บทที่ 5 Possession 4 | ตระกูลมาเฟีย

         กันภัยกลายเป็นเพื่อนเล่นของคุณหนูจอมเอาแต่ใจอย่างซิดนีย์นับตั้งแต่วันนั้น เพราะเขามองว่าเธอคือลูกของผู้มีพระคุณ จึงเลือกที่จะปล่อยผ่านกับความเอาแต่ใจนั้นมาตลอด

         สิ่งหนึ่งที่คนอย่างเขาคงไม่มีโอกาสได้รู้จัก หากไม่ได้เข้ามาอยู่ในวังวนของครอบครัวนี้

         มาเฟีย...

         กันภัยในวัยเด็กเคยสงสัยว่าทำไมนายใหญ่จึงเลี้ยงลูกน้องผู้ชายจำนวนมากเอาไว้ คนพวกนี้ฝึกร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทุกคนสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันสีเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน

         แต่คำถามมากมายที่มีอยู่ในหัวนั้นก็ไม่เคยได้รับคำตอบ กระทั่งอายุย่างเข้าสู่ปีที่สิบเจ็ด การได้รับโอกาสให้เรียนในโรงเรียนหรูที่มีแต่คนมีเงินสร้างความอึดอัดในช่วงแรกไม่น้อย แต่อย่างน้อยการมีลูกของเจ้านายสองคนกับคนอื่นๆ ที่คุณหนูเรียกว่า ‘พันธมิตร’ เรียนอยู่ด้วยกันก็พอทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้น

         “ทำไมซิดนีย์กับมิรินยังไม่มา” ออสโลซึ่งนั่งรออยู่บริเวณลานม้าหินอ่อนของโรงเรียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือหงุดหงิด

         ข้อมือซ้ายถูกยกขึ้นมาดูนาฬิกาเป็นรอบที่สาม พลอยให้กันภัยมองนาฬิกาข้อมือตนเองตามไปด้วย

         เลยเวลาพักเที่ยงมาสิบห้านาทีแล้ว...

แปลกมาก เพราะซิดนีย์ไม่ใช่พวกรักเรียก เธอสนุกกับการใช้เวลาพักเที่ยงมากกว่าเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่ามันสมองของคุณหนูไม่เป็นสองรองใคร เธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับลูกสาวของเพื่อนเจ้านายอย่างมิริน ทั้งคู่ผลัดกันคว้าท็อปรายวิชากันอยู่สองคนตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้

         “ผมไปตามที่แผนกมัธยมต้นให้ครับ” เป็นเขาทุกทีที่ต้องรับหน้าที่นี้ ซึ่งกันภัยชินไปเสียแล้ว

         “อืม กูจะไปจองโต๊ะ เอาน้ำอะไร”

         “เดี๋ยวผมไปซื้อให้ครับ”

         “กูถาม” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามซ้ำ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตอบไม่ตรงคำถามของตนเอง

         “เหมือนของนายครับ ของคุณหนูเป็นมะพร้าวปั่นใส่นม” เมนูประจำที่เธอต้องได้กิน

         วันไหนร้านปิดหรือหมด วันนั้นมีเรื่อง

         “คิวยาวฉิบหาย” อาการหงุดหงิดแสดงออกมามากขึ้น เมื่อได้ยินร้านที่น้องสาวตัวแสบชอบกิน

         “งั้นผมจะซื้อให้เองครับ” น้ำเสียงสุภาพรีบเอ่ยอาสาออกมา

         “ไม่เป็นไรกูจะซื้อให้มิรินด้วย มึงรีบไปตามมากินข้าวก่อนจะหมดเวลาพัก”

         “ครับ”

         “แล้วก็อย่าตามใจกันให้มาก สันดานเสีย”

         “...ครับ”

         ความดุดันของออสโลเริ่มมีมากขึ้นเมื่อเติบโต ระยะหลังเขาเห็นว่าลูกชายคนโตชอบไปขลุกอยู่ในห้องทำงานของนายใหญ่วันละหลายๆ ชั่วโมง บางทีก็ออกไปข้างนอกกันสองคนในวันหยุด และกลับเข้ามาในตอนเย็นพร้อมกับกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นพลุหรือประทัดตามงานวัดที่เคยไปยืนดูเขาเมื่อก่อน

         ออสโลเดินจากไปยังโรงอาหารของโรงเรียน ส่วนเขาก็ตั้งใจจะไปตามคุณหนูทั้งสองคนที่แผนกมัธยมต้นตามที่ได้อาสา

         “ไปดูเร็ว มีคนตีกัน!”

         “ใครตีใคร”

         “พี่มอหกตีกับน้องมอสอง”

         “มีคนแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงมอปลาย”

         เสียงใครหลายคนวิ่งมาตามคนอื่นๆ ให้พากันไปมุงดูเหตุการณ์ และไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้กันภัยเบนปลายเท้าเดินตามเขาไปดูด้วยอีกคน

         เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเดินฝ่าวงล้อมของเด็กมัธยมต้นซึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างจากหน้าห้องห้องน้ำหญิง

         ตาซ้ายของเขากระตุกอย่างไร้เหตุผล

         ภาวนาว่าคนที่กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนหมู่มาก คงไม่ใช่ลูกสาวคนเล็กของบ้าน

         เพียะ!

         เสียงตบฉาดใหญ่ดังชัดเจนเมื่อกันภัยเดินเข้ามาหยุดหน้าห้องน้ำ ผู้ก่อเหตุ คือ คนที่เขาเพิ่งภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่

         ซิดนีย์กับมิรินยืนกอดอกมองผู้ชายที่เขาจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่มอหก พร้อมกับกำโทรศัพท์เครื่องสีขาวไม่คุ้นตาแน่น

         “ไอ้เหี้ย! แอบถ่ายผู้หญิงในห้องน้ำตั้งแต่อายุเท่านี้ กระจอก...” น้ำเสียงเข้มของคนตัวเล็กดังมากพอที่คนมุงดูเหตุการณ์จะได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้น “พอจับได้ก็ปากแข็ง หลักฐานมีในเครื่องเป็นสิบ”

         “กูบอกไงว่าเข้าใจผิด”

         “ผิดแม่มึงสิ!! ถ้าเพื่อนกูไม่เงยหน้าขึ้นมาเห็นคงถูกมึงถ่ายไปลงกลุ่มแล้ว กูจะเอามือถือให้ครู...มึงโทรเรียกพ่อแม่มึงมารอเคลียร์กับคนในคลิปได้เลย” คนตัวเล็กชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยอารมณ์เดือดดาล

         เธอไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจแม้กระทั่งสายตาน่ากลัวของรุ่นพี่ผู้ชายว่ากำลังโกรธที่ทำให้รู้สึกอับอาย

         “อย่าคิดว่าขู่แค่นี้กูจะกลัว พ่อกูก็ตำรวจระวังจะเดือดร้อนถึงพ่อมึง”

         ผลัวะ!

         ไม้ถูพื้นที่ถูกวางพิงผนังเอาไว้ถูกเธอใช้ปาใส่หน้าของอีกฝ่าย จนแก้มถูกความคมของพลาสติกบาดเป็นทาง

         “อีเด็กเวร มึงกล้าทำกับกูแบบนี้เหรอ!!”

         มีดคัตเตอร์ซึ่งซุกซ่อนไว้ในกางเกงนักเรียนถูกนำออกมา นิ้วโป้งดันขึ้นจนเห็นวัตถุคมวาววับ รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเขามายังจุดที่นักเรียนหญิงสองคนยืนอยู่อย่างโกรธเกรี้ยว

         “กรี๊ดดด!! ซิดนีย์ระวัง” มิรินยกมือปิดตากับภาพที่เห็นด้วยอาการหวาดกลัว

         ในขณะที่คนสติดีกว่าอย่างซิดนีย์สามารถจะเยี่ยงตัวหลบคมมีดได้ แต่เพราะความฉุกละหุกไม่ทันตั้งตัวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนตัวเล็กเลือกที่จะเอาตัวบังเพื่อนสนิทที่ตัวเล็กกว่าซึ่งเอาแต่ยืนปิดตาขาแข็งเอาไว้

         “คุณหนู!!”

         สิ่งที่เห็นทำให้เด็กหนุ่มเลือกที่จะบุกเข้าห้องน้ำหญิงผลักเด็กผู้หญิงสองคนออกจากจุดที่รุ่นพี่ผู้ชายพุ่งเข้ามา ส่งผลให้ใบมีดปักเข้าที่แขนแข็งแรงของเขาจนเลือดอาบ

         เด็กหนุ่มนิ่วหน้าเครียดกับความเจ็บที่ทะยานขึ้นอย่างไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน มีดคมปักค้างบนต้นแขนของตนเองแน่นไม่ไหวติงแม้แต่น้อย

         “พี่กัน!!” ซิดนีย์พุ่งเข้ามาจับแขนด้วยความตกใจ

         ดวงตาสีรัตติกาลเข้มขึ้นจนดำมืด หันไปมองผู้ก่อเหตุที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์บานปลายจนคุมสติตัวเองไม่อยู่

         “อย่ายุ่งกับของของฉัน!”

         ผลัวะ! ผลัวะ!!

         ด้ามไม้ถูพื้นฟาดเข้ากลางใบหน้าของคนตัวสูงกว่าตนเองเต็มแรงสองครั้งติด เลือดสีแดงฉานหยดลงพื้นแข่งกับเลือดของคนสำคัญของเธอ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของเด็กนักเรียนที่กำลังมุงดูด้วยความแตกตื่น

         “กรี๊ดดด!!! มีคนถูกแทง ไปตามครูมาเร็ว!!”

✦✦✦

         ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องปกครองไม่ได้ทำให้อารมณ์ของลูกสาวคนเล็กของตระกูลปาลาดินีเย็นลงแม้แต่น้อย เธอนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้รอผู้ปกครองฝ่ายตนเองด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดอย่างไม่ปกปิด

         ตรงหน้าคือคุณครูฝ่ายปกครองหลายท่านรวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็หันไปกระตุกยิ้มมุมปากมองผู้ปกครองของรุ่นพี่ที่เป็นคู่กรณีกำลังนั่งโอ๋ลูกที่นั่งผวาหลบตาเธอ

         ครืดด...

         ประตูกระจกบานเลื่อนสีทึบเปิดออก เป็นกันภัยเดินเข้ามาหลังจากทำแผลที่ห้องพยาบาลเรียบร้อย ดวงตากลมโตมองตามกระทั่งเขาหย่อนกายนั่งข้างมิรินกับออสโลซึ่งนั่งอยู่โซฟาด้านหลังเธอ

         ประตูไม่ทันได้ปิดสนิทก็ปรากฏร่างสูงน่าเกรงขามของมาเฟียใหญ่เดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา รวมถึงรุ่นพี่คนสนิทของซิดนีย์ซึ่งจบไปหลายปี เธอมาในชุดนักศึกษาและเข้ามาฐานะตัวแทนผู้ปกครองของมิริน

         “เจ๊ไข่” มิรินลุกขึ้นวิ่งไปกอดพี่สาวคนเดียวด้วยความกลัว

         ไข่หวานในชุดนักศึกษายกมือลูบศีรษะน้องสาวตนเองโดยไม่พูดอะไร และไม่ลืมที่จะวางมือลงบนบ่าของซิดนีย์ที่เสมือนเป็นน้องสาวอีกคนของตนเอง ก่อนจะหย่อนกายนั่งข้างคนตัวเล็กทางด้านซ้าย

         เซน ริวาโน ปาลาดินีไม่ถามเหตุการณ์หรือเอ่ยวาจาใดกับใคร เขานั่งลงทางด้านขวามือของลูกสาวคนเล็กด้วยใบหน้าสงบพร้อมกับภรรยารอฟังสิ่งที่คุณครูจะอธิบายถึงการปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในรั้วโรงเรียน

         “วิรัลวีร์ ทำไมเธอมาแทนผู้ปกครองของวิรัลรดี” ผู้อำนวยการโรงเรียนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกเมื่อเห็นว่าศิษย์เก่าที่เคยเป็นตัวแสบของโรงเรียนมาเป็นผู้ปกครองแทนที่จะเป็นพ่อแม่ของนักเรียน

         “คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ต่างประเทศค่ะ ไข่หวานเลยมาแทน”

         “ที่บ้านเธอไม่มีผู้ใหญ่...”

         “ไข่หวานอายุยี่สิบสอง อีกหนึ่งเดือนจะเรียนจบ”

         “ก็ยังเป็นแค่นักเรียน...”

         “เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของวีกรุปด้วยค่ะ มีเงินเดือน” นามบัตรสีดำเรียบหรูถูกวางลงและดันไปตรงหน้าผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมรอยยิ้มหวาน “ตอนนี้เราก็เป็นผู้อำนวยการเหมือนกันแล้วนะคะ เชิญเริ่มได้เลยค่ะ...ไข่หวานมีประชุมตอนบ่ายสาม”

         ซิดนีย์ก้มหน้าเม้มริมฝีปากกลั้นขำกับฝีปากของคนที่เธอมองเป็นไอดอล ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นเมื่อเห็นดวงตาสีเข้มของบิดาปรายตามองตนเอง

         ทุกอย่างในห้องปกครองผ่านไปทุกนาทีด้วยบรรยากาศตึงเครียด คลิปวิดีโอการแอบถ่ายจำนวนมากถูกนำมาเป็นหลักฐานถึงสาเหตุการก่อเหตุทะเลาะวิวาท หนึ่งในนั้นคือคลิปของมิรินที่เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาและเงยหน้าเห็นมือถ่ายวิดีโอก่อนจะกรีดร้อง รวมถึงเสียงดังแสดงความตกใจของคนแอบถ่ายที่ดังลอดเข้ามาในคลิปเป็นหลักฐานได้ดีจนไม่สามารถอ้างได้ว่าเพื่อนเอามือถือไปใช้

         ผู้เสียหายหลักสิบถูกเรียกมาคุยทีละคนพร้อมกับการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับฟังเหตุการณ์ เรื่องราวจากเด็กทะเลาะกันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอาชญากรรมครั้งใหญ่ของปีนั้น ซึ่งกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างมาก

มิรินถูกไข่หวานพากลับบ้านหลังออกจากห้องปกครอง ส่วนลูกทั้งสองคนของตระกูลปาลาดินีและกันภัยก็เดินคอตกเข้ามานั่งในรถครอบครัวสีดำสนิท

         เมื่อกี้นี้บิดาไม่พูดอะไรนอกจากนั่งฟัง คนที่ออกตัวตั้งแต่ต้นจนจบคือรุ่นพี่คนสวยอย่างไข่หวาน ซิดนีย์สัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้นจนใบหน้ากระหยิ่มยิ้มค่อยๆ เจื่อนลงเมื่อเวลาผ่านไปช้าๆ

         “ปะป๊า” เด็กน้อยเอ่ยเสียงเครือ เมื่อเห็นว่ารถออกตัวได้สักพักท่านก็ยังไม่พูดอะไรออกมา

         “สามเดือน...”

         “คะ คะ?”

         “ห้ามออกไปข้างนอกสามเดือนทั้งในวันไปโรงเรียนและวันหยุด รถรับส่งของเราจะมารอลูกที่หน้าโรงเรียนเร็วขึ้นสิบนาที และหากภายในยี่สิบนาทีซิดนีย์ยังไม่มาขึ้นรถป๊าจะบวกเวลากักบริเวณเพิ่มไปอีกเจ็ดวัน”

         ทุกคนในรถนั่งเงียบ แม้แต่พริมโรสก็ไม่คัดค้านกับบทลงโทษของสามี

         “ละ แล้วซิดนีย์จะยังได้ไปวันเกิดของลุงตินที่ฮ่องกงไหมคะ?” เดือนหน้าคือวันคล้ายวันเกิดของพันธมิตรอีกคนของบิดา เธอตั้งหน้าตั้งตาอยากไปเจอลูกๆ ของพวกท่านเพราะสนิทกันมาตั้งแต่ยังเล็ก

         “ซิดนีย์จะเฝ้าคฤหาสน์คนเดียว”

         “ฮึก!”

         “ห้ามร้อง ถ้าทำผิดก็หัดสำนึกไม่ใช่ร้องไห้” เสียงของบิดาเข้มกว่าทุกครั้ง

         มันคือเสียงอย่างเดียวกันกับในตอนที่ท่านใช้คุยกับลูกน้อง

         แต่เธอเป็นลูก

         “ปะป๊า ซะ ซิดนีย์ทำอะไรผิด ก็มันถ่ายคลิปผู้หญิง”

         “ลูกอายุสิบสี่ เอาไม้ฟาดหัวคนเต็มแรงถึงสองครั้งจะไม่ให้พ่อตกใจเหรอซิดนีย์!”

         “กะ ก็มันทำพี่กัน ฮึก...มันแทงพี่กัน”

         “แต่มันไม่ใช่เหตุสมควรที่ลูกต้องทำแบบนั้น ถ้าลูกโตกว่านี้ แรงเยอะกว่านี้เด็กคนนั้นคงตาย” และลูกสาวของท่านก็จะกลายเป็นฆาตกร

         จุดที่เกิดแผลบนใบหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้น มาเฟียอย่างเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกโกรธขนาดไหน ไม่มีใครฟาดขมับใกล้กระบอกตาคนอื่นได้แม่นยำขนาดนั้นหากไม่เล็งเอาไว้ก่อน

         คนตัวเล็กขยุ้มกระโปรงนักเรียนตนเองแน่น ไม่กล้าเถียงพ่ออีกจึงได้แต่ซบหน้าลงบนไหล่ของกันภัยซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายของตนเอง

         “กะ ก็ได้ ซิดนีย์จะยอมถูกกักบริเวณ” สองมือเล็กกอดแขนของคนที่ไม่กล้าขัดขืนในเวลานี้แน่น “แล้วป๊าจะทำยังไงต่อคะ ทั้งเรื่องของซิดนีย์และไอ้บ้านั่น”

         “ป๊าจัดการเอง พรุ่งนี้วันศุกร์ทุกคนหยุดเรียนหนึ่งวันแล้วกัน ค่อยไปเรียนวันจันทร์”

         คนตัวเล็กได้ยินคำว่าหยุดเรียนอาการเศร้าซึมก็แทบหายเป็นปลิดทิ้ง แต่เพราะไม่กล้ากรี๊ดเสียงดังจึงได้แต่เผล่ยิ้มลับหลังบิดาซึ่งกำลังนั่งกอดอกอยู่ด้านหน้าเงียบๆ

         “ค่ะ ซิดนีย์จะโทรไปบอกมิริน ไม่อยากให้ยัยนั่นมาเรียนคนเดียว หรือพี่โลจะเป็นคนโทรบอก” เธอชงเพื่อนให้พี่ชายสุดฤทธิ์

         แต่ออสโลกลับก้มหน้าเล่นมือถือเงียบๆ กระทั่งเห็นว่าน้องสาวนั่งกดดันทางสายตาอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยแววตาเย็นชา

         “น้องเป็นคนบอกละกัน”

         “อะไรอะ! นี่พี่ปันใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าเนี่ย ช่วงหลังๆ พี่โลไม่คุยกับยัยมิรินเลยนะ”

         “ไม่ใช่เรื่องของน้อง”

         “อ๋อ ว่าซิดนีย์เสือก?”

         “ถ้ามันตีความได้แบบนั้นก็ขอโทษด้วย”

         “ฮะ!?”

         ใบหน้าเล็กสะบัดหนีพี่ชายตนเองอย่างแง่งอน หันมาสนใจบาดแผลของคนที่เอาตัวเข้ามารับมีดแทนตนเอง

         “พี่กันยังเจ็บอยู่ไหม ทำไมต้องเอาตัวเองมาเจ็บแบบนี้ด้วย” เสียงแหลมๆ ของเธอบ่นออกมาเช่นทุกครั้ง

         แต่สิ่งที่กันภัยตอบกลับมามีเพียงความเงียบและซิดนีย์ชินมันเสียแล้ว ตั้งแต่สองคนนี้ย้ายไปเรียนแผนกมัธยมปลายก็ไม่มีใครคุยกับเธออีกเลยหากไม่จำเป็น

         “น้าว่ากันแวะตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลก่อนกลับดีไหมจ๊ะ จะได้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักเพิ่มด้วย”

         “เอาตามนั้นเลยค่ะหม่ามี้ ตรวจให้ละเอียดเลยนะคะ” คนตอบรับอย่างรวดเร็วคือซิดนีย์ เจ้าของชื่อไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ตัดสินใจอะไรเอง

         “ขอบคุณครับนายหญิง”

         “ขอบคุณที่ปกป้องซิดนีย์เช่นกันจ้ะ ครั้งที่สองแล้วนะที่รักษาชีวิตลูกสาวน้าเอาไว้” รอยยิ้มหวานของพริมโรสทำให้บรรยากาศบนรถผ่อนคลายขึ้นหลายเท่าตัว

         ก่อนที่จะหยุดลงเมื่อเสียงทรงอำนาจของสามีเอ่ยขึ้น

         “แต่ถ้าไม่เจ็บตัวจะดีกว่านี้”

         กันภัยก้มหน้า เด็กๆ ที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยกันก็เช่นเดียวกัน

         เซนรักความสงบและไม่ชอบให้ใครมาเจ็บตัวหรือสร้างปัญหาให้ ปาลาดินีทุกคนจึงใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นมาเฟียโจ่งแจ้งอย่างที่หลายๆ ครอบครัวทำ นอกจากธุรกิจโรงแรมที่ดูแลให้ตระกูลรูซโซก็ไม่มีใครรู้ว่าปาลาดินีทำงานอย่างอื่นให้รูซโซด้วย

         “ขอโทษครับนาย”

         “วันหยุดไปกับฉันสิ” มาเฟียใหญ่เมินเฉยคำขอโทษของเด็กที่ดูแล

         ซิดนีย์แอบจับสังเกตได้ว่าพี่ชายหันขวับมองบิดาด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีในที่สุด

         หม่ามี้ก็ด้วย...

         “ครับ”

         “ซิดนีย์ไปด้วย” เธอไม่รู้ว่าสถานที่ที่พ่อกับพี่ชายชอบไปด้วยกันคือที่ไหนเพราะไม่เคยสนใจ

         แต่ถ้ากันภัยไป ซิดนีย์จะไปด้วย

         “ป๊าเพิ่งบอกให้ลูกกักบริเวณตัวเองสามเดือน”

         “มะ หม่ามี้ขา” เด็กสาวร้องขอความช่วยเหลือจากแม่

         แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการที่ทุกคนเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างคนละทิศละทาง ทิ้งให้สาวน้อยตัวเล็กนั่งกระฟัดกระเฟียดไม่สบอารมณ์จนถึงคฤหาสน์

•─✦❅✦─•

บทก่อนหน้า
บทถัดไป