บทที่ 11 11. Sexy, Naughty, and Flirty: เซ็กซี่ ซุกซน..ดันซุ่มซ่าม – 2
11. Sexy, Naughty, and Flirty: เซ็กซี่ ซุกซน..ดันซุ่มซ่าม – 2
“ขะ ขอบใจนะนาย แล้วนายไม่เข้าประชุมหรือ” เธอถามเมื่อมาถึงห้องทำแผล บังคับเสียงไม่ให้สั่น
“พอดีผู้ถือหุ้นคนสำคัญเครื่องดีเลย์เลยมาไม่ทัน การประชุมเลยเลตไปครึ่งชั่วโมง” อนาวินท์เลยเดินออกมาตรวจเยี่ยมชมงานทั่วๆ ไป จึงได้เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่
“โห รู้แบบนี้ไม่วิ่งให้เมื่อยตุ้ม แถมยังเจ็บตัวอีก” คนเจ็บตัวบ่นอิดออด
“ที่มันเมื่อยก็เพราะรองเท้าส้นสูงนั้นมากกว่าและที่เจ็บตัวก็เพราะไอ้รองเท้าพื้นแดงของคุณนั่นแหละ”
อนาวินท์ยังไม่เลิกกัด เพราะเขาเห็นหญิงสาวกี่ครั้งๆ ก็ต้องยืนอยู่บนส้นสูงพื้นแดงนี้ทุกครั้ง และไม่ว่าเจอกันกี่ครั้งๆ ก็อยู่กับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า นั้นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ชอบหน้าลูกสาวหุ้นส่วนใหญ่โรงพยาบาลเอาเลยทั้งๆ ที่เคยเป็นเพื่อนเรียนสมัยมัธยมปลายมาด้วยกัน
“จะบอกอะไรให้ แบรนด์นี้ถึงจะสูงปรี๊ดแต่ใส่แล้วไม่เมื่อยย่ะ” คนรักรองเท้าแย้ง แทนที่เธอจะโดนรองเท้ากัดดันมาโดนเพื่อนเก่ากัดแทน
“แบรนด์อะไรผมก็ไม่สนหรอก แล้วนี่จะใส่ได้อีกหรือเปล่าน่ะรองเท้า”
“ใส่ได้สิ ไม่ได้เข้าเฝือกสักหน่อย แค่เคล็ดๆ เอง ไม่ใส่ฉันได้กลายเป็นคนแคระ” อรวรรญายืนยัน เธอเป็นคนติดรองเท้าส้นสูงเพราะเป็นคนตัวเล็กนั่นเอง จึงต้องใส่ส้นสูงเพื่อให้ตัวเองดูสูงเพรียวขึ้น
“ถ้าล้มอีกครั้ง ผมไม่ไปช่วยพยุงแล้วนะ” เขาบอก ก่อนชวนกันไปห้องประชุมที่มีผู้ประชุมมาพร้อมกันแล้ว
หัวใจอรวรรญาพองโตกับความใกล้ชิดกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ต้องขอบคุณรองเท้าส้นสูงคู่โปรดที่ทำให้เธอได้มีช่วงเวลาน่ารักๆ กับคนที่เธอแอบมีใจให้มานาน...โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้ตัวเลย
ช่วงหยุดพักประชุม อรวรรญาเดินกะเผลกๆ ออกไปโทรศัพท์หาลัลล์สลิตาที่กลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งคู่เจอและสนิทสนมกันเมื่อครั้งที่เธอเดินทางไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มือบางล้วงหยิบสมาร์ตโฟนสีดำขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายสายเหล็กสีดำของ Chanel มากดเบอร์และกรอกเสียงหวานไปทันที เมื่ออีกฝ่ายตอบรับมา
“กลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วทำไมไม่โทรมาหาฉันหา ยัยลูกตาลเพื่อนรัก” เสียงตัดพ้อต้นสายร่ายยาวออกมา
“ออร์แกนเพื่อนเลิฟโทษทีนะ พอดีเมื่อวานเกิดเรื่องนิดหน่อยเลยไม่ได้โทรหาแก” ใจคนปลายสายรู้สึกหวิวๆ เมื่อคิดขึ้นมา
“เกิดเรื่องไรน่ะ ร้ายแรงหรือเปล่า...ว้าย ฉันมีเวลาเม้าท์ไม่มากด้วยสิ มีประชุมต่อ พอดีเป็นช่วงพักน่ะ” เธอถามอย่างร้อนรน อยากฟังเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เมื่อก้มดูนาฬิกาบนข้อมือตัวเองแล้ว ต้องกลับเข้าประชุมแล้ว
“ก็พอสมควรแหละ ไว้ฉันเล่าให้แกฟังตอนเจอกันวันนี้ล่ะกัน เอาเป็นว่าจะนัดเจอกันที่ไหนดีละ”
“งั้นฉันไปรับแก ที่โรงแรมสักหกโมงเย็นเป็นไง ฉันจะพาแกไปกินอาหารไทยอร่อยๆ แล้วหลังจากนั้นต้องไปฉลองต่อกันนะ ฉลองให้กับความสำเร็จของแกหน่อย”
“อืม. เอาอย่างงั้นก็ได้ ไม่เมาไม่กลับละกันวันนี้” ปลายสายตอบตกลง เพราะเธอคิดว่าภาวะจิตใจของเธอตอนนี้ ถ้าได้อะไรมาย้อมใจสักนิดสักหน่อยมันคงจะดีขึ้นจริงๆ
“แน่นอนแก วันนี้ขอปล่อยผีหน่อยเหอะ เผื่อฟลุคได้หนุ่มหล่อติดไม้ติดมือมาคนละคนสองคน”
“แกนี่ ทำเป็นพูดเล่นไป แล้วเอาเพื่อนเก่าสุดหล่อที่แกอยากเปลี่ยนเขาให้เป็นเพื่อนสนิท แล้วแกจะได้คิดไม่ซื่อกับเขาไปไว้ที่ไหนแล้วจ๊ะ” ลัลล์สลิตาเย้าเพื่อนถึงหนุ่มในดวงใจที่อีกฝ่ายบ่นถึงให้ฟังบ่อยๆ ทั้งตอนคุยกันทางโทรศัพท์และอีเมลในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังจากอรวรรญาเดินทางกลับไทยเพื่อบริหารงานของครอบครัว
“เชอะ ขี้เกียจจะพูดถึงไอ้ตาขี้เก๊กนั้นให้เปลืองน้ำลาย หนุ่มในสต็อกฉันเยอะแยะ ไม่สนใจ ไม่แคร์สื่อใดใดทั้งนั้น” หญิงสาวปดเสียงแข็งทั้งที่ใจไม่ได้คิดอย่างที่พูดเพียงแต่นิดเดียว
“ทำเป็นพูดไป พวกปากกับใจไม่ตรงกัน”
“ต๊าย! คุยเพลิน.. แกฉันต้องไปแล้ว โอเค! เจอกันเย็นนี้นะ คิดถึง คิดถึง คิดถึงแกที่สุดเลย” คนปากหวานตัดบทก่อนยอดคำหวานแบบปากตรงกับใจไปให้เพื่อน
“คิดถึงแกเหมือนกันจ้ะ แล้วเจอกันนะ” ลัลล์สลิตายิ้มให้กับโทรศัพท์ที่ตัดสายไปแล้ว เธอไม่ได้เจอกับเพื่อนสนิทคนนี้มาเกือบสองปีแล้ว คิดถึงจริงๆ มีเรื่องมากมายที่อยากแบ่งปันเล่าสู่กันฟัง แล้วเรื่องที่เธอจะเล่าให้ฟังนั้น คาดว่าอรวรรญาคงช็อกไม่แพ้ตัวเธอเองแน่ๆ
หลังจากวางสายไปและเตรียมตัวกลับไปห้องประชุม แต่ในจังหวะที่หันหลังกลับไปนั้น
“อุ๊ย!! นายอนาวินท์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง” เสียงใสระคนตกใจดังขึ้นเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กลับมีเพื่อนสุดหล่อมายืนอยู่ด้านหลัง
“ก็มาทันได้ยิน ว่าคืนนี้คุณจะออกไปล่าเหยื่ออีกแล้วน่ะสิ” อนาวินท์เหยียด
นี่ขนาดพักประชุมยังต้องออกมาโทรหาคู่ขา ยิ่งทำให้อารมณ์อนาวินท์ขุ่นมัวเข้าไปใหญ่ ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจจะมาทำตามคำขอของหลานรักแท้ๆ..ว่าจะไม่ทะเลาะกันแล้วเชียววันนี้
ถึงเขาจะเคยเป็นเพื่อนกับหญิงสาวมาก่อน แต่เขาก็ไม่ถูกชะตากับสาวมะนาวเรียกพี่คนนี้อย่างไม่มีเหตุผล จะด้วยที่เธอเป็นคู่กัดเบอร์หนึ่งของเขาหรือเป็นเพราะกิตติศัพท์ควงผู้ชายไม่เลือกหน้าของแม่คุณ รวมทั้งการแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้ทำตัวไม่เหมาะสมกับอาชีพแม่พิมพ์ของชาติเลยแม้แต่นิดเดียว
นายวินท์บ้า ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียดแท้ๆ มากล่าวหาฉันได้ยังไง...
“เชอะ แล้วไง เรื่องของฉัน ฉันมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับนายสักนิดเดียว นายต่างหากล่ะที่เสียมารยาทมายืนแอบฟังชาวบ้านเขาคุยโทรศัพท์กับแฟน” เธอตอกกลับแบบไม่ยอมกัน พลางทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองต่อกรกัน แทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็ว่าได้ จนได้ขนานนามว่าผู้ถือหุ้นคู่กัดเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโรงพยาบาล แล้วเรื่องที่ต่อปากต่อคำนั้นก็ไม่พ้นเรื่องพฤติกรรมไวไฟ ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าของเธอนั่นเอง
“ใช่มันนอกเวลางาน แต่คุณอย่างลืมนะว่าคุณทำงานมีตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม ทำตัวเป็นผีเสื้อราตรีออกหากินทุกวันมันเหมาะแล้วหรือไง” เขาตะคอกเสียงดัง เป็นถึงเจ้าของโรงเรียนทำตัวไม่เหมาะสมสักนิด รู้แบบนี้ไม่ให้น้องพลอยไปเรียนกับยัยนี้หรอก
“ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน ฉันจะควงกับใครที่ไหนเมื่อไร มันก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่ได้ทำผิดกฎโรงเรียนที่ฉันเป็นเจ้าของอยู่แม้แต่นิดเดียว” เธอเบ้หน้าเบ้ปากเถียงกลับคนใจร้ายไปอย่างไม่ลดละ
ถ้าเพียงคนตัวโตมองลงลึกลงไปดวงตากลมโตสักนิด ก็จะเห็นแววตาตัดพ้อสื่อออกมาจากนัยน์ตาคู่สวยนั่น แต่เป็นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนหญิงสาวจะปรับกลับไปอยู่ในโหมดสาวขาวีนอีกครั้ง
“ถ้ายังทำตัวแหลวแหลก ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าอย่างนี้ ไม่ท้องป่องหาพ่อเด็กไม่ได้ สักวันก็คงติดเอดส์ตายพอดี” ริมฝีปากหนานั่นยังดูแคลนเธอไม่หยุด
“อย่าลืมสินายวินท์ ถึงฉันจะไม่ใช่หมอสูติแต่ก็มาโรงพยาบาลบ่อยๆ นะคะ และที่สำคัญฉันไม่ใช่พวกไก่อ่อน ฉันรู้วิธีป้องกันเป็นอย่างดีค่ะ จะทั้งสวมถุงยาง แถมทั้งฉีดทั้งกินยากันไว้อีกด้วย ป้องกันหลายสเต็ปขนาดนี้ ...มือชั้นนี้ไม่พลาด”
หญิงสาวเท้าสะเอวเชิดหน้าบอกชายหนุ่มไปอย่างสาวประสบการณ์สูง ทั้งๆ ที่สิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมดนั้น ทำเอาหน้านวลแดงปลั่งขึ้นมาทันตาเห็น...
“ผู้หญิงใจแตก หน้าไม่อาย” ชายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันว่าหญิงไร้ยางอายตรงหน้า
เจ็บ...นั่นคือความรู้สึกของเธอตอนนี้ เธอเจ็บที่ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นที่เต้นอยู่ในแผงอกด้านซ้าย
“ฉันจะถือว่าเป็นคำชมละกัน.. ไปประชุมกันเถอะค่ะ อย่ามาทะเลาะกันเรื่องความใจแตกของฉันเลย มันคงไม่จบง่ายๆ”
อรวรรญาขี้คร้านจะต่อปากต่อคำกับเจ้าของโรงพยาบาลที่ปากคมกว่ากรรไกรที่ใช้ในการผ่าตัดเสียอีก จึงสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกไหล่แกร่งจากไปทันที ปล่อยให้เพื่อนเก่ายืนกัดฟันกรอดอยู่ตรงนั้นที่เถียงไม่เคยชนะคนตัวเล็กสุดเปรี้ยวที่เพิ่งเดินจากไปได้สักที
ฝากไว้ก่อนเถอะ แม่ตัวดี...
“ติ๊ดๆ” ลับหลังสาวเปรี้ยว เสียงโทรศัพท์ของอนาวินท์ก็ดังขึ้น
“ว่าไงครับพี่กลาง มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” มือขาวที่มีนิ้วเรียวสวยราวอิสตรีหยิบไอโฟนออกมาดูชื่อสายเรียกเข้าก็พบเป็นว่าใครโทรมาจึงรับสาย เสียงทุ้มกล่าวคล้ายแปลกใจที่ได้รับโทรศัพท์จากพี่ชายคนเดียว
“วะ ไอ้น้องคนนี้ แทนที่จะทักพี่ดีๆ หน่อย กลับถามหาธุระเสียนั้น พี่ชายโทรหาน้องชายไม่ได้เลยหรือไง” ปลายสายต่อว่าไม่จริงจัง
“ก็นานๆ พี่กลางจะโทรหาผมสักที ก็นึกว่ามีธุระอะไรสำคัญน่ะครับ”
“ไม่มีธุระอะไรหรอก แต่จะโทรมาชวนเล็กไปกินข้าวกันหน่อย ไม่ได้เจอหน้าแกนานแล้ว ชักคิดถึง!”
พวกเขาทั้งคู่นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบธุรกิจระดับแสนล้านของครอบครัว วันๆ ขลุกอยู่กับงานของตน แทบจะไม่ได้เจอหน้าหรือพูดคุยกันตามประสาพี่น้องกันเลย นี่ถ้าพี่สาวไม่รีบด่วนจากไป ก็คงช่วยแบ่งเบาหน้าที่ความรับผิดชอบได้บ้าง คิดเรื่องนี้ขึ้นมาดวงตาสีนิลของอนาคินลุกโชนราวกับมีเปลวไฟอยู่ในนั้นทันที
“พี่กลางมีอะไรดีๆ จะเล่าให้เล็กฟังหรือเปล่าครับ” น้องชายถามด้วยความสงสัยเพราะจับได้จากน้ำเสียงอารมณ์ดีของพี่ชาย ไม่บ่อยที่พี่ชายของเขาจะพูดเล่นแบบนี้ แสดงว่าคงมีอะไรดีจริงๆ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่งานชิ้นสำคัญใกล้ประสบผลสำเร็จน่ะ..แกว่างหรือเปล่าล่ะ” คนเป็นพี่ถามย้ำ รู้ว่าน้องชายหาเวลาปลีกตัวออกมาจากงานยากไม่ต่างจากเขา โดยเฉพาะงานที่โรงพยาบาลที่กำลังขยายตลาดกว้างไกลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาใช้บริการมากขึ้น
“ว่างครับพี่กลาง ถ้างั้นเจอกันที่ร้านสักทุ่มครึ่งก็แล้วกันนะครับ” ชายหนุ่มตอบรับ โดยเป็นที่รู้กันว่าทั้งสองตกลงพบกันที่ร้านอาหารกึ่งผับสุดหรู หนึ่งในกิจการของอัครศกุลไพศาลกรุ๊ป
หลังจากวางสายกับอนาวินท์ไปแล้ว อนาคินก็อดหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องประธานกรรมการแห่งนี้เมื่อวานไม่ได้ ลูกสาวนายเกรียงไกรสวยน่ารักกว่าที่เขาคิดไว้มากมาย รูปร่างเล็กกลมกลึงน่าทะนุถนอม น่าจับต้องน่าสัมผัสไปทุกสัดส่วน
ที่สำคัญเรียวปากอิ่มนั้นหอมหวานจริงๆ หญิงสาวดูดีมีเสน่ห์อยู่ในตัวจนทำให้นักธุรกิจหนุ่มออกอาการหวั่นใจกับการแต่งงานเพื่อการแก้แค้นครั้งนี้ แต่เมื่อนึกถึงความสูญเสียพี่สาวคนเดียวไปเมื่อสามปีก่อนนั้น ก็เป็นแรงกระตุ้นไฟแค้นที่สุมอยู่ในใจชายหนุ่มให้ลุกโหมกระพือขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
