บทที่ 7 ถ่ายพรีเวดดิ้ง มุ้งมิ้งวาบหวาม
ว่าที่เจ้าสาวอดร้องว้าวอย่างสาวรักสวยรักงามไม่ได้เมื่อย่างเท้าเข้ามาในเวดดิ้งสตูดิโอสุดหรูใจกลางเมือง
การตกแต่งสวยงามอลังการตั้งแต่หน้าร้านยันหลังร้าน มีชุดแต่งงานทั้งไทยและสากลราคาแพงแบรนด์ดังมากมายให้เลือกซื้อหรือเช่า มีพนักงานบริการด้วยเซอร์วิสระดับโรงแรมห้าดาว พาเธอลองชุดสลับไปมานับสิบชุด
จนปิ่นนารีเวียนหัวไปหมด เลยต้องขอพักเบรกการเลือกชุดไว้ก่อน
“จริง ๆ ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ปิ่นนารียกขวดน้ำดื่มดับกระหาย ก่อนเอ่ยปากกับว่าที่เจ้าบ่าวเรื่องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำของเขา
“เราแค่แต่งงานกันเพราะความจำเป็นเท่านั้นเอง”
ร่างสวยสะโอดสะองในชุดแต่งงานสีขาวมุก เสื้อแขนยาวซีทรูคว้านคอลึก เผยให้เห็นเนินอกอวบแอบเซ็กซี่ กระโปรงทรงเอย้วยเล็กน้อยดูน่ารัก ช่วงตัวและแขนตกแต่งด้วยลูกไม้ ดูเรียบหรูเก๋ไก๋
และหญิงสาวก็ดูสวยจนคนเห็นตะลึง มองภาพสาวแน่นิ่ง แทบลืมหายใจ…
“พี่เพชรคะ ได้ยินที่ปิ่นพูดไหมคะ” หน้าสวยหันมามองคนที่จ้องมายังเธออยู่ก็จริง แต่คล้ายกับเหม่อลอย ไม่ฟังคำถามของเธอ
“เอ่อ ปิ่นพูดว่าอะไรนะครับ”
พชรกระแอมในลำคอเล็กน้อย แล้วหยิบน้ำมาดื่มดับกระหายเพราะความร้อนรุ่มที่คุกรุ่นอยู่ในตัว ตั้งแต่เห็นหญิงสาวเปลี่ยนชุดแต่งงานสวยงามหลายชุดหลายสไตล์สลับไปมาชุดแล้วชุดเล่า
และนี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งละมั้ง ที่เขาไม่กล้าอยู่ใกล้หญิงสาวมากเกินไป เพราะกลัวว่าจะปิดกั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่มิด
“ปิ่นบอกว่าไม่ต้องลงทุนมากมายขนาดนี้ก็ได้ค่ะ เราแต่งงานกันเพราะความจำเป็นเท่านั้น” เธอย้ำ
“พี่ก็อยากจะจัดให้สมกับฐานะหน้าตาของครอบครัวน่ะครับ”
มันจะเป็นงานแต่งครั้งแรกและครั้งเดียวของพี่ พี่อยากให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด พชรคิดในใจ
“อ๋อ ที่แท้ก็กลัวขายหน้า” เธอร้องอ๋อก่อนยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ปิ่นก็แค่ไม่อยากให้ต้องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ อีกไม่นานเราก็หย่ากันแล้ว”
คนที่ถูกชวนหย่านับครั้งไม่ถ้วนปวดใจ แม้รู้อยู่เต็มอกว่าฐานะของตัวเองในสายตาหญิงสาวคืออะไร พชรข่มความขุ่นใจไว้
ถ้าพี่ไม่หย่าล่ะครับ ได้แต่ถามขึ้นในใจ
“ปิ่นเลือกชุดได้หรือยังครับ” คนอยากเปลี่ยนเรื่องคุยถาม สำหรับเขาลองแค่ชุดเดียวก็ได้ทักซีโดสีดำมาอยู่บนร่างใหญ่นานแล้ว และเขาก็ดูภูมิฐานหล่อเหลายิ่งนัก
“ไม่รู้สิคะ ปิ่นเลือกไม่ถูก” ก็มันดูสวยชวนฝันแทบทุกชุด เลยเลือกยากไปหน่อย
นี่ถ้าเป็นงานแต่งงานกับคนที่เธอรัก เธอคงได้ตายอย่างสงบศพสีชมพูอย่างแน่นอน
“ปิ่นใส่ชุดไหนก็สวยทั้งนั้น” เสียงทุ้มบอก
ปิ่นนารีหันหน้าขวับมามองอย่างไม่เชื่อหู เมื่อไรกันที่เพื่อนพี่ชายมองว่าเธอสวย ในสายตาเขาเธอก็น่าจะเป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่งมากกว่า
พชรกระแอมในลำคออีกหน ก่อนขยายความเพิ่ม “เอ่อ พี่หมายถึงชุดที่ร้านสวยทุกชุด ปิ่นเลือกชุดไหนก็ไม่ผิดหวังหรอกครับ”
“งั้นชุดนี้เลยไหมคะ ปิ่นขี้เกียจลองแล้ว” ร่างสวยในชุดแต่งงานหมุนไปหมุนมาสำรวจตัวเองในกระจกที่วางอยู่รอบทิศทาง ก่อนถามความเห็นว่าที่สามี
“สวยหรือเปล่าคะ”
“สะ สวยครับ” สวยที่สุด…
ดวงตาคมวาววับดั่งแสงไฟมองไปยังร่างงามหาที่ติไม่ได้นั้นอย่างคละคลุ้งไปด้วยรักที่อีกฝ่ายยังมองไม่เห็น
และเพราะมีเวลาไม่พอไปถ่ายพรีเวดดิ้งกันนอกสถานที่ อีกทั้งยังเป็นความต้องการของเจ้าสาวที่อยากได้ความเรียบง่าย ไม่อยากวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่งมากนัก บ่าวสาวจึงตัดสินใจถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันในสตูดิโอสำหรับใช้ในงานกันในวันนี้เลย
ปิ่นนารีโดนจับแปลงโฉมให้เป็นเจ้าสาวแสนสวยด้วยช่างประจำร้านฝีมือดีสมราคา ผมสีน้ำตาลเข้มถูกเกล้าขึ้นประดับด้วยดอกไม้ เผยลำคอขาวผ่องเป็นยองใย และดวงหน้ารูปไข่สวยล้ำที่มีดวงตากลมโตประดับอยู่รับกับจมูกโด่งเชิดเล็กน้อยนั่น
พชรมองว่าที่เจ้าสาวที่กำลังเดินเยื้องย้ายมาตรงหน้าตาไม่กะพริบ เพราะเธอดูสวยสะดุดสายตาเหลือเกิน และแม้เจ้าสาวจะมายืนเคียงข้างร่างสูงใหญ่เพื่อรอถ่ายรูปอยู่แล้ว เจ้าบ่าวก็ยังยืนแน่นิ่งตื่นตะลึงอยู่นั่นเอง
“เจ้าสาวสวยมาก ๆ เลยค่ะ สวยจนเจ้าบ่าวมองตาค้างเลย” เสียงพนักงานหญิงในร้านเอ่ยชมเชิงเย้าหยอก เรียกสีเลือดฝาดให้ขึ้นบนแก้มที่โดนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยิ่งขึ้นไปอีก
ช่วงแรก ๆ การถ่ายรูปไม่ได้ยากเท่าไร เพราะเป็นฉากที่เธอและเขายืนนั่งสลับกันไป ไม่ค่อยได้แตะเนื้อต้องตัวกันมาก มีจับมือถือแขนกันแค่นิดหน่อยเท่านั้น
จนมาช่วงท้าย ๆ ที่ผู้ช่วยช่างเดินมาพาร่างของทั้งคู่มายืนเคียงข้างกัน อีกทั้งยังจับวงแขนของทั้งสองฝ่ายให้โอบกอดกันและกันด้วย จึงทำให้บ่าวสาวรู้สึกขัดเขินวางตัวไม่ถูก
“ยิ้มหน่อยครับ” เสียงช่างภาพดังขึ้น ซึ่งนายแบบนางแบบก็ทำตามทันที และตามมาด้วยเสียงรัวชัตเตอร์นับครั้งไม่ถ้วน
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวขยับเข้ามาใกล้กันอีกครับ และกอดแนบชิดขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ” เสียงช่างภาพแนะนำขึ้นอีก
ครานี้บ่าวสาวเขยิบเข้าหากันอย่างขัดเขิน พชรไม่กล้าโอบกอดร่างสาวเจ้ามากเกินไป ทั้งกลัวหักห้ามอารมณ์ในกายไม่ไหว และไม่อยากได้ชื่อว่าถือโอกาสเอาเปรียบหญิงสาวด้วย
“เขาบอกให้กอดแน่นอีกค่ะพี่เพชร” ปิ่นนารีที่ถึงแม้จะเขินอาย แต่ก็อยากทำงานให้เสร็จลุล่วง จึงแนบร่างเข้าหาชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น จนร่างทั้งสองแนบชิดไร้ช่องว่าง อีกทั้งเรียวแขนเล็กก็โอบกอดร่างใหญ่ไว้อย่างแนบแน่นด้วย
“ดีครับ ๆ เจ้าสาวแนบหน้าลงบนอกเจ้าบ่าวครับ”
ปิ่นนารีทำตามอย่างว่าง่าย ไม่เห็นจะยาก แค่ซบหน้าลงบนอกเขา วงแขนเล็กโอบรอบเอวสอบของร่างใหญ่ไว้ด้วย
พชรตัวแข็งทื่อ และต้องบังคับไม่ให้อย่างอื่นแข็งขึ้นตามความร้อนรุ่มในตัวด้วย กลิ่นกายสาวหอมละมุน ร่างแน่งน้อยแสนนุ่มนิ่มแนบชิดกำลังทำให้เขาสูญเสียการควบคุมตัวเอง
แล้วร่องอกที่เป็นต้นเหตุให้เขาได้แต่งงานกับเธอก็โผล่พ้นจากคอเสื้อคว้านลึกออกมายั่วยวน จนพชรหายใจติดขัด แล้วดวงตาคมที่เผลอมองต่ำไปตรงส่วนที่คว้านลึกนั่นก็ส่งผลให้ความร้อนในร่างใหญ่พลุ่งพล่านเกินทน
พลาดครั้งใหญ่หลวง... ความร้อนที่พยายามสะกดกลั้นไว้พุ่งตรงไปยังอาวุธประจำกายอย่างห้ามไว้ไม่อยู่
พชรเบี่ยงสะโพกให้ห่างออกจากร่างเล็กเพื่อไม่ให้สาวเจ้ารับรู้ถึงความเร่าร้อนในกาย และโชคดีที่มีกระโปรงฟู ๆ ของเจ้าสาวช่วยปกปิดซ่อนตัวเองเอาไว้ ไม่งั้นได้ขายขี้หน้าแย่
พระเจ้า ปิ่นนารี พี่จะทำอย่างไรกับเธอดี พชรกัดฟัน
