บทที่ 12 12. Promiscuous Girls : สองสาวร้อน VS สองหนุ่มฮอต - 1

12. Promiscuous Girls : สองสาวร้อน VS สองหนุ่มฮอต - 1

รถยนต์ Lexus Convertible สีบรอนซ์เงินสุดหรูของอรวรรญาแล่นเข้ามาจอดสนิทที่ลานจอดรถวีไอพีของร้านอาหารกึ่งผับแถวซอยหลังสวน สถานที่ที่นอกจากเลื่องชื่อเรื่องอาหารอร่อยและราคาอันแสนแพงแล้ว ยังเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์สำหรับเหล่าผู้มีอันจะกินทั้งหลายด้วย

หลังจากเธอแวะไปรับลัลล์สลิตาที่โรงแรมก็ขับตรงมายังผับแห่งนี้ทันที วันนี้คุณครูสาวคนสวยแต่งตัวสุดเปรี้ยวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแบรนด์เนมชื่อดังจากประเทศอิตาลีตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยกางยีนสั้นจู๋คู่กับเสื้อสายสปาเกตตีสีขาวเนื้อบางเบาโชว์อกอวบให้หนุ่มๆ หัวใจวายเล่น ใบหน้านวลถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่เข้มกว่าปกติ ในขณะที่อีกสาวนั้นสวยสมวัยอยู่ใน   เดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำ โชว์เรียวขางามกลมกลึง ดูเซ็กซี่ไม่แพ้กันทั้งสองคน

“ออร์แกน ฉันว่าแกแต่งตัวโป๊ไปหน่อยนะ แล้วดูรองเท้าแกสิ สูงยังกับอะไรดี ไม่เมื่อยบ้างหรือไง”

ลัลล์สลิตาวิจารณ์เพื่อนสนิทหลังจากลงจากรถและตั้งท่าจะเดินเข้าไปข้างในร้าน แต่รู้สึกหวั่นๆ กับสายตาของผู้คนบริเวณนั้นที่มองตรงมายังพวกเธอทั้งสอง ส่วนไอ้รองเท้าส้นสูงนั้นก็...

“โอ๊ย ไม่โป๊หรอกแก ส่วนบูลูแตง ฉันย้ำให้แกฟังไปหลายครั้งแล้วว่าใส่แล้วไม่เมื่อย อีกอย่างมาที่ร้านนี้ไม่ต้องกลัวโดนแต๊ะอั๋งหรอก ผู้ดีมีอันจะกินทั้งนั้น ว่าแต่ฉันแล้วทีแกล่ะ ชุดรัดติ้วแบบนี้อกคับซีของแกหายใจออกหรือเปล่าก็ไม่รู้” สาวเปรี้ยวไขข้อข้องใจพร้อมหยอกเย้าเพื่อนรัก ก่อนเอื้อมมือไปลากเพื่อนให้เดินตามกันไปในร้าน

“เอางั้นก็ได้ ถ้าแกมั่นใจว่าปลอดภัย ฉันก็กลัวว่าใครจะมาฉุดแกไป แล้วไม่มีคนไปส่งฉันที่โรงแรมน่ะ”

“แก นึกว่าเป็นห่วงฉัน ที่แท้ก็กลัวกลับโรงแรมไม่ถูก” คุณครูสาวทำเสียงสูงปรี๊ด

“ฮ่าๆ เปล่าฉันห่วงแกจริงๆ แต่ฉันรู้ว่าแกนะเอาตัวรอดเก่ง ไม่งั้นคงไม่เหลือรอดมาจนทุกวันนี้หรอก จะได้ขึ้นไปนั่งบนคานอยู่รำไร”

“ว้าย ยัยลูกตาล ไม่เจอกันสองปี ปากคอเราะรายขึ้นมาก ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันนะ ฉันจะกระโดดงับหัวแกเสียเดี๋ยวนี้แหละ แล้วฟาดตามด้วยเบอร์กินอีกที” คนกลัวการขึ้นคานแว้ดเสียงแหลม แกล้งยกกระเป๋าถือแบรนด์ดังราคาแพงในมือขึ้น หมายจะใช้มันฟาดเพื่อนรักตามที่พูด

“พอเหอะขี้เกียจเถียงกับแกแล้ว…เข้าไปข้างในเถอะ” อีกสาวตัดบทก่อนเดินจูงมือกันเข้าไปในร้าน ก่อนมาอรวรรญาก็ได้โทรมาจองห้องวีไอพีไว้เรียบร้อยแล้ว บริกรหนุ่มจึงนำสองสาวสวยไปยังห้องวีไอพีที่จัดเตรียมเอาไว้

ลับหลังสองสาวรถยนต์ Lamborghini Murcielago สีขาวราคาเฉียดสามสิบล้านบาทของอนาคินก็แล่นเข้ามาจอดยังบริเวณที่จอดวีไอพี โดยที่ชายหนุ่มคลาดกับอนาคตภรรยาเพียงแค่เสี้ยววินาที ร่างใหญ่เดินหายไปด้านหลังร้านเพื่อตรวจตรางานซึ่งเป็นกิจการหนึ่งที่เขาดูแลอยู่ ก่อนที่จะร่วมรับประทานอาหารกับอนาวินท์ตามเวลานัด

หลังจากนั่งประจำที่แล้ว สองสาวเปิดดูเมนูสักพักก่อนตัดสินใจสั่งเครื่องดื่มและอาหารไปสี่ห้าอย่าง รับประทานอาหารจนเสร็จเรียบร้อย เพื่อนรักจึงได้เริ่มพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกัน

“เออ...แล้วที่แกบอกว่าเกิดเรื่องนิดหน่อยเกิดอะไรขึ้น ไหนเล่ามาดิ แต่ดูท่าแกแล้ว ท่าทางคงเอาการอยู่ ฉันชักกลัวคำตอบแล้วล่ะสิ” ครูคนสวยเปิดประเด็นร้อนทันที ในใจนึกหวั่นกลัวว่าเพื่อนรักมีปัญหาหนักอกจริงๆ

“เฮ้อ ฉันไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดีน่ะ” คนถูกถามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่แน่ใจว่าเริ่มเล่าจากยังไงให้ออกมาดีที่สุด

“เริ่มมาสักที่เหอะ เดี๋ยวฉันปะติดปะต่อเอาเองก็ได้” คนอยากรู้เต็มที่คะยั้นคะยอ

“แกยังจำเทพบุตรสุดหล่อที่ฉันเล่าให้แกฟังเมื่อ 5 ปีก่อนได้ไหม” ลัลล์สลิตาถามเพื่อนด้วยแววตาตาแปล่งประกายชวนฝัน เพราะเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งก่อน ก่อนใบหน้าหวานจะสลดลงเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงความเป็นจริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่

“จำได้สิ พ่อ Anakin Skywalker ของแก ทำไมจะจำไม่ได้ ก็แกยังคลั่งเขาจนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่หรือ เฮ้ย...อย่าบอกนะว่าแกเจอเขา ว้าย ทฤษฎีโลกกลมยังใช้ได้เสมอ” อรวรรญาเย้าเพื่อนเสียงสูง ลืมเรื่องเครียดๆ ที่เพื่อนจะเล่าให้ฟังในแทบจะทันที พลางนึกถึงเทพบุตรที่เพื่อนแอบหลงรักที่เธอรู้จักในนาม Anakin Skywalker

ตัวอรวรรญาเองนั้นยังไม่เคยได้มีโอกาสเห็นหน้าเทพบุตรสุดหล่อที่เพื่อนเล่าให้ฟังเมื่อห้าปีก่อน เพราะตอนที่เกิด ‘เรื่อง’ เป็นช่วงปิดเทอมและเธอเดินทางกลับเมืองไทยพอดี และที่สำคัญหลังๆ ลัลล์สลิตาก็ทำราวกับอกหักกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่พักใหญ่และไม่เคยพูดถึงหนุ่มคนนั้นอีกเลย แต่อรวรรญารู้ว่าเพื่อนของเธอยังคิดถึงหนุ่มหล่อคนนั้นอยู่ตลอดเวลา

“อืม เจอกันเมื่อวานหลังลงเครื่องน่ะ” คนหน้าเศร้าบอกเสียงเรียบ

“หูย แก ฉันยินดีกับแกด้วยนะ อุตส่าห์เก็บเขาไว้ในใจมาตลอด บทจะเจอก็เจอเสียง่ายเลย.. แต่เอ๊ะ!! ทำไมแกดูไม่ดีใจเลย” รู้สึกถึงความผิดปกติของเพื่อนที่ไม่ที่ท่าทีดี๊ด๊าดีใจอย่างที่ควรจะเป็น

“หรือว่าเขาแต่งงานไปแล้ว แกก็เลยกินแห้วอย่างถาวร” เสียงอ่อนถามตามออกไป

“เปล่า ยังไม่ได้แต่ง” ลัลล์สลิตาตอบคำตอบที่เธอสมควรจะดีใจที่สุด แต่สีหน้าที่เธอแสดงออกไปกลับตรงกันข้าม ใบหน้าหวานเศร้าสลดลงจนอีกฝ่ายเห็นได้ชัด

“อ้าว เทพบุตรของแกยังโสด แต่ทำไมแกไม่ดีใจเลย ทำหน้ายังกับคนแบกโลกไว้ทั้งโลกน่ะ แกเป็นอะไรบอกฉันมาสิ” น้ำเสียงกระตือรือร้นอยากรู้

“พ่อยกฉันให้นายอนาคินแทนดอกเบี้ยเงินกู้ และฉันคิดว่าฉันคงต้องแต่งงานกับเขา”

ลิลล์สลิตาโพล่งออกไปสั้นๆ แบบได้ใจความ

“พรวด” อรวรรญาตกใจจนสำลักไวน์ที่เพิ่งจิบเข้าไป ไอแคกๆ จนลัลล์สลิตาต้องลุกขึ้นมาลูบหลังพร้อมทั้งยื่นน้ำเปล่าให้ดื่มแก้อาการสำลักนั้น

“หา ไหนแกพูดใหม่อีกทีสิ แกว่าอะไรนะ” อรวรรญาถามซ้ำ หลังจากหายใจหายคอคล่องขึ้นและเมื่อเห็นว่าร่างบางของเพื่อนกลับไปนั่งโต๊ะตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว

“ฉันบอกแกไปว่า ฉันอาจจะต้องแต่งงานกับนายอนาคิน เพราะพ่อฉันเซ็นสัญญายกฉันให้เขาแทนดอกเบี้ยเงินที่หยิบยืมเขามา” หญิงสาวพูดย้ำชัดถ้อยชัดคำ แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้อรวรรญาฟังอย่างละเอียด

“อะไร!! เรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นจริงๆ หรือ ฉันนึกว่ามีแต่ในนิยายน้ำเน่าที่เอาไปทำเป็นละครช่องเจ็ดแล้วยิ่งทำให้เน่ายิ่งขึ้นไปอีก ไอ้ที่พระเอกเอานางเอกไปขัดดงขัดดอก โอ๊ย ยิ่งพูดน้ำยิ่งเน่า”

“เรื่องจริงมันก็อิงมาจากนิยายทั้งนั้นแหละ” ลัลล์สลิตาเปรยอย่างคนปลงตก

“เรื่องเงินแกขอยืมฉันได้เลยนะ เท่าไหร่เท่ากัน ฉันให้แกได้จนหมดตัวเลย” คุณครูสาวเสนอความช่วยเหลือ

“ไม่หรอกแก ขอบใจนะ ฉันรู้ว่าแกมีเงิน แต่ฉันคงรับไว้ไม่ได้หรอก แล้วเงินตั้งมากมายขนาดนั้น ถึงยืมมาฉันก็ไม่รู้ว่าจะหาไปคืนแกได้ยังไง” ลัลล์สลิตาปฏิเสธเสียงนุ่ม เธอรู้ว่าเพื่อนเธอนั่นร่ำรวยไม่ใช่เล่น ติดอันดับเศรษฐีของเมืองไทยเลยทีเดียว

“แล้วแกจะเอายังไง ตกลงแกจะต้องจดทะเบียนกับเขาจริงๆ นะเหรอ” คนเป็นห่วงเพื่อนถามกลับมา จ้องหน้าเพื่อนรักอย่างต้องการคำตอบ

“ก็คงอย่างงั้นแหละ เพราะฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ แถมในสัญญานั้นระบุไว้ชัดเจนมากว่าฉันคือดอกเบี้ยและต้องจดทะเบียนกับเขาน่ะ” เมื่อคืนที่ผ่านเธอใช้เวลาศึกษาสัญญาทั้งคืนและหาช่องโหว่ใดๆ ไม่เจอจริงๆ แต่ใจสาวกลับเต้นตึกตักผิดจังหวะเพียงแค่คิดว่าจะต้องไปใช้ชีวิตร่วมกับคนในดวงใจมานาน

“เอ๊ะ!! หรือว่าจริงๆ แล้วแกอยากแต่งงานกับเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว” อรวรรญาเย้า ยิ้มล้อเลียนคนตรงหน้าที่ตอนนี้ใบหน้านวลเริ่มกลายเป็นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู

“บ้า แกก็พูดมาได้...” ลัลล์สลิตาขึ้นเสียงสูงแก้เขิน “ฉันเคยหลงรักเขาตั้งแต่แรกพบ ถึงตอนนี้เขาก็ยังอยู่ในใจฉัน แต่ฉันก็ไม่ภูมิใจเลยสักนิด ที่อยู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นภรรยาของเขาด้วยเหตุผลงี่เง่าอย่างนี้ ถ้าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความรักสักนิด... ก็คงจะดี” หญิงสาวพรรณนาความในใจให้เพื่อนฟัง ถึงเธออาจจะรักชอบอนาคินมานานแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องครอบครองชายหนุ่ม

เพราะบางครั้ง ขอแค่ไดัรัก...ก็เพียงพอแล้ว

“เฮ้อ แกอย่าคิดมากเลยนะ อยู่ๆ ไปอาจจะรักกันก็ได้ ก็ในเมื่อแกก็เริ่มต้นด้วยความรักแล้วนี่ มันคงไม่จบด้วยความรู้สึกอย่างอื่นหรอก ฉันว่า...แกใช้ความรักที่แกมีอยู่อย่างล้นหลาม...มาตั้งนานแล้ว ทำให้เขาหลงรักแกเสียสิ แล้วสวยๆ หุ่นเอ็กซ์อึ๋มอย่างแกนี้ ถ้าไม่หลงเสน่ห์ นายอนาคินนั้นก็คงเป็นเก้งเป็นกวางล่ะมั้ง”

“ไม่หรอก ฉันมั่นใจว่าเขาเป็นชายแท้แน่นอน ก็เขาดูหล่อคมเข้มเสียขนาดนั้น แถมยังจะ..” ลัลล์สลิตาแก้ต่างให้คนที่ตัวเองแอบรัก ใบหน้านวลร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงจูบดูดดื่มที่อนาคินปล้นเอาไปอย่างวาบหวามเมื่อวันก่อน

มือบางยกขึ้นลูบเรียวปากอิ่มของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว จนเกือบหลุดบอกเพื่อนไปว่าชายหนุ่มจูบเก่งออกขนาดนั้น เขาคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอกนอกจากผู้ชายแมนทั้งแท่ง

“แถมยังจะอะไร อ้าว แล้วทำไมต้องหน้าแดงก้มหน้างุดเสียขนาดนั้น” สาวเปรี้ยวถาม เมื่อเห็นว่าเพื่อนหยุดพูดไปเฉยๆ แถมยังก้มหน้าทำยังกับเขินอะไรอยู่

“เปล่าไม่มีอะไรหรอก ฉันดื่มมากไปหน่อย” คนกำลังเขินใช้มุกแก้ตัวอย่างที่เคยใช้กับแม็ทธิว

“ถ้าแกยืนยันอย่างนั้นก็ดีหน่อย ไม่อยากให้คนหล่อๆ ผิดเพศไปมากกว่านี้ เสียดายทรัพยากรผู้ชาย เดี๋ยวนี้ผู้ชายแท้ๆ ยิ่งมีน้อยๆ อยู่ เผลอๆ คนสวยๆ อย่างฉันอาจต้องขึ้นไปอยู่บนคาน หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นเมียน้อยเสี่ย เพราะดีมานด์กันซัพพลายมันไม่ตรงกัน”

อรวรรญาบ่นยาวเหยียด ทำปากยื่นออกมาเมื่อวกมาคิดถึงเรื่องผู้ชายหนึ่งเดียวในดวงใจที่เธอไม่แน่ใจ ว่าเขาก็เข้าข่ายผู้ชายประเภทนี้หรือเปล่า

อีตาขี้เก๊กเป็นเกย์กับเขาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ หน้าตาก็ขาวผิวพรรณสวยงามยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก ถ้านายเป็นเกย์ขึ้นมาจริงๆ ฉันคงต้องไปบวชชีแน่ๆ เลย บ่นในใจอย่างปลงๆ ก่อนหันมาเข้าเรื่องเพื่อนรักต่อ

“คิดๆ แล้วมันก็ตลกนะ ทีเมื่อก่อนแกเฝ้าคิดถึงเขา แต่พอรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว แกก็ศิโรราบยกธงขาวตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบ แล้วนี่อะไร อยู่ๆ ก็กลับจะได้แต่งงานกับคนที่แกแอบรักมานาน พระเจ้านี่เล่นตลกกับแกจริงๆ เลยลูกตาล” อรวรรญารำลึกความหลังของเพื่อนขึ้นมา

“อืม” คนปลงตกรับสั้นๆ เพราะลัลล์สลิตานั้นคิดมาตลอดว่าพระเจ้าเล่นตลกตั้งแต่ครั้งแรกที่มาลิขิตให้เธอได้พบกับอนาคินแล้ว เพราะครั้งนั้น...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป