บทที่ 7 . A Bitter Sweet Surprise: จูบหวานอันแสนขม - 2
ภวังค์ความคิดของอนาคินหยุดลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มขยับตัวถอยหลังจนเกือบไปชนเข้ากับแจกันสุดหวงของมารดา ขายาวจึงพุ่งเข้าไปคว้าร่างเล็กเอาไว้เสียก่อน
ทว่าแทนที่เธอจะเป็นฝ่ายทำลายประติมากรรมชิ้นเอก กลับเป็นเขาที่ได้สัมผัสแนบชิดกับประติมากรรมมีชีวิตชั้นเลิศเสียเอง
ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ช่างซ่อนรูปได้ถึงเพียงนี้
พิสูจน์ได้จากเนินเนื้อนุ่มนิ่มที่มือหนาคว้าไว้ได้อย่างไม่ตั้งใจ
สัมผัสเพียงแผ่วเบากอปรกับกลิ่นกายสาวแสนหอมหวาน มันกลับกระตุ้นความเครียดในตัวเขาให้ร้อนรุ่มขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ ทั้งๆ ที่คนอย่างอนาคินไม่เคยขาดเรื่องพรรค์อย่างว่าแม้แต่น้อย
ฝ่ายลัลล์สลิตาที่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเธอไม่ได้ตาฝาด
และผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือผู้ชายที่อยู่ในความคิดของเธอมาตลอด ตัวจริงเสียงจริง
กลิ่นก็จริงเพราะสูดมันเข้าไปเต็มปอดเลยทีเดียว..
“ขะ...ขอโทษค่ะ คะ..คุณ เอ่อ” ริมฝีปากบางสั่นระริกละล่ำละลักบอก
ใบหน้าหวานก้มลงจนคางชิดแผงอกตัวเองเพื่อหลบซ่อนแก้มนวลที่ตอนนี้มันคงแดงยิ่งกว่าตำลึงสุก ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้ใจดวงน้อยเต้นระบำเสียงดังจนเขาได้ยิน ทั้งที่มันกำลังเต้นเร็วแรงราวกับรัวกลองศึก
“อ้าว ตกใจถึงขนาดติดอ่างไปเลยหรือ” แต่ไม่ต้องกลัวอีกเดี๋ยวเธอก็จะพูดไม่ออกจริงๆ แล้ว
“ลืมไป ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยแล้วกัน สวัสดีครับ ผมอนาคิน อัครศกุลไพศาล”
เขายื่นมือขวาไปข้างหน้าเพื่อทักทายตามนิสัยชาวตะวันตก คนตัวเล็กอึ้งไปเล็กน้อยที่เขาแนะนำตัวเองอย่างกับคนที่ไม่เคยรู้จักกัน
ฉันรู้จักคุณค่ะ แต่ดูท่าแล้ว คุณคงจำฉันไม่ได้จริงๆ...
“สะ..สวัสดีค่ะ ดะ..ดิฉัน ลัลล์สลิตา สลิปัญญาพงษ์” หญิงสาวพนมมือไหว้เขาแทนการจับมือ บังคับเสียงไม่ให้สั่น
ไม่ให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกหวั่นไหวที่ต้องมาอยู่ตรงหน้าเขาในระยะใกล้ชิดแบบนี้...อีกครั้ง
หากไปจับมือเขาเธออาจจะเป็นลมเอาดื้อๆ และกิริยานั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจแต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้
หยิ่งไม่ใช่เล่น แล้วมาคอยดูกันก็แล้วกันว่าเธอจะหยิ่งไปได้สักกี่น้ำลัลล์สลิตา อนาคินคิดในใจ ดวงตาคมกร้าว เหยียดยิ้มมุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“เชิญนั่งก่อนครับ จะได้คุยธุระกัน จะรับอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มตัดบท พลางเชิญหญิงสาวให้นั่งเพื่อเตรียมเริ่มดำเนินการไปตามเกมที่เขาได้วางไว้ เท้าเล็กเดินตามไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามกับเขา
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ ดิฉันเรียบร้อยมาจากบนเครื่องแล้วค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ โกหกคำโตเพราะเธอแทบจะไม่ได้ทานอะไรบนเครื่องเลย ไม่รู้ว่าเพราะอาหารไม่ถูกปาก หรือเพราะเธอตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าบิดาที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานาน
ยิ่งตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจกินดื่มอะไรทั้งนั้น เพราะเธอกำลังตกใจเข้าขั้นช็อก ที่อยู่ๆก็ได้มาพบกับพ่อเทพบุตรคนที่จับจองหัวใจดวงน้อยของเธอเอาไว้ทั้งสี่ห้องตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์เทพบุตรในดวงใจตรงหน้า เขายังคงความหล่อเหลาเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยนไปจากเดิมเลยสักนิด
ถ้าเปลี่ยนก็คงจะเป็นสีผิวที่ดูเข้มขึ้นกว่าเดิม ทั้งเขายังดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ผู้ชายคนนี้ทำให้ผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉาในตัวเขาเพราะว่าพระเจ้าช่างลำเอียงบรรจงปั้นแต่งเขาออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ...
และเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าเธอกำลังสำรวจเขาอยู่ ดวงตากลมโตจึงรีบหลบวูบ เสมองไปมองทางอื่นแทน
ตายแล้วเรา!! แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายสำรวจเรา ดันไปสแกนเขาเสียทะลุปรุโปร่ง คิดแล้วอายจนหน้าแดงเข้าไปอีก อยากจะแปลงสัญชาติเป็นขอมแล้วมุดดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“คุณคงแปลกใจที่อยู่ๆ คนของผมไปรับคุณมา จากสนามบิน แทนที่จะเป็นคนของนายเกรียงไกร” อนาคินกล่าวขึ้น นัยน์ตาสีนิลเข้มขึ้นมาอย่างทันทีที่เขาเอ่ยชื่อคนที่เขาเกลียดเข้าไส้
“ไม่หรอกค่ะ คุณพ่อบอกว่าคุณเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ลูกตาล เอ่อ ดิฉันคิดว่าคุณคงมีธุระอะไรกับท่านแต่อาจจะเป็นเพราะท่านไม่ว่าง จึงส่งดิฉันมาเจรจากับคุณแทนน่ะค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าและบอกไปตามความคิด
“เอ่อ เห็นคุณยศพัทธ์บอกดิฉันก่อนหน้านี้ว่าคุณอยากจะคุยเรื่อง ‘สัญญา’ น่ะค่ะ เป็นสัญญาอะไรหรือคะ?” หญิงเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ช่วยหน้าไร้ความรู้สึกของเขาพูดเรื่องสัญญาขึ้นมา
“ก่อนคุณกลับมา พ่อคุณบอกอะไรคุณมาบ้างล่ะ” เขาหยั่งเชิงถาม ตาคมดุจ้องใบหน้านวลไม่วางตา
“อืม ท่านก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรให้ฟังหรอกค่ะ บอกแต่ว่าธุรกิจกำลังประสบปัญหา จึงอยากให้ดิฉันกลับมาช่วยงานท่านสักระยะค่ะ” ตากลมโตเสหลบสายตาคมกร้าวที่เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่! กิจการของพ่อคุณประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักมาเกือบสองปีแล้ว หนี้สินรุงรัง จนรีสอร์ตพ่อคุณเกือบถูกธนาคารยึด พอดีเขาเข้ามาขอร่วมทุนกับผม เพราะครอบครัวของผมก็มีธุรกิจทางด้านการโรงแรมอยู่ จึงได้ตัดสินใจร่วมทุนกัน...”
เขาหยุดคำพูดไว้เพื่อสังเกตอาการของหญิงสาวตรงหน้า แสยะยิ้มมุมปากก่อนพูดต่อเสียบเรียบ..
“จะว่าร่วมทุนธุรกิจกันนั้นคงไม่ใช่ เรียกว่าหาแหล่งเงินกู้ใหม่ถึงจะถูก หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือผมเป็น ‘เจ้าหนี้’ ของพ่อคุณนั่นเอง” เขาสรุปสั้นได้ใจความ
“จริงหรือคะ ไม่น่าเชื่อเลย ..แสดงว่าคุณพ่อกำลังมีปัญหาหนักนะซิ” เสียงใสดังขึ้นอย่างตกใจ กังวลใจเป็นห่วงบิดาขึ้นมา ท้ายเสียงอ่อนลงคล้ายรำพันกับตัวเองมากกว่า
เปล่าเลย กิจการของนายเกรียงไกรไม่ได้มีปัญหาหรอก แต่ผมเป็นคนทำให้มันมีปัญหาต่างหากล่ะ...
ชายหนุ่มพูดในใจ หัวใจพองโตที่เห็นแววตาตื่นตระหนกของร่างเล็กตรงหน้า
ตลอดสามปีที่ผ่านมา อนาคินส่งยศพัทธ์เข้าไปแทรกแซงกิจการรีสอร์ตของนายเกรียงไกร ทำทุกวิถีทางให้ขาดทุนจนต้องรี่หาแหล่งเงินกู้ใหม่ แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะยื่นมือมัจจุราชให้กับคนชั่วเพื่อพยุงกิจการเอาไว้ และที่สำคัญเขารู้มาว่านายเกรียงไกรนั้นติดการพนันอย่างหนัก คอยวิ่งเต้นหากู้เงินไปผลาญในบ่อนอยู่เป็นประจำ
อนาคินจึงออกเงินกู้นอกระบบให้อย่างง่ายๆ ทำให้เขาได้เห็นความหายนะมาเยือนศัตรูคนสำคัญเร็วขึ้น...และเมื่อคนชั่วไม่อาจหาเงินมาจ่ายหนี้ให้กับเขาได้ จึงไม่รอช้าที่จะเซ็น ‘สัญญา’ ที่ถูกจัดทำพิเศษระหว่างชายหนุ่มขึ้นมา
