บทที่ 4 Halfway Around the World: ถึงตัวไกล..แต่ใจใกล้กัน - 1
เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซทต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
อาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเสิร์ฟในลักษณะบุฟเฟ่ต์ พร้อมให้แขกที่มาร่วมงานได้อย่างรับประทานในร้านอาหารไทยชื่อดังแห่งหนึ่ง
ผู้คนมากมายทั้งญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของลัลล์สลิตา สลิปัญญาพงศ์ มารวมตัวกันที่นี่เพื่อร่วมฉลองกับความสำเร็จของมหาบัณฑิตป้ายแดงบริหารธุรกิจสาขาการเงินจากสถาบัน Sloan School of Management ซึ่งเป็นสถาบันทางด้านธุรกิจจากมหาลัยชื่อดัง Massachusetts Institute of Technology
“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษครั้งนี้ของลูกตาลนะคะ ก่อนอื่นลูกตาลขอขอบคุณคุณป้าและแม็ทธิวสำหรับแรงสนับสนุนและกำลังใจที่มีให้เสมอมา เพราะถ้าไม่มีพวกเขาทั้งสอง ลูกตาลคงไม่มีวันนี้แน่ๆ และแน่นอนขอขอบคุณเพื่อนแสนดีทุกคน ลูกตาลโชคดีมากๆ ที่มีทุกคนคอยให้ความช่วยเหลือกันมาตลอด วันนี้มีอาหารและเครื่องดื่มมากมายหลายชนิดสำหรับทุกคน เชิญรับประทานกันตามสบายเลยนะคะ”
เสียงหวานกล่าวกับแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมด้วยความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของตัวเอง
สาวหน้าหวานดวงตากลมโตในเดรสเกาะอกสั้นสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวผ่อง เผยให้เห็นเรียวขายาวสวย ใบหน้ารูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงมาเป็นอย่างดี
ริมฝีบางได้รูปกระจับถูกทาบทับด้วยกลอสมันวาวสีชมพูหวาน ผมยาวตรงดำขลับถูกม้วนเป็นลอนทำให้หญิงสาวดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาและน่าดึงดูดใจต่อผู้พบเห็น
“ยินดีด้วยนะน้องรัก พี่ภูมิใจจริงๆ แต่จะรวยเมื่อไหร่ล่ะ พี่กับแม่จะได้เกษียณตัวเองกันสักที” แมทธิว แม็คคินลี่ ก้มลงหอมแก้มนวลและสวมกอดร่างเล็กเสียเต็มรัก พร้อมมอบดอกไม้ช่อใหญ่ให้
หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับลัลล์สลิตา สนิทและรักเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ น้อยคนที่จะทราบว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน
เธอเพิ่งห่างจากแม็ทธิวเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงสี่ปีที่แล้ว หลังจากเขาย้ายไปบริหารธุรกิจเรือสำราญและแท่นขุดเจาะน้ำมันที่แคลลิฟอร์เนีย
“พูดเป็นเล่นไป พี่น่ะรวยจนไม่รู้จะเอาตังค์ไปไว้ที่ไหนแล้ว...แต่เอาจริงๆ เลยนะ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรและดอกไม้สวยๆ นะคะ” เธอกอดพี่ชายเต็มแรง น้ำตาคลอเบ้า ซาบซึ้งใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ครอบครัวของแม็ทธิวมอบให้เธอ
“ไม่เป็นไรจ้ะ วันนี้เราสวยเหมือนเจ้าหญิงเลยรู้หรือเปล่า สงสัยต้องไว้หนวดคอยคุมหนุ่มๆ ขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะสิ”
แม็ทธิวจับน้องสาวหมุนรอบตัวเพื่อสำรวจความสวยหวานน่ารัก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ก่อนชมอย่างตรงๆ ทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงก่ำร้อนผ่าว
“ไม่เอาน่าแม็ท พี่น่ะเป็นพี่ชายนะคะ ไม่ใช่พ่อลูกตาลสักหน่อย แล้วก็เลิกล้อลูกตาลเล่นได้แล้ว” เสียงหวานร้องห้าม
และถึงจะเติบโตในเมืองนอกเมืองนา แต่เธอก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างหญิงไทยเต็มร้อย โดยเฉพาะคุณป้านั้นเข้มงวดกับเธอมากๆ กวดขันเรื่องมารยาทและการวางของเธอมาตั้งแต่เล็กจนโต
อีกทั้งมีพี่ชายตัวโตที่คอยดูแลเธอไม่ห่างแถมยังคอยช่วยสกรีนหนุ่มๆ ที่จะเข้ามาจีบหญิงสาวอีกด้วย
“ว่าแต่แม็ทเถอะ ลูกตาลได้ข่าวว่าคะแนนนิยมของแม็ทไม่เคยตกเลย สาวๆ ตอมกันหึ่ง...ระวังไปทำสาวท้องนะคะ จะหมดสิทธิ์ใช้ชีวิตโสดเอา”
คนเป็นน้องเย้าพี่กลับกลั้วเสียงหัวเราะเสียง พร้อมเดินไปบริเวณโต๊ะที่มีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดเตรียมไว้ หยิบฟรุตพั้นช์ให้กับตัวเองและขวดเบียร์เย็นเฉียบยื่นให้พี่ชาย
“ให้มันน้อยๆ หน่อย พี่ไม่ใช่ของเสียนะถึงได้มีอะไรมาตอมกันให้หึ่ง” หนุ่มลูกครึ่งเอ็ดน้องสาวทีเล่นทีจริง รับเบียร์ขึ้นมาจิบดังอึกแล้วพูดต่อ
“แล้วอีกอย่างระดับพี่แล้วไม่มีผิดพลาด ป้องกันแน่นหนาตราสามเอ็ม แล้วพี่ก็ไม่ได้มั่วไม่เลือกนะ คัดสรรค์มาอย่างดี ต้องสวยเซ็กเอ็กส์อึ๋มเท่านั้น หุ่นแห้งเป็นก้างปลาพี่ขอบาย เวลาจับจูบลูบคลำมันจะได้เต็มไม้เต็มมือ ปากอวบอิ่มน่าจูบ แล้วเวล....โอ๊ย! หยิกพี่ทำไม”
หนุ่มลูกครึ่งแสนขี้เล่นพร่ำพรรณนาไปเรื่อย จนน้องสาวตัวดีทนไม่ไหวต้องขัดขึ้นพร้อมกับบิดไปที่สีข้างแรงๆ หนึ่งที ก่อนที่จะพี่ชายตัวเองจะฉายหนังเรตอาร์ด้วยปากเปล่า
“หยุด! พอแล้วแม็ท! ไม่ต้องพล่ามฉากอย่างว่าแล้ว บรรยายเสียจนลูกตาลเห็นภาพเชียว นี่กะจะให้น้องเสียคนเลยหรือไง” พี่ชายของเธอทะลึ่งไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะพากันไปตักอาหารใส่จานแล้วมานั่งคุยต่อที่บริเวณโต๊ะใกล้ๆ
“ทั้งนี้ทั้งนั้น พี่ยังไม่คิดจริงจังกับใคร เพราะพี่ยังไม่เคยเจอใครที่ตรงสเปกพี่จังๆ เลยสักครั้ง เฮ้อ.. สงสัยเนื้อคู่พี่ยังไม่เกิด”
แม็ทธิวถอนหายใจคล้ายคนปลงตก ซึ่งมันก็จริงที่เขาอายุอานามก็ปาไปตั้งสามสิบแล้ว แต่ยังไม่เคยคิดที่จะตกล่องปล่องชิ้นกับผู้หญิงคนไหน ทั้งๆ ที่มารดาก็เร่งแล้วเร่งอีก เพราะอยากเห็นหน้าหลานเต็มทนแล้ว
“แล้วเราล่ะ แม่พี่บอกว่าคุณน้าเกรียงไกรอยากให้ลูกตาลกลับไปช่วยดูแลกิจการที่ไทย พี่ว่ามันยังไงยังไงอยู่นา ปกติไม่เห็นจะเคยติดต่อมา.. ทำไมถึงมาเรียกตัวเรากลับไป”
นายเกรียงไกรที่ปกติไม่ค่อยจะสนใจในตัวลัลล์สลิตาเท่าไรอยู่ๆ ก็โทรมาบอกให้ลูกสาวกลับไปอยู่เมืองไทย โดยให้เหตุผลง่ายๆ ว่า คิดถึง ซึ่งมันออกจะทะแม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้
“ค่ะ ลูกตาลทราบว่ามันผิดปกติ ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยติดต่อมา...คุณพ่อบอกว่ากิจการมีปัญหานิดหน่อย เลยอยากให้ลูกตาลไปช่วยดูแลน่ะค่ะ... และไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ถ้าพ่อลำบากหรือต้องการความช่วยเหลือ ลูกตาลก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธแน่นอนค่ะ” เสียงใสสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความน้อยใจบิดา
