บทที่ 7 แพรวท้อง
พูดจบก็ห่มผ้าให้ พร้อมทั้งเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว เมื่อประตูห้องน้ำปิดลง มือเล็กก็ยกขึ้นลูบเบา ๆ บนหน้าท้องที่ยังแบนราบ ก่อนเบิกตาตกใจเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
“เมนส์ไม่มาสองเดือนแล้วนี่ ไม่ใช่มั้งยัยแพรว นอนกับแปงมาตั้งหลายเดือนไม่ท้อง จะมาท้องตอนภูไม่ใส่ถุงเนี่ยนะ”
ที่เธอมั่นใจว่าคนที่สามารถทำให้เธอตกอยู่ในภาวะเสี่ยงตั้งครรภ์ได้คือภูตะวันเพราะตอนที่เธอมีอะไรกับคนรักครั้งล่าสุดเมื่อสองเดือนกว่า ประจำเดือนรอบนั้นมาแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็นอนกับแค่ภูตะวันเท่านั้น แถมยังไม่มีการป้องกันเลยสักครั้งอีกต่างหาก
“ถ้าท้องขึ้นมาจะทำไงดีวะ ซวยฉิบ แปงจะจับได้ไหมเนี่ย”
ยังไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรมากกว่านี้ ภูตะวันก็เดินออกจากห้องน้ำ ขึ้นมานอนกอดเธอบนเตียงเสียก่อน แม้ว่าเธอจะทั้งคลื่นไส้เวียนหัวจนแทบไม่มีแรง แต่กว่าจะข่มตานอนลงได้อีกครั้งก็นานนับชั่วโมง
ช่วงเย็น ภูตะวันก็กลับออกไปจากคอนโดมิเนียมของเธอด้วยเหตุผลว่ามีนัดสำคัญกับคนที่บ้าน โดยที่เธอไม่ได้รู้เลยว่ามีสาวสวยมานอนรอเขาอยู่ที่คอนโดมิเนียมอีกทั้งคน
เธอจึงออกไปซื้ออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์และลงมือตรวจทันที
มือเล็กหยดปัสสาวะลงในช่องตรวจ เพียงเสี้ยววินาทีก็ปรากฏแถบสีแดงเข้มถึงสองขีดอย่างชัดเจน ดวงตากลมเบิกโพลง ตกใจจนแทบสิ้นสติ ก่อนรีบเดินเร็ว ๆ มาคว้าโทรศัพท์โทรหาคนรักทันที
“แปงคะ คุณอยู่ที่ไหน มาหาแพรวที่คอนโดทีสิคะ”
ปารเมศที่กำลังประชุมเคร่งเครียดเรื่องคอนโดมิเนียมที่กำลังจะสร้างใหม่ขมวดคิ้ว ช่วงนี้ที่เขาห่างหายจากเธอไปร่วมสองเดือนเพราะเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำจริง ๆ แต่ใจหนึ่งก็เข้าใจว่าคนรักอาจจะน้อยใจ จึงตั้งใจว่าถ้าจบเรื่องยุ่ง ๆ ตรงนี้ จะพาเธอไปเที่ยวเมืองนอกนาน ๆ แบบที่เธอชอบให้ได้
“ผมประชุมอยู่ครับแพรว ไหนว่าวันนี้คุณไปเที่ยวไง ยังไม่ขึ้นเครื่องเหรอ”
“แพรวไม่ได้ไปแล้วค่ะ แพรวป่วย”
“แพรวเป็นอะไรครับ รอผมเดี๋ยวนะ งานนี้มันสำคัญจริง ๆ ประชุมเสร็จแล้วจะรีบเข้าไปหานะครับ”
“ค่ะ รีบมานะคะแปง”
เมื่อวางสาย แพรวพิลาศที่ใบหน้ามีแต่ความกังวลก็เดินกระสับกระส่ายวนไปวนมาในห้องนอน ยกมือขึ้นกัดเล็บ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
“แปงไม่มีวันรู้เรื่องนี้หรอก เขารักเราจะตาย จริงไหม”
เธอรอผู้ชายเพอร์เฟคอยู่นานจนเริ่มหงุดหงิด หลายชั่วโมงผ่านไป เขาก็ยังไม่มา ถ้าเธอป่วยหนักใกล้ตาย เขาคงเจอเธอในสภาพไร้ลมหายใจแน่นอน
นี่เป็นอีกเรื่องที่เธอรู้สึกเบื่อหน่าย คนอย่างแพรวพิลาศต้องสำคัญที่สุด แต่ผู้ชายคนนี้มักให้เรื่องงานมาอันดับหนึ่ง แม้ว่าเขาจะทั้งรักทั้งหลงเธอ แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาพิศวาสบนเตียงแล้วเขามักจะหาข้ออ้างเพื่อกลับบ้านเสมอ
และสุดท้าย เวลาที่เธอรอคอยก็มาถึง ยกนาฬิกาข้อมือดูก็พบว่ามันเลยเวลาอาหารเย็นไปนานแล้ว
“ขอโทษครับแพรว ประชุมเรื่องสำคัญจริง ๆ แพรวเป็นอะไรครับ ป่วยตรงไหน ผมพาไปโรงพยาบาลนะ”
ปารเมศตรงเข้าสวมกอดคนรัก เขาเองก็สงสารเธอ แต่ภาระหน้าที่ของหลานชายคนโตของตระกูลก็ไม่อาจละเลยได้
แพรวพิลาศทำหน้าเบื่อหน่าย เม้มปากแน่น ลอบถอนหายใจแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะยื่นแท่งพลาสติกสีขาวให้เขา
ปารเมศรับแท่งพลาสติกสีขาวที่มีแถบแสดงผลสีแดงสองขีดมาอย่างงง ๆ ก่อนเบิกตากว้าง หันมองหน้าคนรักด้วยแววตาตื่นเต้น
“แพรว คุณท้องเหรอ”
“ค่ะ แพรวท้อง ขอโทษนะคะแปง แพรวประมาทเองที่ขอให้คุณไม่ป้องกัน”
“ที่รัก...”
ปารเมศดึงคนตัวบางที่วันนี้ใบหน้าซีดเซียวเข้าสู่อ้อมกอด จูบหน้าผากมนอย่างแสนรัก ริมฝีปากยิ้มกว้าง ดีใจจนพูดไม่ออก
“แพรวท้อง ลูกของเรา ผมดีใจที่สุดเลยแพรว เราแต่งงานกันนะ”
เธอที่ยังซบใบหน้าอยู่ที่อกแกร่งเลิกคิ้ว ดวงตาเปล่งประกาย ริมฝีปากเหยียดยิ้มสะใจ ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอด
“จริงเหรอคะ เราจะได้แต่งงานกันเหรอคะแปง”
“จริงสิครับ ทำไมแพรวถามแบบนั้นล่ะ ผมทำแพรวท้องนะ ยังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”
“แล้วครอบครัวของคุณโอเคเหรอคะ ไหนจะน้องสาวคุณอีก ปายสนิทกับยัยโรสมาก ถ้ายัยโรสไปพูดถึงแพรวไม่ดีให้พ่อแม่คุณฟัง ท่านต้องไม่ชอบแพรวแน่ ๆ”
“คิดอะไรแบบนั้นครับแพรว ครอบครัวผมทุกคนมีเหตุผล ไม่มีใครหูเบาหรอก อีกอย่างเรื่องของเราผมก็เปรย ๆ กับทุกคนไว้แล้วด้วย ปู่กับย่ายังเร่งให้ผมแต่งงานกับแพรวเลย นี่ถ้าท่านรู้ว่าจะได้อุ้มเหลน ท่านต้องดีใจแน่”
เหลนที่เกิดจากหลานชายคนโตของตระกูลผู้กุมบังเหียนธุรกิจทุกอย่าง สมบัติมหาศาลและอำนาจในตระกูลจะไปไหน
“จริงเหรอคะแปง”
“จริงสิครับ พรุ่งนี้เราไปกราบปู่ย่าของผมกันดีไหม ท่านจะได้รีบไปสู่ขอแพรวให้ผมเลย”
“แปงแน่ใจแล้วใช่ไหมคะ”
“ครับ ผมแน่ใจ ผมรักแพรวนะ”
“แพรวก็รักคุณค่ะแปง”
