บทที่ 1 สาวนักแข่งสุดแซ่บ VS หนุ่มช่างยนต์สูงวัย 1

เสียงประกาศของพิธีกรประจำสนามแข่งรถพัทยา จังหวัดชลบุรี ดังปะปนออกมากับเสียงโห่ร้องให้กำลังใจของผู้ชมที่มานั่งเป็นกองเชียร์อยู่ในสเตเดียมอย่างล้นหลาม เนื่องจากวันนี้มีงานแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตที่จัดโดยค่ายรถยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น

โดยมีทีมแข่งรถชื่อดังของเมืองไทยส่งนักแข่งมือดีเข้าร่วมแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก

แต่ละทีมขนรถยนต์สมรรถนะเป็นเลิศเข้ามาไว้ตรงบริเวณสนาม ช่างมือหนึ่งประจำทีมกำลังตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยของเครื่องยนต์และความปลอดภัยของตัวรถอย่างขะมักเขม้น เพราะการแข่งขันชิงถ้วยเลดี้คัปจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว

หนึ่งในนั้นคือทีมเรซซิ่งสตาร์ ซึ่งเป็นทีมน้องใหม่ทว่ามีนักแข่งสาวฝีมือดีอย่าง ปิ่นนารี ศิลป์อนันต์ นักแข่งสาวดาวรุ่ง เป็นตัวแทนลงแข่งในครั้งนี้

“หายใจลึก ๆ ครับ ผมมั่นใจว่าปิ่นต้องชนะแน่นอน” ภูวนัย หัวหน้าทีมแข่งรถเรซซิ่งสตาร์พูดให้กำลังใจแฟนสาวนักแข่งที่กำลังยืนหายใจแรง ๆ ด้วยความตื่นเต้นก่อนการลงสนาม

“โอ๊ย ปิ่นตื่นเต้นจนมือสั่นไปหมดแล้วค่ะ” มือน้อยที่ยกขึ้นให้เขาดูนั้นสั่นระริกอย่างที่หญิงสาวว่าจริง ๆ

ร่างเล็กถูกซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชุดแข่งลูกหมีสีขาวที่มีป้ายสปอนเซอร์ติดไว้มากมาย และถึงแม้จะใส่ชุดปิดมิดชิด ทว่าก็ไม่ได้บดบังความสวยงามของรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของเธอไว้เลยสักนิด

ในวัยยี่สิบสี่ปี ปิ่นนารีได้ชื่อว่าเป็นสปอร์ตเกิร์ลตัวจริง เพราะมีใจรักในกีฬาผาดโผนและความเร็ว เธอจึงหลงใหลในกีฬาชนิดนี้เป็นพิเศษ ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง

ความสามารถของเธอไม่เป็นรองใคร ฝีมือการขับรถของเธอไม่ธรรมดาจนกลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทีมเรซซิ่งสตาร์

เธอเริ่มลงแข่งขันรายการมอเตอร์สปอร์ตมาเป็นเวลาสองปีแล้ว และพัฒนาฝีมือขึ้นมายืนแถวหน้าของการแข่งขัน ได้ขึ้นแท่นรับรางวัลมาแล้วหลายสนาม และในวันนี้เธอก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคว้าชัยชนะอันดับหนึ่งมาครองให้ได้

“ใจเย็น ๆ ครับ หายใจลึก ๆ”

ภูวนัยให้กำลังใจต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวแฟนสาว ก่อนจะคว้ามือน้อย ๆ ที่สั่นระริกมากุมเพื่อให้กำลังใจ

ใบหน้าคมหล่อเหลาก้มลงมาใกล้ดวงหน้าหวานที่มีเหงื่อจากความร้อนและความตื่นเต้นผุดขึ้นตรงไรผม มือหนาของเขายกขึ้นเช็ดให้อย่างนุ่มนวล

“เสร็จงานนี้ต้องไปดูซากุระกับผมที่ญี่ปุ่นนะครับ” แฟนหนุ่มจึงเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้บรรยากาศก่อนแข่งตึงเครียดเกินไป

และคำของเขาก็ทำเอาสาวยิ้มออก ทว่าก่อนที่เธอจะอ้าปากตอบ ก็มีเสียงทุ้มขึงขังแทรกขึ้นมาขัด

“ช่วยไปจีบกันตรงอื่นได้ไหม” สีหน้าคนพูดดูราบเรียบไร้อารมณ์

ทว่านัยน์ตาคมที่จ้องไปยังหญิงสาวอยู่นั้นวาววับไม่ต่างจากแสงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงแยงตา

รูปทรงองค์เอวแสนปราดเปรียว ผิวขาวผ่องในชุดนักแข่งรถทำให้ปิ่นนารีดูโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาในสนามได้ดีเหลือเกิน รวมทั้งนายช่างหนุ่มที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาไล่เธอคนนั้นด้วย…

“ไม่ได้จีบกันสักหน่อย เป็นแฟนกันแล้วไม่จำเป็นต้องจีบกัน เราสองคนแค่คุยกันปกติเท่านั้นค่ะ”

ปิ่นนารีที่หายตื่นเต้นหันมาแย้งทันควัน

ใบหน้างามบูดเบี้ยวมองผู้ชายที่ไม่สมควรมาอยู่ตรงนี้สักนิด แต่ก็โผล่หน้ามาที่สนามแข่งทุกครั้งที่เธอแข่ง แถมยังมาวุ่นวายดูแลรถที่เธอใช้ลงแข่งอีกด้วย

ผู้ชายคนนี้ชื่อ พชร พิทักษ์โยธิน เป็นเจ้าของทีมรถแข่งของเธอ นอกจากนี้ครอบครัวของเขายังทำธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถยนต์จากต่างประเทศ เป็นเจ้าของศูนย์บริการซ่อมและตรวจสภาพรถซึ่งมีหลายสาขาทั่วไทย

และรวมถึงธุรกิจโชว์รูมนำเข้ารถหรูราคาแพงมาขายอีกด้วย

พูดง่าย ๆ คือรวยล้นฟ้า และไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาใส่ชุดช่างทนร้อนอยู่กลางสนามแข่งสักนิด

เพราะจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์และเป็นสิ่งที่หลงรัก พชรจึงเปิดอู่ซ่อมและตกแต่งรถซูเปอร์คาร์ดูแลด้วยตนเอง และมีความเชี่ยวชาญด้านการตกแต่งและซ่อมเครื่องยนต์อย่างลึกซึ้ง เหมือนที่เขากำลังก้ม ๆ เงย ๆ ทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่หน้ารถยนต์คันเก่งของนักแข่งสาวตอนนี้…

“ช่างเสียสมาธิ” ผู้ชายคนเดิมพูดเสียงราบเรียบ ระบุเหตุผลสั้น ๆ แต่ถ้าว่ากันตามจริง คนที่จะขาดสมาธิมากที่สุดก็คงไม่มีใครนอกจากเขานั่นแหละ

คงไม่มีผู้ชายหน้าไหนทนดูผู้หญิงที่ตัวเองหมายตามาช้านานยืนอยู่กับแฟนของเธอได้สบายใจนัก…

“ไปคุยกันตรงอื่นเถอะค่ะภู” นักแข่งสาวแบะปากใส่เจ้าของทีมอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนสะบัดหน้าพรืดแล้วจูงมือแฟนหนุ่มไปคุยกันตรงอื่นแทน

“ไปกินรังแตนมาจากไหนก็ไม่รู้ แก่แล้วก็ยังงี้ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้”

ปิ่นนารีแขวะช่างประจำทีมที่เธอรู้จักมานาน หากเธอก็ไม่เคยคิดจะสนิทสนมด้วย คงเพราะช่วงอายุที่ห่างกันมากเกินรอบ

รวมทั้งนิสัยและท่าทีแปลก ๆ ของเขา... ทำตัวไม่ต่างกับบิดาของเธอสักนิด

“ปกติคุณเพชรแกไม่ออกมาตรวจรถให้นักแข่งคนไหนนะ แต่พอปิ่นแข่ง แกออกมาตรวจดูความเรียบร้อยเองทุกครั้งเลยนะ” ภูวนัยพูดไปตามที่สังเกตเห็น

“ก็ไม่เห็นน่าแปลก คงเป็นพี่ปองฝากฝังเขามา” ปิ่นนารีหมายถึงปองภพ พี่ชายที่อายุห่างจากเธอกว่าหนึ่งรอบและเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของทีมด้วย

“จริง ๆ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเลย อยู่เฝ้าอู่ตัวเองก็ได้นี่ ถ้าอยากซ่อมรถ” เสียงหวานยังบ่นกระปอดกระแปด

นึกแล้วก็ขัดใจ จะมาเป็นช่างอยู่ที่สนามแข่งทำไมกัน สงสัยจะมาแอบมองพริตตี้สวย ๆ ที่เดินกันขวักไขว่เต็มสนามแน่ ๆ

แต่ก็ไม่น่าใช่อีก คนอย่างเขาน่าจะมีสาว ๆ ให้เลือกสรรจนจัดเวลาให้ไม่ถูกต่างหาก

หากก่อนที่นักแข่งสาวจะคิดหาคำตอบเกี่ยวกับตัวชายหนุ่มได้ ก็ถึงเวลาแข่งขันพอดี ปิ่นนารีเข้าไปนั่งประจำที่ สวมหมวกกันน็อก ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ก่อนจะเคลื่อนรถไปยังจุดสตาร์ต…

โดยมีสายตาคมแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยของหัวหน้าช่างมองตามรถของหญิงสาวไปด้วยหัวใจที่เต้นเร็วแรงด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้นักแข่งสาว

‘สู้เขานะปิ่น พี่เป็นกำลังใจให้’

แล้วเสียงปืนส่งสัญญาณเริ่มแข่งก็ดังขึ้น เสียงเครื่องยนต์นับสิบคันดังกระหึ่มกึกก้อง

นักแข่งทุกคนต่างพากันเหยียบคันเร่ง นำพารถของตัวเองขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด แข่งขันกันอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เข้าเส้นชัยก่อนใคร…

บทถัดไป