บทที่ 5 ตกกระไดพลอยโจน โดนจับแต่งงาน 3
“ครับ ฝากด้วยนะครับ และต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ ที่ไม่ได้ไปเรียนคุณแม่ด้วยตัวเอง”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มระรื่นหูพูดใส่ไอโฟน เจ้าของเสียงยิ้มกริ่มมีความสุขกับเรื่องไม่คาดฝันที่เพิ่งเกิดขึ้น
หลังจากกลับถึงบ้านพักซึ่งสร้างอย่างเรียบง่ายทว่าทันสมัยหลังอู่ตกแต่งรถซูเปอร์คาร์ของตัวเอง พชรรีบโทรศัพท์ไปกราบเรียนมารดาให้ไปทาบทามสู่ขอปิ่นนารีทันที
และสำหรับคนที่รอให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นฝั่งเป็นฝามานานปีดีดัก ก็ไม่ถามซักไซ้ไล่เลียงอะไรมาก นอกจากจะพร้อมไปสู่ขอสาวให้บุตรชายด้วยความเต็มอกเต็มใจ แถมว่าที่ลูกสะใภ้ยังเป็นลูกหลานของคนรู้จักคุ้นเคยมาช้านาน เห็นกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกอีกต่างหาก ยิ่งนำพาความปลาบปลื้มยินดีมาให้คุณหญิงบุษราคัมยิ่งขึ้นไปอีก
พชรนั่งลงบนโซฟาราคาแพงในห้องรับแขก ก้มลงมองไอโฟนในมือก่อนจะกดเลื่อนไปดูรูปในอัลบั้ม Favorite ซึ่งข้างในมีรูปอยู่เพียงรูปเดียว
เขายิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นรูปที่ชอบมากที่สุดปรากฏต่อสายตา
มันเป็นภาพในวันที่เขาไปร่วมแสดงความยินดีกับหญิงสาวในงานรับปริญญาเมื่อสองปีที่แล้ว ดวงหน้าสวยยิ้มแย้มสดใสกระชากหัวใจหนุ่มแทบทุกคน รวมทั้งตัวเขาที่ยืนถ่ายรูปอยู่เคียงข้างร่างเล็กนั่นด้วย
ในภาพ ใบหน้าคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตาดำยิ้มเล็กน้อยให้กล้องเหมือนการถ่ายรูปปกติทั่วไป
ทว่าไม่มีใครรู้ว่าภายใต้แว่นตานั้น มันซ่อนแววตาแห่งรักและความภาคภูมิใจในตัวหญิงสาวไว้มากเพียงใด
และภาพก็ไม่สามารถบอกได้ว่าหัวใจของเขากระหน่ำเต้นแรงด้วยความยินดีมากเพียงใดที่ได้มายืนเคียงสาวน้อยในดวงใจที่เขาแอบหมายปองมานานแสนนาน
จากแค่น้องสาวของเพื่อนรักที่เขาให้ความเอ็นดู จนมันเปลี่ยนเป็นความรักแบบหนุ่มสาว... ตั้งแต่เมื่อไรเขาก็จำไม่ได้
แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมจะเดินหน้าจีบน้องสาวเพื่อน หญิงสาวดันมีเจ้าของไปเสียแล้ว
และพชรคิดมาตลอดว่าอะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง สิ่งที่ควรทำคือตัดใจ ไม่ใช่ไปแย่งมา
ก็ในเมื่อหญิงสาวมีคนรักอยู่แล้ว เขาก็ไม่คิดจะไปแย่งเธอมาเป็นของตัวเอง สิ่งที่ทำได้คือแค่ได้มองสาวเจ้าอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เท่านั้น
จนมันเกิดเหตุการณ์วันนี้ขึ้นอย่างไม่คาดฝัน อยู่ ๆ ก็ได้จับพลัดจับผลูโดนจับคู่แต่งงานกับเธอ
และเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าปิ่นนารีไม่ใคร่จะชอบเขาเท่าใดนัก มองเขาเป็นเพียงแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น แล้วยิ่งถ้าโดนบังคับให้แต่งงานกับเขาเยี่ยงนี้ด้วยแล้ว หญิงสาวอาจจะพาลเกลียดเขาไปเลยก็ได้
“เฮ้อ” พชรถอนหายใจอย่างคนหนักใจ รู้สึกสงสารหญิงสาวที่อยู่ ๆ ต้องมาแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก
“แกทำอะไรลงไปวะ” พชรก่นด่าตัวเองอย่างอดไม่ได้ ผีตัวไหนมาเข้าสิงให้เขาโพล่งตอบตกลงแต่งงานออกไปอย่างง่าย ๆ แบบนั้น
แต่ในเมื่อผลตอบแทนช่างหอมหวานขนาดนี้ เขาก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองไว้ได้เช่นกัน
หากคิดอีกที มันดีเสียอีกที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะรุกจีบหญิงสาวที่มีเจ้าของแล้วได้อย่างไร
และในใจลึก ๆ เขาเองก็ไม่อยากเสียหญิงสาวไปให้ใครเช่นกัน…
✦ ✦ ✦
ปิ่นนารีไม่ได้เห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเลยตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่างานแต่งงานจะไม่ถูกตระเตรียมขึ้นอย่างสมฐานะเจ้าบ่าว และตามที่เขาบอกไว้
...เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด…
ทางผู้ใหญ่ก็มาทาบทามสู่ขอเธอในวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์พรั่งพร้อม ราวกับว่าทางครอบครัวเขาเตรียมการสู่ขอสาวให้บุตรชายคนโตมานานแล้ว
กดปุ่มปั๊บ ทุกอย่างเสร็จพร้อมสรรพ และอีกแค่สองอาทิตย์เธอก็จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเขาแล้ว
เร็วปานสายฟ้าฟาด สมกับที่ชาวบ้านเริ่มนินทาว่าเธอท้องก่อนแต่ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปิ่นนารียังคิดถึงเรื่องล้มเลิกงานแต่งหรือแม้แต่วางแผนหนีงาน เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก แต่ในใจลึก ๆ เธอก็กลัวว่าจะยิ่งทำให้บุพการีทั้งสองต้องอับอายขายหน้าเพิ่มไปอีก
ปี๊บคงโดนเหมามาหมดตลาด
แล้วยิ่งนึกถึงคำของคุณหญิงบุษราคัมในวันที่มาสู่ขอเธอ ซึ่งท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่เธอเคารพนับถือมานานนั้นด้วย
‘แม่ดีใจเหลือเกินที่หนูปิ่นจะได้เป็นลูกสาวของแม่แล้ว เห็นกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ไม่คิดว่าจะได้มาเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกัน นี่ถ้าพ่อของตาเพชรไม่ด่วนจากไปเสียก่อน ท่านคงดีใจที่สุดที่ลูกชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แถมยังได้ลูกสะใภ้ถูกใจแบบหนูปิ่นด้วย’
แถมท่านยังไปขุดคนตายไปแล้วมาช่วยกล่อมเธอด้วย
ความคิดที่จะพยศไม่ยอมแต่งงานกับเขาก็สูญสลายไปราวกับลมพายุมาปัดเป่า ปิ่นนารีจึงตัดสินใจล้มงานแต่งไม่ลง
แต่แต่งกันแค่ในนามก็ได้นี่ รักษาหน้าให้พ่อกับแม่ก่อน ค่อยหย่ากันทีหลังก็ได้ ถึงได้ชื่อว่าเป็นหม้าย ก็ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเท่าตอนนี้หรอก
ปิ่นนารีตัดใจและทำใจ อย่างไรเธอก็ต้องกลายเป็นเจ้าสาวสายฟ้าแลบของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และว่าที่เจ้าบ่าวก็กำลังจะพาเธอไปลองชุดแต่งงานกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว…
