บทที่ 4 ตกกระไดพลอยโจน โดนจับแต่งงาน 2

เรื่องมันมาลงเอยแบบนี้ได้อย่างไร ปิ่นนารีคร่ำครวญ กระโดดลงไปนอนชักดิ้นชักงอบนเตียงนอนใหญ่นุ่ม ตีอกชกตัวไปพร้อม ๆ กัน

ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเจอเรื่องน่ายินดีปรีดาที่สุดเมื่อวานนี้มาแท้ ๆ มันควรจะเป็นวันที่เธอยังฉลองความสำเร็จของตัวเองได้อีกหนึ่งวัน

ถ้าเธอไม่ดื่มจนเมาแอ๋ คงไม่ต้องกลายเป็นว่าที่เจ้าสาวสายฟ้าแลบแบบนี้

จะว่าไปแล้ว กระดุมเสื้อเธอหลุดได้อย่างไรกัน คิ้วสวยขมวดมุ่นยามครุ่นคิด

เขาแอบแกะออก หรือเธอแกะเอง ปกติเธอเป็นคนขี้ร้อน ก็ไม่แปลกถ้าจะแกะกระดุมเสื้อตัวเองออกโดยไม่รู้ตัว

ก็คนมันเมานี่ แล้วผู้ชายอย่างพชรก็ไม่น่าจะมาแอบแตะเนื้อต้องตัวเธอ ปกติเจอกันก็คุยกันแทบนับคำได้ แถมยังยืนห่างกันเป็นวา และที่สำคัญเขาอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงก็ได้

แล้วนี่เธอต้องมาแต่งงานกับผู้ชายใกล้วัยทองจริง ๆ เหรอ แถมยังต้องลุ้นสถานะทางเพศของเขาด้วย

“โอ๊ย อะไรมันจะซวยระเบิดระเบ้อขนาดนี้” ซวยที่ทุกคนดันมาเห็นเหตุการณ์กันพร้อมเพรียง

นั่นเพราะแม่บ้านตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีรถยนต์คันงามหรูหราของใครก็ไม่รู้จอดอยู่หน้าบ้าน สวยแปลกแบบไม่เคยเห็นมาก่อน จนไม่กล้าเข้าไปมองใกล้ ๆ จึงไปรายงานบิดาของเธอ

แล้วนึกอย่างไรก็ไม่รู้ ทุกคนดันพากันเดินออกมายลโฉมรถหรูราคาแพงกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แม้กระทั่งปานชีวันที่ปกติไม่คิดสนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

‘ป้าเห็นรถใครก็ไม่รู้ ดูท่าแล้วคงจะแพงมาก เลยจะมาดูว่าเป็นของแฟนหนูปิ่นหรือเปล่าน่ะจ้ะ’ นั่นคือคำให้การของคุณป้าขาเผือกข้างบ้าน ที่รีบแจ้นเข้ามารายงานตัวก่อนเธอจะโดนบุพการีลากเข้ามาสอบสวนในบ้าน

ไม่ใช่แฟนหนูค่ะป้า ตอนนี้กลายเป็นว่าที่เจ้าบ่าวหนูแล้ว

จู่ ๆ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างของปานชีวันที่โผล่เข้ามาในห้องนอน เธอจึงหยุดความคิดแช่งชักหักกระดูกว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเอาไว้ชั่วคราว

“พี่ปานต้องเชื่อปิ่นนะคะ ปิ่นไม่มีอะไรกับพี่เพชรจริง ๆ” เสียงหวาน ๆ ของปิ่นนารีรีบรายงานพี่สาวที่เดินตรงเข้ามานั่งบนเตียงด้วยทันที

“พี่เชื่อปิ่นจ้ะ” ปานชีวันข่มความอิจฉาริษยาไว้ตรงก้นบึ้งหัวใจ พยักหน้าตอบเสียงหวานเจี๊ยบ “แล้วปิ่นจะยอมแต่งงานกับพี่เพชรจริง ๆ เหรอ” ถามอย่างพี่สาวคนสวยที่เป็นห่วงและน่ารักกับน้องสาวเสมอ

แต่ไม่ใช่เลยสักนิด ปานชีวันไม่เคยแสดงว่าเกลียดชังรังเกียจน้องสาวอย่างโจ่งแจ้ง แต่เพราะอายุที่ห่างกันถึงสิบปี การที่ทั้งคู่ไม่สนิทสนมกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

หากความจริงคือหล่อนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับปิ่นนารีต่างหาก เพราะในใจนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาต่อตัวปิ่นนารีอย่างที่สุด

มันคือปมในหัวใจหล่อน คล้ายบาดแผลร้าวลึกอยู่ข้างใน

เมื่อบิดาสุดที่รักและเคารพไปแต่งงานใหม่ รักเมียใหม่ รักบุตรสาวคนใหม่มากกว่าหล่อน จากเคยเป็นบุตรสาวคนเล็กที่ได้รับความรักและเวลาจากบิดาอย่างเต็มเปี่ยม อยู่ ๆ หล่อนก็โดนยัดเยียดความเป็นลูกคนกลางให้เมื่อมีน้องสาวหน้าตาน่ารักคลอดออกมา

เป็นใครก็คงมีปมในใจเยี่ยงหล่อนไม่ใช่รึ

แล้วนี่น้องสาวที่ได้เปรียบหล่อนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือความเป็นคนสำคัญในสังคม ดันจะมาแย่งผู้ชายคนเดียวที่ตัวเองหมายปองมานานแสนนานไปอีก

ใครจะไปทนอยู่เฉย ๆ ได้

“แล้วจะให้ปิ่นปฏิเสธยังไงคะ คนที่จะให้แต่งคือคุณพ่อกับคุณแม่ พี่เพชรก็แค่โดนมัดมือชกเหมือนปิ่น” เธอสาธยาย อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยอมตอบตกลงง่าย ๆ

“แต่ก็ใช่ว่าปิ่นจะปฏิเสธไม่ได้นี่ หรือปิ่นแอบชอบพี่เพชร ถึงจะยอมแต่ง” หล่อนแค่เกริ่นถาม รู้อยู่เต็มอกว่าน้องสาวไม่ได้คิดเกินเลยกับอีกฝ่ายไปกว่าคำว่าพี่ชาย

แต่กับพชร หล่อนหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยังครองตัวเป็นโสดมานานขนาดนี้ หลายครั้งที่หล่อนพยายามเปิดเผยหัวใจตัวเองให้เขารับรู้ว่าหล่อนแอบชอบแอบรักเพื่อนพี่ชายมาช้านาน

ทว่าเขาก็ปฏิเสธหล่อนกลับมาอย่างนุ่มนวล บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ตามนิสัยของเขาตลอด

และการที่เขายังไม่มีคนรัก ไม่คิดตกล่องปล่องชิ้นกับสาวหน้าไหน ปานชีวันจึงวางใจมาโดยตลอด ที่ไหนได้ เขากำลังจะโดนน้องสาวของตนแย่งไปต่อหน้าต่อตา

“พี่ปานก็รู้ว่าปิ่นมีแฟนแล้ว ปิ่นจะไปชอบพี่เพชรได้ยังไง” เสียงหวานแว้ดขึ้นมาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพี่สาวไม่ได้เข้าข้างหรือเข้าใจตัวเองเลย

“เอ่อ พี่ขอโทษจ้ะ” ปานชีวันเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ทว่าในใจเต้นแรงด้วยความยินดี “พี่ก็แค่อยากให้ปิ่นคิดดี ๆ การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่นะ ถ้าปิ่นกับพี่เพชรไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันอย่างที่ปิ่นยืนยัน จะแต่งกันได้ยังไง” คนเป็นพี่เกลี้ยกล่อม

“...เพราะถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่พี่ไม่ได้รักเด็ดขาด” ก่อนจะฝังความคิดลงไปล้างสมองน้องสาวแสนดื้อ เพราะหล่อนคิดว่าปิ่นนารีอาจจะพยศขึ้นมาและไม่ยอมแต่งงานง่าย ๆ

และพชรก็ยังเป็นของหล่อนคนเดียว ตราบใดที่เขายังไม่มีเจ้าของตัวจริง หล่อนก็ยังมีสิทธิ์ในตัวเขา

คำของพี่สาวกระแทกใจปิ่นนารีอย่างจัง แล้วเธอจะยอมแต่งงานกับเขาจริง ๆ เหรอ

เธอเป็นห่วงหน้าตาทางสังคม ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลมากกว่าความสุขของตัวเองจริงหรือเปล่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป