บทที่ 3 An Awful Origin: กำเนิดซาตาน - 3
“ให้คุณแม่พาพอยไปทะเลด้วยนะคะ พอยอยากไปเที่ยวทะเลกับคุงแม่ พ่อกลาง และพ่อเย็ก...คุงตาคุงยาย” เสียงเจื้อยแจ้วบอกกับคุณพ่อตัวโตที่กำลังพาเดินกลับมาที่รถเมอร์ชิเดสเบ็นซ์คันงามที่ลานวัด
“อ้อ พาคุงครูออะแกนไปด้วยนะคะ คุงพ่อกลางขา” เด็กน้อยยังไม่หยุดสานฝันการได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวด้วยการกล่าวเพิ่มชื่อคุณครูสุดแสนสวยขวัญใจเด็กหญิงพลอยไพลิน
“ใครครับ ครูออร์แกน?” อนาคินถาม เขาเพิ่งส่งเด็กหญิงพลอยไพลินไปโรงเรียนอนุบาลอันดับหนึ่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
“คุงครูออะแกน ครูของน้องพอย ฉวยๆ ใจดี” เสียงเจื้อยแจ้วอธิบาย
“ได้ครับ พ่อกลางจะให้พ่อเล็กไปชวนนะครับ” อนาคินพยักหน้าตอบรับ เพราะปกติอนาวินท์ไปรับไปส่งเด็กน้อยอยู่เป็นประจำคงเคยได้พบได้คุยกับครูสาวมาก่อน
“ไปด้วยกันนะคะ คุงน้าทั้งฉอง” เด็กน้อยจึงเอี้ยวตัวจากอ้อมกอดแกร่งของคุณพ่อไปทางด้านหลังเพื่อชวนผู้ช่วยทั้งสองที่เดินตามมาด้านหลัง
“ครับ/ครับ” สองหนุ่มตอบพร้อมเพรียง ใบหน้ายิ้มแย้มให้ความน่าเอ็นดูช่างพูดของนายหญิงน้อย
“เอาอย่างงี้ละกัน พ่อกลางว่าเราพากันไปหมดทั้งบ้านเลยดีไหมครับ พ่อกลางก็ไม่ได้หยุดพักผ่อนนานแล้ว ...แต่ขอพ่อกลางทำงานสำคัญให้เสร็จก่อนนะครับน้องพลอยคนเก่ง” คุณพ่อยังหนุ่มกล่าวตัดบท มือหนายกขึ้นหยิกแก้มยุ้ยอย่างเอ็นดู
ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าหนูน้อยจะเข้าใจสิ่งที่เขาบอกไปหรือเปล่า แล้วอีกอย่างเขาต้องการอยู่เคลียร์ งานสำคัญ ก่อนจริงๆ เมื่อนึกขึ้นได้ตรงจุดนี้ รอยยิ้มเหยียดก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาทันที
...คงใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ ที่เราจะได้พบกัน...
“ยัง ไม่ไปพักผ่อนกันอีกหรือ?” อนาคินกล่าวทักคนสนิทหลังจากพาเด็กหญิงพลอยไพลินอาบน้ำและพาเข้านอนด้วยตัวเอง แล้วพบว่าผู้ช่วยยังรอเขาอยู่และเหมือนจะมีอะไรรายงานให้เขาทราบ ขายาวแกร่งเดินตรงไปรินวิสกี้ราคาแพงรสชาติกล่มกล่อมที่บาร์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้ห้องรับแขกติดกับราวบันได
“พอดีมีข้อมูลด่วนเข้ามาครับ เลยว่าจะรายงานให้คุณกลางทราบ” ยศพัทธ์หนึ่งในสามคนสนิทกล่าว ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงถึงความรู้สึกใดๆ ตามนิสัยลูกน้องหน้าตายคนนี้ คนที่ร่วมทุกร่วมสุขกับอนาคินมาตั้งแต่สมัยเขาเข้ามากุมบังเหียนธุรกิจของตระกูลในช่วงแรกๆ ทุกวันนี้กลายเป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องไปในตัว แล้วยังรู้ใจเจ้านายหนุ่มมากๆ เลยทีเดียว
“ถ้างั้นไปที่ห้องทำงานกันเถอะ” อนาคินกล่าวพร้อมทั้งเดินนำหน้าไปออฟฟิศของเขาซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างทางปีก ขวาของคฤหาสห์อัครศกุลไพศาล
ห้องทำงานของท่านประธานกรรมการใหญ่ของอัครศกุลไพศาลกรุปที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าได้รับการตกแต่งจากมัณฑนากรมือหนึ่งฝีมือเยี่ยม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นบ่งบอกถึงความหรูหราสมราคาฐานะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย บริเวณกลางห้องเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ทำจากไม้สักราคาแพงที่ได้รับการแกะสลักจากช่างไม้ฝีมือเยี่ยม
บนโต๊ะมีกองเอกสารที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ จอคอมพิวเตอร์สีขาวครีมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโต๊ะ ด้านหลังโต๊ะทำงานเป็นชั้นวางหนังสือขนาดมหึมาที่มีหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษวางเรียงอยู่เต็มชั้นอย่างเป็นระเบียบ
“มีอะไรเพิ่มเติมหรือยศพัทธ์?” อนาคินถามหลังจากทั้งสองหนุ่มหย่อนกายลงนั่งบนชุดโซฟาหลุยส์สุดหรูที่วางรับแขกอยู่บริเวณโถงด้านซ้ายของออฟฟิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“คนของเรารายงานว่า เธอ กำลังจะกลับมาครับ” ยศพัทธ์กล่าวขึ้น
“ฮึ ในที่สุด..แล้วจะมาถึงเมื่อไหร่ล่ะ?” อนาคินถามเสียงต่ำ เห็นได้ว่าในดวงตาสีนิลนั้นเข้มขุ่นขึ้นมาทันใด มือเรียวยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจิบ
“ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าจะมาถึงอาทิตย์หน้าครับ” ยศพัทธ์รายงาน
“ดี!! ฉันรอเวลาแก้แค้นให้พี่ใหญ่มานานเกินไปแล้ว เตรียมการให้พร้อมล่ะ ฉันจะทำให้พวกมันกระอักเลือดตายกันเลยทีเดียว ฮึม!” อนาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน กรามบดบดเข้าหากันดังสะนั่น พูดถึงเรื่องนี้ทีไร เขาเป็นต้องเดือดปุดๆ ขึ้นมาจนปรอทแทบแตกทุกครั้งไป
“ครับ รับรองว่าไม่มีพลาดครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับคุณกลาง” ลูกน้องคนสนิทยืนยันพร้อมกล่าวลานายหนุ่ม ก่อนหันกลับเดินจากห้องไป
ลับหลังผู้ช่วยคนสนิท อนาคินยังคงนั่งนิ่งจมอยู่กับความคิดอยู่กับที่
เขารอเวลานี้มานานเหลือเกิน เวลาที่จะได้สะสางความแค้นกับพวกที่มันทำร้ายพี่สาวของเขาจนต้องเสียชีวิต เวลาที่จะได้เอาคืนให้สมกับความชั่วของไอ้เกรียงไกร การเฝ้ารอการกลับมาของหมากตัวสุดท้ายและตัวสำคัญในการแก้แค้นครั้งยิ่งใหญ่นี้กำลังจะจบลง
แล้วใครคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือลูกสาวคนเดียวของนายเกรียงไกร
“ลัลล์สลิตา สลิปัญญาพงศ์ แล้วเราจะได้พบกันเร็วๆ นี้..” ใบหน้าคมเหยียดยิ้มมุมปาก ดวงตาแข็งกร้าว นัยน์ตาคมร้อนราวเพลิงไฟ มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นตวัดผ่านริมฝีบางได้รูปรวดเดียวทั้งแก้ว โดยไม่แยแสถึงรสฝาดผ่านลำคอแกร่ง ในใจหมายมั่นถึงวันที่ได้พบเจอเธอคนนั้น...
...ผมจะทำให้พวกมันได้รับการตอบแทนอย่างสาสมครับพี่ใหญ่...
