บทที่ 13 ไปกับผมเถอะ
ปารเมศมองใบหน้าขาวใสนิ่ง ๆ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนลอบถอนหายใจ
“คุณไปเถอะ เที่ยงนี้สั่งอาหารให้ผมเหมือนเดิมล่ะ”
“ค่ะ”
เมื่อคล้อยหลังเลขานุการสาวสวย เขาก็ถอนหายใจพรืดแล้วทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ความคิดในสมองตีกันให้วุ่นจนอดที่จะรู้สึกอึดอัดไม่ได้
ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน ยิ่งใกล้ถึงวันงานแต่งงานที่เขาเคยรอคอย ความรู้สึกบางอย่างเกิดเปลี่ยนไป เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นยินดีอีกแล้ว มันสับสนจนไม่รู้แน่ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร
ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่ได้เจอหน้าว่าที่เจ้าสาวอีก เธอหายไปเลย จะโทรหาเขาเฉพาะแค่มีธุระเท่านั้น ซึ่งเขาเองก็มัวแต่วุ่นวายทั้งเรื่องในบริษัทและเรื่องงานแต่ง จึงไม่ได้สนใจเธอเท่าที่ควร
คิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจพรืด แล้วกดโทรหาคนรักทันที รอสายไม่นานเธอก็กดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“คะ แปง”
“ยังไม่ตื่นเหรอครับ สายแล้วนะ”
“ช่วงนี้แพรวเพลีย ๆ ค่ะ แพ้ท้อง เลยนอนเยอะกว่าทุกที”
“แพรวอยู่ที่บ้านเหรอครับ สบายดีหรือเปล่า ให้ผมไปนอนด้วยดีไหม”
แพรวพิลาศเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มตกลงไปอยู่ที่เอวเผยให้เห็นหน้าอกเปลือยเปล่า ก่อนคนตัวโตที่กำลังบิดขี้เกียจจะดึงเธอลงไปนอนหงายโดยมีเขาแทรกตัวเข้าระหว่างกลางในท่วงท่าล่อแหลม
“มะ ไม่เป็นไรค่ะแปง เดี๋ยวก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
“เอางั้นเหรอครับ”
“ค่ะ ช่วงนี้แปงรีบเคลียร์งานเถอะนะคะ แต่งแล้วเราจะได้ไปฮันนีมูนกัน”
“ครับ ชุดแต่งงานที่ร้านเอามาส่งให้แล้วนะครับ ชุดไทยสวยมากจริง ๆ ผมเอาไปไว้ที่ห้องในโรงแรมหมดทุกอย่างแล้ว คืนก่อนวันงานเราไปนอนที่นั่นกันดีไหมแพรว คุณจะได้ไม่ต้องตื่นขับรถมาที่โรงแรมอีก”
“อะ เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ แพรวไปได้ ขอแพรวนอนกับแม่จนวันสุดท้ายก่อนนะคะ แต่งแล้วก็ต้องแยกบ้าน สงสารแม่ค่ะ”
“ก็ได้ครับ ช่วงแรกเราอยู่คอนโดกันก่อนนะ ขอผมเคลียร์งานเสร็จเมื่อไหร่ จะพาไปดูบ้านนะครับ”
“ได้ค่ะ แพรวไม่รีบ เอ่อ แปงคะ งั้นแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ แพรวง่วง อยากนอนต่อ”
“ครับ งั้นเจอกันวันงานนะแพรว”
“เจอกันค่ะแปง”
เมื่อวางสาย ภูตะวันที่ก่อนหน้านี้เล้าโลมร่างกายบอบบางจนเธอพรักพร้อมก็พลิกกายลงนอนหงาย เธอเบิกตาตกใจก่อนหันหน้าเข้าหา
“ภู เกิดอะไรขึ้นคะ ไม่มีอารมณ์เหรอ”
จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรเมื่อท่อนเนื้อใหญ่ยาวเหยียดขยายจนปวดหนึบ และเธอที่กำลังใช้มือกำรูดให้เขาก็รู้ดี
“ผมมี แต่ไม่อยากทำเมียคนอื่น”
คนหล่อพูดอย่างแง่งอน แพรวพิลาศจึงขยับกายเข้าหาออดอ้อน
“เมียใครคะ แพรวเป็นเมียภูต่างหาก ก็ในท้องของแพรวเป็นลูกภูนี่คะ”
“เป็นเมียผม แต่ทำไมจะแต่งงานกับคนอื่นล่ะครับ ไม่รักผมแล้วเหรอ”
“โธ่ ภูก็รู้ว่าแพรวมีความจำเป็น ถ้าแม่รู้ว่าแพรวท้องกับคนอื่นและจะไม่แต่งงานกับแปง แม่ต้องเอาแพรวตายแน่ แพรวเลยต้องบอกแบบนั้นไงคะ”
“ผมรู้นะว่าเขาเพอร์เฟคมาก แต่ผมเองก็ไม่ได้น้อยหน้า ผมไม่ได้ทำให้แพรวรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขนาดนั้นหรอกครับ”
“แพรวรู้ค่ะ ว่าตระกูลคุณก็ทั้งร่ำรวย ทั้งมีอิทธิพล แต่ทำไงได้คะ แพรวบอกทุกคนไปแล้ว งานแต่งก็อาทิตย์หน้าแล้วด้วย”
“อยู่กับเขาแพรวไม่เบื่อเหรอ ขนาดยังไม่ได้แต่งงาน เขายังแทบไม่สนใจแพรวเลย วัน ๆ ทำแต่งงานงก ๆ อีกไม่นานคนแบบนี้ก็หมดสมรรถภาพ เชื่อผมสิ แล้วแพรวของผมที่ชอบเซ็กซ์เป็นชีวิตจิตใจจะทนได้เหรอครับ ถึงตอนนั้นผมไม่ยอมเป็นชู้แพรวนะ”
ดวงตากลมกลอกไปมาอย่างสับสน ฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด ภูตะวันจึงพลิกกายตะแคงเข้าหา ประคองใบหน้างามให้แหงนขึ้นรับจูบ ก่อนจับขาเธออ้ายกขึ้นแล้วสอดท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าไปในความสาวรวดเดียวสุดโคน
“อือ ภูคะ”
“เสียวไหมที่รัก แบบนี้ชอบใช่ไหม”
“ชะ ชอบค่ะ แพรวขอแรง ๆ นะคะ”
“แรงได้ แต่แค่ไม่กี่วันก็หมดหน้าที่ของผมแล้ว คราวนี้วอร์มนิ้วรอไว้ช่วยตัวเองนะครับที่รัก”
“ภู...”
“แต่ถ้าเลือกผม แพรวจะไม่ต้องทนนอนเหงาคนเดียว ไม่ต้องช่วยตัวเองด้วย เพราะผมจะช่วยแพรวทุกคืน ทำเท่าที่แพรวต้องการเลย ดีไหม”
“ตะ แต่...”
“ไปกับผมเถอะ ทางนี้ก็ปล่อยให้คนที่อยู่จัดการกันไป อยากโง่เชื่อเองว่าทำแพรวท้อง ไว้รอให้เรื่องเงียบ เราค่อยกลับมาขอโทษพ่อแม่ ยังไงท่านก็ต้องให้อภัย เชื่อผมสิ”
“แล้วครอบครัวภูล่ะ”
“แพรวอุ้มท้องทายาทของตระกูลอยู่นะ เด็กคนนี้ใคร ๆ ก็ต้องรักต้องหวงแหน แพรวก็รู้ว่าพวกพี่ๆ ผมมีลูกยากแค่ไหน นะครับ ไปกับผมเถอะ ตัดขาดจากที่ไทยสักพักใหญ่ ๆ แล้วเราค่อยกลับมาหลังจากที่แพรวคลอดแล้ว เชื่อผมนะครับ”
แพรวพิลาศมองใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่ทำเธอเสร็จสมทุกคืนอย่างชั่งใจ ถ้าปารเมศไม่ได้เป็นหลานชายคนโตของตระกูล หรือถ้าหากเขาเป็นหลานที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร เธอจะไม่ลังเลเลย...ที่จะเลือกใคร
แต่ตอนนี้ เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียว ถ้าเธอตัดสินใจอะไรไป จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว
และสิ่งที่เธอควรเลือก คือคนที่จะบันดาลความสุขให้เธอได้ตลอดชีวิต
