บทที่ 2 สาวนักแข่งสุดแซ่บ VS หนุ่มช่างยนต์สูงวัย 2
ปุ๊ก!
เสียงแชมเปญฉลองความสำเร็จดังขึ้นอีกครั้งในร้านอาหารกึ่งผับกลางตัวเมืองพัทยา หลังจากที่เธอเขย่าเปิดแชมเปญฉลองแชมป์เลดี้คัปที่โพเดียมรับรางวัลไปแล้วเมื่อตอนจบการแข่งขัน
ทางทีมงานก็พากันยกโขยงมาดื่มฉลองต่อที่นี่ โดยมีเจ้าภาพสายเปย์คือเจ้าของทีม ซึ่งนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่อย่างเงียบ ๆ มองดูหญิงสาวด้วยหัวใจเปี่ยมสุขไม่ต่างกัน
ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ดื่มฉลองกับทีมงานอย่างรื่นเริง และนั่งคุยหวานแหววแนบชิดกับแฟนหนุ่มให้คนเห็นปวดใจเล่น…
“ทำไมคุณเพชรไม่ดื่มกับพวกเราด้วยล่ะครับ” เสียงทีมงานคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงเกือบอ้อแอ้
เพราะนี่ก็ผ่านมาสองชั่วโมงเต็มแล้ว แต่ก็เห็นเจ้านายหนุ่มแค่จิบ ๆ แชมเปญนิดหน่อยเท่านั้น
“ผมต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ คืนนี้” เขาตอบสั้น ๆ ดวงตาคมยังคงจ้องไปที่ดวงหน้าหวานแดงก่ำซึ่งนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง
และดูท่าเหมือนกำลังเมาได้ที่
ว่าเธอเมาแล้ว แฟนหนุ่มของเธอเมาแอ๋ยิ่งกว่า ขานั้นฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้ว
พชรส่ายหัว ถ้าเมากันหมดแบบนี้แล้วจะกลับที่พักกันอย่างไร
และที่เขายังนั่งอยู่ตรงนี้ก็เพราะเป็นห่วงแม่น้องสาวเพื่อนที่คิดว่าตัวเองคอทองแดงนั่นเอง ดื่มไปไม่กี่แก้วก็เริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว
เห็นได้จากท่าทีตอนที่เธอเดินไปห้องน้ำ ก็รู้แล้วว่าเธอมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับการขับรถกลับที่พัก
ร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่นลุกขึ้น แล้วเดินตามไปดูหญิงสาวที่เดินหายไปพักใหญ่ด้วยความเป็นห่วง
แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะเขามาทันเห็นร่างเล็กตกอยู่ในอ้อมกอดของชายคนหนึ่งตรงบริเวณหน้าห้องน้ำพอดี โดยที่หญิงสาวกำลังพยายามดิ้นรนออกจากวงแขนนั้นอยู่
ความโกรธแล่นปราดไปตามร่างใหญ่ที่พุ่งเข้าไปกระชากร่างเล็กมาไว้ในวงแขนของตัวเองแทนทันที
“จะทำอะไร” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นราวกับฟ้าผ่า
“ป่ะ เปล่า ๆ ครับ” หนุ่มแปลกหน้าสะดุ้งโหยง รีบปฏิเสธ “น้องเขาจะล้ม ผมเลยช่วยพยุงเอาไว้เฉย ๆ ครับ”
แล้วคนที่รู้ตัวว่าทำคุณบูชาโทษก็รีบเดินหนีไปทันที เพราะกลัวรังสีอำมหิตที่ส่งมาทางสายตาคมกริบของพชร
“พี่เพดเหรอ” คนเมาทัก เมื่อเห็นว่าตกอยู่ในอ้อมกอดของใคร
ถ้าเป็นเวลาปกติ เธอคงสะบัดตัวหนีอย่างรังเกียจเป็นแน่ แต่ตอนนี้เธอปวดหัวจนพื้นหมุนไปหมดแล้ว ต้องหาที่เกาะเกี่ยว
“ดื่มไปจนเมาแบบนี้ได้ยังไง” พชรถอนหายใจ ประคองร่างแสนนุ่มนิ่มไว้แนบอก เพราะอีกฝ่ายแทบไม่มีแรงยืนด้วยตัวเอง
“ก็ปิ่นดีจายนี่ ปิ่นยางม่ายเคยด้ายแชมป์เลย” เสียงคนเมาตอบยานคาง
ดวงหน้าสวยล้ำแดงก่ำเงยขึ้นมามองเขาด้วยตาที่หวานฉ่ำปรือ แต่คนเห็นรู้ดีว่าไม่มีความรักให้เขาอยู่ในนั้น
“นึกว่าตัวเองคอแข็งนักหรือไง” พชรเอ็ดอย่างอดไม่ได้ นี่ถ้าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย คงเมาเละอยู่กันทั้งทีมแน่
“พี่เพดด พาปิ่นไปส่งที่โรงแรมหน่อยเซ่ ปิ่นขับรถม่ายหวายย” ร่างเล็กสูงแค่อกเขาเกาะเกี่ยวร่างใหญ่ไว้เป็นที่พึ่ง บดเบียดกายสาวนุ่มนิ่มเข้าหา ถ่ายเทความร้อนให้อีกฝ่ายจนต้องขบกรามแน่นกับความร้อนรุ่มที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่สมควร
“รู้ตัวก็ดี น่าจับตีก้นให้เข็ด”
ผู้ใหญ่ประจำทีมบ่น ก่อนค่อย ๆ พยุงร่างสวยที่ตาใกล้จะปิดเต็มทีไปยังรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla Model X ราคาแพงลิบถึงสิบสองล้านกว่าบาท จอดตระหง่านโดดเด่นล้ำสมัยสมกับความเป็นสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ที่สามารถขับเองได้ด้วยระบบออโตไพล็อต
ประตูรถเปิดพับขึ้นเองเหมือนปีกนกเพียงแค่เจ้าของรถเดินเข้ามาใกล้เท่านั้น
พชรอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกไร้สติขึ้นไปนอนบนเบาะหลัง พร้อมแกะปมชายเสื้อเชิ้ตของเธอออกเพื่อให้เธอได้นอนหลับอย่างสบายตัว โดยไม่เปิดเผยเนื้อหนังให้เขาเห็นมากไปกว่านี้ ก่อนจะลดกระจกรถลง ล็อกประตูรถให้เรียบร้อย
แล้วกลับเข้าไปในร้านอีกครั้ง เพื่อจัดการค่าอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งเรียกแกร็บคาร์มารับทีมงานที่เมาแอ๋ให้กลับไปส่งที่โรงแรมด้วย…
✦ ✦ ✦
สองชั่วโมงต่อมา รถยนต์สุดหรูหาชมยากของพชรจอดสนิทอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านของหญิงสาวซึ่งนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ตรงเบาะหลัง ชายหนุ่มบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยขบเล็กน้อย ก่อนหันไปมองร่างสวยตรงเบาะหลังด้วยความห่วงใย
‘ทำให้พี่ต้องเป็นห่วงตลอดเลยนะ ยายตัวยุ่ง’
พชรเลือกที่จะขับรถมาส่งหญิงสาวถึงบ้านที่กรุงเทพฯ แทนการส่งเธอไปนอนที่โรงแรม เพราะจะให้นอนเมาอยู่คนเดียวก็ไม่ดี พากลับมาบ้านจะได้มีคนดูแล
เหนืออื่นใด ถ้าเธอสติไม่ครบเช่นนี้ แล้วเกิดยินยอมให้แฟนหนุ่มเข้ามานอนร่วมห้องด้วย... ก็ยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่
มันเป็นสิทธิ์ของหญิงสาว แต่คนที่ได้แค่มองอย่างเขาก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น...
“ตีสองแล้ว” เขาพึมพำเมื่อยกมือดูนาฬิการาคาเรือนแพงพอ ๆ กับบ้านในหมู่บ้านนี้ ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว จะกดออดเรียกก็เกรงใจคนในบ้าน
พชรจึงตัดสินใจไม่กดออดให้มารับตัวหญิงสาวเข้าไป และอีกอย่าง หากบุพการีมาเห็นสภาพบุตรสาวเมาแอ๋ขนาดนี้ก็ต้องโดนดุแน่ ๆ แล้วเขาในฐานะผู้ใหญ่ในทีมก็ควรจะห้ามปรามและดูแลเธอให้ดีกว่านี้
พชรจึงเอนเบาะตัวเองลงเล็กน้อย ปิดแอร์ ลดกระจกลงให้อากาศถ่ายเท แล้วนอนรอในรถเพื่อให้หญิงสาวตื่นขึ้นมาเองพร้อมกับอาการสร่างเมาบ้างแล้ว...
และที่เขากล้านอนรอในรถดึก ๆ ดื่น ๆ ได้ก็เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านปิด มียามคอยดูแลตลอดเวลาและกล้องวงจรปิดอีกเพียบ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
แล้วเจ้าของรถหรูเองที่เหนื่อยอ่อนไม่แพ้กันก็ผล็อยหลับไปในรถนั่นโดยไม่รู้ตัว จนถึงรุ่งเช้าของวันใหม่…
....
เมื่อยไปทั้งตัว ศีรษะก็หนักอึ้ง นั่นคือความรู้สึกแรกของปิ่นนารีเมื่อตื่นขึ้นมา และเมื่อลืมตาเธอก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ในโรงแรม แต่เป็นเบาะหลังของรถยนต์ที่ดูโอ่อ่าราคาแพง ซึ่งจะเป็นรถของใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ของพี่เพชร เธอมองเห็นศีรษะของเขาอยู่ตรงเบาะที่นั่งคนขับ
ร่างสวยยืดแขนบิดขี้เกียจ หาวอีกหวอดใหญ่ พลางยกมือนวดคลึงขมับเบา ๆ เพื่อคลายความมึนหัวจากอาการเมาค้าง
เธอและพี่เพชรคงเมากันทั้งคู่ถึงต้องมานอนอยู่ในรถแบบนี้
ทว่าความรู้สึกโล่งโจ้งตรงบริเวณทรวงอกก็ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นจับสำรวจด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเบิกตาโพลงแล้วผุดลุกขึ้นนั่งราวกับโดนดีดด้วยสปริง
สภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวที่โดนปลดกระดุมออกจนหมดเผยให้เห็นทรวงอกคู่งามอัดแน่นอยู่ภายใต้เสื้อชั้นในสีหวาน ทำเอาเจ้าของอกอวบต้องปล่อยเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
“กรี๊ดดด”
และเสียงหวีดร้องนั้นก็ปลุกให้อีกคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
“ปิ่นเป็นอะไรไปครับ” พชรลุกขึ้นแล้วหันมาถามอย่างห่วงใย แต่แสงสว่างที่ทอแสงรอบด้านก็ทำให้เขารู้ว่าเผลอหลับจนสว่างคาที่แล้ว
แย่แล้ว…
“พะ พี่เพชรทำอะไรปิ่นเนี่ย ทำไมเสื้อผ้าปิ่นหลุดลุ่ยอย่างนี้” ปากสวยสั่นระริกด้วยความตกใจ ความโกรธเคืองปะปนกับความอับอายแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ที่โดนผู้ชายตรงหน้าล่วงเกิน
เมื่อวานเย็นเธอใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นคู่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งแล้วมัดตรงชายเสื้อเอาไว้ แต่มาตอนนี้กระดุมทุกเม็ดถูกแกะออกไปรวมทั้งปมตรงชายเสื้อด้วย
แล้วดวงตาคมของคนโดนกล่าวหาก็จ้องไปตรงบริเวณที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ เนินอกเต่งตึงที่โผล่พ้นขอบบราเซียร์นั่นทำเอาคนเห็นต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
ความร้อนรุ่มในกายสุมขึ้นมาอย่างไม่สมควร และนั่นก็ยิ่งทำให้หญิงสาวหวีดร้องดังขึ้นมาอีก
“กรี๊ด พี่เพชรลามก” ดวงตาคู่สวยถลึงมองเขาอย่างโกรธเคือง ก่อนจะรีบคว้าสาบเสื้อมาปิดทรวงอกสวยลวก ๆ แล้วกระโดดลงจากรถ
เพื่อหนีเข้าบ้านให้พ้น ๆ ผู้ชายลามก เพราะตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าอยู่ที่ไหน
ทว่าเธอคิดผิดมหันต์…
แต่ก็ยังไม่ผิดเท่าที่เขาถลาตามเธอลงมาจากรถด้วย
ความซวยมาเยือน จบกันชื่อเสียงของฉัน ปิ่นนารีครางในอก
เพราะตรงหน้าเธอตอนนี้มีทั้งบุพการีที่เคารพ พี่สาวคนสวยสุดที่รัก เหล่าคนรับใช้แสนภักดี รวมทั้งมนุษย์ป้าขาเม้าธ์ข้างบ้าน ซึ่งต่างพร้อมใจมาเห็นเหตุการณ์อัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของเธอกันอย่างพร้อมเพรียง
“นี่มันอะไรกันยายปิ่น อธิบายพ่อมาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงบิดาดังขึ้นไม่ต่างกับแผ่นดินถล่ม
พร้อม ๆ กันนั้น มารดาของเธอก็เป็นลมล้มพับลงต่อหน้า แล้วเสียงร้องด้วยความเป็นห่วงมารดาก็ดังขึ้นตามมา
เฮ้อ คนที่ควรเป็นลม หรือแกล้งเป็นลม ควรจะเป็นเธอมากกว่าไม่ใช่เหรอ
ในขณะที่ผู้ชายลามกกลับไม่มีทีท่าใด ๆ นอกจากความเรียบเฉยที่โชว์หราอยู่บนใบหน้าคม หรือว่าเขาเองก็ช็อกจนพูดไม่ออกไปแล้วเหมือนกัน…
