บทที่ 12 Possession 11 | โดนซะบ้าง

         หลายวันต่อมา

         กันภัยถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเดินทางมาถึงร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัยตามคำชวนของน้องรหัสในเวลาบ่ายเศษๆ

         เขามีน้องรหัสเป็นผู้ชาย และถูกอีกฝ่ายส่งข้อความบอกว่ากำลังหาคนช่วยหารค่าอาหารเลี้ยงสายรหัสที่เป็นเด็กปีสองและปีหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกที่ได้ฟังก็ไม่ได้เอะใจ ตั้งใจจะนั่งพอเป็นพิธีแค่สิบนาที จากนั้นก็ทิ้งเงินเอาไว้และขอตัวกลับ

         แต่เมื่อมาถึงโต๊ะที่น้องรหัสจองเอาไว้ กันภัยจึงเห็นหน้าเหลนรหัสของตนเองเป็นครั้งแรก แถมยังเป็นคนคุ้นเคย

         ซิดนีย์นั่งไขว่ห้างเท้าคางกับโต๊ะยิ้มหน้าแป้นแล้นมองมายังตนเอง ราวกับกำลังพอใจกับรีแอกชันของเขาเป็นอย่างมาก มากเสียจนแก้มป่องๆ ของเธอกองกันเป็นก้อนน่าตี

         “เฮียกัน หวัดดีครับ” กรซึ่งเป็นน้องรหัสของเขาเองยกมือไหว้ด้วยท่าทีเคารพนับถือ พลอยทำให้กริชหลานรหัสซึ่งเป็นผู้ชายอีกคนยกมือไหว้ทักทายตาม

         กันภัยยกมือรับไหว้น้องสองคนทั้งที่สายตายังจับจ้องลูกสาวเจ้านายไม่วางตา ซิดนีย์ต้องทำเรื่องอะไรอีกแน่ๆ

         “สวัสดีค่ะปู่รหัส” คนตัวเล็กเอาบ้าง มือเรียวยกมือไหว้เขาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

         การกระทำนั้นทำให้บอดีการ์ดหนุ่มรู้สึกว่ากำลังถูกเธอกวนประสาท แถมเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมีคนนั่งไปหมดแล้ว ร่างสูงโปร่งจึงหย่อนกายนั่งลงข้างคนตัวเล็กอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะสะดุ้งเบาๆ เมื่อถูกมือซนคว้าหมับแอบจับมือแน่นใต้เก้าอี้

         สายตาคมถลึงตาดุสลับกับมองมือตนเองที่ถูกเกาะกุมสั่งให้เธอปล่อยเป็นอิสระ แต่สาวน้อยตัวแสบกลับเอาแต่คลี่ยิ้มกว้างไม่สนใจสิ่งที่เขาสื่อแม้แต่น้อย

         “สถิติเราพังแล้วเฮีย อุตส่าห์ลุ้นว่าจะได้หลานรหัสเป็นผู้ชาย” กรคุยกับเขาอย่างสนิทสนม

         “เออ ผมโคตรตกใจ ตอนน้องซิดนีย์เดินมาบอกว่าเป็นน้องรหัส” กริชที่เป็นนักศึกษาปีสองเล่าเหตุการณ์วันเปิดสายรหัสให้ฟังพร้อมกับหัวเราะ

         ในขณะที่ตัวต้นเรื่องนั่งเท้าคางฟังทั้งสองคนพูดพร้อมรอยยิ้มแสนซน กันภัยสังเกตว่าใบหน้าจิ้มลิ้มของซิดนีย์ดูจะภูมิใจกับการกระทำของตนเองด้วยซ้ำ

         “อืม สั่งอาหารกันจะได้ไม่กลับดึก”

         กันภัยที่ได้แต่พยักหน้าอย่างไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป เขาแสร้งหยิบรายการอาหารขึ้นมาเปิด แล้วอาศัยจังหวะที่คนอื่นๆ เลือกอาหารยกสมุดในมือขึ้นมาบังครึ่งหน้าเพื่อคุยกับเด็กแสบ

         “คุณหนูทำอะไรลงไป” น้ำเสียงเข้มที่กระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคนดูน่าตลกสำหรับเธอไม่น้อย

         “ซิดนีย์ไม่ได้ทำ เรื่องบังเอิญต่างหาก”

         “ถ้าผมรู้เองทีหลัง ผมจะไม่ตามใจคุณหนูอีก”

         คำขู่ของเขาทำให้ลูกสาวเจ้านายแสดงสีหน้าตกใจเลิ่กลั่ก

         “ฮื่อ~ พี่กันอะ! กะ ก็ซิดนีย์ไม่อยากรู้จักคนอื่น ก็เลยไปขอแลกสลากที่ได้กับเหลนรหัสพี่กัน”

         “ขอแลก?”

         “จริงๆ แล้วจ่ายเงินให้ไปสองหมื่น แหะ...แต่มั่นใจได้ เรื่องไม่โป๊ะแน่นอน ซิดนีย์ขู่ไว้แล้วว่าถ้าไม่จบที่สองหมื่นจะให้คนของปะป๊ามาจัดการ”

         ขู่เขาอีก!

         เขาสบถในใจหลายประโยค ส่วนมากเป็นคำที่ออกอากาศไม่ได้ อยากจับเธอตีสักทีให้รู้จักคำว่ากลัวบ้าง แต่อาการลอยหน้าลอยตายิ้มภูมิใจในผลงานตนเองเป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนแล้ว ว่าคุณหนูของเขาไม่มีความรู้สึกผิด

         “อย่าทำแบบนี้อีก” เขาขู่และชี้หน้า เป็นคำขู่รอบที่ร้อยตั้งแต่รู้จักกันมา และรู้ว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีก...

         แต่ไปทำแบบอื่นแทน!

         “โอเค จะไม่ทำแบบนี้อีก”

         “แบบอื่นก็ห้าม”

         “อันนั้นไม่รับปาก” ดวงตากลมโตเป็นประกายหลังจากพูดจบ ซิดนีย์หลุบมองปลายนิ้วที่ชี้ขู่ตนเองพลางยกยิ้มมุมปากชอบใจ “บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าชี้หน้าอีก ซิดนีย์จะจูบ...”

         นิ้วหนาชักกลับทันทีที่นึกออก เขาใช้สายตาดุเธอที่กำลังทำปากจู๋ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนต้องหยุดการกระทำนั้น

         “อยากให้ซิดนีย์เชื่อฟังก็มาเป็นแฟนซิดนีย์สิ นอกจากปะป๊า ผู้ชายคนเดียวที่ซิดนีย์จะฟังก็คือสามีของซิดนีย์” คำพูดเอาแต่ได้หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มไม่หยุด มิหนำซ้ำยังแย่งรายการอาหารในมือของเขาไปถือเองหน้าตาย “พี่ๆ สั่งไปกี่อย่างแล้วคะ ซิดนีย์อยากกินกุ้งทอด”

         เธอเนียนหันไปคุยกับคนอื่นไม่ให้เขาชวนคุยเรื่องที่ไม่อยากรับฟัง บอดีการ์ดหนุ่มจึงถอนหายใจก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น

         หมับ!

         มือบางคว้าแขนแกร่งเอาไว้แน่นท่ามกลางสายตาคนอื่น กรกับกริชมองการกระทำของน้องปีหนึ่งอย่างเธอตาปริบๆ

         แต่เธอแคร์ที่ไหน ตอนนี้เธอสนใจแค่เขาเท่านั้น

         “ไปไหนเฮีย แล้วน้องซิดนีย์ไปจับแขนเฮียกันทำไม”

         “ซิดนีย์กลัวไม่มีคนจ่ายค่าข้าว” เธอตีเนียนและพูดโกหกได้อย่างคล่องปาก ทั้งที่ความจริงแค่กลัวว่าเขาจะหนีกลับก่อนเพราะโกรธ

         “ไปสูบบุหรี่ เดี๋ยวมา”

         คำว่า ‘เดี๋ยวมา’ เขาจงใจพูดกับเธอ มือที่รั้งเอาไว้จึงปล่อยออกจากแขนเป็นอิสระ

         “อย่าไปนานนะคะ ซิดนีย์ไม่อยากนั่งคนเดียว” น้ำเสียงออดอ้อนและสีหน้าเหมือนลูกแมวน้อยแสดงออกมาอย่างไม่ปกปิด

         “โห~ มีสาวน้อยเข้าสายก็ดีนะเฮีย โคตรขี้อ้อน”

         คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่มองว่ามันคือการออดอ้อนอย่างน่ารัก มีแค่คนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีอย่างเขาเท่านั้นที่ดูออกว่ามันคือ ‘คำสั่ง’

✦✦✦

         แผนที่กันภัยตั้งใจว่าจะปลีกตัวกลับหลังจากนั่งกับสายรหัสไม่นานถูกยกเลิกไป เนื่องจากการปรากฏตัวของคุณหนูตัวแสบ นักศึกษาทั้งสี่ชั้นปีนั่งรับประทานอาหารร่วมกันจนถึงเวลาแยกย้าย

         บอดีการ์ดหนุ่มแอบสังเกตว่า เจ้านายสาวของตนเองไม่แสดงท่าทีวีนเหวี่ยงใส่คนอื่นตลอดเวลาที่นั่งด้วยกัน ทั้งที่สองคนนั้นก็ชอบถามอะไรซอกแซกแบบที่คนตัวเล็กไม่ชอบ

         “แล้วน้องซิดนีย์จะกลับยังไงครับ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม?” กริชซึ่งเป็นพี่รหัสถามขึ้นหลังจากพากันเดินออกมานอกร้าน

         “ไม่เป็นไรค่ะ ซิดนีย์มีคนที่บ้านมารับ” เธอจงใจเน้นคำว่า ‘คนที่บ้าน’ โชคดีที่ทั้งสองคนไม่ตงิดใจกับคำพูดนั้น

         “ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนจนกว่ารถจะมารับไหมครับ” พี่รหัสยังคงถามด้วยความเป็นห่วง

         การปล่อยผู้หญิงให้อยู่ลำพังเช่นนี้เป็นเรื่องอันตราย แม้จะยังอยู่ในเวลากลางวันก็ตาม

         “ไม่เป็นไรค่ะ ซิดนีย์อยากชอปปิงด้วย พี่กริชคงไม่อยากตามถือของจนมือหัก” รอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอีกครั้ง เจ้าของชื่อที่คิดว่าเธอพูดเล่นก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะพยักหน้า

         หลังจากที่แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง บอดีการ์ดหนุ่มจึงวนกลับมาหาคุณหนูของตนเองใหม่ นักศึกษาสาวร่างบางยืนไขว้ขาอมยิ้มกับการกระทำแสนวุ่นวายที่ตนเองเป็นคนก่ออย่างไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มิหนำซ้ำยังเดินตรงเข้ามาคล้องแขนแกร่งเดินชอปปิงในห้างด้วยกัน

         “สนุกมากไหมครับ?” ชายหนุ่มหัวเสียกับความวุ่นวายของเจ้านายสาวเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบ

         เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่ฟ้องทั้งนายใหญ่และออสโล ซิดนีย์จึงได้ใจและทำอะไรตามอำเภอใจเสมอ

         “โมโหซิดนีย์เหรอ? จะตีก้นไหมล่ะ” เธอเอียงก้นใต้กระโปรงทรงเอยั่วเขาอีกแล้ว ชายกระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาววับๆ แวมๆ

         “ผมว่ากระโปรงคุณหนูสั้นไป”

         “ซิดนีย์ใส่กางเกงใน ไม่โป๊”

         “ทำไมไม่ใส่พลีต เวลาเดินขึ้นบันไดทำยังไง”

         “ก็ก้าวขาเหยียบบันไดขึ้นไปไง” เธอตอบกลับชนิดกำปั้นทุบดิน เดินนวยนาดข้างกายไม่สะทกสะท้านกับกระโปรงที่ร่นขึ้นลงตามจังหวะการเดิน

         “ไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ นายใหญ่เห็นหรือเปล่าว่าคุณหนูแต่งตัวแบบนี้ไปเรียน”

         “เห็น ป๊าไม่ว่า”

         กันภัยเหนื่อยจะต่อล้อต่อเถียงกับคุณหนูเอาแต่ใจ ออกแรงจูงข้อมือเล็กมาหยุดหน้าร้านขายชุดนักศึกษา

         “เลือกครับ ถ้าคุณหนูไม่เลือกเองผมจะเอาตัวที่ยาวที่สุดในร้านให้” มือหนาดันหลังคนตัวเล็กมาหยุดหน้าราวกระโปรงเรียงรายหน้าร้าน

         ใบหน้าจิ้มลิ้มมุ่ยหน้าเมื่อถูกบังคับ คว้าพลีตสั้นที่สุดในร้านออกมาทาบกับสะโพกอย่างขอไปที

         “เอาตัวนี้”

         “ตัวนี้สั้นกว่าที่คุณหนูใส่อยู่อีก” เขามองชุดในมือเธอแค่หางตา แต่อย่าคิดว่าไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของเธอ “เลือกดีๆ ครับ”

        คำพูดกับสายตาคาดโทษของคนตัวสูง ทำให้ลูกสาวมาเฟียยกยิ้มมุมปากชอบใจที่สามารถก่อกวนอีกฝ่ายได้แม้เพียงแค่เล็กน้อย พลีตความยาวสิบสี่นิ้วถูกแขวนกลับบนราว ก่อนที่กระโปรงที่มีความยาวกว่าตัวเดิมเล็กน้อยจะถูกหยิบออกมาสองตัว

         “จุกจิกขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่พ่อก็ต้องเป็นผัวแล้วนะ~”

         เธอยื่นมันให้พนักงานส่วนเขาก็ยื่นบัตรตามไปให้ จากนั้นร่างเล็กจึงเดินกลับมาควงแขนซบแก้มลงบนไหล่แกร่งของอีกฝ่ายตามเดิม

         “สิบแปดนิ้วพอใจหรือยังคะสุดหล่อ”

         “ผมแค่ไม่อยากให้คุณหนูเป็นเหยื่อพวกชอบแอบถ่ายใต้กระโปรง” เขาเตือนเธอด้วยความหวังดี เรื่องด้านมืดของรั้วมหาวิทยาลัยเข้าหูเขาหลายต่อหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ที่นั่น “เทอมหน้าผมกับนายเรียนจบ ไม่มีใครดูแลคุณหนูได้ตลอดเวลา อย่าสร้างศัตรู อย่าหาเรื่องใส่ตัว”

         “ซิดนีย์อยู่ของซิดนีย์แบบนี้ คนที่เอาเท้าเข้ามาขวางทางนั่นแหละผิด”

         คำพูดไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครทำให้บอดีการ์ดหนุ่มถอนหายใจออกมา ทุกวันนี้ที่เธอยังไม่เคยถูกทำร้ายเพราะไม่มีใครอยากมีปัญหากับผู้บริหารโรงแรมใหญ่ สิทธิ์การรับนักศึกษาฝึกงานเข้าไปร่วมงานกับโรงแรมในเครือลูซโซเป็นสิ่งที่นักศึกษาหลายคนใฝ่ฝัน

         “หัดเข้ากับคนให้ง่ายกว่านี้ครับ อย่าก้าวร้าว”

         “ซิดนีย์ขอฝึกเข้ากับพี่กันก่อนได้ไหม”

         คำพูดทะลึ่งทะเล้นออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของคนอายุน้อยกว่า แววตาเป็นประกายของเธอทำให้เขามั่นใจว่าเธอหมายถึงอะไร

         “อย่าพูดจาแบบนี้กับผม” เขาดุเพราะมันไม่ควรพูดจากปากเด็กวัยแค่นี้ รวมถึงสถานะระหว่างเธอกับเขาด้วย

         “แบบไหน?” เธอสวนเขากลับทันควัน พอดีกับพนักงานในร้านเอาถุงชอปปิงพร้อมบัตรมาคืนให้

         ไร้ซึ่งคำตอบจากบอดีการ์ดหนุ่ม กันภัยรับมันมาถือด้วยความเคยชิน เขาไม่เสียเวลาเล่นลิ้นกับเด็กไม่รู้จักโตแบบเธอ

         “ความหมายของซิดนีย์มีง่ามเดียว ไม่เคยมีง่ามที่สอง”

         นิ้วประดับคริสตัลใสสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายอย่างมีจริตจะก้าน ก่อนจะรีบผละออกห่างเมื่อถูกฝ่ามือหนาฟาดลงบนหลังมือเสียงดังเพียะ

         “ตะ ตีซิดนีย์เหรอ!?” คนไม่เคยถูกใครตีมาก่อนแสดงสีหน้าตกใจ ยกมืออีกข้างลูบหลังมือบริเวณที่ถูกตีด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเกินจริง

         “โดนซะบ้าง...” น้ำเสียงลอดไรฟันดังออกมา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเป็นฝ่ายเดินนำไปรอลิฟต์โดยสาร

         คนเพิ่งถูกตีวิ่งตามไปกอดแขนของเขา แถมยังบ่นว่าเจ็บปวดมากมายกับการถูกตีครั้งแรกตลอดทาง ในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับความไม่ทุกข์ร้อนของลูกสาวเจ้านาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป