บทที่ 3 ตกกระไดพลอยโจน โดนจับแต่งงาน 1

“มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเห็นจริง ๆ นะคะ”

ถ้อยคำโอดครวญของปิ่นนารีดังขึ้นครั้งที่ร้อยเห็นจะได้ ตั้งแต่ผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหาย และพยานในเหตุการณ์เมื่อสักครู่พากันเข้ามานั่งล้อมวงสืบสวนเรื่องราวอยู่ภายในห้องรับแขกที่คลุ้งโขมงไปด้วยอารมณ์หลากหลาย

“คนเขาจะนินทาถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเรานะ” ประมุข ผู้เป็นบิดาเอาเหตุผลมาอ้าง สีหน้าท่าทางเป็นกังวลยิ่งนัก

ลำพังคนในบ้านไม่เท่าไร แต่คนนอกบ้านที่เพิ่งมาเห็นไปนั้นสิ ป่านนี้คงรู้กันทั้งหมู่บ้านแล้ว

“ช่างเขาสิ ปิ่นไม่สน ปิ่นไม่ได้เสียหายตรงไหน” เถียงพลางกัดกลีบปากอิ่มไว้แน่น

เสียหายแค่ตรงที่เขาเห็นหน้าอกเธอก็แค่นั้น ปิ่นนารีเข่นเขี้ยว ก่อนหันหน้าไปหาเรื่องคนที่ยังนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก

อะไรจะช็อกนานขนาดนี้ คนแก่ก็อย่างนี้ เลือดลมไม่ค่อยดี

“เอาสิ ถ้าอยากให้แม่ไปไหนมาไหนโดยมีปี๊บคลุมหัวอยู่” ชนาพรคร่ำครวญ น้ำตาปริ่มดวงตาที่ยังสวยสด และคนเป็นลูกก็ได้รับสืบทอดพันธุกรรมนั้นมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

นางเป็นภรรยาคนที่สองของประมุข มาตบแต่งกันก็ตอนที่ภรรยาคนแรกเสียชีวิตไป กว่าจะมีบุตรด้วยกัน ปิ่นนารีก็ห่างกับพี่ ๆ เป็นรอบ

บุตรสาวจึงมีนิสัยเหมือนลูกคนเล็กลูกหลงมาตลอด ดูตัวอย่างได้ตอนนี้ที่ดื้อหัวชนฝา ไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น

รวมทั้งเรื่องที่ไปเป็นนักแข่งรถนั่นด้วย ทั้ง ๆ ที่ทางครอบครัวไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยเลยสักนิด กีฬาอันตรายเอาชีวิตไปเสี่ยงออกอย่างนั้น

“ผมขอโทษครับ” แล้วเสียงทุ้มก็ดังขึ้น เจ้าของเสียงยกมือไหว้ขอขมาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพอย่างรู้สึกผิด เพราะเขาก็ประมาทเกินไป

ถ้าเรียกคนในบ้านออกมารับหญิงสาวตั้งแต่เมื่อคืน เรื่องวุ่น ๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น

เรื่องวุ่น ๆ เหรอ มันวุ่นสำหรับเขาจริงหรือเปล่า... มุมปากแอบกระตุกเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังกลั้นยิ้มอยู่

“ยังไงเสีย พ่อเพชรก็ต้องรับผิดชอบปิ่นนะ” คนเป็นพ่อน้ำเสียงเคร่งเครียด ก่อนถามตรง ๆ “จะแต่งงานกับน้องได้ไหม” โดยไม่กลัวความอับอาย ถ้าเพื่อนของบุตรชายคนโตจะปฏิเสธ

ในขณะที่อีกหนึ่งสาวซึ่งนั่งนิ่งเงียบอยู่รู้สึกตกใจจนแทบสิ้นสติ เกือบจะผุดลุกขึ้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา

‘ไม่ได้นะ พี่เพชรจะแต่งงานกับยายปิ่นไม่ได้เป็นอันขาด’ ปานชีวันกำมือเข้าหากันแน่น ดวงตาของเธอวาววับ เริ่มมีความริษยาลามเลียฉายวับขึ้นมา

“ไม่แต่งค่ะ” คนที่ยังไม่คิดแต่งงาน โดยเฉพาะกับผู้ชายที่แก่กว่าเธอเป็นรอบ ๆ อย่างพชร ปฏิเสธทันควัน “ยังไงปิ่นก็ไม่แต่ง ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรปิ่นทั้งนั้น” น้ำเสียงไม่แยแสสนใจ ทว่าในใจไม่มั่นใจเลยสักนิด

ก็ในเมื่อมนุษย์ป้าหน่วยข่าวลือมาเห็นเหตุการณ์อีหลักอีเหลื่อเมื่อเช้าเข้าพอดี ยิ่งเป็นการการันตีว่างานแต่งงานระหว่างเธอกับอีตาพี่เพชรมีสิทธิ์เกิดขึ้นถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

ถ้าป้าสมรรู้ ทั้งโลกจะต้องรู้ ทั้งโลกจริงและโลกโซเชียลจะรู้เรื่องนี้ด้วยโดยปริยาย

ไม่ว่าจะเป็นยามในหมู่บ้านไปจนถึงป้าขายหมูในตลาด ไม่เว้นแม้แต่พนักงานร้านสะดวกซื้อก็จะรู้เรื่องนี้ คูณด้วยเรื่องที่ป้าแต่งเติมเข้าไปอีกสิบเท่า

เผลอ ๆ ตอนนี้ในท้องเธอมีทารกอยู่แล้วด้วยก็ได้

แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน…

“แกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนฮึ ยายปิ่น” บิดาย้ำเตือนความคิดให้เธอ ตอกย้ำเข้าทรวงอกที่เพิ่งโดนผู้ชายลามกเห็น

ก็เอาไว้ที่เดิมนี่แหละค่ะ เพิ่มเติมก็แค่มีปี๊บเป็นเครื่องประดับอยู่บนหัวด้วย

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ปิ่นกับพี่เพชรไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน” เสียงหวานแว้ด ๆ อย่างคนไม่ยอมจนมุม “และที่สำคัญปิ่นไม่ได้รักพี่เพชร พี่เพชรอายุมากกว่าปิ่นตั้งเยอะ และปิ่นก็มีแฟนอยู่แล้ว ยังไงปิ่นก็ไม่แต่ง และปิ่นก็มั่นใจว่าพี่เพชรก็คงไม่ยอมแต่งงานกับปิ่นด้วย”

เธอร่ายเหตุผลยาวเหยียด

แล้วผู้ชายหน้าไหนจะยอมมาสละความโสดที่หวงมาจนเกือบสี่สิบปี เพื่อแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ชอบอย่างเธอกัน

และที่แก่จนปูนนี้แล้วยังไม่มีลูกเมียนั้น พี่เพชรมีปัญหาอะไรที่ต้องปกปิดหลบซ่อนอยู่หรือเปล่า

เป็นเก้งเป็นกวางเป็นไบ เป็นคนใส ๆ หรือเป็นอย่างไหนกันแน่ ปิ่นนารีอดคิดอย่างมีอคติขึ้นมาไม่ได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้

เมื่อเห็นว่าตัวต้นเหตุกลับไปเป่าสากอีกครั้ง ปิ่นนารีจึงยื่นมือไปสะกิดร่างใหญ่ให้รู้สึกตัว ก่อนจะถามหาลูกคู่ให้ช่วยกันปฏิเสธเรื่องไร้สาระนี้

“ใช่ไหมคะพี่เพชร พี่เพชรบอกคุณพ่อคุณแม่ปิ่นไปสิคะ ว่าไม่แต่ง”

“แต่งครับ!” เสียงของเขาหนักแน่นดั่งหินผาดังสวนคำขอของปิ่นนารี ดวงตาดำขลับทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเพชรเม็ดงาม

“ผมจะแต่งงานกับน้องปิ่นครับ”

พชรยืนยัน พร้อมกับคลี่ยิ้มหวานให้เธอซึ่งกำลังตาโตอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะเออออห่อหมกไปกับบิดาของเธอได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

และแน่นอนว่าบุพการีของเธอก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที

“ขอบใจพ่อเพชรมากนะที่เข้าใจความรู้สึกของพ่อกับแม่” ประมุขพูดอย่างโล่งอกโล่งใจ รู้สึกชื่นชอบเพื่อนรักของบุตรชายมากขึ้นอีกเป็นกอง ทั้ง ๆ ที่เดิมก็รู้จักและชื่นชมอุปนิสัยใจคอของชายหนุ่มมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

ผิดคาด ผิดแผน ผิดตัว ผิดคน ปิ่นนารีหน้าตาตื่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดตรงไรผม ความซวยชนิดเกินเบอร์มาเยือนแล้ว

“พี่เพชร รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรไป” เธอกระซิบกระซาบถามด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันพร้อมความโกรธ เมื่อคืนเขากินเหล้าผิดยี่ห้อหรือเปล่า ถึงได้พูดอะไรสิ้นคิดออกมาเช่นนี้

“เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุดครับ” ชายหนุ่มวางแผน ราวกับถ้อยคำปฏิเสธของเธอก่อนหน้าเป็นแค่ฝุ่นละอองในอากาศ ไม่ได้ยิน ไม่รู้สึกรู้สาอะไร หรือเขาหูหนวกหูตึงตามวัยกันแน่

“และผมจะให้คุณแม่มาสู่ขอปิ่นกับทางคุณพ่อคุณแม่พรุ่งนี้นะครับ” ยืนยันตามมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเขาเอาจริง ทว่าท่าทีและสีหน้าของพชรยังนิ่งสงบ ยากนักจะหยั่งถึงว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่…

“พะ พรุ่งนี้” คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวสายฟ้าแลบทวนคำอย่างตื่นตะลึง “พี่เพชรบ้าไปแล้ว ปิ่นไม่แต่งนะ” เสียงหวานกรีดร้อง ร่างเล็กเด้งขึ้นยืน ดิ้นเร่า ๆ อย่างเด็กที่โดนขัดใจ

แต่คนที่ยอมแต่งงานกับสาวอย่างง่าย ๆ กลับคลี่ยิ้มหวานในแบบที่ปิ่นนารีไม่ได้เห็นบ่อยนัก และเธอแทบสาบานได้ว่าเห็นแววแห่งความสุขสมใจบนดวงตาสีนิลที่จ้องมองเธออยู่

มันจะเป็นไปได้อย่างไร เขาต้องรู้สึกโกรธเคือง ไม่พอใจที่โดนมัดมือชกสิ

“ผมขอตัวก่อนนะครับ และต้องขอโทษอีกครั้งที่ทำให้มีเหตุการณ์ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น และทำให้ปิ่นต้องเสียชื่อเสียง”

ร่างสูงใหญ่ที่หัวใจข้างในพองโตยิ่งกว่าลุกขึ้นยืน กล่าวลาทำความเคารพผู้ใหญ่ ก่อนเดินจากไป ทิ้งให้ปิ่นนารีหวีดร้องออกมายาวเหยียด ก่อนจะกระแทกเท้าเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองด้วยความคับแค้นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป