บทที่ 3 ใจเต้นแรง

    Chapter02.ใจเต้นแรง 

    เทอมต่อมา….

    วันหนึ่งในฤดูร้อน 

    ตึก 

    ตึก 

    ตึก 

    “ระวัง!” 

    พรึ่บ!

    “อ๊ะ!” 

    ตี๊ดดๆๆ

    บรื้นน~

    แขนของฉันถูกกระชากไปปะทะกับหน้าอกเเข็งๆก่อนที่เสียงรถคันหนึ่งจะบีบแตรขึ้นพร้อมกับขับออกไปจากรั้วมหาลัยอย่างรวดเร็ว ฉันตกใจ หัวใจเต้นแรงไปกับเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะเมื่อกี้ฉันเกือบจะโดนรถชนอีกแล้ว หากไม่มีคนมาดึงตัวฉันเอาไว้!!

    “อยากตายรึไงวะหะ! เธอนี่อีกแล้วนะ!” 

    น้ำเสียงหงุดหงิดของเจ้าของอกแกร่งทำให้ฉันตกใจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเขาพูดใส่อารมณ์เต็มที่เลยไง ดวงตาของฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมอง แม้จะรู้ว่าอีกคนกำลังหัวเสียแค่ไหน แต่ว่าฉันก็ต้องขอบคุณเขาสักหน่อย ที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ในวันนี้ 

    “พะพี่….O_O” ฉันเบิกตาโพลงขึ้นทาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังกอดฉันเอาไว้ในตอนนี้คือพี่เคย์เดน!!

    ให้ตายเถอะ! เป็นเขาอีกแล้วที่ช่วยฉันเอาไว้ ทำไมฉันต้องมาทำเรื่องหน้าอายต่อหน้าเขาแบบนี้ตลอดเลย! 

    “หลายรอบแล้วนะ เธอควรจะมองถนนก่อนข้ามบ้าง” เคย์เดนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง มือหนาค่อยๆปล่อยร่างเล็กออกจากมือ พร้อมกับคนตัวเล็กที่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก 

    “ขะขอโทษค่ะ เอ่อ ขอบคุณนะคะที่ช่วยยี่” 

    ผมมองคนตรงหน้าด้วยสายตาราบเรียบปนดุ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องช่วยเหลือเธอ เพื่อนของยัยนาวาคนนี้ นอกจากจะทำตัวเฉิ่มแล้วสมองยังช้าด้วยสินะ ถ้าเมื่อกี้ผมเดินมาไม่ทัน ยัยนี่คงถูกรถชนตรงนี้ไปแล้ว 

    ผมถึงได้โมโหจนเผลอตะคอกใส่อีกคนไปไง

    “ถ้าไม่มีฉันสักคน เธอคงได้เข้าโรงพยาบาลไปแล้ว” ผมอดที่จะต่อว่าเธอไม่ได้จริงๆ 

    “เคย์คะ ไปกันเถอะค่ะ” 

    ไม่ทันที่เพื่อนของลูกพี่ลูกน้องสาวจะได้ตอบกลับ เสียงของจ๊ะจ๋า หญิงสาวที่เขาควงอยู่ ณ ปัจจุบันก็ดังขึ้นมาเสียก่อน 

    “ครับ” 

    ผมหันกลับไปมองจ๊ะจ๋า ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาควงแขนผมพร้อมกับหันมามอง คนตรงหน้าที่ยืนมองเราด้วยแววตาบางอย่าง แต่ผมไม่ได้สนใจในจุดนั้น เพราะตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจคือท้องฟ้ามันกำลังจะมืด แล้วยัยเฉิ่มนี่จะกลับยังไง ดูจากการเกือบโดนรถชนรอบสอง ผมควรปล่อยให้เธอกลับเองงั้นเหรอ?

    “รู้จักเหรอคะ?” จ๊ะจ๋า อดีตดาวคณะการโรงแรมปี 4 หันมาถามผม 

    “เพื่อนน้องน่ะครับ”

    “เธอกลับยังไง” ผมหันไปถามคนตรงหน้า ถ้าผมจำไม่ผิด เธอชื่อยู่ยี่ใช่ไหมนะ? 

    “อะเอ่อ ระรถสองแถวค่ะ” 

    เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมอยู่ต่อหน้าผม ยัยนี่ต้องทำเหมือนประหม่าด้วย 

    “เดี๋ยวฉันไปส่ง” ผมตัดสินใจเอ่ยบอกคนตรงหน้าไป ส่งผลให้จ๊ะจ๋าหันมามองผมด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย 

    “หมายความว่าไงคะเคย์?” คนที่ควงแขนผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ จริงๆผมกับจ๊ะจ๋านัดกันว่าจะไปห้องเธอเพื่อสานสัมพันธ์กัน แต่ผมรู้สึกอยากไปส่งเพื่อนของยัยนาวาก่อน 

    “มะไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวยี่กลับเองดีกว่า” 

    “แค่ข้ามถนนเธอยังไม่ดูตาม้าตาเรือเลย กลับกับฉันนี่แหละ อย่าเรื่องมาก!” ผมเลือกที่จะตัดบทก่อนจะใช้สายตาบังคับไปให้อีกคน 

    ซึ่งยู่ยี่ก็ดูไม่กล้าขัด แม้เธอจะทำหน้าตาอึดอัดใจแต่ผมก็ไม่สน 

    ระหว่างการเดินทาง มีแต่จ๊ะจ๋าที่ชวนผมคุยนั่นนี่ไม่หยุด ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้างหลังก็เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา หันหน้าออกไปนอกกระจกรถ จริงๆถ้ายัยนี่แต่งตัวดีๆผมว่าก็ไม่ได้แย่นะ แต่ทำไมต้องแต่งตัวมิดชิด ชุดยาวจนถึงเข่าขนาดนี้ด้วย 

    แต่ช่างเหอะ! มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมอยู่แล้ว 

    เอี๊ยด! 

    ผมเหยียบเบรคอย่างรวดเร็ว เมื่อขับเข้ามาถึงบริเวณหน้าบ้านของรุ่นน้องสาว 

    “ขอบคุณนะคะที่มาส่งยี่” เธอหันมาบอกเขา

    “อืม”

    “เคย์คงไม่ได้เปลี่ยนสเปคมาชอบแบบนี้หรอกใช่ไหมคะ?” จู่ๆจ๊ะจ๋าก็เอ่ยถามผมขึ้นมา ในขณะที่ผมมองตามคนตัวเล็กอีกคนไป 

    “ครับ? จ๋าก็รู้ว่าเคย์ไม่ได้ชอบยัยเฉิ่มแบบนั้น อกโตๆแบบนี้ต่างหากที่เคย์ชอบ” 

    ผมหันมาตอบจ๊ะจ๋าที่ดูเหมือนจะระแวงผมกับยู่ยี่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้จริงๆ ยัยนั่นห่างไกลจากสเปคของผมเป็นอย่างมาก ผมจึงเลื่อนมือไปบีบนมอีกคนหวังหยอกเย้า ด้วยสาวตาแพรวพราว คนเคยๆกันอยู่แล้ว ทำแบบนี้ผมรู้ดึว่าเธอชอบ 

    “จริงเหรอคะ? ถ้าชอบคืนนี้อยู่กับจ๋าทั้งคืนนะคะ” จ๊ะจ๋ายกยิ้มก่อนเอื้อมมือมาลูบไล้เป้ากางเกงของผมเช่นกัน 

    มีหรือเสือร้ายอย่างผมจะปฎิเสธ 

    “ได้เลยครับ เอาจนกว่า….จ๋าจะพอใจ :)” 

    อีกด้าน

    ภายในบ้าน….

    “อุ๊ย! เดี๋ยวนี้มีผู้ชายมาส่งซะด้วย” ฉันชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงของอีกคนดังขึ้น 

    พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบเข้ากับ’ข้าวหอม’ ลูกสาวของพ่อเลี้ยงฉัน สามปีแล้วที่แม่ของฉันแต่งงานใหม่กับพ่อเลี้ยง ซึ่งทางนั้นมีลูกติดมาหนึ่งคนเหมือนกัน ข้าวหอมอายุเท่ากันกับฉัน แต่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะเธอไม่ใฝ่การเรียน วันๆไม่ทำอะไร เอาแต่ผลาญเงินพ่อตัวเองใช้ไปวันๆและที่สำคัญยัยนี่ไม่ชอบฉัน คอยตามแซะฉันมาตลอดสามปี แต่ฉันเห็นแก่แม่ ก็เลยไม่อยากเอาความอะไรมาก เลือกที่จะนิ่งเฉยไปตามสไตล์ของฉัน 

    ถ้าพ่อเลี้ยงฉันไม่ทำธุรกิจจนมีเงินมีทอง รับรองได้เลยว่ายัยข้าวหอมไม่มีทางได้อยู่สุขสบายไปวันๆแบบนี้แน่นอน

    ตึก

    ตึก

    ฉันหันไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่เพียงครู่ ก่อนจะเลิกสนใจ พยายามจะเดินเลี่ยงไปเข้าห้องตัวเองแบบเงียบๆ แต่ดูเหมือนยัยข้าวหอมจะไม่ยอมง่ายๆ

    “นี่! เดี๋ยวนี้หยิ่งนักหรอมึง ระวังเถอะ สักวันจะโดนผู้ชายหลอกฟันไม่รู้ตัว!” ฉันหยุดเดิน ก่อนจะหันหน้ามามองอีกคนที่จงใจพูดยั่วโมโหใส่ฉันไม่หยุด 

    “ที่พูดหมายถึงตัวเองหรือเปล่า?” 

    “นี่แก!” 

    ฉันไม่สนใจหน้าตาถมึงทึงของอีกคนเลยแม้แต่นอน นานๆทีฉันจะตอบกลับข้าวหอมไปแบบนี้ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ 

    “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง อย่าโดนทิ้งมานะ!” เสียงของข้าวหอมดังตามหลังฉันมา เพราะฉันไม่ได้หยุดฟังคำด่าทอของอีกคนต่อ 

    ปึง!

    “เห้อ” ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าสมอง 

    เอาจริงๆ ฉันพยายามไม่สนใจนิสัยก้าวร้าวของข้าวหอมมาโดยตลอด เเต่เจอแบบนี้ทุกวันมันก็รู้สึกเสียสุขภาพจิตอยู่ไม่น้อย 

    บางครั้งฉันก็แอบคิดว่าถ้าขอแม่ย้ายออกไปอยู่หอ แบบที่ไม่ต้องกลับมาเจอยัยข้าวหอมทุกวัน แม่จะยอมอนุญาติไหมนะ 

    หนึ่งปีต่อมา…..

    วันวาเลนไทน์ 

    ‘ชีวิตเราเกิดมาครั้งเดียว อยากทำอะไรก็ทำไปเลยค่ะ ไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาดีหรือไม่ดี อย่างน้อยๆเราก็ได้ลองทำ สุดท้ายเราจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายทีหลัง’ 

    ฉันตั้งใจฟังรายการหนึ่งผ่านทางโทรศัพท์ ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองดอกกุหลาบสีแดงที่เธอบังเอิญซื้อมาจากหน้ามหาวิทยาลัย ร่างสมส่วนในชุดนักศึกษาตัวโคร่งกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟบริเวณหน้าตึกคณะบริหาร 

    ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงมานั่งอยู่ที่นี่ ก็เพราะวันนี้….ความรู้สึกของยู่ยี่กำลังสั่งให้หญิงสาวทำอะไรบางอย่าง 

    อย่างที่ทุกคนรู้ว่าตลอดระยะเวลาสองเกือบสามปีที่ผ่านมา เธอแอบชอบเคย์เดนมากขนาดไหน เธอแอบมองเขามาโดยตลอด จนรู้สึกว่าความรู้สึกมันเอ่อล้นอยู่ในใจแบบไม่อยากกักเก็บอีกต่อไปและด้วยอะไรหลายๆอย่าง ยู่ยี่จึงตัดสินใจที่จะใช้วันวาเลนไทน์ปีนี้ในการสารภาพรักกับเขา 

    ถ้าจบเทอมนี้ เคย์เดนก็จะขึ้นปีสี่ เวลาที่เธอจะได่เจอเขาอาจน้อยลงไปทุกที ไม่ว่าคำตอบของเขาจะออกมาในรูปแบบไหน เธอจะทำใจยอมรับมันให้ได้ อย่างน้อยๆเธอก็ได้ลองทำ ดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไปเฉยๆแบบนี้ 

    พรึ่บ!

    เสียงมือบางหยิบดอกกุหลาบสีแดบมาไว้ในมือ หลังจากที่เห็นว่าคนที่ตัวเองต้องการพบกำลังเดินออกมาจากลิฟท์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป