บทที่ 6 วิศวะเกลียดรัก :: CHAPTER 2 คนสวยช่วยดามใจ [100%]
ใบหน้าหล่อเหลายังคงจดจ้องมองฉันที่นึกคึกบ้าอะไรก็ไม่รู้นะ ถึงได้คิดเองเออเอง เกิดพี่เขตไม่ได้อยากจะทำตามไม่หน้าแตกเหรอ แต่... ฉันก็แค่อยากจะช่วยเขาเองนี่นา ยิ่งมะนาวบอกว่าพี่เขตมีปัญหาถาโถมหนักเรื่องเพื่อนสนิท ไหนจะโดนนอกใจอีก เรื่องที่เขาขยาดผู้หญิงและอื่นๆ อีกมากมาย มันคงจะทำให้เขาเครียดน่าดู ไม่งั้นคงไม่ขับรถไปเรื่อยแบบนี้เพราะไม่อยากกลับห้อง ความทรงจำกับแฟนเก่าคงจะมากเลยสิท่าเขาถึงเร่ไปเร่มาเหมือนวิญญาณขนาดนี้
“เกรซแยกแยะออกค่ะ เมื่อก่อนเกรซเคยมองว่าพี่เขตคบกับพี่ชลเป็นเพื่อนได้ก็คงจะนิสัยเหมือนกัน”
“อืม” พี่เขตเอาหมวกกันน็อกวางบนถังน้ำมันรถและเอาแขนเท้าลงบนหมวกเพื่อตั้งใจฟัง
“แต่พี่เขตไม่ใช่แบบที่เกรซคิด เกรซเลยคิดว่าเกรซเป็นเพื่อนกับพี่เขตได้นะคะ”
“เพื่อน?”
“ค่ะ แบบว่าเราสนิทกันได้แบบเพื่อน” เพื่อนสาวงี้ แต่ไม่กล้าพูดออกไปกลัวเขาจะตบฉันก่อนน่ะสิ “เกรซช่วยให้มะนาวหายทุกข์เรื่องโดนพี่ชลนอกใจได้ เลยอยากทำแบบนั้นกับพี่เขตบ้าง”
“...”
“ถ้าพี่เขตไม่รู้จะไปไหนหรือทำอะไร พี่เขตมาหาเกรซที่บาร์ได้นะหรือไม่ก็หาของอร่อยๆ กินกัน” ฉันฉีกยิ้มให้กับเขาที่ยังคงทำหน้านิ่งไม่ให้คำตอบฉันด้วยซ้ำ นั่นไงเกรซ... จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่องปะเนี่ย “พี่เขตคุยกับเกรซได้ทุกเรื่องนะ เกรซรับฟังได้ค่ะ หรือจะให้เกรซไปดักตบคนที่แย่งแฟนพี่เขตไปก็ได้ เกรซทำได้”
“หึ” พี่เขตถึงกับหลุดขำออกมาเล็กน้อย มันเป็นครั้งแรกปะเนี่ยที่เห็นเขาขำและยิ้ม... พระเจ้า เวลายิ้มพี่เขตโคตรหล่อเลยทุกคน หล่อมากจนฉันกระพริบตาถี่รัวว่าที่เห็นมันจริงใช่ไหม
“พี่เขตอยากมีแฟนใหม่ก็บอกเกรซได้นะ เกรซแนะนำได้ เกรซรู้จักคนเยอะค่ะ”
“ขอบใจ” แค่คำเดียวของพี่เขตก็ทำให้ฉันถึงกับนิ่งชะงักไปแปบหนึ่ง “พี่... เกลียดมันไปแล้วล่ะ ความรักน่ะ”
“พี่เขต”
“ขึ้นห้องเถอะ ดึกแล้ว” พี่เขตพยักเพยิดหน้าให้และสวมหมวกกันน็อก
“พรุ่งนี้เลิกเรียนไปกินชาบูกันไหมคะ!” ฉันเอ่ยปากตะโกนแข่งกับเสียงรถของพี่เขตที่เร่งเครื่องและขับออกไปทันที มือที่ยกขึ้นหวังโบกให้พี่เขตเห็นและฟังในสิ่งที่ฉันพูดมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อนอกจากเสียงท่อรถของพี่เขตจะดังกลบเสียงฉันแล้ว พี่เขตยังค่อนข้างเก็บตัวมากเลย อีแบบนี้เขาจะหายเจ็บปวดได้ยังไงกันนะ “แล้วจะหาผู้ใหม่มาดามใจให้ได้ยังไง”
เล่นบอกกันว่า ‘เกลียด’ ความรักซะขนาดนั้น เฮ้อ อกหักนี่เรื่องใหญ่จริงๆ
ใบหน้าจิ้มลิ้มเท้าคางมองฉันเอ่ยปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างตั้งใจ พอเลิกคลาสปุ๊บเราสองคนเพื่อนซี้ก็มักจะมานั่งเล่นที่โต๊ะหินอ่อนก่อนแยกย้ายกันไป ดังนั้นพอฉันสวมบทเป็นแร็ปเปอร์สาวเล่าทุกอย่างให้มะนาวฟัง เพื่อนก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นเล็กน้อย ถึงแบบนั้นมะนาวค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกของพี่เขตเพราะว่าเป็นคนที่เคยถูกกระทำมาก่อน
“ความจริงใจของแกคงทำให้พี่เขตรู้สึกดีขึ้นแน่ๆ เกรซ”
“ใช่ปะ แกคิดว่าพี่เขาจะรำคาญฉันไหมที่ไปยุ่งวุ่นวายกับเขา ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“ไม่หรอก ถ้าพี่เขตรำคาญแกจริง ป่านนี้เขาคงเอาตัวออกห่างแกไปนานแล้ว” มันก็จริงนะ ถึงตอนแรกพี่เขตจะเคยทำก็เพราะคิดว่าฉันไม่ชอบหน้าเขา พอได้เปิดใจกันว่าต่างคนต่างไม่เคยคิดมันก็เลยทำให้วนกลับมาเจอกันอีกครั้ง เรื่องที่ฉันตบหน้าพี่เขตนั่นอีก พอได้ขอโทษได้รับการให้อภัยเมื่อคืนฉันนอนหลับฝันดีโคตรๆ ไม่เห็นหน้าพี่เขตลอยไปลอยมาแล้ว “อาจจะเพราะแกเป็นเพื่อนฉัน พี่เขตก็เลยยกเว้น”
“คงใช่” ฉันหยิบแก้วน้ำมะนาวปั่นขึ้นมาดูดพลางสัมผัสถึงสายลมเอื่อยๆ พัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลแดงของฉันปลิวไสวจำต้องเกลี่ยเส้นผมเหน็บข้างใบหู
“ว่าแต่แกเอาจริงเหรอ เรื่องเสี่ยภาค”
“เอาจริงบ้าอะไรกันล่ะ แค่หลอกเอาทิปเฉยๆ”
“ถ้าเสี่ยภาคชอบแกจริงก็คงดีน่ะสิ ทีนี้ก็ได้เสี่ยตรงสเปกเลย” เหอะ หวังจะให้เขาชอบเหรอมะนาว แกคิดบ้าอะไรอยู่ เขาน่ะไม่ชอบผู้หญิงอย่างฉันที่สุดแล้ว จะหวังให้มาตกหลุมรักสาวแสบอย่างฉันคงยาก “อย่าไปเป็นนกในกรงของเสี่ยภาคเลย แกเชื่อสิ ถูกจำกัดอิสรภาพไม่ได้ต่างอะไรกับ... สนองเขาแค่บนเตียงแล้วได้เงินมาใช้ มันก็เหมือนขายร่างกายยังไงไม่รู้”
“ฉันรู้” ทั้งคุณพีและมะนาวย้ำชัดขนาดนี้ ฉันเองก็ลังเลที่จะไปเป็นเด็กเสี่ยแล้ว ถึงจะมีวูบหนึ่งก็เถอะที่เงินมันหอมหวานเสียจนอยากเสียศักดิ์ศรี ก็กะเอาไว้อยู่แล้วว่าคงไม่มีใครอยากมาเลี้ยงดูง่ายๆ ถ้าไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เช่นร่างกายเป็นต้น “ถึงได้หลอกเขาไว้เอาทิป”
“ดูแล้วเสี่ยภาคคงไม่ยอมเสียเงินฟรีแน่ แกระวังด้วยนะ” มะนาวไม่ได้ทำงานกับฉันแล้ว แต่ตั้งแต่คบกับเบียร์ดูคนออกเก่งมากขึ้น ซึ่งอดีตมันสอนให้มะนาวเข้มแข็งจากที่มองคนไม่ออกตอนนี้เหรอ เริ่มเห็นอะไรต่อมิอะไรมากกว่าฉันซะแล้ว
“แกพูดอยู่กับใครมะนาว ฉันเกรซนะเว้ย ฉลาดทันคนแบบเสี่ยภาคสุดๆ เขาถึงได้ไม่ชอบผู้หญิงแบบฉันไง”
“ถึงจะไม่ชอบผู้หญิงแบบแก ก็ใช่ว่าเขาจะไม่อยากได้แกนะเกรซ” ข้อนี้ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจเลยล่ะ เสี่ยภาคน่ะต้องการฉันด้วยเรื่องอะไรกันล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องบนเตียง “ผู้ชายทรงเสี่ยในอุดมคติของแก มันไม่มีอยู่จริงหรอก”
“...” มะนาวพูดคำนี้มาถึงกับจุกไปดิ
“ยังไงซะต่อให้มีสเปกที่ตั้งเอาไว้สูงแค่ไหน ก็สู้คนที่เอาชนะใจแกไม่ได้หรอก เหมือนฉันไง”
“จ้า!”
ฉันจีบปากจีบคอเอื้อมมือไปผลักศีรษะของมะนาว เพื่อนไม่เคยตั้งสเปกของตัวเองเลย แถมยังไม่ชอบหมาเด็กหรือผู้ชายที่อายุน้อยกว่าด้วยซ้ำ แล้วเป็นไงล่ะสุดท้ายได้หมาเด็กมาเป็นแฟน แถมยังรักมะนาวมากๆ มันก็จริงนะ ‘ถูกสเปกหรือจะสู้ถูกใจได้’ ยังไงสุดท้ายคนเราก็ต้องเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขปะ คนที่จะทำให้เรายิ้ม ทำให้เราได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องร้องขอหรือแค่บอกเขาก็พร้อมจะทำให้
แต่... มันไม่มีเข้ามาเลยน่ะสิในชีวิตของฉัน ผู้ชายแบบนั้นจะไปหาได้จากที่ไหนนอกจากอธิษฐานเอาเด้อ เกรซ
ด้วยเพราะยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเข้างาน ฉันก็เลยแวะมาเดินเล่นแถวห้างเพื่อมาซื้อของใช้ส่วนตัวและหาอะไรลงท้องก่อน เนื่องจากมะนาวไม่ได้มาด้วยส่วนอีแตงโมกับขนมเพื่อนสนิทคณะบัญชีก็ไม่ว่าง อีแตงโมก็คงไปนัดบอดส่วนขนมรายนั้นก็ต้องทำงานหาเงินเหมือนกับฉัน แทบจะไม่มีเวลามานัดเจอกันด้วยซ้ำ
ร้านชาบูที่ฉันอยากมากิน สุดท้ายก็ต้องมานั่งกินคนเดียวจนได้สินะ ฉันเลือกนั่งโต๊ะริมกระจกและไล่สายตาดูเมนูก็เลือกเพียงไม่กี่อย่างก่อน กลัวว่าจะกินไม่หมดน่ะสิดังนั้นด้วยความอยากกินเครื่องดื่มที่เป็นชามะลิหอมชื่นใจ เป็นแบบต้องลุกขึ้นไปตักน้ำแข็งกดน้ำเองแบบรีฟิล ทุกย่างก้าวที่เดินไปทำให้คนที่นั่งอยู่มองกันตาไม่กระพริบ ก็เคยชินกับสายตาที่จับจ้องมองมา โอเคฉันมันเป็นคนสวยมากๆ เซ็กซี่ที่สุดจะถูกมองก็คงไม่แปลกหรอก
มองไปทางไหนก็มีแต่เป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อนที่มานั่งกิน มีฉันคนเดียวปะวะที่มาคนเดียวเนี่ย!
ก๊อก ก๊อก~
เสียงเคาะกระจกดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เอี้ยวหน้าไปมองว่าใครมาทำตัวโรคจิตเพื่อจีบฉัน ปรากฎว่าร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ สวมช้อปสีกรมท่าและมีใบหน้าคมเข้มกระตุกยิ้มมุมปาก ทำเอาฉันถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์มือของเขาที่ชี้ไปยังเก้าอี้ตรงข้ามฉัน
“เข้ามาสิคะ” กวักมือเรียกเขาและแน่นอนว่าแววตาลุ่มลึกเสมองมายังกลีบปากเคลือบลิปสติกสีชมพูกลอส ขยับเพื่อให้เขาอ่านปากได้ง่ายขึ้น “พี่เขต เข้ามาสิ”
เขาจะยืนมองปากฉันทำไมก่อน! เข้ามาในร้านก็จบแล้วปะ พอพี่เขตเลื่อนสายตามาสบตากับฉัน เขาก็ยืนยิ้มราวกับกำลังขบขันที่เห็นฉันพยายามพูดให้เขาอ่านปากได้ง่ายขึ้น จากนั้นพอเห็นว่าฉันทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ พี่เขตจึงหมุนตัวเดินไปยังประตูทางเข้าร้าน พอเห็นร่างสูงที่เดินตรงมาฉันก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
“เข้ามาตั้งนานก็จบแล้วไหมคะ ให้เกรซขยับปากอยู่ได้ตั้งนาน กรามจะค้างอยู่แล้ว” เอ่ยทักทายเขาที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกันและโวยวายคนตรงหน้าที่อมยิ้มเล็กน้อย
“ตลกดี” มีหน้ามาบอกว่าฉันทำตลกอีกนะ พี่เขตคนบ้า!
“หน้าเกรซคงอุบาทว์มากสินะคะ พี่เขตถึงได้หัวเราะและแกล้งเกรซไม่หยุดแบบนี้อะ” ไม่ต้องบอกก็รู้เลย ดูจากสีหน้าและรอยยิ้มของเขาดิ ปกติพี่เขตทำหน้าตึงจะตายไป “แล้วนี่พี่เขตมาเดินเล่นเหรอคะ”
“เปล่า” ส่ายหน้าเล็กน้อยขณะเสมองพนักงานที่เอาถ้วยกับตะเกียบมาให้อีกหนึ่งชุด “เมื่อวานเกรซชวนพี่”
“คะ?”
“หรือไม่ได้ชวน” พอนึกไปถึงเมื่อคืนจำได้ว่าฉันตะโกนชวนพี่เขตกินชาบู ก็น่าจะใช่ล่ะ ฉันชวนพี่เขตจริง
“เกรซนึกว่าพี่เขตไม่ได้ยิน เห็นขับรถออกไปเลย”
“ได้ยิน”
“...”
“ถึงได้มา”
--------------------------------------------------
