บทที่ 5 ผมไม่ได้ตั้งใจ

ปราลีจับมือพาโรสิตามานั่งข้างพี่ชายบนโซฟา ก่อนอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นลุงมาใส่มือของเพื่อนรักหน้าตาเฉย

“ยัยปาย พี่เล่นกับหลานอยู่นะ”

“ก็เล่นไปสิคะ ใครว่าล่ะ ใช่ไหมคะลูก ป้าโรสก็คิดถึงหนูเหมือนกันนี่นา”

ปราลีหอมแก้มลูกสาวแล้วเดินมานั่งอีกฝั่ง ปล่อยให้พี่ชายและเพื่อนรักนั่งข้างกันโดยมีลูกสาวของเธออยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายหญิงที่ยังตั้งตัวไม่ติด

แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเด็กน้อยที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ ทำให้โรสิตาอดใจไม่ไหวที่จะหอมแก้มนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ คนตัวเล็กที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มหัวเราะชอบใจ ก่อนโผตัวไปล็อกคอคนเป็นลุงที่ยื่นหน้าเข้ามาหาหวังหอมแก้มด้วยอดใจไม่ไหวเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้น แขนป้อม ๆ อีกข้างก็ยังไม่ปล่อยจากลำคอระหงของคนเป็นป้า โรสิตาจึงจำต้องเอนตัวเข้าหาเจ้านายหนุ่มเช่นกัน

ความน่ารักของคนตัวเล็กที่กำลังหัวเราะชอบใจดึงดูดให้หนุ่มสาวยื่นหน้าไปหอมแก้ม แต่ในขณะที่จมูกโด่งกำลังจะถึงแก้มนุ่ม คนตัวเล็กก็ผละหนี

ปารเมศและโรสิตาพลาดเป้า ปลายจมูกของคนทั้งคู่ชนกัน ต่างชะงักค้าง เบิกตากว้าง ก่อนเธอจะถอยห่างออกมาทันทีที่มีสติราวต้องของร้อน

ปราลีและแผ่นดินหันมองหน้ากัน คนตัวบางเม้มปากกลั้นขำ ดวงตาเป็นประกายสมหวัง ทำให้แผ่นดินรู้ทันว่าภรรยาสุดที่รักกำลังคิดอะไรอยู่

“เอ่อ ขอโทษค่ะ”

“ฮึ่ม ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ปารเมศเอ่ยขึ้นพร้อมโรสิตา ต่างขยับตัวหนีอีกฝ่ายอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนปราลีจะเดินไปรับคนตัวเล็กกลับคืนมา

“ร้ายจริง ๆ นะลูกแม่ หลอกให้ลุงแปงกับป้าโรสหอมแก้ม ที่ไหนได้จะให้ลุงแปงกับป้าโรสจูบกันหรอกเหรอ”

“ยัยปาย”

โรสิตาเรียกเพื่อนเสียงเขียว แต่ใบหน้าแดงซ่านไม่อาจปกปิดความรู้สึก เจ้านายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มชอบใจที่เสน่ห์ของเขาทำเธอเขินอายได้

“อายอะไรเล่า คนกันเองทั้งนั้น อยากหอมแก้มหลานกันอีกไหม”

“ไม่เอาแล้ว ไว้คราวหน้าฉันค่อยไปหาแกเองดีกว่า”

“เอางั้นก็ได้ แล้วตกลงว่าวันนี้ทำไมแกถึงมาส่งพี่แปงได้ล่ะ”

โรสิตาเหลือบมองเจ้านายหนุ่มอีกนิด เธอขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะในห้องนี้มีผู้ชายนั่งอยู่ถึงสองคน แม้กับแผ่นดินที่เธอค่อนข้างสนิทสนมด้วย ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ ที่จะเล่าเรื่องนี้ต่อหน้าเขาอยู่ดี

“เดี๋ยวผมพาลูกขึ้นไปนอนก่อน คุยกันตามสบายนะครับ”

แผ่นดินรู้ใจสาว ๆ กลุ่มนี้ที่สุด จึงรีบอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นห้องทันที แต่ปารเมศกลับยังไม่ยอมลุกไปไหน

“พี่แปง ไม่ขึ้นห้องไปพักผ่อนเหรอคะ สาวๆ เขาจะคุยกันค่ะ”

“มีเรื่องอะไรที่เป็นความลับด้วยเหรอ พี่ก็แค่อยากฟังว่าเพื่อนแกจะตีไข่ใส่สีอะไรให้แฟนพี่เสียหายหรือเปล่า”

“อ้อ เกี่ยวกับพี่แพรวด้วยเหรอคะ”

ปราลีหันมองพี่ชายก็สังเกตเห็นรอยแดงที่หน้าผากซึ่งก่อนหน้านี้มีผมปิดอยู่

“อ้าว แล้วหน้าผากไปโดนอะไรมาคะ”

“เหอะ ถามเพื่อนแกเอาเองแล้วกัน พี่ไม่อยู่ฟังก็ได้”

พูดจบก็ลุกขึ้นยืน ส่งสายตาคาดโทษไปยังเลขานุการเป็นเชิงว่าไม่ให้เธอพูดอะไรที่ทำให้คนรักของเขาเสียหายแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างรวดเร็ว

“ทางสะดวกแล้ว มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่เนี่ย แกเล่ามาให้หมดเลย ไม่ต้องไปกลัวพี่แปง เดี๋ยวฉันจะปกป้องแกเอง”

แล้วเรื่องทั้งหมดก็ถูกเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ แม้ว่าโรสิตาจะพยายามหลีกเลี่ยงบางเรื่อง แต่ก็โดนซักไซ้จนต้องยอมพูดจนหมดเปลือก

“สมน้ำหน้า อยากหื่นดีนัก แล้วพี่สาวแกว่ายังไง ด่าอะไรแกหรือเปล่าที่เข้าไปขัดจังหวะ นางคงอารมณ์เสียน่าดู”

“ไม่น่าจะกล้าด่าฉันต่อหน้าคุณแปงหรอก แต่มองฉันอย่างกับจะหักคอจิ้มน้ำพริก”

“ฮึ่ย ถือว่ายังควบคุมตัวเองได้ดี ที่จริงน่าจะด่าแกออกมาเลยนะ พี่แปงจะได้เห็นธาตุแท้สาวผู้แสนดี”

“พี่ชายแกไม่รู้สึกอะไรหรอกยัยปาย ทำใจเหอะ สองคนนั้นรักกัน ยังไงแกต้องได้พี่สาวของฉันเป็นพี่สะใภ้แล้วล่ะ”

“เมื่อไหร่พี่แปงจะตาสว่างนะ หรือต้องหาหลักฐานมายืนยัน รู้งี้ตอนนั้นเราถ่ายคลิปมาก็ดี”

เธอไม่ได้อคติกับแพรวพิลาศโดยไม่มีสาเหตุ ถึงแม้จะเคยเห็นแพรวพิลาศด่าทอหรือทำตัวแย่ ๆ กับโรสิตามาหลายครั้งตั้งแต่คบหากันก็ตาม

จะไม่คัดค้านพี่ชายเลยถ้าแพรวพิลาศทำตัวเหมือนเดิมทั้งต่อหน้าและลับหลังพี่ชาย แต่นี่คนละเรื่อง

แถมล่าสุด พวกเธอยังเคยเจอเจ้าหล่อนนัวเนียกับหนุ่มหล่อในผับ แต่มันทั้งมืดและตกใจ จึงไม่ทันได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหล่อนก็ลากหนุ่มหล่อคนนั้นออกไปจากผับเสียก่อน

“ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเหอะ เราอย่าไปยุ่งเลย แค่นี้พี่ชายแกก็เกลียดฉันมากพอแล้ว ยังไม่อยากตกงานตอนนี้นะ”

“ถ้าเขาไล่แกออก ฉันจะรับแกมาเป็นเลขาฉันเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป