บทที่ 11 เอาลูกผมไปยัดเยียดให้เขา
ประตูห้องนอนปิดลงเบา ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัว แพรวพิลาศในชุดนอนหันมองที่บานประตูก็เห็นเจ้าของห้องเดินเข้ามาหา
กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งทำเธอเบ้หน้า วิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุง
“แพรว...”
“อย่าเข้ามาค่ะ แพรวเหม็น”
แพรวพิลาศผลักไหล่คนตัวโตแล้วเดินไปนั่งบนเตียง เขาจึงถอดเสื้อผ้าแล้วรีบเข้าห้องน้ำทันที
“ผมอาบน้ำแป๊บเดียวครับ รอก่อนนะ”
ไม่นานก็ออกมาในสภาพผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ เขาเดินมานั่งลงข้างเธอบนเตียง จับเธอหมุนตัวเข้าหาแล้วตะโบมจูบริมฝีปากจิ้มลิ้มสีสดที่คิดถึงแทบขาดใจ
“อือ ภู”
ร่างบางถูกดันลงนอนหงาย เขาสลัดผ้าเช็ดตัวทิ้งแล้วตามคร่อมทับ ท่วงท่าล่อแหลมและสัมผัสวาบหวามไปทั่วผิวกายทำเธออ่อนระทวยครางกระเส่า
“ในท้องแพรว ลูกของผมใช่ไหมครับ”
“มะ ไม่ใช่ค่ะ”
“ท้องกี่เดือนนะ”
“สะ สองค่ะ”
สิ้นสุดคำตอบ ท่อนเนื้อใหญ่ยาวก็ถูกดันเข้าไปในความฉ่ำเยิ้มรวดเดียวสุดโคน เธอผวากอดเขาแน่น แต่เขากลับยกตัวขึ้นจ้องหน้าเธอเขม็ง
“ใจร้ายมากนะแพรว ที่เอาลูกผมไปยัดเยียดให้เขา”
ดวงตากลมเบิกโพลง เธอส่ายหน้าหวือไม่ยอมรับ
“ไม่ใช่นะ ลูกของแปงจริง ๆ แพรวต้องรู้สิคะว่านอนกับใครตอนไหนแล้วใครทำแพรวท้อง”
“ถ้าผมจับได้ว่าแพรวโกหกล่ะ แพรวจะยอมให้ผมทำอะไร”
“แพรวไม่ได้โกหก”
“ตอบมา ว่าจะยอมให้ผมทำอะไร”
“ถ้าแพรวโกหก อยากทำอะไรก็ทำค่ะ แพรวยอมทุกอย่าง”
เธอเชิดหน้าขึ้น แสดงความมั่นใจให้เขาเห็น จึงได้รับรอยยิ้มแฝงเลศนัยตอบแทน
“ครับ งั้นทำเสร็จ ผมจะบอก”
พูดจบก็กระแทกกายเข้าหาในจังหวะลามก เธอกรีดร้องดังลั่น มีอารมร์ร่วมมากกว่าทุกทีจนตัวสั่นระริกแทบควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะเสร็จสมนำหน้าเขาไปก่อนในเวลาอันสั้น
“อืม ผู้หญิงหื่น แพรวไม่มีวันขาดผมได้หรอก”
เตียงราคาแพงขยับโยกกระทบผนังเร็วรี่ ก่อนจะหยุดลงเมื่อคนตัวโตเกร็งกระตุกร้องคำรามลั่น แตกกระจายในกายเธออย่างล้ำลึกเช่นทุกที
ดวงตาคมไม่ยอมละไปจากใบหน้างามแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาโน้มลงบดจูบเธออย่างเร่าร้อนอีกครั้งและผละห่าง
“อย่าเอาลูกของผมไปยัดเยียดให้ใครเป็นพ่อ ผมขอเตือน”
“นี่คุณพูดไม่รู้เรื่องเหรอคะภู แพรวบอกว่าเป็นลูกของแปงไง”
“คุณนอนกับเขาเสร็จแล้ว ไม่กี่วันเมนส์คุณก็มา อาทิตย์นั้นเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันทั้งอาทิตย์ ทำได้แค่ให้คุณใช้ปากให้ จำไม่ได้แล้วเหรอ พอกลับมาคุณก็ไปเที่ยวกับครอบครัว น่าจะเกือบสองอาทิตย์ได้ มาถึงไทยคุณเรียกหาผมคนแรก ขย่มจนผมแทบหัก เราอยู่ด้วยกันหลายวันเพราะเขาไม่ว่างมาหาคุณ เอาแต่ทำงาน คุณชวนเขาไปเที่ยวเขาก็ไม่พาไป เดือนนั้นทั้งเดือนคุณไม่ได้นอนกับเขาอีกเลย พอเดือนต่อมาคุณก็ไปทริปกับเพื่อนเกือบเดือน กลับมาถึงก็ไปหาเขาที่บริษัท มีอะไรกับเขายังไม่ทันเสร็จก็มีคนมาขัด สุดท้ายก็เรียกผมให้ไปหาที่คอนโด วันต่อมาผมก็เจอคุณไปโรงพยาบาลกับเขาแล้วคุณก็บอกว่าท้อง กำลังจะแต่งงานกับเขานี่แหละ บอกผมมาหน่อยสิแพรว ว่าเขาจะเป็นพ่อของลูกในท้องคุณได้ยังไง”
ดวงตากลมเบิกโพลงไหวระริก เธออ้าปากค้าง พูดไม่ออก ก่อนน้ำตาจะรวมกันไหลลงอาบแก้ม
แพรวพิลาศหลับตา พยักหน้ารับอย่างยอมจำนน เขาจำทุกอย่างได้ และเธอไม่สามารถโมเมโกหกได้อีก
“ค่ะ เป็นลูกของคุณ แล้วไงคะ แพรวเลือกแปง แพรวจะแต่งงานกับแปง คุณปล่อยแพรวกับลูกไปเถอะ แพรวอยากเป็นสะใภ้อธิพัฒน์โภคิน”
กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน เขากำรอบลำคอระหง เกร็งข้อมือจนตัวสั่น
“คิดว่าผมจะยอมปล่อยคุณกับลูกของผมไปง่าย ๆ เหรอแพรว ไม่มีทาง”
“งั้นคุณก็ฆ่าแพรวเลยสิ ฆ่าเลย ถ้าแพรวมีชีวิตอยู่ ยังไงก็จะแต่งงานกับแปงอยู่ดี”
การ์ดแต่งงานดีไซน์เก๋ในมือของโรสิตาสั่นเทา เธอลอบถอนหายใจแล้วยื่นการ์ดใบนั้นคืนให้กับแม่ของตัวเอง
“ใครเอามาให้คะแม่”
ไม่ผิดคาดไปจากที่เธอคิด แพรวพิลาศกำลังจะแต่งงานกับเจ้านายของเธอ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วปานนี้
“แม่เจอในตู้จดหมายหน้าบ้าน โทรถามพ่อก็บอกว่าคุณพุธิตาฝากมาให้ บอกว่าให้เราสองคนแม่ลูกไปร่วมงานให้ได้ในฐานะน้องสาวกับเมียอีกคนของพ่อเจ้าสาว”
โรสิตาเบะปาก ด้วยรู้ดีว่าวัตถุประสงค์ของสองแม่ลูกคืออะไร
“คุณรักเขามากเลยเหรอแพรว”
“ต้องรักด้วยเหรอ แค่ได้เสวยสุขอยู่ในฐานะเมียเขา มีชีวิตที่น่าอิจฉาที่สุดก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ”
“งั้นคุณเลือกใหม่เถอะ เพราะผมรักคุณ ไม่ยอมให้คุณเป็นของใครแน่ แพรว”
