บทที่ 7 ตอนที่ 5/1
หลายวันต่อมา...
เอิงเอยไม่ได้ไปที่คอนโดตามที่เหมราชบอก เงินจำนวนห้าล้านไม่ได้น้อยเลยที่คนธรรมดาอย่างเขาจะหามาได้เพียงไม่กี่วัน ในหัวสมองครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไร
“เฮ้อ! เช้าแล้วเหรอเนี่ย” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวถอนหายใจยืดยาว ในขณะที่ลืมตาขึ้นมาในยามเช้าตรู่
เมื่อวันก่อนเอิงเอยมีโอกาสได้โทรไปหาเอื้องผึ้ง พูดคุยกันเป็นพัก แต่มันก็กระดากปากที่จะพูดเรื่องเงินออกไป เพียงเพราะไม่อยากให้น้องชายเดือดร้อนไปมากกว่านี้
คนที่เอื้องผึ้งอยู่ด้วยนั้นดูเหมือนร่ำรวยมากก็จริงแต่จิตใจไม่ปกติ เหมือนคนเป็นโรคประสาทเอาแต่ใจ หากเอาเรื่องเงินมาต่อรองให้เอื้องผึ้งทำตามใจตัวเอง คนเป็นพี่อย่างเขาก็คงจะรู้สึกผิดไม่ใช่น้อย
ยิ่งคิดหัวสมองก็แทบจะระเบิด หรือเขาต้องกลับไปทำงานกับเสี่ยจริง ๆ น่ะเหรอ มันเป็นเรื่องที่น่าอายมาก ที่แม่หม้ายอย่างเขาต้องเอาตัวเข้าแลกกับหนี้ห้าล้านโดยที่ตนเองไม่ได้ก่อ
“จะทำยังไงดีเนี่ย” ร่างเล็กบ่นอุบ ลุกขึ้นมาเก็บกวาดห้องและเตรียมกับข้าวให้ลูกชาย
ไม่นานช้างตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ทานข้าวเสร็จก็ลงมาด้านล่างเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน สายตาเหลือบไปเห็นชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสีดำยืนหน้านิ่งอยู่ข้างรถยนต์คันหรู อยู่ ๆ ใจของเอิงเอยก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที
“คะ คุณภูผา” เอ่ยออกมาน้ำเสียงตะกุกตะกัก เอิงเอยคว้ามือเล็กป้อมเอาไว้ สองขาเรียวรีบเร่งเดินออกไปจากตรงนี้อย่างไว ทว่าอยู่ ๆ ชายชุดดำก็เดินเข้ามาดักหน้าเอาไว้
“ละ หลบไปนะ” หนุ่มน้อยหน้าหวานพูดเสียงตะกุกตะกัก
“ผมคงทำตามที่คุณเอิงเอยบอกไม่ได้หรอกครับ เพราะเสี่ยเหมให้มารับคุณเอิงเอยไปที่คอนโด”
“ว้าว! ลุงเหมให้มารับแม่ไปทำงานเหรอครับพี่ชายคนเท่” ช้างที่ได้ยินชื่อฮีโร่ในดวงใจก็อดที่จะกระโดดโลดเต้นไม่ได้ตามประสาเด็กไร้เดียงสา
“ใช่... แล้วก็บอกให้แม่ของนายขึ้นรถได้แล้ว เพราะถ้าหากว่าช้ากว่านี้ จะทำให้เสี่ยเหมโมโหเอาได้” ภูผาทำงานอยู่กับเหมราชมานาน เรียกได้ว่าอยู่ทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เจ้านายแยกตัวออกจากแก๊งมาเฟียของพี่ชายออกมาทำธุรกิจเองทั้งหมดที่มีทั้งสีเทาและสีขาวปนเปกันไป
ใช่แล้ว... เมื่อห้าปีก่อนตอนที่เอิงเอยยังคงเป็นเด็กเสี่ย ภูผาก็จำชายหนุ่มหน้าหวานคนนี้ได้ดี
ประตูรถคอนโซลด้านหลังเปิดออกโดยลูกน้องคนสนิทของเหมราช “เชิญครับ”
“เอิงไม่ไป”
“ไปกันเถอะครับแม่ คุณลุงฮีโร่เขาใจดีจะตาย” ร่างเล็กจ้อยพูดเสียงตื่นเต้นพลางเขย่าแขนผู้เป็นแม่
“ผมว่าคุณเอิงเอยอย่าดื้อกับเสี่ยเหมเลยนะครับ เพราะคุณเอิงเอยก็น่าจะรู้จักนิสัยของเสี่ยเหมดี”
เอิงเอยจำใจเดินขึ้นรถยนต์อย่างไม่มีทางเลือก
เสียงพูดคุยระหว่างเจ้าเด็กช่างถามกับภูผามีขึ้นตลอดทาง มีเพียงเอิงเอยเท่านั้นที่นั่งเงียบกริบด้วยความกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
เมื่อส่งช้างที่โรงเรียนเสร็จ ภูผาก็ขับพาเอิงเอยมาส่งที่หน้าคอนโดแห่งเดิม ร่างสูงในชุดบอดี้การ์ดเต็มยศเดินนำร่างเล็กเข้าไปด้านใน กดลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของคอนโดหรู บ่งบอกฐานะเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ารวยมากแค่ไหน
แอ๊ดดดด
บานประตูถูกเปิดออก ร่างเล็กก้าวเดินเข้าไปในห้องด้วยความไม่มั่นใจ สายตาเหลือบไปเห็นเหมราชที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีกรมเงา ข้างกายมีหญิงสาวร่างบางนุ่งน้อยห่มน้อยคอยบีบนวดเอาอกเอาใจอยู่ไม่ห่าง พลันหัวใจดวงน้อย ๆ ปวดหนึบ
เสี่ยเหมจะยกมือไล่หญิงสาวคนนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าใส่ แล้วออกจากห้อง ไปพร้อมกับพวกบอดี้การ์ดสี่คนที่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้ด้วย
“นั่งลงสิ” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เอิงเอยเดินเข้าไปนั่งลงบนพื้นกระเบื้องราคาแพงตรงหน้า
“ลุกมานั่งข้าง ๆ ฉัน”
“คือ... อะ เอิงนั่งตรงนี้ดีกว่าครับ”
“ทำไมเธอต้องดื้อกับฉันด้วยเอิงเอย”
“เอิงว่ามันไม่เหมาะ ตอนนี้เอิงมีลูกแล้วนะครับ”
“มีลูกแล้วยังไง ฉันก็ไม่ได้จะเอาเธอเป็นแม่ของลูกฉันสักหน่อย”
“เอิงไม่ได้หมายความแบบนั้น เอิงแค่... ละอายใจกับลูกที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้”
“งั้นเหรอ...” เสี่ยใหญ่วัยสามสิบห้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างผอม มือหยาบกร้านประดับรอยสักรูปงูเชยปลายคางมนให้เงยขึ้น ก่อนพูดต่อ
“แล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ กับเงินห้าล้าน” ใบหน้าคมคร้ามเลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เอ่อ... งะ งั้นให้เอิงทำงานอย่างอื่นชดใช้หนี้แทนดีไหมครับ เอิงทำให้ได้หมดทุกอย่างเลย” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัยยี่สิบห้าละล่ำละลักบอก
“หึ!” เสียงแค่นขำพร้อมกับผลักใบหน้าไม่เต็มแรงนัก
“ตำแหน่งงานพวกนั้นฉันจะรับมาทำอะไรล่ะเอิงเอย ฉันบอกเธอแล้วไงว่าร่างกายของเธอมันเป็นประโยชน์สำหรับฉัน”
“แต่เอิงทำไม่ได้จริง ๆ นะครับ”
“ถ้าทำไม่ได้ก็หาเงินมาคืนให้ฉันตอนนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันก็จะทวงหนี้เหมือนที่เจ้าหนี้คนอื่นเขาทำกัน แต่พอดีฉันมือหนักซะด้วยสิ เดี๋ยวจะทำกระดูกของเธอหักเอาได้”
“เสี่ย!”
“ทำไม คนอย่างเธอมีสิทธิ์ต่อรองกับฉันด้วยเหรอ”
“...” ริมฝีปากบางสีชมพูเม้มเข้าหากัน มือสองข้างก็บีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เงินตั้งห้าล้านจะให้ไปหามาจากไหนกัน แบบนี้ไม่เท่ากับว่าต้อนเขาให้จนมุมเพื่อรับงานที่อีกฝ่ายเสนออย่างนั้นเหรอ
“ว่ายังไงเอิงเอย”
“เอิงคือ... เอิง” ร่างเล็กอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ มันทำให้คนเป็นเสี่ยเริ่มหงุดหงิดไม่น้อย
“คิดดูดี ๆ ก่อนสิ ที่จะพูดอะไรออกมา ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจเหมือนเมื่อก่อน ฉันก็จะเลี้ยงดูเธอกับเด็กนั่นให้สุขสบาย”
จริงอยู่ว่าการเป็นเด็กเสี่ยเหมมันไม่ได้แย่ อยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปากขอ อ้อนนิดอ้อนหน่อยก็ได้สิ่งของอย่างที่ต้องการ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ต่างจากเมื่อห้าปีก่อนที่บีบบังคับให้เขาต้องหาเงินมาใช้หนี้ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ตอนนี้เอิงเอยมีลูกแล้ว
“เสี่ยให้เวลาเอิงสักอาทิตย์ได้ไหมครับ เดี๋ยวเอิงจะหาเงินมาคืนให้”
“ไม่ได้!” เหมราชตวาดเสียงแข็ง ทำเอาคนที่นั่งเกร็งอยู่บนพื้นสะดุ้งโหยง
“...”
“เธอผิดนัดฉัน ฉันไม่ว่า เพราะตอนนั้นฉันติดงานที่ต่างประเทศพอดี ถือว่าให้โอกาสเธอได้หาเงิน แต่นี่มันผ่านมาหลายวันแล้วเอิงเอย เธอก็ยังหาเงินมาให้ฉันไม่ได้เลย อย่าหาว่าดูถูกเลยนะ คนอย่างเธอถ้าไม่เอาตัวเข้าแลกแล้วจะหาเงินจากไหนมา”
วาจาที่เอ่ยออกมาไม่มีคำหยาบคาย แต่มันแรงจนคนฟังหน้าสั่น ได้แต่จุกอยู่ในอก จริงอยู่ที่ว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ การที่มีแม่ไม่เอาไหนอย่างพิไล แถมยังสร้างหนี้ให้เขาต้องชดใช้ไม่เว้นแต่ละวันอีก ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอนาคตวันข้างหน้าสิ่งที่เอิงเอยห่วงที่สุดก็คือความปลอดภัยของคนเป็นลูก
ช้างไม่ใช่เด็กที่ยอมคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อาจจะเป็นภัยต่อตัวช้างเอง เด็กตัวน้อยนิดแม้ห้าวหาญมากแค่ไหน ก็ไม่ได้มีกำลังวังชาเทียบเท่าผู้ใหญ่
อยู่ ๆ คำพูดของเหมราชก็ลอยเข้ามาในหัว
“ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ มันหมดไปตั้งแต่เธอขายตัวให้ฉันเมื่อห้าปีก่อนแล้วเอิงเอย”
“แล้วเสี่ยจะให้เอิงทำอะไรเหรอครับ เสี่ยถึงจะพอใจ”
“คลานเข่าเข้าหาฉัน”
เมื่อไม่มีทางเลือกร่างเล็กก็ค่อย ๆ ขยับกายคลานเข่าไปใกล้คนโตกว่ามากขึ้น รอยยิ้มร้ายกรีดยกที่มุมปากหยัก
“ทำให้ฉันพอใจสิ เหมือนที่เธอเคยทำให้ฉันเมื่อห้าปีก่อน ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จได้หนึ่งครั้ง หนี้ก็จะลดลงไปห้าหมื่น เธอคิดว่าข้อเสนอที่ฉันยื่นให้มันคุ้มหรือเปล่า”
“...”
“ยังต้องคิดนานอีกเหรอ ครั้งละห้าหมื่นเธอหาไม่ได้แล้วนะเอิงเอย ถ้าหากออกไปเดินเร่ขายตัวตามข้างถนน ครั้งละสองพันมันก็มากพอสำหรับเธอแล้ว”
คนไม่มีทางเลือกตัดสินใจเอื้อมมือไปดึงเชือกคาดเอวออก เหมราชกระตุกยิ้มร้ายข้างมุมปากอีกครั้ง มือขาวแหวกชายเสื้อคลุมสีกรมออกไปทางด้านข้างเผยให้เห็นลอนหน้าท้องที่แน่น และท่อนเนื้อเท่าแขนเด็กดีดผึงออกมาจนร่างเล็กตกใจ
ส่วนปลายหัวหยักตั้งชูชันเป็นลำแข็งประดับด้วยเส้นเลือดปูดโปนสุขภาพดี ขนาดของมันเคยเข้าไปอยู่ในร่างกายเขาได้อย่างไร เอิงเอยก็ยังแปลกใจพอสมควร
“อ้าปาก แล้วอมเข้าไป”
“มันใหญ่ เอิงไม่แน่ใจว่า...”
“อย่ามาทำเป็นกระแดะนักเลย เมื่อก่อนเธอก็เคยอมมาแล้ว ไม่เห็นจะสำออยเหมือนตอนนี้”
“...”
