บทที่ 10 Possession 9 | ไม่ใช่คนโง่

         ลูกสาวมาเฟียเดินออกจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ยังหลงเหลือเล็กน้อย แม้การได้เข้าไปล้างมือดับอารมณ์จะทำให้ความรู้สึกอยากตบคนลดน้อยลง แต่ซิดนีย์ก็ยังคิดว่าคนแบบนี้ต้องจัดการด้วยฝ่ามือสักครั้ง

         “คุณหนูไม่ควรมีเรื่องตั้งแต่วันแรกนะครับ”

         “อุ๊ย!”

         เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจะมุมหนึ่งของตึก กันภัยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านกาแฟทุกอย่างและรายงานไปยังออสโลเรียบร้อย เจ้านายของเขาจึงสั่งให้เขามาปรามคุณหนูผู้ชอบมีเรื่องซ้ำเป็นครั้งที่สอง

         “ซิดนีย์ตกใจหมดเลย” คนตัวเล็กยิ้มกว้างไร้ความรู้สึกผิดพร้อมกับเดินเข้ามาหา ไม่ลืมที่จะมองซ้ายขวาจนมั่นใจว่าไม่มีใครเดินผ่านมาตรงนี้ จึงสอดแขนเรียวเข้าไปเกาะแขนแกร่งเอาไว้แน่นอย่างที่ชอบทำ “ซิดนีย์ใส่ชุดนักศึกษาน่ารักไหม?”

         คุณหนูตัวแสบเมินเฉยกับคำพูดของบอดีการ์ดหนุ่ม แต่เปลี่ยนมาชวนคุยในเรื่องที่อยากอวดเขาแทน พร้อมกับหมุนตัวให้ดูอย่างน่ารัก

         “ผมเตือนเพราะหวังดี ผมไม่อยากให้คุณหนูตกเป็นเป้าให้พวกนั้นคอยแกล้งตลอดเวลาที่เรียนอยู่”

         “ถ้ามันมายุ่งกับซิดนีย์อีกจะโทรให้ป๊าส่งคนลากไปซ้อม”

         “คุณหนู...” เสียงของเขาเข้มขึ้นเมื่อเธอเอ่ยถึงเรื่องพวกนี้ได้หน้าตาเฉย “ห้ามพูดเรื่องพวกนี้ในมหาลัย”

         “จะพูด”

         “ห้าม...” ปลายนิ้วชี้เรียวจ่อลงใกล้กับริมฝีปากอิ่มเป็นการย้ำอีกครั้ง

         จุ๊บ!

         เธอสะทกสะท้านที่ไหน นอกจากจะไม่ฟังคำพูดเขายังเขย่งตัวขึ้นจุ๊บที่ปลายนิ้วพร้อมกับหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อเห็นว่าบอดีการ์ดหนุ่มชักนิ้วกลับ

         “อย่าชี้หน้าซิดนีย์ ไม่งั้นคราวหน้าซิดนีย์จะดึงพี่มาจูบ”

         พูดจาทะลึ่งทะเล้นจบก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อเมื่อเห็นว่ากันภัยถลึงตาดุใส่ แถมยังยิ้มกว่าเดิมก่อนจะเปลี่ยนเป็นการยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะกับอาการควันออกหูของคนตัวโตตรงหน้า

         ยอมรับว่าเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบยั่วให้เขาโมโห

         กันภัยเวลาโกรธเธอเขาแสดงอารมณ์เยอะดี มันดีกว่าทำหน้านิ่งๆ แล้วพูด ‘ครับๆ’ เป็นหุ่นยนต์ตั้งเยอะ

         “อย่าดื้อให้มันมากครับ ถ้านายใหญ่รู้ว่าคุณหนูมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่วอีก อาจจะโดนย้ายที่เรียน” เขากอดอกสอนเธอไม่หยุดทั้งที่หน้ายังแดงจนลามไปถึงใบหู

         คนชอบแกล้งได้โอกาสยิ่งอยากกลั่นแกล้งบอดีการ์ดเข้าไปอีก มือที่เกาะแกะแขนแกร่งจึงเปลี่ยนเป็นการสวมกอดเอวสอบพร้อมกับเกยคางบนอกออดอ้อน

         “คุณหนู!”

         “พี่กันอย่าฟ้องป๊าเลยนะ ซิดนีย์จะทำตัวดีๆ นะๆ” ตาแป๋วแหววของเธอแสดงออกอย่างเสแสร้งว่ากำลังกลัวคำขู่ของอีกฝ่าย

         กันภัยรู้จักนิสัยของคุณหนูของเขาดี ซิดนีย์ไม่เคยกลัวอะไร ต่อให้เขาบอกนายใหญ่เธอก็หาทางออดอ้อนผู้เป็นพ่อจนไม่ถูกลงโทษได้อยู่แล้ว สองมือแข็งแรงจึงออกแรงดันร่างเล็กให้หลุดจากการเกาะกุม ไม่ลืมที่จะขู่สำทับไปอีกครั้ง

         “ถ้ายังทำตัวแบบนี้ผมจะตีคุณหนูเอง”

         “อุ๊ย! จะตีซิดนีย์เหรอ ตีตรงไหน ตีก้นไหม?” ก้นงอนใต้กระโปรงนักศึกษาสั้นจุ๊ดจู๋หันให้อีกฝ่ายพร้อมกับส่ายดุ๊กดิ๊กท้ามือหนา

         คนตัวสูงถอนหายใจใส่กับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนตัวเล็ก หมุนตัวเดินหนีออกจากตรงนั้นทันทีก่อนที่จะทนไม่ไหวอย่างปากว่า ซึ่งซิดนีย์ก็ไม่ได้วิ่งตามไปก่อกวนต่อ เธอเพียงแค่ยืนหัวเราะจนอีกฝ่ายลับสายตาไปจึงวิ่งหน้าตั้งไปยังห้องเรียนเพราะเลยเวลาเริ่มคลาสมาเกือบสิบนาทีแล้ว

✦✦✦

         ซิดนีย์เดินเรียนภายในคณะของตนเองทั้งวันจนเริ่มรู้จักชื่ออาคารบ้าง อย่างน้อยพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งหาห้องเรียนแบบวันนี้อีก แต่สิ่งที่เธอไม่มีคือเพื่อน

         ซิดนีย์เป็นคนเปิดใจให้คนใหม่ๆ ได้ยาก เธอแทบอยากส่งข้อความไปด่าเพื่อนสนิทที่อยู่อีกซีกโลกในเรื่องที่ทิ้งเธอไปเรียนที่อื่นอีกรอบ แต่พอนึกได้ว่าต้นเหตุมันเกิดจากพี่ชายตนเองจึงเปลี่ยนเป็นส่งข้อความไปด่าพี่ชายแทน

         ➢Sydney : ซิดนีย์หิวข้าว ไม่มีเพื่อนกินข้าว เพราะพี่โลทำให้ซิดนีย์ต้องกินข้าวคนเดียว!!

         ข้อความถูกส่งไปหาพี่ชายแท้ๆ ระหว่างที่เดินไปยังโรงอาหารของคณะ ตามด้วยสติกเกอร์แมวโมโหอีกสองสามชุดใหญ่

         ปึก!

         “อ๊ะ!” ร่างบางเซถอยหลังเมื่อชนเข้ากับคนที่เดินสวนกันมา โชคดีที่เธอยังไม่หงายหลังล้มต่อหน้าคนจำนวนมากเพราะถูกมือของอีกฝ่ายคว้าตัวเอาไว้ทัน

         “ขอโทษครับ พี่ไม่ทันมอง”

         เขาปล่อยตัวเธอเป็นอิสระเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กสามารถยืนด้วยตนเองได้ และเมื่อเห็นหน้าของคนที่เดินมาชน ซิดนีย์ก็ถึงกับชะงักกับแววตากรุ้มกริ่มที่มองมายังตนเอง

         ขนลุก... ไอ้บ้านี่มองเธอหัวจรดเท้าไม่พอ ตามันโฟกัสที่นมของเธอแทนที่จะมองหน้าด้วยซ้ำ

         “พี่ขอคอนแทกต์เอาไว้ถามอาการได้ไหม เผื่อน้องช้ำตรงไหน”

         “ไม่ต้อง ไม่ได้เจ็บ” น้ำเสียงห้วนสะบัดตอบกลับอย่างไม่ยินดี ซิดนีย์พยายามเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่กลับถูกผู้ชายคนนั้นเดินตามมาไม่หยุดจนถึงโรงอาหาร

         “พี่เป็นห่วง กลัวผิวขาวๆ ช้ำเป็นรอย” ผู้ชายที่น่าจะเป็นรุ่นพี่จับต้นแขนของเธอให้หันกลับมาคุย รอยยิ้มมั่นใจในหน้าตาตนเองแสดงออกมาโดยไม่สนว่าเธอจะกำลังโมโหและแสดงท่าทีรังเกลียดขนาดไหน “พี่ชื่อโอบ อยู่การจัดการปีสอง น้องปีหนึ่งจะแนะนำตัวให้รุ่นพี่ฟังได้หรือยังครับ”

         รุ่นพี่หนุ่มยื่นมือรอเช็กแฮนด์ทำความรู้จัก ในขณะที่คนได้ยินสาขาที่สังกัดถึงกลับกระตุกยิ้มมุมปาก

         การจัดการ?

         “หึ! ซิดนีย์ค่ะ น้องสาวพี่ออสโล”

         เพราะผู้ชายตรงหน้าเธอเรียนสาขาเดียวกันกับพี่ชายแถมยังเป็นรุ่นน้อง คนตัวเล็กจึงแนะนำตัวออกไปแบบนั้น ซึ่งมันได้ผล มือหยาบกร้านที่สัมผัสผิวเธออยู่ปล่อยมือทันที ลูกสาวมาเฟียจึงหยิบทิชชูเปียกออกมาจากกระเป๋าเช็ดทำความสะอาดมือและต้นแขนตนเองต่อหน้า

         “ขออนุญาตไม่จับมือนะคะ มือสะอาดแล้วไม่อยากจับอะไรให้สกปรก” นักศึกษาสาวเชิดหน้าเดินหนีเข้าไปในโรงอาหาร โดยไม่สนใจว่าคำพูดนั้นจะสร้างความอับอายให้อีกฝ่ายต่อหน้าคนที่มุงดูเหตุการณ์ขนาดไหน

         เธอเป็นของเธอแบบนี้ นอกจากคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เธอหวงตัวและปิดกั้นไม่ยอมรับใครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งนั้น

✦✦✦

         นอกจากจะต้องปวดหัวเรื่องเรียนปรับพื้นฐานหลายๆ วิชาในการเปิดเรียนวันแรก สิ่งหนึ่งที่ลูกสาวมาเฟียไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่บนโลก นั่นคือ ‘การรับน้อง’

         เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะโรงเรียนนานาชาติที่เรียนมาไม่มี แต่พวกรุ่นพี่บอกว่าใช้เวลาไม่นานจึงยอมเดินตามไป

         ประตูห้องเลกเชอร์แบบสโลปถูกเปิดทิ้งเอาไว้ให้นักศึกษาปีหนึ่งสาขาการเงินเดินเข้าไปนั่งตามอัธยาศัย ลูกสาวมาเฟียมองเห็นที่นั่งด้านหลังสุดใกล้กับประตูทางออกเหลือที่ว่างจึงตัดสินใจนั่งตรงนั้น ไม่ลืมที่จะเหลือบตามองนักศึกษาหญิงสาขาเดียวกันอีกคนที่มานั่งอยู่ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย

         บนร่างกายของเธอไม่มีเครื่องประดับราคาแพงอย่างอื่นนอกจากแหวนทองเกลี้ยงหนึ่งวงประดับที่นิ้ว กระเป๋าที่ถือก็เป็นแบบกระเป๋าผ้าลายการ์ตูนน่ารัก

         คงเป็นเด็กทุนเพราะค่าเทอมสาขาเธอแพงมาก กันภัยในตอนแรกยังตัดสินใจเรียนอุตสาหกรรมบริการเพราะค่าเทอมถูกกว่า แต่ป๊าเสนอให้เรียนการเงินเพราะตั้งใจส่งไปช่วยพี่ชายเธอที่เรียนการจัดการ

         “สะ สวัสดี” ผู้หญิงที่เธอนินทาในใจเอ่ยทักทายออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ระ เราชื่อเอยเอยนะ”

         “สวัสดี ชื่อซิดนีย์” พูดดีด้วยก็ตอบกลับดีๆ เธอเป็นคนขี้วีน แต่ไม่ใช่พวกรังแกคนไม่มีทางสู้

         “อะ อือ เธอสวยจัง”

         “ขอบใจนะ” คนตัวเล็กตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะก้มเล่นมือถือต่ออย่างไม่ใส่ใจ

         เธอไม่ใช่พวกบ้ายอ ไม่ใช่พวกดีใจกับคำชมพร่ำเพรื่อ ร้อยคนชมไม่ดีใจเท่ากับพี่กันชมคนเดียว นั่นแหละตัวตนของเธอ

         “เอาล่ะครับน้องๆ” เสียงจากผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้านักศึกษาปีหนึ่งเรียกความสนใจจากทุกคนขึ้นมา “ระบบของคณะเราเป็นการจับสลากเข้าสายรหัส ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการรับน้องด้วยความรุนแรงนะครับ เพราะพวกพี่สัญญาว่าน้องๆ จะไม่ทรมานจากอย่างอื่นนอกจากจุกจากการกินหมูกระทะ”

         คำพูดของรุ่นพี่คนนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นักศึกษาปีหนึ่งเลิกพากันนั่งตัวเกร็งในขณะเดียวกันรุ่นพี่ที่เหลือที่ยืนล้อมน้องก็พากันหัวเราะออกมา

         “นี่...” คนที่ดูจะไม่เข้าใจที่สุดคงเป็นเธอ ซิดนีย์จะเอียงตัวถามเอยเอยด้วยความสงสัย “สายรหัสคืออะไร?”

         คนถูกถามสะดุ้งทำหน้าตาเหลอหลา ก่อนจะละล่ำละลักอธิบายจนแทบกัดลิ้นตนเอง

         “จับสลากเป็นพี่น้องกันเรียกว่าการเข้าสายรหัส รุ่นน้องจะถูกรุ่นพี่ดูแลเทกแคร์เป็นอย่างดีมีทั้งขนมและเรื่องเรียน”

         “อ้อ พี่เลี้ยง?”

         “อะ อื้ม ประมาณนั้น ซิดนีย์เข้าใจอะไรง่ายจัง เก่งมาก” เอยเอยปรบมือแปะๆ ให้เธอเบาๆ เป็นคำชม

         คนถูกชมไม่สนใจ ไม่ได้รู้สึกถูกชะตากับคนข้างๆ มากขึ้นเพราะคำเยินยอพวกนั้น

         อีกทั้งคนอย่างซิดนีย์ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากคนอื่น เธอมีเงิน มีสมอง สามารถดูแลตัวเองได้ แต่ถ้าใครสักคนจะมาดูแลเธอก็ขอให้เป็นพี่กันเถอะ

         เอ๊ะ…

         ความคิดดีๆ บางอย่างแวบเข้ามาในหัว แต่เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่สายรหัสไหน ต่อให้รู้รหัสนักศึกษาของกันภัยก็ไม่มีประโยชน์เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่

         ซิดนีย์ต้องหารุ่นพี่ปีสองที่เป็นสายรหัสเดียวกับเขา แล้วขอแลกหมายเลขกับคนนั้น ยัยตัวแสบพรายยิ้มออกมาหลังได้ไอเดียบรรเจิด

         เสร็จแน่พี่กัน!!

•─✦❅✦─•

บทก่อนหน้า
บทถัดไป