บทที่ 13 EP 12 | พิซซ่าของมาเฟีย
ฉันยืนอยู่ข้างหน้าเคาน์เตอร์โดยมีเคเดนยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง เขาตัวสูงมาก สูงแบบวางคางลงเป็นหัวฉันระหว่างทำได้เลยล่ะ
เคเดนเริ่มต้นจากหยิบแก้วน้ำอุ่นมาวางตรงหน้าฉัน ก่อนจะหยิบน้ำตาลที่เขาตวงไว้แล้วเทใส่ลงไป ตามด้วยตักแป้งใส่ตามลงไปอีกสองช้อนโต๊ะ
เขาเป็นเชฟที่ดูคล่องแคล่วมากแถมยังเป็นครูสอนที่ดีด้วยระหว่างทำเขาอธิบายขั้นตอนให้ฉันฟังตลอด
“คนให้ละลายก่อน แล้วหยิบถ้วยยีสเทลงไป”
ฉันทำตามขั้นตอนที่เขาบอกทุกอย่างแม้จะแอบขยับเข้าไปจุ๊บแขนเขาบ้างแต่ก็ได้รับสายตาดุๆ กลับมาแทน
จุ๊บนิดจุ๊บหน่อยก็ไม่ได้
ทำไมต้องหวงตัวด้วย
ยีสที่ผสมเสร็จแล้วเอาไปตั้งทิ้งไว้ก่อนประมาณห้านาทีระหว่างนั้นเคเดนก็หยิบชามผสมแป้งขึ้นมาแล้วทำการร่อนแป้งค่ะ
พิซซ่าถาดนี้ต้องหวานมากแน่ๆ เพราะว่าเราสองคนช่วยกันร่อนน่ะสิ>///<’
ไม่ได้คิดถึงแป้งเลย
ฉันคิดถึงร่อนอย่างอื่นมากกว่า
“มีสมาธิหน่อย”
“ค่าาา~”
ดุเก่งจริงๆ เลย
ร่อนเอว เอ๊ย! ร่อนแป้งเสร็จโรยเกลือตามด้วยน้ำมันมะกอกแล้วก็เทยีสที่ผสมเสร็จแล้วลงไปนอนรวมกันเลยค่ะ
“ผสมให้เข้ากัน”
หลังจากนั้นเคเดนก็โรยแป้งลงบนเขียงไม้แผ่นใหญ่แล้วหยิบเจ้าก้อนแป้งออกมาให้ฉันนวด
“อ๊ะ”
ฉันแกล้งบีบแป้งลงพลางส่งเสียงร้องเบาๆ เคเดนหันมามองหน้าฉันนิดหน่อยแต่เขาไม่ได้พูดอะไร
“อ๊ะ”
ลองแกล้งดูอีกครั้ง คราวนี้เคเดนทำหน้าอ่อนใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“อ๊ะ อื้ออ~”
“เทียร์”
“โอเคๆ”
เสียงดุมาเชียวค่ะ เล่นนิดเล่นหน่อยก็ไม่ได้ เชอะ (+_+)
เคเดนวางแป้งทิ้งไว้แล้วไปเตรียมหน้าพิซซ่าต่อค่ะ ฉันเป็นคนหั่นเห็ดแล้วเขาเป็นคนขูดชีส
มีความสุขจัง^^ อยากจะกดปุ่มสต๊อปแล้วหยุดเวลาไว้ตรงนี้เลยได้ไหมนะ
เริ่มผสมซอสพิซซ่าใส่อะไรบ้างไม่รู้เพราะเคเดนเป็นคนผสมส่วนฉันยังหั่นเห็ดไม่เสร็จสักที
เคเดนแบ่งแป้งที่ผสมทิ้งไว้ออกเป็นสองก้อนค่ะ แล้วเราก็แบ่งกันนวดคนละแผ่น ฉันก็กดๆ บี้ๆ แบะๆ ให้มันเป็นแผ่นกลมๆ นั่นแหละ
ฟังดูไม่น่ากินเลยเนอะ ฮ่าๆๆ
จัดการทาซอสโรยชีสและแต่งหน้า งานนี้ถนัดสุดค่ะใส่เข้าไปให้แน่นๆ จุกๆ
ไปอบได้!
“ตื่นเต้นจัง จะออกมายังไงนะ”
ฉันยืนเฝ้าอยู่หน้าเตาอบค่ะ ลุ้นสุดๆ กลัวแผ่นของตัวเองจะออกมาไม่ดี จนเคเดนบอกให้ไปล้างไม้ล้างมือเขาจะเอาพิซซ่าออกไปเสิร์ฟให้เอง
นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหารไม่นานพิซซ่าถาดแรกก็ถูกเสิร์ฟโดยเชฟกิตติมศักดิ์
“น่ากินมากกก~”
มากกก แบบก.ไก่ล้านตัว ลืมเรื่องน้ำหนักไปก่อนเลยค่ะ ขอกินก่อนจ้า
“หืมม~ อย่อยอ่า”
ฉันพูดโดยที่ยังเคี้ยวพิซซ่าอยู่เต็มปาก การทำอาหารเองมันน่าภูมิใจแบบนี้นี่เอง
แถมพิซซ่าถาดแรกของฉันยังอร่อยมากอีกด้วยแม้จะเป็นลูกมือที่แอบว่อกแว่กไปหน่อยก็เถอะ
“กินให้อิ่มล่ะ ชดเชยพลังงานที่เสียไปเมื่อคืน”
ทั้งที่เรานั่งกันอยู่แค่สองคนแต่ประโยคหลังเคเดนก็ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของฉัน
ฉันรู้สึกเหมือนหน้าจะร้อนขึ้นมาทันที เมื่อกี้ยังแกล้งเขาอยู่แท้ๆ พอโดนเขาเอาคืนบ้างกลับไปไม่เป็นเลย
เรากินพิซซ่ากันเสร็จเคเดนก็พาฉันออกไปนั่งเล่นที่เก้าอี้อาบแดดข้างสระว่ายน้ำ หลังบ้านของเขามีสระว่ายน้ำด้วยนะเนี้ยเมื่อวานยังเดินสำรวจบ้านไม่ทั่วเลย
ส่วนวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำพิซซ่าต่างๆ เขาบอกให้วางเอาไว้แล้วแม่บ้านจะเข้าไปเก็บ
“ทำไมถึงมาอยู่บ้านที่นี่คนเดียวล่ะ”
“ต้องฝึกงานที่สาขาใหญ่ ก็เลยต้องมาอยู่เปโดร”
เราคุยกันโดยที่ไม่ได้มองหน้ากัน สายตาของเรากำลังเหม่อมองออกไปที่สระน้ำตรงหน้า
“งั้นคุณครูซกับคุณหญิงเคลร่าก็อยู่บ้านที่เลออนเหรอ”
“ใช่”
“แล้วคุณเมริก?”
“อยู่เพนท์เฮ้าส์”
“เคนไม่ชอบอยู่เพนท์เฮ้าส์เหรอ”
“วุ่นวาย ถึงจะเป็นห้องส่วนตัวแต่ก็ต้องใช้ทางเข้าออกร่วมกับคนอื่น”
ไม่ชอบความวุ่นวายขนาดนั้นเลยแฮะ ฉันหันไปมองหน้าเขาเล็กน้อย สายตาของเขายังคงมองตรงไปที่สระน้ำราวกับกำลังใช้ความคิด
บรรยากาศรอบข้างของเราทั้งสองคนเงียบลง เมื่อฉันไม่ถามเขาก็ไม่พูดอะไร ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง
จนฉันตัดสินใจทำลายความเงียบนั้นลงอีกครั้ง
“เคเดน...”
“...”
เขาไม่ตอบแต่ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าฉัน จนเราสองคนสบตากันฉันสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกไป
“จริงๆ แล้วเรื่องวันนั้น ฉัน...”
Rrrr Rrrr
ใครโทรมาตอนนี้!
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นขัดจังหวะของเราเสียก่อน ฉันก็เลยส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา
“รับสายเถอะ”
เคเดนหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อที่หน้าจอก่อนจะลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไป
ฉันมองตามร่างสูงเดินไปจนสุดสายตาก่อนจะหันหน้ากลับมามองสระว่ายน้ำแล้วถอนหายใจดังๆ
“เฮ้ออออ!”
ตั้งใจว่าจะอธิบายเรื่องวันนั้นให้เขาฟังอยู่แล้วเชียว ดันไม่มีโอกาสอีกจนได้
Rrrr Rrrr
สายเรียกเข้า ‘พ่อจ๋า’
คราวนี้เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นบ้างและสายที่โทรเข้ามาก็ทำให้ฉันหลุดยิ้มออกมาบางๆ
“คิดถึงจังเลยค่ะ”
[คิดถึงแต่ไม่โทรหากันเลย]
น้ำเสียงประชดประชันแบบไม่จริงจังนักตอบกลับมาตามสาย ฉันรีบส่งเสียงอ้อนพ่อทันที
“งานเยอะมากเลยค่ะพ่อ เทียร์เหนื่อยมากๆๆๆ”
[เฮ้อ~ ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ]
“แต่ก็ใจอ่อนใช่มั้ยละคะ คิคิ”
[งานยุ่งแบบนี้แล้ววันนั้นจะกลับมาเลออนได้หรือเปล่า]
วันนั้น....
จริงสินะ หลังวันแต่งงานของคุณบรู๊กกับคุณมีอาคือวันครบรอบวันตายของแม่ ครบรอบสิบปีพอดี
“ได้สิคะ วันสำคัญหนูจะไม่ไปได้ยังไง”
[อย่าทำงานหนักมากล่ะ ดูแลตัวเองด้วยรู้มั้ยลูก]
เสียงห่วงใยจากปลายสายทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที
“ค่าาา~ พ่อก็เหมือนกันนะ แล้วน้าเฮเลนสบายดีมั้ยคะ”
น้าเฮเลนคือแม่เลี้ยงของฉัน หลังจากที่แม่ฉันตายพ่อก็ดูแลฉันมาคนเดียวตลอดจนฉันเรียนจบท่านก็ได้รู้จักกับคุณน้า
ซึ่งเธอก็เป็นคนดี เธอรักพ่อฉันและดูแลท่านอย่างดีมาตลอด ฉันอยากให้พ่อได้พักบ้างการมีคนคอยดูแลอยู่ข้างๆ คงจะดีกับท่านไม่น้อย
[สบายดี บ่นคิดถึงลูกสาวที่ไม่ยอมกลับบ้านอยู่บ่อยๆ]
“ฮ่าๆ เคลียร์งานเสร็จแล้วจะรีบกลับไปอ้อนทั้งคู่เลยนะคะ”
เคเดนเดินกลับเข้ามามองหน้าฉัน สีหน้าเขาก็เคร่งเครียดผิดปกติฉันก็เลยต้องขอพ่อวางสายก่อน
“งั้นเทียร์ขอวางก่อนนะคะพ่อ”
[ดูแลตัวเองด้วยนะเทียร์]
“ค่ะพ่อ รักพ่อนะคะ”
[พ่อก็รักลูก]
ฉันกดวางสายโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเขา
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมมีงานด่วนที่เลออน เดี๋ยวจะไปส่งคุณที่คอนโดก่อน”
สีหน้าเขาดูเครียดมากจนฉันไม่กล้าถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเขาจะเป็นต่อสู้กับใครอีกหรือเปล่า
ถ้าคราวนี้เลือดที่เปื้อนตัวกลับมามันไม่ใช่ของคนอื่นล่ะ ถ้ามันเป็นของเขา
“งั้นเทียร์ขึ้นไปเก็บ...”
“แม่บ้านเอาลงมาให้แล้ว”
รีบร้อนขนาดขึ้นไปเก็บของก็ไม่ทันเลยเหรอ เคเดนพูดจบก็เดินนำออกไปหน้าบ้าน ฉันได้แต่เดินคอตกตามออกไป
ระหว่างทางที่อยู่บนรถไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศในรถเงียบเชียบจนน่าอึดอัด
สีหน้าเขาก็เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา ฉันกังวลแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรออกไป
รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาและฉันก็ห้ามไม่ได้แต่ฉันก็เป็นห่วงไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไป
จนรถขับมาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าคอนโดของฉัน
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
ฉันพูดพลางยื่นมือไปจับแขนเขาเบาๆ เคเดนหันกลับมามองหน้าฉันก่อนจะพยักหน้ารับแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
••××××ו•
อยากกินพิซซ่าของมาเฟียจังเลยค่ะ
ทำเป็นเก๊กขรึมตลอดเลยน้าเคเดน
แล้วเรื่องที่จะบอกก็ไม่ได้บอกสักที
เมื่อไหร่เคเดนจะรู้เรื่องล่ะเนี้ย
เดี๋ยวจะมีช่วงย้อนวัยไปเป็นเด็กกันนะคะ
เค้าจีบกันตอนเด็กน่ารัก หนุบหนับหัวใจสุดๆ
