บทที่ 1 ตอนที่ 1/1
ตอนที่ 1/1
“อะ... อื้ม...”
เสียงครางกระเส่า เมื่อถูกริมฝีปากหยักพรมจูบไปตามลำคอระหงอย่างเอาแต่ใจ หัวนมสีสวยท้าทายสายตาคมกริบ จึงอดไม่ได้ที่จะเคลื่อนใบหน้าลงมาครอบครองเอาไว้ในปาก
อกบางแอ่นขึ้นจนสุดเพื่อเสนอให้อีกฝ่ายได้สนองเต็มที่ ยอดถันทั้งสองข้างเปียกชื้นจากการดูดดึงอย่างหิวกระหาย มันแข็งเป็นไตยามลิ้นสากปัดป่ายหยอกเย้า และบวมเป่งเมื่อถูกขบกัดเต็มแรงด้วยความเอาแต่ใจ
กึก!
“อ๊าส์ บะ เบาหน่อยครับเสี่ย อะ เอิงเจ็บ” เอิงเอย ชายหนุ่มอายุยี่สิบปี รูปร่างผอมขาว ใบหน้าสวยราวหญิง ดวงตากลมโตดูน่ารัก เป็นที่หมายปองของใครหลาย ๆ คน แต่ต้องมานอนเป็นที่รองรับอารมณ์ความใคร่ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดพักในฐานะเด็กเสี่ย
เพราะว่าเงินคำเดียวเท่านั้นที่ทำให้เอิงเอยยอมทำตามคนเป็นเสี่ยพูดอย่างไม่มีข้อกังขา
“พอมันเปลี่ยนเป็นสีแดง เซ็กซี่เป็นบ้าเลยเอิงเอย” เหมราช สิทธิเสมานนท์ หรือเสี่ยเหม เจ้าของร่างสูงใหญ่ดูภูมิฐาน ใบหน้าคมคร้าม สายตาดุดุจเหยี่ยวดูทรงพลังน่ากลัว แผงอกกำยำมีรอยสักรูปนกอินทรีทำให้ดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก
หลังมือหยาบกร้านมีรอยสักรูปงูพันเลื้อยเต็มแขน กำลังลูบไล้ไปตามเรือนร่างขาวผ่องยามต้องแสงไฟภายในคอนโดหรูสมฐานะเจ้าของห้อง เหมราชบีบเคล้นผิวเนื้อนุ่มอย่างมันมือจนเกิดรอยแดงทั่วตัว
ร่างสูงใหญ่เหยียดกายขึ้นปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด สายตาคมกริบจ้องมองร่างขาวเปลือยเปล่านอนบิดเร่าไปมา จนกระทั่งกางเกงสแล็คสีดำเงารูดลงมาพร้อมกับอันเดอร์แวร์สีเข้ม ความเป็นชายดีดเด้งทำเอาคนที่กำลังปรือตามองถึงกับตกใจ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอิงเอยมีอะไรกับเหมราช แต่เพราะขนาดที่ใหญ่เท่าแขนเด็กทำให้เขาไม่ชินเอาเสียเลย
“เธอกินยาคุมตามที่ฉันสั่งใช่ไหม”
“คะ ครับ”
“อืม” เหมราชตอบเพียงสั้น ๆ แล้วแทรกตัวลงกลางหว่างขาเรียวที่ขยับรอเป็นรูปตัวเอ็ม มือหนาจับท่อนเนื้อขนาดใหญ่ชักรูดสองสามครั้งจนมีน้ำสีใสไหลปริ่มออกมา บ่งบอกได้ว่าเหมราชนั้นมีความต้องการจนถึงขีดสุด
“อย่าเกร็ง ทำเหมือนไม่เคยไปได้” คำพูดติดไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าเด็กหนุ่มดูหวาดหวั่น เพียงแค่เอาส่วนหัวหยักมาถูที่ปากรูจีบสีสวยก็นอนเกร็งจนตัวแข็งทื่อไปหมด มันเสียอารมณ์ชะมัด
“อื้อ... อะ... จะ เจ็บ” ใบหน้าสวยเหยเกเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างชำแรกเข้ามาภายในร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความเจ็บปวดกักเก็บเอาไว้ไม่ไหวจึงต้องปล่อยออกมาเป็นน้ำตา
“อย่าเพิ่งขยับได้ไหม ผม อื้อ ผมไม่ไหว”
“อย่าสำออย”
“...”
“ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ฉันจ่ายเงินเธอไม่น้อย จะให้มัวมานั่งทะนุถนอมเธออย่างนั้นเหรอ ตลกแล้วเอิงเอย”
ช่องทางหลังที่คับแน่นทำให้คนเป็นเสี่ยแทบเสร็จตั้งแต่สอดใส่เข้าไป ความปวดหนึบมันทำให้เขาต้องขยับเอวเข้าออกอย่างเอาแต่ใจ ความเจ็บแล่นปราดไปทั่วทั้งกายบาง มือขาวเกาะไปตรงรอยสักรูปอินทรีที่แผงอก ความเจ็บปวดทำให้เผลอฝังเล็บแรง ๆ โดยไม่รู้ตัว
“แค่เธอครางชื่อฉันหวาน ๆ แล้วเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“สะ เสี่ยเหม อื้อส์”
“ดีมากเอิงเอย ถ้าเธอไม่ดื้อกับฉัน ฉันก็จะเลี้ยงเธอให้สุขสบาย”
เพียงเท่านั้นเอวสอบก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุดพัก เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง หนักบ้างเบาบ้างตามห้วงอารมณ์ที่ร้อนฉ่า แม้เครื่องปรับอากาศจะส่งความเย็นมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เม็ดเหงื่อแห้งเหือดเลย
หลังจากที่เสร็จสมครั้งแรกไปแล้ว แทนที่คนเป็นเสี่ยจะพัก แต่ท่อนเนื้อที่ไม่ยอมหดตัวกลับสอดลึกเข้ามาอีกครั้ง จนน้ำสีขาวขุ่นที่ปล่อยเข้าไปด้านในไหลย้อนออกมา
ตามปกติแล้วเหมราชไม่ใช่คนเซ็กซ์จัดขนาดนี้ แต่เพราะเรือนร่างอันขาวผ่อง มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเขาได้เป็นอย่างดี
สามเดือนก่อนหน้า...
“แม่! เอิงไม่มีเงิน”
[ไม่มีก็ไปหามาสิ หัดทดแทนบุญคุณฉันบ้างที่เบ่งคลอดแกออกมา ใจคอแกจะปล่อยให้แม่ถูกเจ้าหนี้ฆ่าตายก็เอาสิ บาปไม่รู้ตัวนะ] ถ้าเป็นแม่คนอื่นคงกระดากปากที่จะพูดคำนี้ออกมา แต่ไม่ใช่กับพิไลที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนเลยสักนิดว่าลูกจะเป็นจะตายอย่างไร
“เอิงบอกว่าให้แม่เลิกเล่นการพนัน แต่แม่ก็ไม่เชื่อเอิง”
[หุบปากซะ ไม่ต้องมาสอนฉัน นังลูกไม่รักดี]
“แม่!”
[ทำไม แค่นี้ขึ้นเสียงใส่เลยเหรอ หน้าตาแกก็ดี แค่ไปหาชุดสวย ๆ ใส่แล้วเดินไปขายตัวให้พวกเสี่ยแก่ ๆ พูดจาหวาน ๆ เอาอกเอาใจมันนิดหน่อยก็หลงแกจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว จากนั้นแกหลอกเอาเงินมันมาให้ฉันเยอะ ๆ เรื่องแค่นี้ต้องให้สอน ทนลำบากอยู่ได้ โลกนี้มันต้องขับเคลื่อนด้วยเงินนะโว้ย]
“เอิงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกแม่”
[ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันบอกให้น้องแกไปขายตัวแทนก็ได้ คนอย่างแกมันไม่ได้เรื่อง]
“อย่ายุ่งกับเอื้องผึ้งนะแม่ เอิงขอล่ะ”
[งั้นแกก็ทำตามที่ฉันบอกสิ พรุ่งนี้เช้าถ้าฉันไม่ได้เงินสองแสนโอนเข้าบัญชีล่ะก็ ฉันจะเอาน้องแกไปขัดดอกกับพวกเจ้าหนี้]
สายถูกตัดไปแล้ว เอิงเอยได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ลำพังทำงานส่งตัวเองเรียนก็ปากกัดตีนถีบแทบไม่พอใช้ แต่แม่ให้หาเงินตั้งสองแสนภายในวันเดียว เขาจะไปเอาจากไหนกัน
“เฮ้อ! เอิงเริ่มจะไม่ไหวแล้วนะแม่” บ่นพึมพำอย่างตัดพ้อต่อโชคชะตา คิดแล้วก็มืดแปดด้านไปหมด หรือว่าการขายตัวให้เสี่ยแก่ ๆ จะเป็นหนทางเดียวที่ได้เงินมาให้แม่กันนะ
ทัศนียภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เอิงเอยพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เขาควักกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าสะพายสีดำ มีเงินอยู่สามร้อยบาทก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเอง
ดวงตะวันตอนนี้กำลังลาลับขอบฟ้า ตลอดทางเดินข้างริมฟุตบาทเอิงเอยเดินเตะฝุ่นไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งไปชนเข้ากับใครบางคนจนเกือบล้มหน้าคะมำ โชคดีที่ถูกอีกฝ่ายรั้งตัวเอาไว้เสียก่อนจึงไม่ต้องเจ็บตัว
สายตาเอิงเอยสะดุดเข้ากับรอยสักรูปนกอินทรีที่อกข้างซ้าย แต่แทนที่เอิงเอยจะเอ่ยขอบคุณกลับต้องตกใจ เมื่ออยู่ ๆ มีชายหน้าเหี้ยมเกรียมรูปร่างสูงใหญ่ใส่สูทสีดำเหมือนกันสี่คนกำลังกรูเข้ามา ก่อนที่เหมราชจะยกมือห้ามเอาไว้
“ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง” เอิงเอยละล่ำละลักบอกพลางก้มศีรษะ แต่ยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมา ร่างสูงใหญ่ที่เพียงแค่ปรายตามองมาก็เดินออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ด
“ทำไมน่ากลัวจัง” เอิงเอยรีบหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนี้ ในหัวสมองก็ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาเรื่องเงินสองแสนที่ต้องการไปปลดหนี้แทนแม่
“จะไปหาจากไหนเนี่ย” บ่นไปก็บุ้ยปากไป ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับชุดน่ารัก ๆ ของร้านขายเสื้อผ้า ด้านหน้ามีป้ายเขียนเอาไว้ว่าให้เช่าราคาเบา ๆ จึงผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา
เอิงเอยนั่งชั่งใจอยู่นาน จนกระทั่งตัดสินใจกำเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่เดินเข้าไปเลือกชุดมาใส่ เสื้อแขนสั้นสีขาวตัวบางโชว์หลังเล็กน้อยนุ่งทับด้วยกางเกงขายาวหลวม ๆ สีน้ำตาลอ่อน ทำให้ดูน่ารักมากขึ้นกว่าเดิม
สถานที่ขายตัวคงไม่พ้นร้านเหล้าบริเวณหลังมหาวิทยาลัยในเวลาสองทุ่มเศษ เสียงเพลงภายในร้านเปิดในจังหวะที่เร้าอารมณ์ เหล่าผีเสื้อราตรีต่างก็โยกย้ายกันด้วยความสนุกสนาน คนที่เพิ่งเคยมาเที่ยวสถานบันเทิงครั้งแรกเคอะเขินและทำตัวไม่ถูก
ใบหน้าสวยสดดูดีไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอาง แถมการแต่งตัวยังแอบเปรี้ยวนิด ๆ สามารถดึงดูดสายตาพวกเสือสิงห์ให้หันมามองกันตาเป็นมัน ก่อนที่เอิงเอยจะเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงตรงบาร์
“รับอะไรดีครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเดินเข้ามาถาม
“เอ่อ... คือ... ขอ ขอน้ำเปล่าได้ไหมครับ” เอิงเอยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เลย ที่สำคัญไม่ได้มีเงินซื้อเหล้าแพง ๆ ของทางร้าน
“ครับ?”
“คือผมรอเพื่อนอยู่ครับ ไม่อยากเมาก่อน”
“อ๋อ ได้ครับ”
ไม่นานพนักงานก็เดินเอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟ แต่เพราะน่ารักเกินไปจึงได้น้ำส้มฟรีแถมมาอีกหนึ่งแก้ว เอิงเอยนั่งนิ่งเพราะทำตัวไม่ถูก
“มาคนเดียวเหรอครับ ต้องการคนนั่งเป็นเพื่อนไหม” เสียงเรียกทางข้างหลังทำเอาเอิงเอยสะดุ้งแล้วหันไปมองเห็นเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าโหดเหี้ยม ดูทรงแล้วน่าจะมีเงินไม่น้อย ถ้าให้พูดตามความจริงผู้ชายคนนี้ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของเอิงเอยที่จะขายตัวให้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ใจเขากลับยังไม่ด้านพอที่จะไขว่คว้ามันเอาไว้
“มะ ไม่ดีกว่าครับ”
“เสียดายจัง น่ารัก ๆ แบบน้อง เสี่ยพร้อมเปย์ไม่อั้น”
ชายวัยกลางคนเดินออกไปแล้ว เอิงเอยหันกลับมานั่งหน้าจ๋อยหมุนหลอดแก้วน้ำเปล่าเล่นอย่างเซ็ง ๆ
