บทที่ 14 14. Promiscuous Girls : สองสาวร้อน VS สองหนุ่มฮอต - 3
14. Promiscuous Girls : สองสาวร้อน VS สองหนุ่มฮอต - 3
ส่วนอรวรรญาเดินกลับมาหยุดยืนตรงหน้าอนาวินท์ จ้องร่างสูงตรงหน้าเขม็ง
“ขอเตือนไว้ก่อนแต่เนิ่นๆ เพื่อนฉันเขามีคนรักแล้ว เลิกคิดอกุศลกับเพื่อนฉันได้เลย” อรวรรญาเปิดฉากกับคู่กัดอีกครั้ง ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้คนที่เธอแอบรักผิดหวังเพราะถึงยังไงตาขี้เก๊กนี่ก็ไม่มีทางสมหวัง อีกใจหนึ่งก็เป็นการให้กำลังใจตัวเธอเอง ที่อย่างน้อยชายหนุ่มก็ยังไม่ได้มอบหัวใจให้กับใครอย่างจริงๆ จังๆ
คำพูดขู่ฟ่อๆ ของหญิงสาวทำให้อนาวินท์หรี่ตาลงมองร่างอิ่มตรงหน้า คิ้วขมวดกันเล็กน้อย ในเชิงว่ายัยนี่รู้ได้ยังไงว่าเรารู้สึกยังไงกับเพื่อนของเธอ
“ก็สายตานายมันฟ้องเสียขนาดนั้น” แม่พิมพ์สาวตอบออกมาเหมือนไปนั่งอยู่ในใจชายหนุ่ม
ไม่คิดจะเก็บอาการสักนิด ใครๆ เขาก็ดูออกทั้งนั้นล่ะอีตาขี้เก๊ก
“ก็แค่คนรัก...ตราบใดที่คุณลูกตาลยังไม่ตกลงปลงใจแต่งงานกับใครผมก็ยังมีสิทธิ์”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ...แต่ฉันรับรองว่างานนี้นายได้กินแห้วแน่ๆ แห้วสดๆ ด้วย คอยดูเถอะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเมื่อไหร่จะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย” คนหวังดีทั้งเตือนทั้งเยาะเย้ย สะบัดหน้าหวานเชิดไปทางอื่น
อนาวินท์ถึงแม้จะรู้สึกหวั่นใจเล็กๆ กับคำเตือนนั้นแต่ก็พูดยียวนกวนคนตัวเล็กกลับไป
“เป็นห่วงผม ถึงขนาดเดินกลับมาเตือนเลยหรือนี่” ชายหนุ่มยังล้อเล่นกับความหวังดีของอรวรรญา
“ชิ คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปแล้วนาย ฉันแค่ลืมไปว่านัดกับหนุ่มหล่อเอาไว้ว่าจะไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันในห้องน้ำน่ะ เลยเดินกลับมา...ไปแล้วนะ เดี๋ยวเขาจะรอนาน” อรวรรญาทิ้งระเบิดลูกโตก่อนสาวเท้าหนีไปจากคนตัวโตที่อารมณ์ร้อนขึ้นมาอีกครั้งกับคำพูดหาความเป็นหญิงใจงามไม่เจอจากเพื่อนเก่า
ร่างสูงใหญ่ของอนาคินยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คส์เนื้อดีพ่นควันฉุยๆ ออกมาจากเรียวปากสวยได้รูปอย่างสบายใจอยู่ข้างนอกร้าน เมื่อก่อนเขาไม่ได้สูบบุหรี่แต่เพิ่งมาเริ่มสูบหลังเสียอนาภาไป อีกทั้งความเครียดจากการทำงานหนัก จึงทำให้เขาหันมาสูบบุหรี่หนักขึ้นจนขั้นเกือบติดมันเลยก็ว่าได้
สายตาคมหันไปปะทะกับร่างเล็กของคนที่กำลังอยู่ในความคิดของเขาอยู่พอดี ขาแกร่งจึงสาวตรงไปหาหญิงสาวที่ลานจอดรถทันที แล้วแกล้งเดินชนจนคนตัวเล็กล้มหงายหลังตึง
ก้นงามงอนกระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตแข็งอย่างจัง กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วเปิดเลิกสูงขึ้นจนอวดโชว์ขาอ่อนขาวน่ามอง ในขณะที่ร่างใหญ่ของอนาคินนั้นไม่แม้แต่ขยับเขยื้อนแต่เพียงนิดเดียว ได้แต่ก้มลงมองคนตัวเล็กที่นั่งกองอยู่กับพื้น แถมยังมีวิวชั้นดีให้เห็นทั้งช่วงบนและล่างอีกต่างหาก
“อูย เจ็บชะมัดยาด เดินไม่ดูตาม้าตาเรือกันเลยหรือไง” ซวยอะไรของเธอนี่ เดินชนชาวบ้านมันทั้งคืนเลย
“.....” อนาคินไม่พูดอะไร สายตาคมมองสำรวจคนตัวเล็ก รู้สึกเพลิดเพลินกับวิวสวยๆ วับๆ แวมๆ ของอกอวบเต่งตึง อีกทั้งขาอ่อนงามๆ นั่นอีก
“ตัวใหญ่ยังกับยักษ์ ชนชาวบ้านแล้วยังไม่รู้จักขอโทษอีก ไม่มีมารยาท” คนถูกแกล้งยังบ่นต่อไปโดยยังไม่มองหน้าคนตัวโตเพราะมัวแต่สำรวจว่าตัวเองบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หญิงสาวจึงยังไม่เห็นตัวการที่ทำให้เธอต้องลงไปนับกบชัดเจน แขนเรียวพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหวเพราะรู้สึกเจ็บที่ก้นงาม
“แล้วคุณไม่คิดบ้างหรือว่าอาจจะเป็นคุณก็ได้ที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงทุ้มถามออกไป
ใบหน้าหวานที่กำลังก้มสำรวจจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง เชิดขึ้นมองหน้าคนพูดทันที กะจะว่ากลับไปให้เจ็บพอกัน
“คุณ...” ลัลล์สลิตาอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเจอชายหนุ่มที่นี่ คนที่ทั้งอยากเจอและอยากหนีไปให้พ้นในคราเดียวกัน เมื่อรู้สึกตัวว่าชายหนุ่มนั้นได้เห็นเธอในสภาพยังไงบ้าง แถมยังมองลงมาจากที่สูงขนาดนั้น เขาคงเห็นไปถึงไหนต่อไหน แก้มนวลใสของลัลล์สลิตาก็แดงเปล่งขึ้นทันตา มือบางยันพื้นเพื่อฝืนพยุงร่างอิ่มให้ลุกขึ้นอย่างเร็ว
“ว่าไง.. ผมว่าคุณต่างหากที่เดินมาชนผม” อนาคินยังยัดเยียดความผิดให้เธอ สายตาคมกริบถือโอกาสสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้งในชุดเดรสรัดรูปสีดำ เผยให้เห็นทุกสัดส่วนอันแสนงดงามอย่างชัดเจน
“ค่ะ! ก็ได้ค่ะ งั้นฉันขอโทษก็แล้วกันนะคะคุณอนาคิน” คนไม่อยากมีเรื่องยินยอมความไปทั้งที่เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้เป็นฝ่ายเดินชนชายหนุ่มแน่ๆ มือบางปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนตามมือและเสื้อผ้าป้อยๆ
“ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่” คนเดินมาหาเรื่องโดยเฉพาะเขยิบเข้าไปใกล้ร่างอิ่มมากขึ้น จนเธอได้กลิ่นโคโลญจ์ปนกับบุหรี่อ่อนๆ ออกมาร่างแกร่ง หญิงสาวเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเนื่องจากเธอไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ ซึ่งกิริยาดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับนักธุรกิจหนุ่มไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
“เอ่อ ลูกตาล เอ่อ.. ฉันนัดมาเลี้ยงฉลองกลับมาเมืองไทยกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะค่ะ” เสียงหวานบอกติดๆ ขัดๆ ใจสาวเต้นตุ๊มๆ ต้อมๆ ไม่แน่ใจว่าควรเรียกตัวเองว่าอย่างไรดี เพราะเธอยังไม่ได้สนิทกับเขาเป็นการส่วนตัว แถมตอนนี้เธอยังอยู่ในฐานะลูกหนี้ของเขาอีก และเธอก็ยังไม่คุ้นเคยกับการพูดคุยประชันหน้ากับชายหนุ่มสักเท่าใดนัก
“แทนตัวเองว่าลูกตาลดีกว่านะครับ เพราะอีกหน่อยเราก็จะกลายเป็น คนกันเอง กันแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ ยิ้มบางๆ แต่แววตาคมเปล่งประกายด้วยนัยแปลกๆ ที่ลัลล์สลิตาก็ไม่อาจรู้ได้ถึงความหมายที่เขาสื่อออกมา
“คุณอนาคินมาเที่ยวที่นี่เหมือนกันหรือคะ” เธอไม่อยากพูดกับเขาเรื่องสัญญานั้นอีกแล้วจึงเบี่ยงประเด็น
“เรียกผมว่าคินดีกว่าครับ ผมเป็นเจ้าของที่นี่นะครับ เลยแวะมาดูกิจการนิดหน่อย”
“หรือคะ ที่นี่บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ อาหารก็อร่อย ลูกตาลชอบมากๆ เลยค่ะ” ลัลล์สลิตาตอบไปตามความจริงด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มรู้สึกเป็นกันเองกับเขามากขึ้น
“ไป กลับกันได้แล้วลูกตาล...แล้วนี่คุยกับหนุ่มหล่อที่ไหนอยู่ยะ แนะนำฉันด่วนจี๋!!” จู่ๆ เสียงใสของอรวรรญาก็ดังมาแต่ไกล ส่วนประโยคหลังเจ้าตัวโผมากระซิบกระซาบถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ใช้ข้อศอกถองเพื่อนเบาๆ ออกแนวล้อเลียน เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ได้อยู่คนเดียวแต่กลับยืนคุยอยู่กับหนุ่มหล่อนราวกับเทพบุตร แต่เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลานั่นชัดเจน เสียงใสกลับหลุดออกมาด้วยความประหลาดใจแทน
“อ้าว คุณอนาคินน่ะเอง” อรวรรญารู้จักเขาดี ในฐานะพี่ชายของคนที่เธอแอบรัก และหุ้นส่วนธุรกิจของครอบครัว และที่สำคัญ ใครจะไม่รู้จักหนุ่มหล่อรูปงามในแวดวงไฮโซและเซเลบริตี้แบบเขา เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าอนาคินคนนี้ คือคนเดียวกับคนที่อยู่ในใจเพื่อนรักมาตลอดนั่นต่างหาก
ที่แท้นายอนาคินสุดหล่อของเพื่อนรักคือพี่ชายของอนาวินท์เองหรอกเหรอ อรวรรญาต้องร้องว้าวในใจ
...ไม่อยากจะเชื่อเรื่องโลกกลมจริงๆ มันกลมอย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วจะมีคนที่ชื่ออนาคินสักกี่คนในโลกนี้กัน แต่การที่เธอปะติดปะต่อเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะลัลล์สลิตาเองไม่เคยเอ่ยถึงพระเอกสตาร์วอส์ให้เธอฟังมาหลายปีดีดักแล้ว จนเธอเองก็ลืมๆ มันไปแล้วเหมือนกัน เพิ่งมาได้ยินชื่อชายหนุ่มอีกครั้งก็เมื่อคืนนี้นี่เอง
“แกรู้จักคุณอนาคินเหรอออร์แกน” เพื่อนรักเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ หากในใจคิดว่าทั้งคู่ร่ำรวยอยู่ในสังคมคนชั้นสูงที่นี่ คงต้องรู้จักหน้าค่าตากันเป็นธรรรมดา
“รู้จักสิ เขาเป็นพี่ชายของนายวินท์ แล้วเป็นเจ้าของธุรกิจอีกนับถ้วนที่เมืองไทย สรุปเป็นไฮโซที่ดังและรวยมากๆ น่ะ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกนะ” อรวรรญากระซิบกระซาบให้เพื่อนรักฟัง จนเกือบกลายเป็นนินทาระยะเผาขน
ถึงรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่เคยทำงานร่วมกัน แถมอีตาขี้เก๊กนั่นก็ไม่เคยคิดจะทำความรู้จักกับเธออยู่แล้ว เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะไม่เคยพบเจอทำความรู้จักกับพี่ชายของเขา...
“อ๋อ” ลัลล์สลิตาครางรับรู้ และเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าก็ยืนมองทั้งคู่กระซิบกระซาบอยู่ด้วยความสงสัย
“คุณคินค่ะ นี่ออร์แกน เพื่อนสนิทลูกตาลเองค่ะ” ลัลล์สลิตาจึงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน
“สวัสดีค่ะ คุณอนาคิน” อรวรรญาทักทายอย่างเป็นมิตร “ออร์แกนเป็นเพื่อนกับอนาวินท์ค่ะ เอ่อ จะว่าเพื่อนก็ไม่เชิง เราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน แล้วออร์แกนก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ เลยเจอกับอนาวินท์บ้างเป็นครั้งคราวเวลามีประชุม และออร์แกนก็เป็นเจ้าของโรงเรียนที่น้องพลอยเรียนอยู่ด้วยค่ะ” พร้อมกับอธิบายให้เขาฟังยาวเหยียดด้วยรอยยิ้มหวาน
ที่แท้ชายหนุ่มซึ่งเพื่อนเธอแอบหลงรักก็คือพี่ชายของคู่กัดคู่บุญของเธอนี่เอง
“อ้อ ใช่ครับ วันก่อนน้องพลอยเพิ่งบอกพูดถึงคุณให้ผมฟัง...แปลกนะครับ ไม่เห็นนายเล็กเคยมาเล่าให้ผมฟังบ้างเลยว่ามีหุ้นส่วนสวยเซกซี่แบบคุณอยู่” เสียงทุ้มชมอรวรรญาซึ่งๆ หน้าจากใจจริง
อนาคินอดคิดไปได้ว่าเป็นเพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่น้องชายไม่คิดหาแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที คงเนื่องจากมีอาหารตาสวยๆ ให้เห็นเป็นประจำเป็นแน่
“เอ่อ ออร์แกนกลับกันเถอะ” ลัลล์สลิตาที่ยืนเงียบอยู่นานชวนเพื่อน รู้สึกน้อยใจผู้ชายตัวโตที่ให้ความสนิทสนมพูดคุยกับเพื่อนเธออย่างสนิทชิดเชื้อราวกับเธอไม่มีตัวตน...
“อืมๆ โอเค...ถ้างั้นพวกเรากลับกันก่อนนะคะคุณคิน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“แล้วเจอกันอีกนะครับคุณออร์แกน” เขาพูดส่งสายตากรุ้มกริ่มให้แก่อรวรรญาอย่างจงใจหักหน้าอีกสาว
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณอนาคิน” ลัลล์สลิตากล่าวลาเขาเพียงเพื่อรักษามารยาท ก่อนสะบัดหน้าพรืดเตรียมเดินตามอรวรรญาซึ่งเดินออกไปก่อนอย่างรู้หน้าที่ เพื่อเปิดทางให้หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มตามลำพัง
แต่มือหนาก็คว้าแขนกลมกลึงเอาไว้ ก่อนกระชากร่างอิ่มให้ลอยหวือเข้ามาอยู่ภายใต้วงแขนแข็งแรง อกนุ่มหยุ่นที่บดเบียดแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งปลุกสัญชาตญาณดิบของความเป็นชายให้แข็งเกร็งขึ้นได้อย่างง่ายดาย
“คะ..คุณคิน จะทำอะไรน่ะ ปล่อยลูกตาลนะคะ” เสียงเล็กแหวกลับ ทั้งรู้สึกตกใจและพรั่นพรึงใจในคราเดียวกันที่ต้องมาตกอยู่อ้อมอกชายในดวงใจอีกครั้ง เธอใช้แรงอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของเขาดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนล่ำ แต่ยิ่งดิ้นชายหนุ่มก็ยิ่งกระชับวงแขนมากขึ้น
“เดี๋ยวซิครับ จะรีบไปไหน จะไม่จูบลาสามีในอนาคตหน่อยหรือครับ” คนถามไม่รอให้ได้รับคำตอบ แต่กลับโฉบเรียวปากหนาลงเข้ามาใกล้จนชิดริมฝีปากอวบอิ่มแสนเย้ายวนของคนตัวเล็ก
“อย่านะ..อื้อ” เสียงเล็กร้องปรามได้แค่นั้น ก่อนจะถูกกลืนหายไปด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาค่อยๆ เลาะเล็มชิมความหอมหวานของกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่มและเรียกร้อง และส่งเรียวลิ้นร้อนสอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็กของหญิงสาวที่กำลังมึนเมากับรสจุมพิตแสนหวาน
มือหนาเลื่อนไปลูบไล้อกอวบที่แสนจะเต็มไม้เต็มมือพร้อมกับบีบเคล้นเบาๆ ผ่านชุดสีดำรัดรูป สร้างความกระสันรัญจวนให้กับหญิงสาวจนต้องครางอื้ออึงออกมา ใบหน้าคมเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาวนวล สูดดมกลิ่นหอมหวนของเนื้อนางเข้าไปเต็มปอด และขบเม้มเบาๆ ทิ้งร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของเอาไว้
แขนแกร่งกดหลังบางให้อิงแอบเขายิ่งขึ้นจนแทบไม่มีอากาศพาดผ่านไปได้ อกอวบเต่งตึงที่ยอดอกแข็งชูชันโผล่แนบเนื้อผ้าบดเบียดกับอกแข็งแรง ใบหน้าหวานแดงซ่านเพราะสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ดุดันอยู่กลางลำตัว
ลัลล์สลิตาเผลอไผลไปกับรสสัมผัสเสียวซ่านที่ได้รับจากชายในดวงใจ มึนงงกับรสจุมพิตที่แสนเร่าร้อนและเรียกร้องที่เขาวนเวียนมอบให้อย่างหนำใจก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แสนเสียดายรสชาติหวานของเรียวปากอิ่ม สายตาหื่นกระหายมองคนตัวเล็กที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงยืนด้วยตนเอง แขนเล็กเกาะเกี่ยวลำแขนใหญ่ไว้เป็นหลักพยุงตัว มือบางกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาเอาไว้อย่างต้องการปลดปล่อยความซาบซ่านที่พวยพุ่ง
อนาคินสำรวจมองลัลล์สลิตาด้วยแววตาพราวระยิบระยับ ตากลมโตปรือเพราะความวาบหวาม ปากแดงอิ่มบวมเจ่อเพราะแรงบดเคล้าช่างดูแสนเซ็กซี่ ทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่ต้องก้มลงไปลิ้มลองความหอมหวานนั่นอีกครั้ง ซึ่งลัลล์สลิตาที่ลืมความอายไปจนสิ้นก็เผยอปากรอรับจุมพิตร้อนแรงให้เขาได้เข้าไปสำรวจโพรงปากหวานนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเต็มอกเต็มใจ
“เป็นไงครับ จูบแบบจบปริญญาของผม ไว้หลังแต่งงาน ผมจะโชว์จูบขั้นแอดวานซ์แบบได้เกียรตินิยมให้ดูนะครับ” เสียงที่ยังแหบพร่าคล้ายถากถางไปในตัวถามขึ้นหลังจากถอนจูบออกมา
อนาคินต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูงในการบังคับและควบคุมอารมณ์หวามไม่ให้หลงมัวเมาไปกับกลีบปากหวานหอมกรุ่น ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาทั้งติดใจและลุ่มหลงรสชาติของเรียวปากหวานของคนตัวเล็กตรงหน้าเข้าอย่างจัง
ลัลล์สลิตาก้มหน้างุด ซ่อนวงหน้าหวานที่ตอนนี้มันแดงปลั่งด้วยไฟสิเน่หาที่ถูกจุดขึ้นมา ทั้งโกรธทั้งอายคนตัวโตตรงหน้าที่มาปล้นจูบอันแสนร้อนแรงและดูดดื่มเอากับเธออีกแล้ว โกรธตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์วาบหวามมาอยู่เหนือความเป็นตัวของตัวเอง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงปฏิเสธ อีกทั้งเผลอไผลไปตอบสนองจนเขาถากถางออกมา
ลัลล์สลิตาที่รู้สึกตัวว่ายอมให้ชายหนุ่มทำประเจิดประเจ้อกลางลานจอดรถนานเกินไปแล้ว จึงยกมือดันอกแกร่งเพื่อเบี่ยงตัวออกมาจากวงแขนใหญ่ ร่างอิ่มยังสั่นสะท้านด้วยไฟพิศวาสที่เขาไม่จำเป็นสุมนานก็ลุกฮือขึ้นอย่างง่ายดายเพราะใจเจ้ากรรมที่ตกเป็นของเขามาตั้งนานแล้ว
“ว่าไงครับ สู้หนุ่มๆ ตาน้ำข้าวได้หรือเปล่า” คนอยากรู้คำตอบถามย้ำ แต่กลับทำให้อารมณ์เขาขุ่นมัว ดวงตาคมวาววับขึ้นมา เพียงแค่คิดว่าเคยมีหนุ่มหน้าไหนเคยได้ลิ้มลองรสชาติอันหอมหวานจากเรียวปากอวบอิ่มนี้
“กะ...ก็ดีค่ะ” ทำเอาลูกตาลเคลิ้มแบบนี้ แล้วยังไม่รู้ตัวอีกก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้วค่ะ คนถูกปล้นจูบพึมพำออกมา ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเธอก็ไม่ได้มีประสบการณ์จูบแบบโชกโชนอย่างเขา และไม่ค่อยได้จูบกับใคร ก็มีแต่เขานี่แหละที่ปล้นเอาทั้งจูบและหัวใจจากเธอไป
“ลูกตาลไปแล้วนะคะ” เธอลา ก่อนที่จะโดนประทุษร้ายทางใจอีกครั้ง รอยยิ้มหวานบาดใจส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าจากใจจริง
“ครับ ฝันดีนะครับ” เพราะอีกหน่อยคุณจะ มีชีวิตอยู่ในฝันร้ายเพียงอย่างเดียว
“เช่นกันค่ะ คุณคิน” ลูกตาลจะฝันถึงคุณค่ะ กล่าวจบก็เดินตามหลังเพื่อนไป
“ผมจะให้คนไปรับ” เขาออกคำสั่งตามหลัง
ทว่าพอเธอได้ยินถ้อยคำแสนมั่นใจก็สะบัดหน้าสวยมามองเขาด้วยแววตาขุ่นหมอง ทำไมต้องมาทำให้อารมณ์ดีจากบทจูบระดับปริญญาเสียขึ้นมาจนได้นะ
“ดูท่าคุณจะมั่นใจเสียจริงนะ...เห็นจะไม่รบกวนล่ะค่ะ ถ้าฉันตกลง ฉันจะเป็นฝ่ายไปหาคุณเองค่ะ” ลัลล์สลิตาสะบัดเสียงสูงตอบ ถึงแม้ว่าใจตัวเองนั้นตกลงปลงใจกับการจะต้องแต่งงานกับเขาไปกว่าครึ่งก็ตาม แต่ไม่อยากให้เขาได้ใจว่าหล่อนนั้นไม่มีทางเลือก
“หึๆ” ท่าทีราวกับนางแมวป่าของคนหน้าหวานแค่เรียกเสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มได้เท่านั้น
แต่ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละลัลล์สลิตา เพราะผมจะปราบนางแมวลูกสาวนายเกรียงไกรอย่างคุณเอง...
