บทที่ 12 โรสขี้เกียจปั้นหน้า

“ไม่ต้องไปหรอกค่ะแม่ โรสขี้เกียจปั้นหน้า”

“ไม่ได้นะลูก ปกติบ้านนั้นไม่เคยอยากให้เราไปร่วมงานอะไรด้วยเลย แต่นี่ให้เราไปในฐานะคนในครอบครัว แม่ว่าทางนั้นคงอ่อนลงแล้ว โรสควรไปสักหน่อยนะ ยังไงก็พี่น้องกัน”

“พี่แพรวเคยเห็นโรสเป็นน้องด้วยเหรอคะ สองแม่ลูกนั่นเกลียดเราจะตายไป ไม่เคยพูดดีกับเราสักคำ อย่าไปเลยนะคะแม่”

“ถึงจะไม่เห็นแก่สองคนนั้น แต่โรสควรเห็นแก่พ่อ โรสต้องไปเพราะโรสเป็นลูกสาวพ่อ”

โรสิตาถอนหายใจ แม้ว่าพ่อกับแม่จะแยกกันอยู่มานานเท่าอายุเธอ นาน ๆ พ่อถึงจะลักลอบแอบมาหา แถมยังไม่เคยอยู่ค้างคืนเลยสักครั้ง แต่แม่ของเธอก็ทั้งรักทั้งบูชาผู้ชายคนนั้นยิ่งกว่าสิ่งใด

ถึงขั้นว่าตาของเธอสั่งให้เลิกกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างพ่อเด็ดขาด แต่แม่ก็ไม่ยอม จนมีปัญหากับตา ทุกวันนี้ยังแทบจะเข้าหน้ากันไม่ติด ตายังไม่ยอมหายงอนแม่สักทีเลยด้วยซ้ำ

“แต่แม่คะ”

“แม่ขอแค่นี้ โรสทำให้แม่ได้ไหม”

“แม่คะ พ่อเองก็ไม่เห็นจะสนใจไยดีเราเลย ทำไมแม่ถึงรักแต่พ่ออยู่ได้”

“พ่อต้องทำแบบนั้นเพื่อให้โรสกับแม่อยู่อย่างสงบสุข คนบ้านนั้นจะได้ไม่มารบกวน แล้วที่โรสมีเงินใช้ไม่ขาดมือ อยากได้อะไรก็ได้ ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ได้เรียนสูง ๆ จบปริญญาโทถึงเมืองนอกเมืองนา นั่นไม่ใช่เพราะพ่อเหรอ โรสไม่เห็นหรือไงว่าพ่อไม่เคยทอดทิ้งเรา”

นั่นเป็นเรื่องจริงที่เธอไม่สามารถเถียงได้ เพราะถึงแม้พ่อจะไม่ได้มาหาหรือไยดีเธอกับแม่เท่าที่ควร แต่เรื่องอื่นเขาดูแลไม่มีขาดตกบกพร่อง แม้บางครั้งจะต้องแอบ ๆ คนบ้านนั้นก็ตาม

“นั่นมันก็หน้าที่เขานี่คะแม่ เขาทำโรสเกิดมาก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของโรสสิถึงจะถูก”

ถึงจะไม่ได้เกลียด แต่เธอก็แทบไม่มีความผูกพันให้เท่าไรนัก ที่ยอมทุกอย่างเพราะรักและสงสารแม่เท่านั้น

“โรส...”

น้ำเสียงและสายตาเศร้า ๆ ของคนเป็นแม่ทำเธอใจอ่อนอีกแล้ว สุดท้ายก็ต้องยอม

“ก็ได้ค่ะแม่ โรสจะไป งั้นเดี๋ยวเราไปหาซื้อชุดกันเลยดีไหม ธีมสีอะไรไม่รู้ ขอโรสโทรถามยัยปายก่อนนะคะ”

โรสิตาปลีกตัวออกไปโทรหาเพื่อนรักที่สวนกุหลาบหลากสีข้างบ้าน ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ใต้ซุ้มกุหลาบเลื้อยสีชมพูที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วบริเวณ

“ไง ยัยโรส”

“จะโทรมาถามว่างานแต่งพี่แกธีมสีอะไร”

“จะไปในฐานะเลขานุการหรือในฐานะน้องเจ้าสาวล่ะ”

ปราลีเอ่ยแซว แม้จะไม่ได้อยากไปร่วมงานนี้สักนิด ซึ่งก็คงไม่ต่างจากความรู้สึกของเพื่อนรักเท่าไรนัก

“น้องสาว คนบ้านนั้นส่งการ์ดมาให้ บังคับให้ไปร่วมงานในฐานะน้องเจ้าสาว”

“โห พัฒนานะยะ สงสัยพี่แพรวจะต้องการสร้างภาพครอบครัวอบอุ่นละมั้ง เพราะบ้านฉันทุกคนก็รู้ว่าแกเป็นน้องสาว ขืนไม่มีแกกับแม่ไปร่วมงานคงเสียภาพลักษณ์แย่”

“อืม สงสัยจะคิดแบบนั้น ฉันไม่อยากไปเลย”

“ไม่ต่างกันหรอก พี่แปงนะพี่แปง ไม่น่าพลาดเลย”

“พลาดอะไรล่ะ สองคนนั้นก็คบกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“นานแล้ว แต่ไม่พลาด อยู่ๆ ก็มาพลาดทำพี่สาวแกท้อง น่าเซ็งไหมล่ะ”

“ฮะ พี่แพรวท้องเหรอ”

“ก็เออนะสิ ไม่งั้นจะแต่งฟ้าแลบแบบนี้เหรอ”

“เอาเหอะ เรื่องของคนอื่น เราเป็นแค่น้อง มีหน้าที่ไปร่วมงานก็ไปตามนั้น”

“อืม ธีมงานสีแดง สีโปรดเจ้าสาวเขาล่ะ”

“โอเค เดี๋ยวจะไปหาชุดละ มีเวลาแค่อาทิตย์เดียวแล้วนี่”

“แล้วเจอกันที่งานนะ”

“ได้”

หลังจากที่คุยกับเพื่อนเสร็จก็เดินกลับไปบอกมารดา ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานทันที


“โรสิตา ขอกาแฟผมหน่อย”

เสียงที่ดังผ่านอินเตอร์คอมทำคนที่กำลังมีสมาธิกับงานบนหน้าจอสะดุ้งเบา ๆ

“ค่ะ คุณแปง”

วิสา เลขานุการรุ่นพี่เหลือบมองเล็กน้อย ก่อนจะเสนอตัวอย่างมีน้ำใจเพราะงานของเธอเคลียร์เสร็จหมดแล้ว

“พี่ไปชงให้แทนเอาไหมโรส พี่ดูแฟ้มให้คุณแปงเสร็จพอดี โรสพิมพ์งานต่อเถอะ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่สา เกิดใช้พี่สาไปแทนเดี๋ยวจะโดนเขาบ่นอีก คราวที่แล้วก็โดนค่ะ คนอะไร เอาแต่ใจตัวเองชะมัด”

“อ้าวเหรอ ขอโทษนะ ตอนนั้นพี่ไม่น่าเสนอตัวช่วยเลย เห็นโรสงานยุ่ง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ แค่อีกคนไม่เข้าใจเท่านั้น”

“จ้ะ งั้นก็ไปชงกาแฟให้เจ้านายเถอะ เดี๋ยวตรงนี้พี่พิมพ์ต่อให้ จะเสร็จแล้วนี่”

“ขอบคุณมากค่ะพี่สา”


ไม่นานกาแฟร้อนก็ถูกนำมาเสิร์ฟถึงโต๊ะทำงาน เขาเหลือบมองเธอเล็กน้อย ปิดแฟ้มที่เพิ่งเซ็นเสร็จแล้วผายมือให้เธอนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“คุณแปงมีอะไรจะให้ฉันทำเหรอคะ”

เขาไม่พูดอะไร แต่ยื่นการ์ดแต่งงานให้เธอสองใบ ซึ่งเธอก็ยื่นมือไปรับ

“ฝากให้คุณสาด้วย ไม่ต้องช่วยงานอะไร แค่ไปเป็นแขกก็พอ”

“ฉันกับแม่ได้รับแล้วค่ะ พ่อส่งมาให้”

“เหรอ ลืมไป คุณเป็นน้องเจ้าสาวนี่นะ”

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะคะ”

“งานเตรียมเสร็จหมดแล้ว แค่อาทิตย์หน้าไปร่วมงานก็พอ”

“ค่ะ ฉันไปแน่นอนค่ะ มีอะไรอีกไหมคะ พอดีฉันพิมพ์งานค้างเอาไว้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป