บทที่ 2 จะรับผิดชอบยังไง

“อ้อ คิดว่าเป็นโจร เลยสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาเอาของขว้างหัวโจรเนี่ยนะ ดีจริง ๆ”

ดวงตากลมตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจแวบหนึ่ง เธอผิดจริงที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา แต่ใครจะไปคิดว่าเขากับคนรักจะทำอะไรบ้า ๆ กันในบริษัท แถมยังไม่ยอมล็อกประตูอีกต่างหาก

แม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม แต่แววตาวาววับคู่นั้นก็ทำให้ท่านประธานหนุ่มรู้ว่าเด็กดื้อผู้เป็นเพื่อนสนิทน้องสาวไม่พอใจ

“ทำไม...มองผมแบบนั้น มีอะไรก็พูดมา”

“ฉันแค่กลัวว่าข้อมูลสำคัญในคอมพิวเตอร์ของคุณจะหาย เลยไม่ทันมองให้ดีว่าเงาตะคุ่ม ๆ ตรงโซฟามันคืออะไร ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัวนะคะ”

รอยแดงตรงหน้าผากแทนคำตอบได้ดีว่าสิ่งที่เธอขว้างออกไปมันไปโดนตรงไหนของเขา ถึงทำให้เขาร้องลั่น ดีที่หัวไม่แตก ไม่อย่างนั้นมีหวังเธอคงโดนไล่ออก ที่บังอาจไปขัดขวางสวรรค์ของเขากับคนรัก แถมยังทำเขาเลือดตกยางออกอีกต่างหาก

“วันหลังก็หัดเคาะประตูบ้าง”

เมื่อรู้เหตุผลของเธอก็ทำเขาอ่อนลง รู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ประมาท ไม่ยอมล็อกประตูให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“ขอโทษค่ะ คงไม่มีวันหลังแล้วค่ะ เพราะต่อให้ลืมคีย์การ์ดเข้าห้อง ฉันก็จะไม่มีวันกลับมาเอา”

“แล้วจะไปนอนที่ไหน”

คิ้วเข้มขมวดมุ่น เมื่อคิดได้ว่าเธอคงไปนอนกับคนที่เธอใส่ชุดนอนไม่ได้นอนบางเฉียบนั่นให้ดู อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ

“ก็ไปนอนห้อง...”

“อ้อ แฟนสินะ”

“แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะได้กลับก่อน”

“ไม่มีอะไรได้ไง คุณเข้ามาขัดจังหวะทำผมอารมณ์เสีย แถมคุณยังทำผมหัวโนอีก คุณต้องรับผิดชอบ”

พูดจบก็สาวเท้าเข้าหา คนตัวบางถอยร่นจนแผ่นหลังชิดผนังไร้หนทางหนีเมื่อเขาใช้แขนทั้งสองข้างกักเธอเอาไว้

“คุณแปง คุณจะทำอะไรคะ”

“ก็มาให้คุณรับผิดชอบนี่ไงโรสิตา ดูสิ ทำอะไรเอาไว้”

มือใหญ่จับมือเล็กขึ้นมาแตะที่หน้าผาก รอยแดงนั้นนูนขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่เขาบอก แม้จะไม่มีแผลแตก แต่เขาคงเจ็บไม่น้อยเลย

“เอ่อ ขอโทษค่ะ”

“ขอโทษอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรับผิดชอบผมด้วย”

“จะให้ฉันทำยังไงคะ”

ดวงตาคมกริบวาบลึกที่แปลความหมายไม่ออกทำหัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำ เขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำ

ไม่ต่างจากคนตัวโตนักที่ตอนนี้ลอบสูดกลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้แทบทุกวัน มันเป็นเหมือนกลิ่นประจำตัวของเธอไปแล้ว และเขาก็ชอบกลิ่นนี้มากจึงยื่นหน้าเข้าไปหาทีละนิดหวังข่มขู่

แต่ยิ่งยื่นหน้าเข้าใกล้ กลิ่นนั้นยิ่งดึงดูดให้เขาค้นหา ก่อนที่เขาฝังจมูกลงไปบนซอกคอหอมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เลขานุการสาวตัวสั่นสะท้าน ยกมือขึ้นยันอกแกร่ง เบิกตาโพลง ตกใจจนแทบสิ้นสติ

“คุณแปง...”

“ไปเอาของมาทำแผลให้ผมสิ รับผิดชอบกันหน่อย”

“ดะ ได้ค่ะ”

เธอตอบรับเสียงสั่น มือที่ยันอกแกร่งก็ไม่ต่าง เขาจึงแค่นยิ้มขำคนอวดดีที่ชอบทำท่าทางราวกับสาวมั่นใจ แต่แค่อยู่ใกล้ชายหนุ่มรูปหล่ออย่างเขากลับประหม่าได้ขนาดนี้

“ส่วนเรื่องที่คุณเข้ามาขัดจังหวะทั้งที่ผมยังไม่เสร็จ จะรับผิดชอบยังไงโรสิตา”

“คุณก็ไปเรียกแฟนคุณกลับมาสิคะ แล้วจะไปทำอะไรกันที่ไหนต่อก็เชิญ ฉันไม่ตามไปขวางคุณอีกแน่”

พูดจบก็ออกแรงผลักอกแกร่งจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เธอขยับตัวหนีไปที่ประตู

“รออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลให้”

ปารเมศแค่นยิ้มขำ มองประตูที่ปิดลงแล้วได้สติ จึงสะบัดหน้า เดินกลับไปนั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตัวเดิม ไม่นานเธอก็กลับเข้ามาพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำแผลกล่องใหญ่


มือเล็กใช้สำลีชุบน้ำเกลือไปเช็ดรอบ ๆ บริเวณที่แดงช้ำ เผื่อว่าจะมีเชื้อโรคเกาะอยู่ แล้วค่อย ๆ บรรจงทายาแก้ฟกช้ำลงไปอย่างเบามือที่สุด

“เจ็บไหมคะ”

“เจ็บ”

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

ดวงตากลมโตจับจ้องแต่บริเวณหน้าผาก ท่าทางจดจ่อมีสมาธิกับใบหน้าสวยหวานของเพื่อนน้องสาวทำเขาใจแกว่ง จึงกระแอมแก้เก้อ แต่ก็เป็นการเรียกสติให้เธอถอยหนีทันที

“เอ่อ เสร็จแล้วค่ะ”

“ขอบคุณ”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวสิ ผมหิว”

โรสิตาขยับถอยหนี ดวงตาเบิกกว้างตกใจ รีบเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่องมือไม้สั่นกับคำพูดชวนคิดลึก

เมื่อสักครู่เธอยังจำได้ เขาก้าวพรวดเดียวก็ประชิดตัวเธอ เผลอสบตาเพียงเสี้ยววินาทีก็ไม่เหลือสติ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เขากำลังจูบซอกคอเธออยู่

คนอย่างเขามันไว้ใจไม่ได้ คราวที่แล้วก็ทีหนึ่ง ที่เขาไปตามหาปราลี น้องสาวของเขาที่คอนโดมิเนียมของเธอ ตอนนั้นเขาสงสัยว่าเธอเอาน้องสาวเขาไปซ่อนที่ไหน แถมยังจับผิดด้วยการดมกลิ่นน้ำหอมที่ซอกคอของเธอแบบเมื่อกี้ไม่มีผิด

ที่สำคัญ คืนนั้นทั้งคืนเขาก็นั่งหลับข้างเธออยู่บนโซฟา เธอตื่นมาในอ้อมกอดของเขาได้อย่างไรก็ไม่รู้ น่าอับอายจนเข้าหน้าเขาไม่ติดไปหลายวัน

ไม่ทันไร ก็ดันมาเจอฉากสยิวของเขากับคนรักอีก แถมเมื่อครู่ อยู่ ๆ เขาก็ทำแบบนั้นกับเธออีกแล้ว โดยที่คราวนี้ไม่มีคำอธิบายหรือเหตุผลอะไรมารองรับทั้งนั้น

“เอ่อ หิวก็กลับบ้านไปกินข้าวสิคะ”

“ตอนนี้มันเลยเวลากินข้าวของที่บ้านไปแล้ว คุณทำผมเสียเวลา กลับบ้านสายจนไม่ทันกินข้าว แถมยังเอาพาวเวอร์แบงก์มาขว้างใส่หัวผม ไม่คิดจะรับผิดชอบกันจริง ๆ ใช่ไหม”

“ฉันก็ทำแผลให้คุณแล้วไงคะ”

“แค่นี้เองเหรอที่คุณบอกว่าจะรับผิดชอบ”

“ก็...ค่ะ แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรคะ”

“พาผมไปเลี้ยงข้าว”

คนตัวโตลุกขึ้นยืน เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่วงท่าสุดเท่เป็นการกดดันให้เธอยอมทำตาม

“เอ่อ แต่ฉันไม่ว่างค่ะ มีนัด”

“กับใคร”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป