บทที่ 9 แพรวต้องเลือกจริง ๆ

“แพรวอยู่ที่บ้านค่ะ วันนี้กลับมานอนบ้าน”

“พรุ่งนี้มานอนที่คอนโดผมดีไหม ผมอยากนอนกอดแพรวอีกแล้ว”

“เอ่อ ช่วงนี้แพรวไม่ค่อยสะดวกค่ะภู แม่เรียกให้กลับมาอยู่บ้าน ไว้สะดวกเมื่อไหร่แพรวจะโทรหาดีไหมคะ”

ยังไม่รู้เลยว่าถ้าเธอติดต่อเขาไปเพื่อบอกข่าวดี เขาจะเป็นอย่างไร ในใจนึกขอโทษขอโพยพ่อตัวจริงของลูกที่เธอต้องเห็นแก่ตัวเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปยกให้คนอื่น แต่นั่นก็เพื่อเธอและลูกจะได้สุขสบาย เชิดหน้าชูคอบนสังคมชั้นสูงที่มีภาษีดีกว่าเขาทุกอย่าง แบบนั้นเขาควรยินดีด้วย

“ก็ได้ครับ งั้นคืนนี้นอนฝันดีนะ ฝันถึงผมบ้างนะครับที่รัก”

“ค่ะ แพรวจะฝันถึงคุณทุกคืนเลย”

แพรวพิลาศกดวางสายไปด้วยหัวใจปวดหนึบ เธอหลงใหลเขามากจริง ๆ แค่หลับตาก็เห็นแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด จึงยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องแบนราบที่ข้างในนั้นมีสายเลือดของเขาที่จะผูกสายใยให้เธอไม่อาจตัดเขาขาดในชาตินี้

“แพรวขอโทษนะภู แต่แพรวต้องเลือกจริง ๆ”

คนท้องนอนไม่หลับจนถึงเช้าเพราะมีเรื่องของชายที่ตัวเองรู้สึกรักวิ่งวนเข้ามาในหัวตลอดเวลา ร่างกายอ่อนเพลียจนแทบสลบกลางอากาศ แต่ก็ต้องฝืนสังขารลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อต้อนรับว่าที่เจ้าบ่าว

“ทางเราต้องขอโทษคุณสองคนด้วยนะครับ ที่เจ้าแปงมันไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทำหนูแพรวเสียหายก่อนแต่งงาน”

ปรินทร์ บิดาของปารเมศเอ่ยขอโทษพ่อแม่ฝ่ายหญิง ในขณะที่ปารเมศและแพรวพิลาศก็นั่งลงที่พื้นแล้วกราบแทบเท้าขอขมาทั้งสองคน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้เป็นยังไง เขาใจร้อน ไม่เหมือนรุ่นเราหรอกนะคะ ทางดิฉันเองก็ไม่ได้รังเกียจตาแปง ยินดียกลูกสาวให้ค่ะ ขอแค่ตาแปงดูแลยัยแพรวของดิฉันให้ดีที่สุด เท่านั้นก็พอ”

“ผมสัญญาครับคุณแม่ ว่าผมจะรักและดูแลแพรวให้ดีที่สุด”

“งั้นเรามากำหนดวันกันดีไหมคะ เอาฤกษ์สะดวกน่าจะดีที่สุดเพราะดิฉันกลัวว่าท้องยัยแพรวจะโตเสียก่อน”

“ครับ ทางผมยังไงก็ได้ ให้ฝ่ายหญิงกำหนดวันมาเลยครับ ส่วนสถานที่จัดงาน ใช้โรงแรมของอธิพัฒน์โภคินน่าจะดีที่สุด เรื่องนี้ฝ่ายผมจะจัดการให้ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ”

“ขอบคุณคุณปรินทร์กับคุณรินรดามากนะคะ งั้นถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง ขอเป็นวันที่หนึ่งเดือนหน้าเลยนะคะ”

ปรินทร์และรินรดาชะงักเล็กน้อยกับเวลาที่มีจำกัด แทบไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อฝ่ายเสียหายเป็นผู้ร้องขอก็คงต้องเป็นตามนั้น

“ได้ครับ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

หลังจากพิธีสู่ขอผ่านพ้นไป ปารเมศก็พาแพรวพิลาศมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เขาไม่ได้ระแคะระคายช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ของเธอแม้แต่น้อยเพราะทั้งรักและไว้ใจ

“แปงอยากได้ลูกสาวหรือลูกชายคะ”

ระหว่างรอรับยา ปารเมศก็เอารูปภาพอัลตราซาวน์ของลูกในท้องออกมาดู แพรวพิลาศจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“ชายหรือหญิงก็ได้ครับ ขอแค่แกเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงก็พอ”

เขารับคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอด จูบหน้าผากมนอย่างรักใคร่ เธอเองก็ออดอ้อนเขาราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเขาและเธอเท่านั้น โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ที่เขาประคองเธอออกมาจากแผนกสูตินรีเวช มีสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องมายังคนทั้งคู่ตลอดเวลา

“แต่แพรวอยากได้ลูกชายก่อนนะคะ แกจะได้ช่วยคุณบริหารกิจการทั้งหมด เป็นแขนเป็นขาแทนคุณได้ ส่วนคนต่อ ๆ ไป จะลูกสาวหรือลูกชายก็ได้เลยค่ะ แพรวพอใจแล้ว”

“ผมรักแพรวที่สุดเลย”

ปารเมศจูบหน้าผากผู้หญิงที่ตัวเองตกหลุมรักจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น เมื่อรับยาเสร็จ ก็พาเธอไปลองชุดแต่งงานที่ร้านของณกมล ผู้เป็นน้องสะใภ้

แม้ว่าแพรวพิลาศจะไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักที่เธอไม่ได้ใส่ชุดที่สั่งตัดจากห้องเสื้อแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่สนนราคาต่อชุดหลักล้าน แถมยังต้องเลือกชุดสำเร็จที่มีอยู่แล้วในร้านเพราะเวลาที่กระชั้นชิดไม่มีร้านไหนตัดให้เธอได้ทันเวลา แต่ก็ต้องยิ้มรับด้วยไม่อาจแสดงธาตุแท้ออกไปได้

แต่สีหน้าที่ไม่ค่อยยินดีเท่าไรนักของเธอก็ทำให้ปารเมศจับความรู้สึกได้ จึงเอ่ยปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก

“ไม่เป็นไรนะครับแพรว ถึงจะไม่ได้ใส่ชุดที่สั่งตัดเพื่อแพรวโดยเฉพาะ แต่ชุดของร้านน้ำมนต์ก็สั่งมาจากต่างประเทศแทบทั้งนั้น ชุดที่แพรวเลือกนั่นก็ด้วย ตัวนั้นราคาเป็นล้านเลยนะครับ แพรวของผมตาถึงเสมอ”

เธอเลือกชุดนั้นเพราะได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน แม้มันจะไม่ใช่แนวที่เธอชอบเท่าไรนักก็ตาม

“แพรวเข้าใจค่ะ ก็ลูกแปงอยากรีบมาเกิดนี่คะ แม่อย่างแพรวจะทำอะไรได้ ขืนรอช้ากว่านี้ลูกแปงก็โตพอดี ใส่ชุดแต่งงานไม่สวยแน่ ๆ”

“แพรวของผมใส่ชุดอะไรก็สวยครับ สวยที่สุดสำหรับผมอยู่แล้ว”

“ปากหวานจังเลยนะคะแปง แค่นี้แพรวก็รักคุณจะแย่อยู่แล้ว”

หนุ่มสาวกอดประคองกันเดินออกจากร้านชุดวิวาห์ชื่อดัง ก่อนเขาจะขับรถพาเธอกลับคอนโดมิเนียมโดยที่คืนนี้เขาอยู่กับเธอจนถึงเช้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป