บทที่ 2 ตอนที่ 1/2

เสียงฮือฮาของบรรดาหนุ่มสาวหลายคนดังขึ้น พวกเขากำลังตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของใครบางคน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอิงเอยหันกลับไปมองเลย

“ลมอะไรหอบเสี่ยเหมมาได้วะ” เสียงหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงที่นั่งอยู่ด้านข้างหันไปคุยกับเพื่อนอีกคนที่มีรูปร่างสวยไม่แพ้กัน

“ก็นั่นน่ะสิ เสี่ยเหมเป็นเจ้าของร้านเหล้าก็จริง แต่ฉันเองก็มานั่งดื่มที่นี่แทบทุกวัน ยังไม่เคยเจอเสี่ยเหมเลย”

“สงสัยจะพรหมลิขิต”

“เดี๋ยว ๆ ของแบบนี้ใครดีใครได้นะแก”

“เออน่ะ รู้หรอก”

“เสี่ยเหมดูน่ากลัวอยู่นะ แต่ถ้าได้ถูกใจใครแล้วก็เปย์ไม่อั้นเลยนะแก ที่สำคัญ หล่อมากจนอยากเปลื้องผ้าเลยจ้า”

เอิงเอยหันไปมองเจ้าของบทสนทนาของสองสาว สายตาดุดันคู่นั้นจับจ้องมาทางเขาพอดิบพอดีจนร่างเล็กสะดุ้งโหยงรีบหันกลับมานั่งตัวแข็งทื่อตามปกติ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนถูกมองตลอดเวลา ทำให้เอิงเอยเลือกที่จะเดินไปเข้าห้องน้ำแทน

เสียงก๊อกน้ำดังซ่า ๆ มือเล็กวักน้ำขึ้นมาลูบหน้าลูบตาเพื่อเรียกความมั่นใจ ถ้าหากพรุ่งนี้เขาหาเงินให้แม่ไม่ได้ก็คงต้องส่งน้องชายคนเล็กไปขายตัวแทน

คนอย่างพิไล ไม่มีคำว่าพูดเล่น

และเป้าหมายของเอิงเอยก็คือเสี่ยเหม

ขาเรียวก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะถูกชายร่างใหญ่รวบรั้งไปกอดจนจมอก เอิงเอยพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดมันไม่สามารถทำอะไรได้เลย

“ปล่อยนะ ปล่อยผม”

“ฮ่า ๆๆ หน้าตาน่ารักขนาดนี้ ขายเท่าไหร่จ๊ะ” ใบหน้าเหี้ยมเกรียมเลิกคิ้วถามด้วยท่าทางยียวน เอิงเอยไม่ชอบเอาเสียเลย

“บอกให้ปล่อยไง”

“ปล่อยแน่ แต่ขอปล่อยในนะ หรือถ้าไม่เข้าใจก็จะขยายความให้ชัดว่าแตกใน” เสียงหัวเราะของมันดูน่ากลัว ทำเอาหัวใจเอิงเอยกระตุกวูบ

ใบหน้าของมันพยายามก้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอ ร่างเล็กต่อต้านสุดแรงพยายามผลักออก แต่ในจังหวะเดียวกันก็มีชายร่างกำยำเดินเข้ามาถีบมันออกไปเต็มแรง

“เฮ้ย! มึงเป็นใคร กล้ามาถีบกูเหรอ” เพราะล้มไปกองกับพื้นจึงยังไม่เห็นหน้าผู้กระทำ แต่เมื่อมันเห็นใบหน้าของเหมราชชัด ๆ หน้าก็ถอดสีอย่างเห็นได้ถนัดตา

“สะ เสี่ยเหม”

“รีบไปให้ไกลตีนกูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูเปลี่ยนใจจะฆ่ามึง” น้ำเสียงทรงอำนาจแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนมันวิ่งหนีหางจุกตูด เอิงเอยที่ยืนอยู่ด้านหลังเหมราชดูตื่นตระหนกไม่น้อย

“ขะ ขอบคุณมากครับ”

“แต่งตัวแบบนี้มาเที่ยว ก็สมควรแล้วที่จะโดนลวนลาม เพราะขนาดฉันยังคิดว่าเธอขายตัวเลย”

“ละ แล้วถ้าเอิงขายจริง ๆ ล่ะครับ คุณ... เอ่อ... เสี่ยเหมจะซื้อไหม” เอิงเอยกลั้นหายใจถามออกไป ขาของเหมราชที่กำลังก้าวเดินเข้าห้องน้ำหยุดชะงัก

“...” เหมราชส่ายหัวไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ เอิงเอยยังเด็กมากสำหรับเขา ใช่ว่าเสี่ยอย่างเขายังไม่เคยเลี้ยงเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเอิงเอย แต่เพราะเด็กส่วนใหญ่มีนิสัยงี่เง่า ตามหึงหวงเขาตลอดเวลา ทั้งที่ตกลงกันเอาไว้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริงจากคนพวกนั้นคือร่างกาย ไม่ใช่ความรัก

เหมราชหายเข้าไปในห้องน้ำสักพัก เมื่อเดินออกมาก็เห็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งเสนอตัวให้เขาเมื่อสักครู่ยังยืนอยู่ที่เดิม

“อย่ามาตอแย ฉันไม่ชอบ เชย ๆ อย่างเธอไม่ใช่คนที่ฉันจะซื้อหรอก หลบไปซะ”

“เสี่ยจะให้ผมทำอะไรได้หมดเลย ผมจะทำให้เสี่ยมีความสุข จะทำให้เสี่ยพอใจ”

“น่ารำคาญ”

สายตาดุดันที่ตวัดมองด้วยความไม่พอใจทำให้เอิงเอยยืนบีบมือเข้าหากันแน่น เพราะถ้าหากพูดจาไม่เข้าหูอาจจะโดนปลิดชีวิตได้อย่างง่าย ๆ เลย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อโอกาสสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยไป

มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก เอิงเอยรวบรวมความกล้าวิ่งเข้าไปจูบคนเป็นเสี่ย ริมฝีปากทั้งสองประกบกันเพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกเหมราชผลักออกมา

“คิดจะทำอะไร ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะ” มือใหญ่วาดไปเท้าเอวเผยให้เห็นสิ่งที่เหน็บเอาไว้ข้างลำตัวตลอดเวลานั่นคือปืนสั้น ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามข่มความสั่นกลัวเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา

“เอิงมีความจำเป็นต้องใช้เงินสองแสน”

“แล้วเธอจะมีคืนฉันเหรอ อย่าหาว่าฉันดูถูกเลยนะ เสื้อผ้าที่เธอใส่มามันก็ไม่ต่างกับที่ขายตามตลาดนัด จะเอาอะไรมาค้ำประกัน”

“ร่างกายของเอิง พอจะทำให้เสี่ยตัดสินใจอีกทีได้ไหมครับ”

“ถ้าเธอร่านมากจนอยากจะเสนอตัวให้ฉันขนาดนี้ เอาเป็นว่าฉันก็จะสนองกลับก็แล้วกัน”

มือหยาบกร้านคว้าไปที่แขนเล็กแล้วลากออกไป บานประตูเปิดออกก็ผลักร่างเล็กเข้าไปในห้องที่อยู่ด้านบนของร้านเหล้า มีเอาไว้ทำเรื่องอย่างว่าโดยเฉพาะ

“แก้ผ้าออกให้หมด แล้วเดินไปคลานสี่ขาอยู่บนเตียง”

“คะ ครับ”

เพียงเท่านั้นร่างเล็กก็ทำตามอย่างว่าง่าย ร่างกายแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ มันเป็นครั้งแรกที่ไม่มีความปรานีและไร้ความอ่อนโยนสิ้นดี แต่ถึงกระนั้นเอิงเอยก็ต้องทนรับสิ่งใหญ่โตที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดจนเช้า

ก้อนเงินสองแสนถูกเหวี่ยงลงบนที่นอนอย่างไม่ไยดี คนเป็นเสี่ยลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าของตนเอง ส่วนเอิงเอยได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนอนที่มีผ้าห่มคลุมกาย เพราะผ่านคืนอันเร่าร้อนมาอย่างหนักทำให้ขยับร่างกายไม่ไหวเลย

“สนใจจะให้ฉันเลี้ยงไหมเอิงเอย”

“...”

“ฉันหมายถึงที่คนทั่ว ๆ ไปเรียกว่าเด็กเสี่ยน่ะ เธอให้ในสิ่งที่ฉันต้องการก็คือร่างกาย ส่วนฉันก็ให้เงินเธอใช้อย่างสุขสบาย สนใจไหมล่ะเอิงเอย”

ปัจจุบัน...

“อ้วกกกก! อ้วกกกก!” ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษากำลังนั่งอยู่หน้าคณะเพื่อรอเรียนวิชาถัดไป อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้จนต้องวิ่งเข้ามาโก่งคออ้วกภายในห้องน้ำของตึกคณะ ด้านหลังเป็นลูกหยีเพื่อนสาวที่เรียนห้องเดียวกันก็วิ่งหน้าตาตื่นตามเข้ามาช่วยลูบหลัง

“แกไหวปะเนี่ยเอิงเอย” ลูกหยีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“หวะ ไหว”

“นี่แกนอนน้อยหรือเปล่าวะ”

“เปล่านะ นอนปกติเลย”

ลูกหยีทำท่าทางขบคิดกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเอิงเอยก็หาสาเหตุไม่ได้ จึงเอ่ยออกไปเล่น ๆ “ถ้าแกมีผัว ฉันก็นึกว่าแกท้องไปแล้วนะเอิงเอย อาการมันฟ้องว่าใช่เลย”

เอิงเอยได้ยินแบบนั้นก็อึ้งค้างตกใจ ร่างกายชาวาบด้วยความตกตะลึง

ท้องงั้นเหรอ? ไม่จริงหรอก ก็แค่ลืมกินยาคุมไม่กี่วันเองจะท้องง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ

เย็นวันนี้เหมราชนั่งรถมารับที่หน้ามหา’ลัย โดยที่มีลูกน้องคนสนิทชื่อภูผาเป็นคนขับรถให้

“เธอไม่อยากได้คอนโดจริง ๆ เหรอเอิงเอย” เสี่ยเหมเอ่ยถามในขณะที่กำลังรวบร่างเล็กเข้าไปพรมจูบตามลำคออย่างหื่นกระหาย เหมราชไม่ใช่คนเซ็กส์จัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อเจอกับเอิงเอยกลับทำให้เขากลายเป็นคนติดเซ็กส์โดยไม่รู้ตัว

“ไม่หรอกครับ ที่เสี่ยให้เอิงมามันก็มากพอแล้ว” เอิงเอยไม่ต้องไปทำงานให้เหนื่อยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเงินที่ได้จากเหมราชมันก็มากพอที่จะทำให้เขาเรียนจบโดยไม่ได้ขัดสนอะไร

“งั้นก็ตามใจ”

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวมาตามท้องถนน จนกระทั่งผ่านร้านขายยา เอิงเอยต้องการซื้อที่ตรวจครรภ์จึงอ้างว่าปวดหัวแล้วขอลงไปซื้อยามากิน โดยที่ไม่ให้บอดี้การ์ดของเหมราชตามเข้าไป เพราะเกรงว่าสิ่งที่เขากำลังกังวลอยู่นั้นจะล่วงรู้ถึงหูคนเป็นเสี่ย

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็เก็บใส่กระเป๋าอย่างดี สองขาก้าวเข้ามาภายในโซนด้านหลังของรถที่คนเป็นเสี่ยนั่งรออยู่

“วันนี้เธอต้องไปนอนกับฉันที่คอนโด” เป็นประโยคคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้

“ครับ”

เมื่อเข้ามาในห้องพักของเหมราช เอิงเอยก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ การที่เขามานอนที่นี่คงไม่พ้นต้องคอยปรนนิบัติเรื่องบนเตียงแก่เหมราช

มือเล็กหยิบที่ตรวจครรภ์ออกมาจากกระเป๋า แล้วทำตามขั้นตอนข้างกล่องนั้น หัวใจของเขาแทบจะกระดอนออกมาเสียให้ได้ 

จนกระทั่งที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดทำเอาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวสมองก็คือ เขาควรบอกเรื่องนี้กับเหมราชไหม

ไม่มีเวลาคิดนาน เอิงเอยเก็บที่ตรวจครรภ์เอาไว้ในกระเป๋า แล้วเดินออกมาก็เห็นเสี่ยนั่งรออยู่แล้ว หน้าที่เด็กเสี่ยไม่มีสิทธิ์พูดมาก เขาเดินเข้าไปทำหน้าที่ของตัวเองจนเสร็จกิจ

“ทำดีมากเอิงเอย ฉันเอาเธอกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ” พูดในขณะที่กำลังหยิบเสื้อคลุมสีขาวที่พาดไว้บนตู้เสื้อผ้าขึ้นมาใส่ แล้วเดินกลับมานั่งลงที่เตียงนอน ร่างขาวที่เปลือยเปล่าอยู่ภายใต้ผ้าห่มขยับเข้ามากอดร่างกำยำเอาไว้ มือบางลูบไปตามแผงอกที่มีรอยสักนกอินทรีอย่างเอาอกเอาใจ

ในหัวสมองครุ่นคิดเรื่องที่ตัวเองพลาดท้องอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไรดี เด็กหนุ่มวัยเพียงยี่สิบไม่รู้จะหันไปปรึกษาใคร มันมืดแปดด้านไปหมด

จึงตัดสินใจเอ่ยถามอย่างหยอกเย้าเพื่อลองเชิงว่าเหมราชจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

“เสี่ยครับ ถ้าหากว่าเอิงท้อง...” เอิงเอยยังพูดไม่ทันจบ เหมราชก็แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

“พูดอะไรของเธอ ยาคุมก็กินไม่ใช่เหรอ อย่าคิดจะปล่อยท้องเพื่อจับฉัน เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอก็แค่ร่างกายเท่านั้น จำไว้เอิงเอย”

ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะค่อย ๆ หุบลงจนกลายเป็นเม้มริมฝีปากแน่น เพื่อกลั้นก้อนสะอื้นบางอย่างไม่ให้คนเป็นเสี่ยรู้ ว่าที่แท้จริงแล้ว เอิงเอยได้ฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างเขากับเหมราช

กฎของการเป็นเด็กเสี่ย มีเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ห้ามเอาใจเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เอิงเอยดันเผลอมอบใจให้กับเหมราชไปหมดแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป