็มีศักดิ์ศรีของผม เข้าใจปะ ที่ผมพูดกับเจ๊คือใจจริงของผมหมด ผมว่าผมชัดเจนกับเธอตลอดเลยว่ะ ผมพูดเป็นสิบครั้งได้แล้วมั้งว่าผมไม่ได้เบื่อ ไม่เคยคิดงั้น เมื่อเช้าตอนที่เธอถามผมก็พูด

ผมไม่ชอบที่นิ้งดูถูกตัวเอง ทำตัวไม่มั่นใจงี้

เธอไม่รู้เลยเหรอวะว่าตัวเองมีดีไรบ้าง แล้วผมไปไหนไม่ได้

“ฉลาม” นิ้งเรียกชื่อผม แล้วผมก็ไม่คิดจะหันไปมอง ผมรับเธอได้ทุกอย่างนั่นแหละว่ะ อย่างที่พูดกับเจ๊ ก็รู้ว่านิสัยตรงนี้นิ้งเป็นมานานแล้ว แต่มันก็หงุดหงิดไง เข้าใจปะ “... ฉลาม”

“แล้วนิ้งจะให้เราชอบแบบไหน?” ผมถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองเธอ แล้วกวาดขาขึ้นคร่อมเวฟแล้วสตาร์ทเครื่อง “ถามไรนักหนา ดูถูกเราซ้ำๆ สนุกมากเหรอวะ?”

นิ้งทำหน้าตื่นทันที

“... เรายังไม่ได้ดูถูกฉลามเลย”

“ก็ที่คิดว่าเบื่อนี่ก็คือดูถูกแล้วไม่ใช่ไง” ผมสวนกลับ แล้วเธอก็นิ่งไป “ทำไม? อยากให้เบื่อมากเลยเหรอวะ เอาปะ เดี๋ยวเบื่อให้”

“...”

“เธอจะได้รู้ไง ว่าถ้าเราเบื่อจริงๆ เราจะเป็นไง”

“เรา...” นิ้งเหมือนพูดไม่ออก ก่อนที่เธอจะทำหน้ารู้สึกผิดออกมา “เราขอโทษ”

ผมจ้องหน้าเธอเขม็งอยู่แบบนั้น ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าเหมือนมีลูกบาสกำลังพุ่งมาทางนี้ แทบไม่ต้องคิด ผมคว้าไหล่นิ้งให้เข้ามาใกล้แล้วใช้มือปัดลูกบาสออกอย่างแรงทันที

ข้อมือผมปวดๆ นิดหน่อยเพราะแม่งเข้ามาเต็มแรง นิ้งเองก็ตกใจเหมือนกัน

“ฉลาม” เธอเรียกชื่อผมทันทีที่มีสติ แล้วเดินมาจับแขนข้างที่ปัดลูกบาสออกของผมไว้ “เป็นอะไรมั้ยอ่ะ เจ็บมากมั้ย”

“ใครขว้างมาวะ” ผมกำหมัด สบถออกมาแล้วหันไปมองรอบๆ ตัว เวฟผมจอดอยู่ใกล้สนามบาสก็จริง แต่คนที่เล่นอยู่ตรงนั้นมีแค่ไม่กี่คน แล้วดูท่าทางแล้ว...

ผมกดขาตั้งมอไซต์ไว้แล้วลงจากรถตอนที่เดินไปที่สนามบาสทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป