บทที่ 8 ภาค 4 Ep.4 ไม่เหมือนเดิม (2) จบตอน

แกรก

“น้องนิ้ง อยู่นี่ปะวะ” แต่อยู่ดีๆ เสียงของพี่เพทายก็ทำให้ฉันสะดุ้ง ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่เพทายดังเข้ามา ก่อนที่เสียงของหยกกับเพื่อนเธอจะเงียบไป

ฉันใจชื้นขึ้นมาถ้าเป็นพี่เพทาย แล้วก็ดีกว่าอยู่ในห้องน้ำคนเดียว ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันก็เลยตัดสินใจค่อยๆ แง้มประตูออกไป

“นะ... นิ้งอยู่นี่ค่ะ” เสียงของฉันสั่นเพราะไม่รู้ว่าถ้าออกไปจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน พี่เพทายเดินเข้ามาหาฉัน ในขณะที่ฉันก็เห็นว่าหยกถลึงตาเหมือนตกใจที่เห็นว่าฉันอยู่ในนี้ด้วย

“อีนี่...” เธอพึมพำ ในขณะที่พี่เพทายจะเดินมาคว้ามือฉันไว้

“โทษนะน้องนิ้ง เกือบโดนอีหลามด่าตายห่า อีนี่มันกะจะให้เจ๊เข้าไปล้างก้นให้น้องนิ้งเลยมั้งเนี่ย” ฉันยิ้มแหยๆ ตอนที่พี่เพทายบ่นอุบออกมาตรงๆ ทันทีที่จูงฉันเดินออกไปด้วยกันได้ ฉลามคงให้เธอเข้ามาตามฉันแน่เลย แต่พอพูดต่อหน้าคนที่ชื่อหยกแบบนั้นมันคง...

หมับ

ฉันเบิกตากว้างเมื่อยังเดินไม่พ้นตัวเธอ อยู่ๆ หยกก็เดินเข้ามากระชากแขนฉันที่เดินตามหลังพี่เพทายแล้วดันให้มาเผชิญหน้ากัน เธอจิกเล็บเข้ากับข้อมือฉันจนเจ็บ

“นี่อยู่ในห้องน้ำตลอดเลยเหรอ?” เธอถามด้วยสีหน้าดุกร้าว แล้วพอมาอยู่ต่อหน้าเธอแบบนี้ฉันก็เหมือนคนที่พูดอะไรไม่ออก

“ทำไรวะ” พี่เพทายหันมาแล้วดึงมือเธอออกทันที ก่อนที่เธอเองก็มีสีหน้าตกใจ “เฮ้ย อีหยกเหรอ”

“พี่เพท” หยกเองก็มีสีหน้าตกใจเหมือนกัน ในขณะที่ฉันเองก็จับข้อมือตัวเองไว้ตอนที่โดนพี่เพทายกันให้มาอยู่ข้างตัว หยกถึงได้เลิกคิ้ว “อ้อ นี่ตามดมเมียใหม่หลามขนาดนี้เลยเหรอพี่”

“มึงย้ายมาอยู่แถวนี้ตั้งแต่ตอนไหน แล้วเมื่อกี้จะทำอะไรน้องกู”

“พี่เสือกไรอ่ะ” ฉันทำหน้าตื่นออกมาทันทีที่หยกสวนกลับไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่พี่เพทายถามดีๆ ก่อน

“อย่ามาหาเรื่องกูนะอีหยก”

“หนูไม่ได้หาเรื่อง” หยกพูดแล้วฉีกยิ้มตอนที่พยักหน้าส่งมาทางฉัน “พี่ไม่ไปถามอีเด็กนี่ก่อนอ่ะ ว่ามันแอบสอดรู้ฟังหนูคุยไรกับกิ๊ฟ”

“... ไม่ใช่นะ” ฉันสั่นหน้าเพราะฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น แล้วหยกก็กระแทกเสียงใส่ทันที

“เสือกเองก็อย่าตอ!”

“อีหยก กูว่าไม่ใช่แล้วว่ะ มึงอย่ามาหาเรื่องน้องกู น้องกูไม่ได้ทำเหี้ยไรให้มึง” พี่เพทายผลักไหล่หยกออกจากฉันอย่างแรงทันทีที่เห็นว่าเธอหยาบคายใส่ฉัน “อย่าให้กูต้องลงมือกับรุ่นน้องในนี้เลยว่ะ กูขอเหอะ”

“พี่ทำงี้ได้ไงวะ แล้วอีนี่มันก็แย่งหลามไปจากหนูอ่ะ!”

“พูดเหี้ยไรของมึง”

“พี่ตามดมก้นเมียใหม่อีหลามงี้ ทุเรศว่ะ มันดีกว่าหนูตรงไหน ก็แค่พวกผู้หญิงโง่ๆ” เธอพูดแล้วเริ่มเบ้หน้ามองฉันแล้วพูดกับพี่เพทายเหมือนจะหาข้างเดียวกัน ในขณะที่ฉันเองก็แทบไม่เชื่อเลยว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ “แล้วหนูก็ท้อง หลามมันเป็นพ่อของลูกหนูนะเว้ยพี่”

“ว่าไงนะ” พี่เพทายเบิกตากว้างทันที

“มะ... ไม่ใช่” แต่ฉันก็รีบโพล่งออกไปก่อน เพราะฉันจะไม่ยอมทนฟังเธอพูดถึงฉลามผิดๆ แบบนี้อีกแน่ๆ “ฉลามไม่ใช่พ่อของลูกพี่นะคะ... พี่อย่าโกหกได้มั้ย”

“มึงรู้ได้ไงว่าไม่ใช่!”

“กะ... ก็พี่เองที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าจำหน้าพ่อเด็กไม่ได้เลย” ฉันกลั้นใจพูดขึ้นมา แล้วบีบแขนพี่เพทายเบาๆ “อีกอย่างพี่ก็เลิกกับฉลามไปนานแล้ว และฉลามก็บอกหนูว่าไม่ใช่... หนูเชื่อใจฉลาม”

“...”

“และถึงฉลามไม่บอก...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอตอนที่รู้สึกว่าตัวเองกล้าพูดสิ่งที่ไม่เคยกล้ามาก่อน แล้วก้มหน้าลงมองข้อเท้าตัวเองเพราะไม่กล้าสบตาเธอ แต่ก็ยังตัดสินใจที่จะพูดต่อไป “ถะ... ถึงฉลามไม่บอก แต่ดูแบบนี้หนูก็รู้อยู่แล้ว”

“...”

“ว่าพี่ไม่ได้...!” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกกระชากแขนออกจากตัวพี่เพทายทันที ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกทีหยกก็อยู่ใกล้ฉันมาก แล้วเธอก็บีบแขนฉันอย่างแรง

“นี่จะให้กูตบมึงให้ได้เลยใช่มั้ย” เธอกดเสียงต่ำพูดกับฉัน

“...”

“ตอนแรกกูว่าจะเห็นแก่ความง่อยของมึงเลยจะไม่ตบเด็ก แต่ปากดีแบบนี้ขอสักทีเหอะว่ะ”

“ผ่านกูไปก่อนมั้ยอีหยก” แต่ยังไม่ทันที่หยกจะได้ตบหน้าฉัน พี่เพทายก็ผลักเธอออก แล้วตบหน้าเธอเสียงดังต่อหน้าฉันเลย

เพื่อนของหยกดูจะไม่กล้าทำอะไรพี่เพทาย เธอยืนมองเพื่อนตัวเองที่ล้มลงไป ในขณะที่พี่เพทายจะเข้าไปอีก แต่ฉันดึงแขนไว้ให้หยุด

“อีเพทาย!” หยกตวาดลั่นทันที หน้าเธอแดงเป็นปื้นเลย “มึงตบกูเหรออีนรก!”

“เออ กูว่าอย่างมึงน้องนิ้งสูงเกินไปว่ะ มันต้องเจอของแรงเหมือนกันอย่างกูนี่”

“อีเวร!!” เธอลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาพี่เพทายทันทีจนหลุดออกจากมือฉัน ฉันเบิกตากว้างเพราะทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่พี่เพทายเองก็จิกผมเธอแล้วกระชากให้ไปโขกกับอ่างล้างหน้า

ไม่มีใครเข้ามาเพราะเสียงเพลงข้างนอกดังกลบออกมาจนหมด ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากโทรหาฉลามให้เขามาที่นี่ ก็เลยตั้งสติแล้วกดโทรออกทันที ถึงตอนนี้พี่เพทายจะเป็นคนที่ตบหยกอยู่ฝ่ายเดียวเลย แต่ฉันก็อยากให้มันหยุดได้แล้ว และแค่ฉันคนเดียวคงหยุดไม่ได้

ติ๊ด

[นิ้ง] ฉลามรับสายทันที [อยู่ไหน เจอเจ๊มั้ย เราให้มันไปตามเธอแต่ไม่มานั่งโต๊ะนานแล้ว ขึ้นไปเล่นไม่ได้เนี่ย เป็นห่วง]

ฉันหน้าร้อนขึ้นมานิดหน่อยกับประโยคนั้น แต่ก็รีบตั้งสติแล้วตอบกลับไป

“ฉะ... ฉลาม มาที่ห้องน้ำหญิงทางขวาหน่อยได้มั้ย”

[ทำไม แล้วนั่นเสียงไร ตรงเธออ่ะ] เสียงของเขาดูร้อนรนขึ้นทันที [หรือมีใครทำไรเธอ]

“มะ... มาก่อนเถอะนะ เราห้ามไม่ได้แล้ว”

[เออ เดี๋ยวไป แปปนะ]

ฉันใจชื้นขึ้นมาตอนที่ฉลามรับคำแล้ววางสายทันที ดีใจที่เขาเข้าใจอะไรง่ายๆ เพราะเราก็เจออะไรกันมามากแล้ว ฉันยืนทำหน้าตื่นอยู่ตรงนั้นสักพัก ในขณะที่เพื่อนของหยกพยายามจะเข้าไปดึงพี่เพทายที่จับหยกกดกับอ่างล้างหน้า แต่ก็โดนเตะท้องออกไป

พะ... พี่เพทายตอนโมโหน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้เลยอ่ะ

“กรี๊ด! แค่ก อีบ้า อะ... อีบ้าเอ้ย อีกิ๊ฟมาเอาอีถ่อยนี่ออก... โอ้ย”

“เพื่อนมึงโดนกูถีบล้มแล้วอีหยก มึงเล่นกับใครไม่เล่นนะอีเด็กเปรต” พี่เพทายตะคอกเสียงดังตอนที่เปิดน้ำแล้วจับศีรษะหยกกดลงไป “เลือกเอา ว่ามึงจะไปดีๆ หรือสำลักน้ำดับอนาถในผับอีวิน ตอบกู!!”

“อะ... อีเพทาย!!”

แกรก

“นิ้ง เฮ้ย”

ฉันเบิกตาโตเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับฉลามที่เดินเข้ามา เขาทำสีหน้าตกใจตอนที่เห็นว่าพี่เพทายกำลังเงื้อมือจะต่อยหน้าหยก เขาถึงได้เข้าไปล็อกคอพี่เพทายไว้จากข้างหลัง ในขณะที่จะมีคนในวงของฉลามคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วย ฉลามถึงได้พยักหน้าส่งให้ไปรวบตัวหยกไว้อีกคน

“เฮ้ย เจ๊ ใจเย็นหน่อย”

“ปล่อยกู! เมียเก่ามึงมันอยากลองของไง กูเลยจะสนองให้!!” พี่เพทายตวาดลั่นแถมยังจะเข้าไปถีบหยกด้วย แต่ฉลามก็รั้งตัวกลับมาได้

“อีชั่ว!! กูจะแจ้งความ!”

“เอาเลยดิวะ มึงกล้ามึงแจ้งเลย!!”

ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ที่หน้าโรงพัก

หยกทำตามที่พูดจริงๆ เธอโวยวายว่าจะเข้าโรงพักอยู่อย่างเดียว พี่เพทายก็เลยบอกให้ฉลามขับรถเธอพาไปส่งที่โรงพักเพื่อเคลียร์กันที่นั่น เธอบอกว่าเคลียร์ในโรงพักก็ยังดีกว่าเคลียร์กันตรงนี้ อย่างน้อยถ้าตีกันอีกทีก็จะได้เข้าห้องขังไปตีกันในนั้นอีก แถมไม่ทำร้านใครเสียหายด้วย

... บางทีเวลาพี่เพทายโมโหก็น่ากลัวจริงๆ นั่นล่ะ

ฉันนั่งอยู่ข้างนอกเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่หยกแจ้งความในครั้งนี้ ฉลามเข้าไปกับพี่เพทายตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เขาบอกว่าพ่อเป็นตำรวจเลยอาจจะพอคุยอะไรกันได้บ้าง ฉันเข้าใจก็เลยมานั่งรออยู่ข้างนอก

จนสักพักฉลามถึงได้เดินออกมาแค่คนเดียว เขาล้มตัวลงนั่งข้างๆ ฉัน ในขณะที่ฉันเองก็หันไปถาม

“พี่เพทายเป็นยังไงบ้างเหรอ?”

“มันบอกจะอยู่เคลียร์เอง” เขาตอบ “เราเลยออกมาก่อน”

“... อ๋อ” ฉันพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเราก็นั่งเงียบกันทั้งคู่เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกันดี

“เดี๋ยวนั่งรอนี่นะ” อยู่ดีๆ ฉลามก็โพล่งขึ้นมา เขาล้วงซองบุหรี่กับไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงมาให้ฉันดูตอนที่ฉันหันกลับไปมองอย่างมีคำถาม ฉันถึงได้รู้ว่าเขาจะออกไปสูบบุหรี่นี่เอง

ฉันทำหน้ามุ่ยนิดหน่อย ถึงจะแอบไม่พอใจเล็กๆ แต่ก็พยักหน้ารับเบาๆ

ฉลามเคาะมวนบุหรี่ออกมาจากซองก่อนที่เขาจะคาบไว้ แต่ยังไม่ทันที่จะจุดไฟแช็คแล้วลุกออกไป ร่างสูงก็จ้องมาที่ข้อมือของฉันที่วางอยู่บนหน้าตักนิ่ง

ฉันมองเขากลับ ก่อนที่จะเอียงหน้าเข้าไปถาม “มีอะไรเหรอ?”

“แขนแดง” เขาพูดแล้วคว้าข้อมือฉันมาดู แล้วฉันก็เพิ่งเห็นว่ามันเป็นรอยแดงจนเกือบช้ำเลย สงสัยหยกจะบีบข้อมือฉันแรงมากจริงๆ ถึงมันจะไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ก็เถอะ “ไปทำไรมา”

“...”

“หยกทำใช่ปะ?” เขาถามอีก แล้วฉันก็สะดุ้งน้อยๆ “หยกมันทำเธอใช่มั้ยนิ้ง ตอบมา”

“มะ... ไม่เจ็บมากหรอก” ฉันรีบดึงมือตัวเองกลับไปทันที ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะฉันเองก็ไม่อยากโกหกด้วย ก่อนที่จะก้มหน้าลงลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ “มีเรื่องจนขึ้นโรงพักกันขนาดนี้... เราไม่อยากหาเรื่องเพิ่มอีก”

ฉลามจ้องหน้าฉันนิ่ง ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ตอนที่หยิบมวนบุหรี่ที่คาบไว้ออก แล้วเอนตัวลงพิงเก้าอี้แล้วพาดแขนไว้ข้างหลังฉัน

“แม่พระเหมือนเดิม” เขาประชดประชัน

“ก็มัน...” ฉันทำท่าจะหันกลับไปเถียง แต่พอหันกลับไปสบตากันได้ก็ต้องก้มหน้าลงมองมือตัวเองอีก “... ก็เราเป็นแบบนี้มานานแล้ว”

“...”

“ขนาดเรื่องบุหรี่ฉลามยังไม่เลิกเลย” พอเห็นว่าเขาเงียบฉันก็เลยแอบว่าเขากลับไปบ้าง แล้วฉลามก็แค่นหัวเราะออกมา

“ย้อนเหรอ?”

“ก็มันจริงมั้ยอ่ะ”

“เออ จริง” เขาสวนกลับมาทันที แล้วฉันก็เงยหน้าขึ้นไปสบตาเขา เราจ้องหน้ากันเงียบๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมผละสายตาออกจากกันก่อน จนฉลามต้องหันหน้าหนีไปเปิดปิดไฟแช็คของตัวเองเล่นแทน

ฉันมองเสี้ยวหน้าของเขา แล้วก็ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ เขาอีก

“ฉลาม” ร่างสูงหันกลับมามอง แล้วฉันก็เอื้อมมือไปวางไว้ที่หลังมือของเขาเบาๆ “... ผู้หญิงที่ชื่อหยกไม่ได้ท้องกับฉลามหรอก”

เขาสบตาฉัน ก่อนที่ฉลามจะครางรับ “เออ รู้แล้ว”

“อื้อ” ฉันพยักหน้าเสริมอีก ก่อนที่จะบีบมือเขาเบาๆ ไปด้วย “แล้วก็อย่ากลับไปหาเค้านะ... รู้มั้ย”

“บ้าไง” ฉลามสวนกลับมาเสียงอ่อนลง “จะกลับไปทำไม”

“ก็เรากลัว” ฉันงึมงำแล้วบีบมือเขาเล่น “... เราไม่เคยเจอผู้หญิงที่น่ากลัวขนาดนี้เลย”

“สังคมที่เราอยู่มีแบบนี้เยอะว่ะ” เขาตอบกลับมาอย่างไม่แคร์ “โชคร้ายหน่อยที่เคยได้มาเป็นเมีย”

ฉันนิ่งไปกับประโยคนั้น ก่อนที่จะเม้มริมฝีปากแน่น

ยังไงตอนนี้เขาก็มีฉันแล้วนี่

“... แต่ตอนนี้ไม่โชคร้ายแล้วเนอะ” ฉันแอบพูดชมตัวเองโดยที่ก้มหน้าเล่นมือเขา ไม่กล้าเงยหน้ามองฉลามเพราะฉันเองก็เขินๆ เหมือนกันกับประโยคนั้น แล้วก็เห็นว่าเขาพลิกมือกลับมาบีบมือฉันกลับ

“มั้ง”

“มะ... มามั้งแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ” ฉันตีแขนเขาทันที แล้วฉลามก็หัวเราะออกมา

“เออ โชคดีก็ได้” เขาพูดแล้วลูบผมฉันหนักๆ ก่อนที่จะคาบบุหรี่ไว้อีกทีแล้วจุดไฟแช็คลุกหนีฉันออกไป แต่ก็ไม่ลืมจะหันมาพูดด้วย “ดูดบุหรี่แปป นั่งอยู่นี่จนกว่าเจ๊จะออกมา รู้ปะ”

“อย่าสูบเยอะนะ” ฉันพูดเตือนเขาอย่างเป็นห่วง แล้วฉลามก็มองหน้าฉันอีก ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับส่งๆ แล้วเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกไปยืนข้างนอก

ฉันทำหน้าบูดเล็กๆ ออกมากับท่าทางนั้น ก่อนที่จะหันกลับไปก้มหน้าลงมองมือตัวเอง

ไม่เคยทำตัวน่ารักได้นานๆ เลย ฉลามเนี่ย

[SALAMDU : SIDE]

ผมดูดบุหรี่อยู่ข้างนอก แอบเห็นว่านิ้งนั่งทำหน้าบึ้งอยู่ ผมเลยแค่นหัวเราะออกมา

“... แต่ตอนนี้ไม่โชคร้ายแล้วเนอะ”

น่ารักว่ะ

ผมพ่นควันออกมาเงียบๆ ตอนที่เงยหน้ามองฟ้ามืดๆ เมฆมันครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก ผมเลยซี้ดบุหรี่ทีเดียวแล้วพ่นควันออกมาหนักๆ ตอนที่หันกลับไปมองที่ประตูกระจกมัวๆ ที่อยู่ข้างๆ ที่นิ้งนั่ง

เจ๊ยังไม่ออกมาเลยว่ะ

สงสัยมีเรื่องต่อในนั้น ตอนมันให้ผมออกมาท่าทางก็ยังตึงๆ อยู่เหมือนกัน ส่วนหยก ผมไม่ได้มองหน้าเพราะไม่อยากสนใจมาก เลยไม่รู้ว่าคิดไรอยู่ แต่ก็คงพอๆ กัน

ผมมองไปทางนั้นอยู่สักพักเผื่อว่ามันจะออกมา ก่อนที่สายตาจะเห็นว่านิ้งมองกลับมาอยู่พอดี แล้วเธอก็ทำหน้ามุ่ยใส่ผม

ผมยักคิ้วให้ทีนึง ก่อนที่จะพ่นควันบุหรี่ออกมาจี้อารมณ์เธอ

นิ้งทำหน้าตื่น ก่อนที่เธอจะเม้มปากแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนงอนๆ ผมถึงได้หัวเราะแล้วหันกลับไปทางเดิม ก็พอรู้อยู่ว่านิ้งห่วง แล้วผมก็เคยบอกว่าจะเลิกสูบให้เธอตอนสมัยจีบเธอใหม่ๆ

แต่ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกัน ผมกลับมาติดแล้วด้วยดิ ถ้าใจผมไม่ได้อยากเลิกแต่ฝืนทำ สุดท้ายแม่งก็เลิกไม่ขาดอยู่ดี

ผมทิ้งบุหรี่ตอนที่มันหมดมวนแล้วใช้ส้นตีนขยี้ ก่อนที่จะเดินกลับไปข้างใน

ผมว่าจะเดินไปคุยกับนิ้ง แต่เห็นว่าเจ๊ผลักประตูออกมาก่อน

“อีห่าเอ้ย เมียเก่ามึงนี่มันจริงๆ เลยนะอีหลาม มึงคิดผิดมากที่เคยไปเอามันเนี่ย!” ทันทีที่เจอหน้าผมเจ๊แม่งก็ด่าทันที ก่อนที่ผมจะทำหน้าตายตอนที่เดินไปคว้าแขนนิ้งให้ลุกขึ้นมาเพราะชิน จะได้กลับ แต่เจ๊มันก็ไม่หยุด “เสียค่าปรับห้าร้อยที่จับมันโขกอ่าง คดีทะเลาะวิวาทเฉย กูผิดไรวะ ก็แม่งจะทำเมียมึงก่อน”

ผมที่พานิ้งเดินออกมาหน้าโรงพักได้ชะงักทันที

“ว่าไงนะ”

“ก็มันจะตบเมียมึงไง อีห่า นี่ถ้ากูไม่สวนหน้าเมียมึงคงเป็นรอยนิ้ว เลือดกบปากไปแล้วมั้ง” ผมจ้องหน้านิ้งเขม็งทันที ผมรู้แค่ว่าที่ข้อมือนิ้งแดงๆ เป็นฝีมือหยก แต่เธอไม่บอกว่าหยกจะทำกับเธอขนาดนี้ ทำไมไม่บอกผมวะ “พูดหยาบกับน้องนิ้งอีก โอ้ย ของขึ้นโว้ย แล้วตอนอยู่ในห้องก็ตอแหลกับตำรวจสารพัด กูอยากจะบ้า!”

“พะ... พี่เพทายคะ” นิ้งหันไปพูดกับเธอเหมือนให้หยุด แต่ไม่ทันแล้วว่ะ ผมบีบแขนเธอแน่นทันที

“ทำไมไม่บอก” ผมกดเสียงต่ำถามเธอ แล้วนิ้งก็มองหน้าผมอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“คือเรา...”

“มึงอย่ามาด่ากูฝ่ายเดียวเลยอีเพทาย!” แต่ยังไม่ทันที่นิ้งจะพูดไรออกมา หยกกับเพื่อนเธอที่ผมจำได้ว่าคบกันมาตั้งแต่ผมได้เธอเป็นแฟนช่วงแรกๆ รู้สึกจะชื่อกิ๊ฟ เมื่อก่อนเป็นเมียเพื่อนในกลุ่มผม พอคุยกันบ้าง เธอเดินเข้ามาหาผม “หลาม มึงก็อย่าไปเชื่อมัน ตบกูขนาดนี้ถ้ากูแท้งมึงจะรับผิดชอบมั้ยอีถ่อย!”

“กูแค่จิกหัวมึงโขก ไม่ได้จิกท้องมึงโขกปะ”

“อี...!!”

“พอเหอะ” ผมกระแทกเสียงขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าเจ๊กับหยกทำท่าจะทะเลาะกันอีกรอบ แล้วผมก็แค่รำคาญ เหนื่อย หงุดหงิด แล้วก็โคตรเบื่อ “พวกมึงพอกันได้ยัง”

พวกมันเงียบ นิ้งก็เงียบ เธอบีบมือผมกลับ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะสนห่าไรทั้งนั้นแล้วว่ะ

“มึงเป็นเหี้ยไรนักหนาวะ ขึ้นโรงพักขนาดนี้แล้วจะตบกันอีกไง?” ผมเลิกคิ้วถาม แล้วหยกมันก็มองผมเหมือนไม่สบอารมณ์

“มึงพูดงี้ได้ไงวะหลาม มึงคิดบ้างดิ มึงห่วงลูก...”

“มันไม่ใช่ลูกกูไงหยก” ผมสวนขึ้นมา “กูจะห่วงทำไม แม่งเป็นลูกใครก็ไม่รู้ แล้วมึงก็มั่วมาหากู”

“...”

“มึงไม่เห็นเมียกูเหรอหยก มึงไม่เห็นเหรอวะว่าเมียกูก็ยืนหัวโด่อยู่นี่” ผมพูดแล้วดึงไหล่นิ้งมายืนข้างๆ ผม “มึงมั่วเอง ก็อย่าเสือกมาทำตัวงี้กับกูได้ปะ กูมีเมียแล้ว”

“...”

“มันทุเรศว่ะ” ผมพูดออกมาตรงๆ ไม่รู้แล้วว่ะว่าด่าผู้หญิงงี้แม่งจะดูหน้าตัวเมียยังไง ผมยอมโดนมองว่าหน้าตัวเมียเลยถ้างั้น

“หลาม!! มึงพูดงี้กับกูเลยเหรอวะ”

“ก็ดูสภาพมึงดิหยก” ผมพูดแล้วไล่จ้องตัวมันเงียบๆ ก่อนที่จะแค่นหัวเราะ “จะให้กูพูดมั้ย ว่าตอนนี้กูรู้สึกยังไง”

“... ฉลาม” นิ้งบีบมือผมอีก เธอบอกผมทางสายตาว่าไม่ให้ผมพูดมากกว่านี้

ผมหันกลับไปมองหน้าเธอ ก่อนที่จะกระตุกยิ้ม แล้วดึงมือเธอออกแล้วเดินไปหาหยกทันที หยกเบิกตากว้างเหมือนเธอตกใจ ในขณะที่เพื่อนเธอเองก็ป๊อด ผมพอรู้อยู่ว่ากิ๊ฟเป็นคนไง ตอนผมต่อยแฟนเธอคิ้วแตกตอนนั้นเธอยังไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาดูแฟนเลยว่ะ

ผมไปยืนจ้องหน้าหยกนิ่งๆ ไม่อยากเล่นไรมากเพราะเป็นผู้หญิง อีกอย่างเธอท้องอยู่

“ถ้ามึงตบเมียกูนะหยก” ผมกดเสียงต่ำ “มันจะไม่จบเหมือนวันนี้”

“...”

“อย่ามาทำสันดานงี้ มึงโตแล้ว” หยกทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “แล้วถ้ามึงโตพอ มึงน่าจะแยกแยะออก ว่าท้องกับคนอื่นแล้วมาให้กูรับผิดชอบมันดูเป็นไง”

“...”

“มึงสงสารตัวเองหน่อย ตอนนี้มึงในสายตากูก็เหี้ยพอแล้วว่ะ”

“...”

“อย่าให้มันเหี้ยมากกว่านี้” ผมเตือน ก่อนที่หยกที่มองหน้าผมด้วยตาแดงก่ำจะยกมือขึ้นฟาดหน้าผมทันที หน้าผมหันไปอีกข้าง มันตบแรงเลือดเลยกบปาก ผมขยับคางตัวเองนิดหน่อย แล้วหยกก็ตะคอกใส่หน้าผม

“ไอ้เหี้ย!!”

“เออ ทำไม” ผมสวนกลับไปทันทีเพราะเลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน เพราะมันตบผมทั้งที่ผมไม่ได้ทำไรผิด แล้วหยกก็เอากระเป๋าถือมาฟาดไหล่ผม

“มึงมันก็แค่ผู้ชายเหี้ยๆ คนนึง ด่ากูขนาดนี้ได้ไงวะ หน้าตัวเมีย!”

“...”

“มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป!!” เธอกระแทกเสียงด่าผมอีกคำ ก่อนที่จะร้องไห้แล้วเดินกลับไปที่รถกับเพื่อนเธอ

ผมพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทันที ก่อนที่จะเอานิ้วปาดเลือดที่มุมปากออก พอหันกลับไปก็เห็นว่านิ้งมองผมอยู่ เธอทำหน้าเป็นห่วงแต่ไม่ได้เดินเข้ามา ในขณะที่ผมเองก็เป็นฝ่ายเดินเข้าไปคว้าแขนเธอไว้

“กลับเหอะ” ผมพูดแค่นั้น แล้วเจ๊ที่กอดอกยืนดูอยู่เงียบๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้ก็เดินมาตบบ่าผมหนักๆ

“พูดดีนะเมื่อกี้” มันชม แล้วผมก็แค่นหัวเราะ

“เหรอวะ”

“กับอีเด็กเปรตนั่นใช้เหตุผลมากคงไม่ได้หรอกว่ะ มึงพูดได้ขนาดนี้มันคงอายไปสามชาติแล้ว กูว่านะ” มันแค่นหัวเราะตามผมบ้าง “นี่ถ้าเมื่อกี้เป็นกูนะ มันตบกูจะสวนสักที เอาให้คางแตกเลยอีห่า”

“กูทำไม่ได้หรอกว่ะ” ผมตอบกลับไป “หยกมันท้องอยู่ แล้วกูก็ไม่ทำผู้หญิง”

“มึงว่ามันท้องจริงเหรอวะ” มันถาม ผมหันกลับไปมองร่างเล็กที่ผมดึงมือให้เดินมาด้วยกันอยู่ เธอไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แค่เดินมองทางข้างหน้าเงียบๆ

ผมมองหน้าเธอ ก่อนที่จะถอนหายใจหนัก

“ไม่รู้ว่ะ”

“...”

“ช่างแม่งเหอะ กูเหนื่อย”

[SALAMDU : SIDE END]

ฉันกลับมาที่ห้องกับฉลาม เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันจนถึงตอนนี้

พี่เพทายกลับไปแล้ว ข้างนอกฝนก็ตกปรอยๆ

ฉันยืนมองบานหน้าต่างในห้องนอนตัวเองเงียบๆ เห็นฉลามยืนล็อกประตูห้องอยู่ข้างนอก เขามีแผลเพราะเมื่อกี้โดนผู้หญิงที่ชื่อหยกตบหน้าไป ฉันรู้ว่าฉลามคงเหนื่อย ฉันเองก็รู้สึกเหนื่อยมากกว่าทุกวัน เพราะวันนี้เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดไว้หลายเรื่อง

ฉันคิดว่าเรื่องนี้ฉลามไม่ได้ผิด แล้วเราก็ไม่ได้โกรธอะไรกันด้วย แค่มันอึนๆ จากหลายๆ เรื่องเลยไม่รู้จะคุยอะไรกันแค่นั้นเอง

ฉันว่าจะทำแผลให้เขา ก็เลยหากล่องพยาบาลมาเตรียมไว้

แล้วพอแง้มประตูเปิดออกไป ฉันก็เห็นว่าฉลามนั่งยกกระป๋องเบียร์ดื่มอยู่ข้างนอก

... เขาคงจะเครียดนั่นล่ะ

“ฉลาม” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนลง แสงไฟสลัวๆ เพราะเปิดไฟแค่ที่ห้องครัว แล้วฉลามก็หันกลับมามอง “เดี๋ยวเราทำแผลให้นะ”

เขาจ้องหน้าฉันอยู่สักพัก ก่อนที่จะพยักหน้ารับส่งๆ แล้วหันมาทางฉันให้ทำแผลได้สะดวกโดยที่ไม่พูดอะไร

ฉันค่อยๆ นั่งลงข้างๆ เขาแล้วหยิบสำลีกับแอลกอฮอล์ออกมา แล้วก็ถามเขาไปด้วยตอนที่ค่อยๆ เอาสำลีไปแตะแผลที่มุมปากของเขาเบาๆ

“เจ็บมั้ย?” ฉันถามเสียงอ่อน แล้วฉลามก็ตอบสั้นๆ

“ไม่เจ็บ” ฉันพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆ ผละออกตอนที่เสร็จเรียบร้อยดีแล้วเพราะแผลที่มุมปากของเขาไม่ได้ใหญ่มาก ตั้งท่าจะเก็บกล่องพยาบาล แต่ฉลามก็คว้าข้อมือของฉันไว้ แต่มันโดนตรงที่ช้ำจนฉันเผลอร้องออกมาเบาๆ

“อะ”

“โทษที” ฉลามผละออกทันทีเหมือนเขาตกใจ “เจ็บเหรอ”

“... นิดหน่อยอ่ะ” ฉันตอบเสียงเบาลงตอนที่ลูบข้อมือตัวเอง แล้วฉลามก็พ่นลมหายใจ เขาคว้าข้อมือฉันมาจับไว้ แล้วบีบมันเบาๆ

“โทษนะ” เขาพูดแบบนั้น “เพราะเราเธอเลยต้องมาเจอเรื่องเหี้ยไรก็ไม่รู้”

“ไม่หรอกจ้ะ” ฉันสั่นหน้าทันที “ไม่เห็นต้องคิดมากเลย”

“ขอโทษ” เขาพูดขึ้นมาอีกครั้งเหมือนไม่ได้ฟังที่ฉันตอบกลับไป แล้วรั้งข้อมือฉันมาวางไว้ที่แผ่นอกของเขา

“...”

“โคตรไม่ชอบเลยว่ะ อะไรแบบนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป