บทที่ 7 ภาค 4 Ep.4 ไม่เหมือนเดิม (1)
“ฉลาม”
นิ้งวิ่งตามผมมา แต่ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเหี้ยไร ลึกๆ คิดว่าไม่น่าใช่ไอ้พวกนี้ แต่ผมก็หน้ามืดนิดหน่อย เพราะถ้ามันไม่ใช่ไอ้เด็กพวกนี้แล้วมันจะเป็นใครวะ ก็เห็นๆ อยู่ เมื่อกี้ถ้าผมไม่ปัดออกให้แม่งคงโดนหน้านิ้งไปแล้ว
“เมื่อกี้ใครขว้างลูกบาสมา” ผมสวนขึ้นมาทันทีที่เดินมาถึง แล้วกระชากคอเด็กสักคนในกลุ่มนั้นได้ วงพวกมันแตกทันที แล้วผมก็ดึงคอเสื้อมันมาจนชิดหน้าตอนที่ถามย้ำ “ถามว่าใครขว้างมา”
“ยะ... ยังไม่ได้ขว้างไปตรงนั้นเลย” มันตอบ แล้วผมก็แค่นหัวเราะ
“ถ้าไม่ใช่พวกมึงแล้วมันจะเป็นใคร หมาเหรอ” นิ้งคว้าแขนผมไว้ให้หยุด แต่ผมเคยบอกแล้วไง ว่าถ้ามันเป็นเรื่องนิ้งผมก็จะกลายเป็นคนแบบนี้ ตอนแรกผมก็ไม่ได้หยาบ จนแม่งทำให้หงุดหงิด “ลูกบาสจะกระแทกตาแฟนกูแตกแล้ว มึงไม่เห็นไง?”
“ฉะ... ฉลาม ใจเย็นก่อน”
“มึงไม่เห็นเหรอวะ” ยิ่งนิ้งห้ามผมก็ยิ่งสติแตก ผมเขย่าคอเสื้อมันแล้วย้ำอีก ก่อนที่จะหันกลับไปมองเพื่อนมันที่เหลือ “ถามก็ตอบดิ ปากอมเหี้ยไรอยู่”
“ก็ผมไม่ได้โยนไปปะ พี่อย่ามาหาเรื่องดิ” มันตอบกวนส้นตีน แล้วผมก็เริ่มของขึ้น
“มึงอย่ามาโกหก ไอ้เด็กเวร”
“ฉลาม พอได้แล้ว” นิ้งกระตุกแขนผมอย่างแรงทันทีตอนที่เห็นว่าผมกับมันเริ่มจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ผมหันกลับไปมองเธอทันที แล้วร่างเล็กก็กระตุกแขนผมซ้ำอีกที เธอบอกผมทางสายตาว่าให้หยุดแค่นี้
ผมจ้องหน้าเธอกลับ ก่อนที่จะปล่อยมือออก แล้วไอ้เด็กนั่นมันก็ลงไปนั่งกองกับพื้นทันที เพื่อนพวกมันรีบเข้ามาดู พวกมันมองผมเหมือนผมเป็นพวกกุ๊ยแต่ไม่ได้เข้ามาทำไร แต่ผมไม่ค่อยแคร์ ที่ผมสนคือนิ้งที่มองหน้าผมเหมือนเธอไม่เข้าใจมากกว่า
ผมเบ้หน้าออกมาทันทีตอนที่หลบตาเธอ ก่อนที่จะดึงมือเธอให้เดินกลับไปที่รถไม่ได้คุยไรนอกจากนั้นอีก ไม่ได้มอง แต่ก็พอรู้ว่านิ้งคงหันไปขอโทษไอ้พวกนั้นแทนผม
ไม่มีคำขอโทษจากปากผมให้พวกมันอยู่แล้ว ผมพูดตรงๆ ว่าไม่มีใครในโลกที่ผมแคร์หรือใส่ใจไรกับมันมาก ผมไม่สนว่าใครจะมองผมเป็นคนยังไง
เออ
ผมไม่สนอยู่แล้วว่ะ
“ฉลามทำเกินไปแล้วนะ” นิ้งพูดกับผมตอนที่ขึ้นซ้อนรถผมแล้วผมก็สตาร์ทเครื่องไม่พูดอะไร เหมือนเธอรู้ว่าผมจะกลับเลยไม่อยากมีปัญหา “ยังไม่ได้ถามดีๆ เลย ก็ไปพูดแบบนั้นกับน้องเค้าแล้ว”
ผมไม่ได้ตอบอะไร แล้วขับออกไปจนพ้นประตูมหาลัยเธอ
“ฉลาม ได้ฟังที่เราพูดรึเปล่า” นิ้งพูดกับผมอีก แต่ผมก็ไม่ได้ตอบ “เราไม่ได้ชวนทะเลาะนะ รู้มั้ย เราแค่อยากให้ฉลามใจเย็นกว่านี้”
“...”
“... ฉลาม”
“ใจเย็นเหรอวะ” ผมย้อนขึ้นมา แล้วกัดฟันพูด “ถ้าเมื่อกี้ลูกบาสมันกระแทกหน้าเธอ นิ้งยังจะให้เราใจเย็นอยู่ปะ”
“...”
“ถ้าไม่ใช่ไอ้เด็กพวกนั้นมันจะเป็นใคร มันก็มีแค่พวกมันอยู่ตรงนั้น”
“แต่เค้าก็บอกว่าไม่ได้ทำไม่ใช่เหรอ”
“ใครมันจะไปยอมรับตรงๆ ว่าทำ” ผมสวนกลับอย่างโมโห บิดแรงขึ้นหน่อยเพราะอารมณ์จนนิ้งร้องออกมาแล้วรีบกอดเอวผมไว้แน่น
“ฉะ... ฉลามใจเย็นได้มั้ย เรากลัวนะ”
“...”
“ฉลามทำแบบนี้มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเลยรู้มั้ย”
“เออ” ผมครางรับออกมาสั้นๆ พอเห็นว่านิ้งพูดงั้น ยอมรับก็ได้
“...”
“ไม่เคยดีหรอกว่ะ”
[SALAMDU : SIDE END]
ฉันไม่รู้ว่าเมื่อกี้เรียกว่าเราทะเลาะกันรึเปล่า หรือแค่โต้เถียงกันเฉยๆ
ฉลามดูฉุนเฉียว แต่พอมาส่งฉันที่ห้องเขาก็ขึ้นมาส่งตามปกติ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน เมื่อกี้ก็กลัวๆ อารมณ์ฉลามด้วย เขาดูอารมณ์ไม่คงที่ตอนที่ฉันเตือน ฉันก็เลยไม่ได้พูดอะไรออกมามากกว่านั้น เพราะกลัวว่าฉลามจะโมโหแล้วทะเลาะกับฉันจริงๆ
ส่วนเรื่องลูกบาส ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน สำหรับฉันคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก แต่ดูฉลามยังโมโหเรื่องนั้นไม่หายเลย เราไม่ได้คุยอะไรกัน ตอนนี้ฉันเปลี่ยนเสื้ออยู่ในห้อง ส่วนเขาก็นั่งข้างนอก ช่วงนี้ฉลามดูนิ่งลง เขาแปลกๆ ไป กลายเป็นว่าจากที่ปกติเดาอารมณ์เขาไม่ค่อยออกอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเดาไม่ออกเข้าไปใหญ่เลย
... หรือเราจะทะเลาะกันจริงๆ นะ
ตอนที่เปลี่ยนเสื้อเป็นชุดกางเกงขายาวฉันก็ค่อยๆ โผล่หน้าแอบไปมองฉลามจากรอยแง้มของประตู แล้วก็เห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่น ฉันก็เลยเดินออกไปชะเง้อคอมองหาที่อื่น แล้วก็เห็นว่าร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียงแล้วปิดประตูไว้
ช่วงนี้โลกส่วนตัวสูงจริงๆ เลยอ่ะ แบบนี้ยิ่งไม่กล้าเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิมอีก
ฉันค่อยๆ เดินไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูกระจกระเบียง แล้วทำใจกล้าตอนที่เคาะประตูระเบียงเรียกเขา
ฉลามหันกลับมามองทันที เขาเลิกคิ้ว แล้วบี้มวนบุหรี่ลงกับราวระเบียง
ฉันแอบยิ้มในใจนิดๆ ถึงจะดูดุขึ้น แต่ก็ยังทำตัวน่ารักเหมือนเดิมเลยเนอะ
“ออกไปได้มั้ย” ฉันพูดแบบไม่มีเสียงช้าๆ ชัดๆ ให้เขาอ่านปากฉันเอง เพราะที่เขาปิดประตูก็คงกันกลิ่นบุหรี่เข้ามา แล้วฉันเองก็ไม่ค่อยชอบด้วย มันทำให้หายใจไม่ออกอ่ะ
ฉลามโบกมือไล่ ประมาณว่ายังเข้าไม่ได้ ก่อนที่เขาจะตอบแบบไม่มีเสียงกลับมาเช่นกัน แต่ฉันอ่านปากเขาได้ใจความว่า...
“เดี๋ยวเข้าไปเอง”
ฉันก็เลยหยักหน้าหงึกหงัก แล้วเข้าไปนั่งรอเขาที่โซฟา
สักพักฉลามถึงได้เปิดประตูระเบียงเข้ามา เขาปัดเสื้อตัวเองให้ไม่มีกลิ่นตอนล้มตัวลงนั่งข้างๆ ฉัน แต่ก็ยังแอบมีกลิ่นบุหรี่ติดตัวบ้างอยู่ดี แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังขยับตัวเข้าไปใกล้เขาด้วย
“ว่าไง” เขาถาม แล้วฉันก็สะดุ้งน้อยๆ เพราะไม่คิดว่าอยู่ๆ เขาจะหันมาคุยด้วย
“เอ่อ...” ฉันอึกอัก “เมื่อกี้เราไม่ได้ทะเลาะกันใช่มั้ย?”
“...”
“ที่ฉลามบอกว่าไม่เคยดีอ่ะ... ไม่ได้โกรธเราใช่มั้ย” ฉลามจ้องหน้าฉันนิ่ง ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะ
“เปล่า ไม่ได้โกรธ” เขาไหวไหล่อย่างไม่จริงจัง “ก็มันเรื่องจริง เราก็ไม่เคยดีจริงๆ นั่นแหละว่ะ”
ฉันอึ้งไปเลยอ่ะกับคำตอบของเขา
... นี่ใช่ฉลามดุจริงๆ เหรอ?
“ฉลามเมามารึเปล่าอ่ะ หรือเป็นไข้อยู่” ฉันพยายามเลียบๆ เคียงๆ ถาม แล้วร่างสูงก็เอียงหน้ากลับมามอง
“ทำไม”
“ก็ดู...” ฉันอธิบายออกมาเป็นความรู้สึกตัวเองไม่ถูก “ก็ปกติฉลามจะไม่เป็นแบบนี้”
“แล้วชอบปะ?” ฉันชะงักไปกับคำถามของเขา พร้อมๆ กับสายตาของฉลามที่ดูเหมือนมันจะเป็นคำถามที่เขาถามเพื่อที่จะลองเชิง
เขาดูไม่เหมือนเดิมเลย
“กะ... ก็ไม่รู้อ่ะ” ฉันสั่นหน้าเบาๆ พอมาเจอแบบนี้ฉันเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน “แต่เราเดาอารมณ์ฉลามไม่ค่อยออกเท่าไหร่”
“เหรอ” ร่างสูงครางถามโดยไม่ต้องการคำตอบ ก่อนที่เขาจะเอนตัวพิงโซฟาเงียบๆ “ก็ดีเหมือนกัน”
ฉันมองเขากลับไป แล้วก็ได้แต่นั่งกุมมือตัวเอง
... ช่วงนี้เราคุยกันน้อยลงจริงๆ นะ
“นิ้ง”
อยู่ร่างสูงก็เรียกชื่อฉันอีกระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว ฉันสะดุ้งขึ้นมา พอหันกลับไปมองก็เห็นว่าฉลามเอามือมาตบๆ ที่ไหล่ตัวเอง ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจ แต่พอเขาคว้าแขนฉันดึงให้เข้ามาใกล้ๆ ทั้งๆ ที่ฉันยังยื้อแรงไว้เพราะตอนแรกงุนงง ตอนนี้ถึงได้รู้ขึ้นมา
เขาจะให้ฉันไปซบไหล่เขาเหรอ
“... ทำไมอ่ะ” ฉันถาม แล้วร่างสูงก็ยกมือขึ้นกอดอกเงียบๆ
“งั้นก็แล้วแต่” ฉันทำหน้าตื่นทันที แค่ถามเฉยๆ เอง ทำไมต้องประชดแบบนี้ด้วยอ่ะ
“ซะ... ซบแล้วค่ะ” ฉันพูดเสียงอ่อนลงอย่างยอมแพ้แล้วขยับตัวไปวางแก้มลงบนไหล่กว้างของฉลาม เขาขยับตัวเข้ามาหาทันทีที่ฉันทำแบบนั้น แล้วโอบเอวฉันรั้งให้เข้ามาใกล้
เหมือนกับท่าทางเมื่อกี้ฉลามจะแกล้งให้ฉันยอมซบไหล่เขาง่ายๆ เลยอ่ะ
... จริงๆ แล้วฉลามก็ยังเป็นฉลามคนเดิมใช่มั้ยนะ
“เธอจะยังเหมือนเดิมปะ”
“...”
“ถึงเราจะทำตัวยังไง” ฉันชะงักไปตอนที่ฉลามที่ลูบเอวฉันเงียบๆ ถามขึ้นมาแบบนั้นท่ามกลางความเงียบภายในห้อง ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาตอนที่วางคางไว้บนไหล่ร่างสูง ในขณะที่เขาเองก็หันกลับมาสบตาฉัน
ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันมาก จนฉันต้องหลบสายตาเขาแล้วถามกลับบ้าง
“ยังไงเหรอ”
“ก็แบบตอนนี้” เขาตอบกลับมา “เห็นเธอบอกเราไม่เหมือนเดิม”
“... ก็ฉลามไม่เหมือนเดิมจริงๆ นี่”
“แล้วถ้ารู้งี้แล้วเธอจะยังเหมือนเดิมกับเราปะ” เขาถามย้ำอีกโดยที่ไม่คิดจะให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติมว่าที่เขาไม่เหมือนเดิมเพราะอะไร แล้วฉันก็สบตาเขาอีก
“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับเบาๆ เพราะฉันเองก็ไม่ได้ผ่านอะไรกับเขามาจนไม่เชื่อใจฉลามอีกแล้วด้วยอ่ะ
ฉลามกระตุกยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำตอบ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาจูบหน้าผากฉันหนักๆ
“เราคิดว่าจะทำว่ะ” อยู่ๆ เขาก็พูดประโยคนั้น แล้วเอื้อมมือมารั้งต้นคอฉันไว้แล้วนวดเบาๆ “อยากให้เธอโต แล้วก็อยากโตไปพร้อมกับเธอ”
“...”
“แต่เราคิดว่า ถ้าเป็นตัวเธอเราน่าจะทำไม่ได้” ฉันไม่เข้าใจกับคำพูดของเขา จนฉลามเลื่อนมือมาปัดผมที่ปรกข้างแก้มของฉันออก “ยังไงเราก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม”
“...”
“ยังอยากให้เธอเป็นเหมือนตอนแรกที่เจอ”
[SALAMDU : SIDE]
ก่อนจีบนิ้ง ผมมองเธอมาเดือนกว่า ถึงได้รุก
เอาจริงๆ ก่อนจีบผมก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับเธอ ผู้หญิงที่โคตรน่ารักขนาดนั้น อยู่ในสภาพแวดล้อมยังงั้น จะให้ไอ้พวกที่ดูๆ แล้วเหมือนกุ๊ย สักทั้งตัวมายืนคู่กันคงไม่เหมาะ แต่ถึงงั้นผมก็ยังไม่แคร์ หน้าด้านจีบเธอจนสุดท้ายก็ได้เธอเป็นเมีย แล้วคบมาได้จนถึงตอนนี้
แล้วเพราะเป็นผู้หญิงแบบนี้ ผมถึงรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แค่มานั่งคบเล่นๆ
ที่ผ่านมาผมทำให้เธอเสียใจ ทำให้เธอร้องไห้ ทั้งที่ก่อนคบผมคิดเองว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจเพราะผม ผมทำได้ดีตอนช่วงแรกๆ จนสุดท้ายก็ทิ้งลายไม่หมด ผมกลับมาเป็นสันดานจริงๆ ของตัวเอง บางทีก็ทำเธอนอยด์ น้อยใจ โกรธที่ผมเป็นคนงี้
แต่ความรู้สึกผมทุกอย่างมันยังเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน
ผมยังมองเธอเป็นคะนิ้งคนเดิม และผมก็คือไอ้ฉลามดุคนเดิม ที่ถึงไม่ได้ทำตัวดีๆ เอาใจเธอเหมือนตอนจีบ บางครั้งก็ทำเหมือนไม่แคร์เธอ ทำเธอเสียใจหนัก แต่จริงๆ ผมก็ยังเป็นผม
แต่ผมรู้สึกว่าผมเองก็ยังไม่ได้ดีพอ ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่พอที่จะเป็นผู้นำให้เธอได้ เพราะงั้นผมถึงต้องโตมากกว่านี้ ต้องทำตัวให้เย็น ให้เธอรู้สึกว่าพึ่งผมได้ มันเป็นความลำบากในฐานะที่ผมเองก็เป็นลูกผู้ชายคนนึง
ผมถึงได้ถามนิ้งไง ว่าถึงผมจะเปลี่ยนไป เธอยังจะเหมือนเดิมมั้ย
ผมอยากให้ไม่ว่าเราจะผ่านเหี้ยไรด้วยกันบ้าง แต่เธอก็ยังจะเป็นนิ้งของผมแบบนี้ จนกว่าเราจะแก่ จะตายจากกันไป
ตอนนี้ผมอยู่ที่ทำงานไอ้วิน ตอนอยู่ห้องนิ้งก็ไม่ได้ทำไรกันมาก ผมหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่านิ้งนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะข้างๆ โซฟา เธอห่มผ้าให้ผม เอาหมอนมารองหัวให้ด้วยว่ะ ทำเบามาก ผมแม่งไม่รู้ตัวเลย
เอาจริงๆ ผมว่าผมไม่ต้องถามก็ได้ ผมรู้อยู่แล้ว
ยังไงเธอก็ยังเป็นนิ้งคนเดิม ถึงผมจะทนเค้นเธอให้โตกว่านี้ หรือเธอจะเจอเรื่องหนักกว่านี้ ผมว่าเธอก็จะใจดีกับผม ยังทำตัวเป็นเด็กกับผมเหมือนกับที่เธอทำตอนนี้
เธอไม่เปลี่ยนหรอกว่ะ
วันนี้เจ๊มา ผมเลยให้นิ้งออกมานั่งข้างนอกได้ จริงๆ ก็ยังระแวงคนที่มันตามนิ้งมาอยู่ เพราะตอนลูกบาสผมก็ตงิดๆ อยู่ในใจ มันมีสะกิดบ้างว่าอาจใช่ แล้วถ้ามันตามมาถึงขนาดนั้น ที่นี่ผมก็ต้องระวัง
ผมมองเธอตลอดระหว่างที่ทำงานบนเวที จนนิ้งมองผมกลับ แล้วเธอก็ยิ้มให้
ไม่รู้ทำไมว่ะ อยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกแปลกจนต้องหรี่ตาลงมองกีต้าร์ที่ดีดอยู่ไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเธออีก
เขินมั้ง ไม่รู้ว่ะ
ผมว่าที่ผมทำตัวงี้ก็แอบมีข้อดี มันทำให้นิ้งยิ่งอ้อนผม เพราะพอผมน้อย เธอเลยมากให้แทนไง
ผมเล่นไปสักพักไม่ได้มองไปที่โต๊ะเพราะคิดว่าเจ๊ก็อยู่มันคงไม่เป็นไร จนอยู่ๆ ก็รู้สึกผิดปกติขึ้นมา เลยเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนที่ผมจะหน้าชาไปตอนที่เห็นว่านิ้งไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว มันมีแต่เจ๊นั่งกรอกเหล้าเข้าคออยู่คนเดียว
เฮ้ย
[SALAMDU : SIDE END]
“มึงมาหามันทุกวันงี้ ไม่กลัวไอ้ฉลามมันหนีไปอีกเหรอวะ”
ฉันนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องน้ำห้องหนึ่ง
หลังจากที่ขอเจ๊มาเข้าห้องน้ำใกล้ๆ สักพัก จนทำธุระเสร็จแล้วกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่พอเห็นว่าผู้หญิงที่ชื่อหยกคนเมื่อวานเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนของเธอ ฉันก็เลยรีบปิดประตูกลับมาอยู่ห้องเดิมด้วยความตกใจ
ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยยืนพิงประตูอยู่แบบนั้น จนกระทั่งได้ยินพวกเธอคุยกัน
“มันทำงานที่นี่ ห้องมันก็อยู่แถวนี้ จะหนีไปไหนได้” เสียงของหยกพูด ฉันได้ยินว่าพวกเธอพูดถึงฉลาม ก็เลยตัดสินใจยืนฟังอยู่เงียบๆ
“ก็ถ้าเป็นแบบที่มึงเล่าคือมันไม่แคร์ไรมึงเลยนะ”
“คงโกรธที่กูไปเอาไอ้นิวตอนนั้นมั้ง” เธอพูดแล้วหัวเราะ “จริงๆ กูก็กะจะให้มันรับผิดชอบลูกกู จริงๆ ก็หาพ่อเด็กไม่ได้ จะทำแท้งแม่ก็ไม่ให้อีก โคตรเหี้ยอ่ะ”
“ไอ้ซันรึเปล่าพ่อเด็ก วันนั้นมึงก็จองโรงแรมนอนกับมัน”
“กูไม่รู้ ได้เยอะมั่วไปหมด”
“อีหยก เก็บแต้มแต่พลาดเองมั้ย มั่วว่ะ”
“เออ! กูก็หาหลามอยู่ จำได้ว่ามันอยู่แถวนี้ ก็ดีที่เจอ มึงไม่เห็นเหรอวะว่ามันหล่อกว่าตอนนั้นเยอะ” เสียงของหยกพูด เธอหัวเราะตลอดเวลา “ลูกกูจำหน้าพ่อไม่ได้ ก็เอาแม่งนี่แหละ”
“เออ ก็ตอนนั้นมันแว๊นอ่ะ แต่มันมีเมียใหม่แล้วไม่ใช่เหรอ” ฉันสะดุ้งเมื่อได้ยินพวกเธอพูดถึงตัวเอง “มึงแย่งผัวมันเดี๋ยวแม่งยกพวกมาตบทำไง”
“โอ้ย อีบ้า มึงไปดูเมียใหม่มันซะก่อน ดูนางเอกมากอ่ะ โง่ๆ ซื่อๆ”
“เฮ้ย ปกติไอ้ฉลามมันคบแต่พวกแรงๆ ก๊อยๆ ไม่ใช่เหรอ”
“เออ สงสัยคนนี้ไว้ฟันเล่นมั้ง ตอนด่ากูนะ ด่าแบบ พี่คะ พี่พอเถอะนะคะ อีห่า ง่อยมาก”
“อีเหี้ย ขำว่ะ”
ฉันหน้าชาตลอดเวลาที่ได้ยินบทสนทนาของเธอ ที่ไม่กล้าออกไปแล้วยืนหน้าซีดอยู่ตรงนี้เพราะฉันไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ไม่เคยเจอคนที่ทำตัวแย่ได้ขนาดนี้ ยิ่งเรื่องที่เธอท้องกับคนอื่นแล้วจะให้ฉลามรับผิดชอบทั้งๆ ที่ฉลามก็คบกับฉันแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก แล้วก็ไม่รู้วิธีรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี
เพราะที่ฉันเคยเจอคนแรงๆ อย่างเฟย์แกล้งมา ยังดูไม่แรงเท่าคนที่ชื่อหยกคนนี้เลย
“มึงก็รู้กูกัดไม่ปล่อยอยู่แล้วปะ เมียใหม่ง่อยๆ คนเดียวไม่คณากูหรอก”
“อีสารเลว”
“ต้องเลวนะคะถึงจะได้ตัวผู้ชาย”
ฉันยืนกำมือแน่นอยู่คนเดียว ไม่รู้จะทำยังไงเพราะฉันรู้ว่าตัวเองอ่อนแอ ถ้าออกไปก็คงทำอะไรไม่ได้ ฉันอยากเข้มแข็งเหมือนฉลามบ้าง อยากออกไปปกป้องเขาบ้าง ฉันไม่อยากให้เขาเจอผู้หญิงแบบนี้มาทำแย่ๆ ใส่ พอได้ยินแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสารเขา เพราะแค่นี้ฉลามก็เหนื่อยจากงานมามากพอแล้ว
ฉันอาจจะโง่ๆ ซื่อๆ อย่างที่เธอพูดก็จริงนะ แต่ฉันไม่เคยอยากให้เขาไม่มีความสุขเหมือนอย่างที่คนที่ชื่อหยกกำลังทำเลย
เราต่างกันมากจริงๆ
