บทที่ 9 A Bitter Sweet Surprise: จูบหวานอันแสนขม - 4
“ฮึ บุญเท่าไหร่แล้วลัลล์สลิตาที่อย่างน้อยๆ คุณก็ได้กอดทะเบียนสมรสไว้ตั้งปีหนึ่ง ทั้งที่จริงๆ แล้วหน้าที่ของคุณมันก็ไม่ต่างกับ...” อนาคินแกล้งลากเสียงยาวจงใจยั่วยุอารมณ์คนตัวเล็กตรงหน้า “นางบำเรอ สักเท่าไหร่หรอก” เขาตั้งใจเน้นเสียงคำดูถูกนั้นอย่างชัดเจนราวกับว่ามันคือดาบคมที่ฟาดฟันสร้างแผลลึกลงในหัวใจเธอ
“เผลอๆ ถ้าคุณบริการดีๆ ผมอาจจะยกหนี้ทั้งหมดให้ฟรีๆ ก็ได้” “
“เผียะ!!” มือบางก็ฟาดเต็มแรงลงบนใบหน้าคมซึ่งหันไปตามแรงและเกิดรอยฝ่ามือตามมาทันที
“ปากสกปรก!! ฉันไม่คิดเลยว่าผู้ชายดูดีอย่างคุณจะเลวร้ายได้ขนาดนี้” เสียแรงที่ฉันหลง....เธอตะวาดเสียงกร้าว โกรธจนใบหน้าหวานแดงลามไปจนถึงใบหูเล็ก ยืนกำมือเล็กแน่น ไม่คิดว่าเทพบุตรของเธอนั้นช่างใจร้ายเหลือเกิน....เขาช่างต่างกับ ‘ครั้งนั้น’
“บังอาจมากนะลัลล์สลิตา!! กล้าดียังไงที่มาตบหน้าผม!!” อนาคินขบกรามเข้าหากันแน่นเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา ดวงตาคู่คมที่จ้องไปยังหญิงสาวราวกับมีดวงไฟลุกโชนอยู่ข้างใน
ในชีวิตนี้ของอนาคิน อัครศกุลไพศาล ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดกล้าทำอย่างนี้กับเขาแม้แต่คนเดียว แล้วผู้หญิงที่กล้าฝากรอยฝ่ามือบนใบหน้าคมคนแรก ก็ดันมาเป็นลูกศัตรูที่เขาเกลียดเข้าไส้
“ทำไมฉันจะสั่งสอนคุณไม่ได้!! มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผู้ชายปากสกปรกอย่างคุณ” เธอแว้ดออกมาด้วยความโกรธทั้งเรื่องสัญญาและเรื่องวาจาสามหาวนั้น...ลืมไปเลยว่าเขาคือคนที่เธอแอบรัก
“แล้วไม่อยากรู้หรือว่าผมจะตอบแทนคนที่บังอาจมาตบผมยังไง...มาลองชิมรสผู้ชายปากสกปรกอย่างผมหน่อยเป็นไง!!”
มือหนากระชากร่างบางทีเดียวก็ลอยละลิ่วเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อมแขนแกร่ง ร่างสองร่างบดเบียดเนื้อแนบเนื้อ กระตุ้นอารมณ์ดิบของคนตัวโตได้อย่างดิบดี ใบหน้าคมโน้มลงมาบดขยี้เรียวปากอวบอิ่มสีกลีบกุหลาบอย่างรวดเร็วและรุนแรง จูบของเขากระแทกกระทั้นไร้ความปรานี หญิงสาวเจ็บจนน้ำตาคลอพยายามเบือนหน้าหนีเม้มริมฝีปากแน่นไม่ให้เขารุกรานไปมากกว่านี้
มือบางทั้งผลักทั้งทุบคนปากสกปรกเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแข็งแกร่ง แต่มีหรือหนุ่มไฟแรงอย่างเขาจะยอม มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นรั้งศีรษะให้อยู่กับที่รับจูบที่เขามอบให้ ในขณะที่อีกมือหนึ่งบีบปลายคางมน ให้เธอเผยอริมฝีปากให้เขาได้ส่งลิ้นร้อนๆ เข้าไปสำรวจโพรงปากหอมหวาน และกระหวัดทักทายลิ้นเล็กอย่างหักหาญ
อนาคินปล้ำจูบลัลล์สลิตาอยู่เป็นนาน โดยคนตัวโตใช้ประสบการณ์ที่มีมากกว่าหลอกล่อให้คนตัวเล็กซึ่งมีใจให้กับเขาอยู่เป็นทุนเดิมโอนอ่อนผ่อนตามอย่างง่ายดาย รสจูบเปลี่ยนจากดุดันรุนแรงเป็นเร่าร้อนและเรียกร้องให้หญิงสาวตอบสนองออกมาอย่างไร้เดียงสา
มือหนาของอนาคินเลื่อนเข้าไปในเสื้อก่อนจะเคล้าคลึงเนินเนื้อนุ่มนิ่มที่ใหญ่เกินตัวอย่างเร้าอารมณ์ จนลัลล์สลิตาต้องครางออกมาด้วยความวาบหวาม เสียงครางอื้ออึงเล็ดลอดจากริมฝีปากบวมเจ่ออย่างไม่รู้ตัวนั้นทำให้อนาคินครางออกมาอย่างเป็นสุขอย่างที่เขาคาดไม่ถึงว่าจะได้รับจากลูกศัตรูที่เขาเพิ่งเจอหน้าครั้งแรก
“ไวไฟไม่เบา สมเป็นเด็กนอก” เขาเยาะเย้ยขึ้นทันทีหลังจากถอนจูบออกมา ริมฝีหนาหยักขึ้นยิ้มมุมปาก นึกโกรธตัวเองเหมือนกันที่ติดใจรสชาติแสนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าของโพรงปากลูกศัตรู
เมื่อนึกขึ้นได้ตัวเองดันหลงเผลอไผลไปกับเรียวปากเย้ายวนนั้น อนาคินจึงผลักร่างบางออกให้พ้นตัวอย่างกับเธอเป็นของร้อน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป็นเขาเองที่เฝ้าวนเวียนจูบมาราธอนเอาจากคนตัวเล็กอยู่เป็นนานสองนาน
ลัลล์สลิตาเซไปข้างหลัง มือไม้ขาแข้งไร้เรี่ยวแรงแทบยืนไม่อยู่ มือบางรีบคว้าโต๊ะทำงานเพื่อพยุงร่างบางที่สั่นเทิ่มทั้งอายทั้งโกรธที่คล้อยตามเขาอย่างหน้าไม่อาย สายตาหวานตวัดมองร่างสูงอย่างโกรธเคืองที่ย่ำยีศักศรีดิ์ของเธอ ด้วยความโมโหมือบางจึงเงื้อขึ้นเตรียมจะฟาดลงใบหน้าคมอีกครั้ง
หมับ!! แต่มือหนาของอนาคินก็คว้าไว้ได้เช่นเดิม
“คุณนี่ท่าทางเจ็บแล้วไม่จำ.. เอ๊ะ!! หรือว่าติดใจรสจูบของผม เลยอยากจะให้ผมจูบคุณอีก จริงๆ คุณไม่จำเป็นต้องตบผมแลกจูบหรอกนะ ผมจูบให้คุณฟรีๆ แบบไม่ต้องการสิ่งตอบแทน...แค่ให้บอกมาก็พอ ผมจะสนองให้ถึงที่สุด เอาให้ไม่มีแรงยืนเลยเป็นไง” เขาเย้ยหยันแต่สายตาที่มองมายังใบหน้าหวานนั้นพราวระยับ
ลัลล์สลิตาให้แต่ยืนกำมือแน่น ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง โกรธที่ทำอะไรเขาไม่ได้
“เชอะ!! จูบแบบเด็กอนุบาลอย่างคุณน่ะ ฉันไม่พิศวาสแม้แต่นิดเดียว” เธอเข่นเขี้ยวดูถูก สะบัดหน้างามเชิดไปทางอื่น หึ ทำร้ายร่างกายเขาไม่ได้ ก็จัดการกับคำพูดแล้วกัน และนั้นก็เป็นคำดูถูกที่หนุ่มไฟแรงสาวล้อมรอบอย่างเขายอมรับไม่ได้ เสียเชิงชายนายอนาคิน อัครศกุลไพศาลหมด
“ถ้างั้นผมคงต้องสาธิตจูบแบบพวกจบปริญญาให้คุณดูเสียแล้วสิ” ขายาวก้าวมาหาเธอ แววตาคมกรุ้มกริ่ม
“ไม่ต้อง ฉันไม่ต้องการ อย่าเข้ามานะ” เธอแหวกลับเสียงดัง ร่างน้อยสั่นเทา สองขาเรียวเดินหนีจากคนตรงหน้า ไปตั้งหลังอยู่ตรงประตู เตรียมตัวเปิดหนีออกไปข้างนอก
“คุณมีธุระแค่นี้ใช่ไหม ฉันอยากกลับไปพักผ่อน” เธอรีบตัดบท
“ฮึ” เขาทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ นึกเสียดายที่ไม่แสดงจูบแบบแอดวานซ์ให้คนตัวเล็กดูเป็นขวัญตา “ไม่มี เชิญคุณกลับไปได้แล้ว” เสียงทุ้มกล่าวแกมออกคำสั่ง ขายาวเดินกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม
สิ้นเสียงทุ้ม หญิงสาวสะบัดหน้าเปิดประตูเดินจากไปโดยไม่กล่าวคำอำลาใดๆ เธอต้องรวบรวมกำลังทั้งกายและใจเพื่อเดินไปให้พ้นจากตรงนั้น ก่อนที่เขาจะเห็นทำนบน้ำตาที่มันพังครืนออกมาราวกับเขื่อนแตก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจริงๆ เร็วจนเธอตั้งรับไม่ทัน
เขา....ผู้ชายที่เธอใฝ่ฝันอยากพบ อยากเจอมาตลอดห้าปี แต่เมื่อได้เจอกันจริงๆ หญิงสาวกลับตั้งตัวแทบไม่ทันกับเรื่องที่ได้รับรู้มาและเรื่องที่กำลังจะต้องเผชิญกับชายหนุ่มอีกครั้ง...ด้วยสถานะที่จะเปลี่ยนไป
