บทที่ 2 อย่าเล่นกับไฟ

บทที่ 2

อย่าเล่นกับไฟ

@ตรัง

พิธีฌาปนกิจศพผ่านไปแล้วแขกเหรื่อต่างทยอยกันกลับส่วนญาติสนิทมิตรสหายต่างก็อยู่เป็นกำลังใจให้เจ้าภาพและผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

หลังจากที่นายหัวเขมราช ขึ้นไปวางดอกไม้จันทร์ให้กับว่าที่คู่หมั้นเป็นคนสุดท้าย ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีใครเข้าหน้านายน้อยของทุกคนได้เลย แม้กระทั่งนายหัวใหญ่และนายแม่ ใครๆก็รู้ว่านายหัวเขมนั้นโคตรดุ สีหน้าเคร่งขรึมเรียบนิ่งอยู่ตลอด พูดน้อยแทบจะนับคำได้ รอยยิ้มที่มีเสน่ห์แทบจะหยุดโลกทั้งใบให้หยุดหมุนนั้น อย่าหวังว่าจะมีใครได้เห็นยกเว้นยามที่อยู่กับน้ำตาลว่าที่คู่หมั้นสาวคนเดียวเท่านั้น

นายหัวเขมเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง มีความเด็ดขาด และด้วยความมีทักษะทางด้านการต่อสู้ที่หาคู่ปรับได้ยาก จึงทำให้ชายหนุ่มสามารถควบคุมคนงานเหมืองนับร้อยได้ ไม่มีใครกล้าลองดีกับเขมราช เลยสักคน คนล่าสุดที่เคยล้ำเส้นกับเขาคางเหลืองจนเกือบติดเตียงมาแล้ว ด้วยนิสัยความโหดดิบเถื่อนไม่เคยไว้หน้าใคร หากร้ายมาเขมราชก็จะร้ายกลับยิ่งกว่า จึงทำให้ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าหือกับชายหนุ่มเลยสักคน

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่หน้าคมเข้มขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ผู้เป็นนายกำลังคิดอะไรอยู่ ความที่เป็นคนเก็บอารมณ์ไว้ข้างในไม่ยอมพูดมันออกมา จึงไม่มีใครล่วงรู้ได้และก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม

ทุกคนต่างรับรู้ว่าก่อนหน้านี้นายหัวเขมถึงกับช็อกกับข่าวที่ได้รับเมื่อจู่ๆว่าที่คู่หมั้นสาวกินยาฆ่าตัวตายอย่างอนาถพร้อมลูกในท้องอายุครรภ์สามเดือน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาวน้อยผู้สดใสในสายตาของทุกคนรวมทั้งเขมราชเองก็ด้วย

เขมราช อัศวเมธี หรือ นายหัวเขม อายุ 30 ปี ยืนตระหง่านอยู่หน้ารูปถ่ายที่มีรูปสาวสวยหน้าหวานในชุดนักศึกษาดูสดใสด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ชายหนุ่มจ้องมองว่าที่คู่หมั้นที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็น ใบหน้าหล่อค่อยๆขบกรามเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูนปูดก่อนจะยื่นแขนออกไปวางดอกไม้จันทน์เป็นคนท้ายสุด

"พี่จะเอาคืนมันอย่างสาสม" มืออีกข้างกำโทรศัพท์ไว้แน่นไม่มีใครรู้ว่าไฟในอกที่สุมไว้มานานหลายวันกำลังปะทุรอวันเอาคืนคนที่ทำให้น้ำตาลต้องตายอย่างอนาถ

"ไอ้แผ่นดินมึงจะไม่มีวันสงบสุข กูจะตามลากมึงให้คลานเหมือนหมามากราบหลุมศพคนที่กูรัก และจะทรมานมึงจนกว่าจะสาแก่ใจกู!" 

สามเดือนต่อมา

"คืนนี้ทุกคนไม่เมาไม่กลับโว้ย"

ไอ้กายและเพื่อนในกลุ่มยกแก้วชนกันเสียงเฮลั่นผับ ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆต่างก็หันมองมาด้วยความสนใจ ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยครับผมชื่อ ดิน หรือ แผ่นดิน ธนพัฒน์ภูวดล อายุ 22 ปี หล่อ รวย และเก่ง อันที่จริงผมก็ต้องยอมรับคุณสมบัติเหล่านี้ว่าผมมีครบ สาวๆที่ผ่านเข้ามาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าชู้และเซ็กส์จัดกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม

แต่ผมว่าข้อกล่าวหาสุดท้ายที่พวกเธอตั้งฉายาให้ไม่ใช่ทั้งหมด ผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการเหมือนผู้ชายคนอื่นทั่วไป เมื่อไม่มีใครที่ถูกใจถึงขั้นใช้คำว่าแฟน ผมก็ต้องเฟ้นหาเมียในอนาคตต่อไปเรื่อยๆแล้วมันผิดตรงไหน

ที่ผ่านมาไม่เคยคบใครได้เกินอาทิตย์ ผมเปลี่ยนสาวไม่ซ้ำหน้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแต่ละคนชื่ออะไรกันบ้าง กฎของผมทุกคนที่เข้ามาต่างก็รู้ดี ผมไม่เคยบังคับใครขึ้นเตียง ทุกคนต่างก็ยอมรับและยินยอมถวายตัวด้วยกันทั้งนั้น

กลุ่มของผมมีด้วยกันทั้งหมดสี่คน ก็จะมีผม ไอ้ผู้กอง ไอ้กัน และเพื่อนสนิทสุดก็คงเป็นไอ้กาย หรือสกาย ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก บ้านของเราอยู่ไม่ไกลกันนักพ่อแม่มันเป็นไฮโซดัง ตัวมันก็หล่อ รวย ติดจะเป็นคนขี้เล่นปากหมาสนุกสนานสาวๆนี้ติดกันตรึม พวกเราทั้งสี่มีนิสัยคล้ายกันคนอื่นอาจมองว่าเจ้าชู้อาจเพราะหน้าตาฐานะที่เป็นจุดขาย สาวๆมากมายต่างเข้ามาให้เลือก ควงสาวไม่เคยซ้ำหน้า ไม่เคยลงเอยกับใครจริงจังสักรายเลยมีภาพลักษณ์แบดบอยอะไรประมาณนั้น แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อพวกเรามันรักสนุก ชอบอิสระ เพราะเหตุนี้ถึงได้รับฉายาจากบรรดาแฟนคลับทั้งหลายให้เป็นเป็นแก๊งเทพบุตร เห็นพวกเราอย่างนี้แต่ก็ไม่เคยก่อความเดือดร้อนให้คนที่บ้านต้องปวดหัวหรอกนะครับ 

ไอ้กายมันชอบไปคลุกอยู่ที่บ้านผมให้พี่ขิมโขกสับเล่น พี่สาวของผมใช้งานมันอย่างกับทาส มันกลับไม่โกรธแถมยังเต็มใจทำให้ทุกอย่างถึงจะบ่นกระปอดกระแปดไปบ้างก็เถอะ แต่นั่นเป็นความสุขของมัน ไอ้บ้านี่โรคจิตชะมัด! ใครทนพี่ขิมได้ก็ถือว่ายอดคนแล้วละครับ

วันนี้เป็นวันสิ้นสุดการฝึกงานหลังจากไปยื่นหนังสือส่งตัวกลับกับทางมหาวิทยาลัย พวกเราต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าคืนนี้จะนั่งกันยันผับปิดถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งที่จบการศึกษา หลังจากที่บากบั่นกันมานานถึงสี่ปี โดยเฉพาะเทอมสุดท้ายที่แสนหฤโหด ผมต้องไปฝึกงานกับบริษัทของตัวเอง ไม่สิของพี่ขิมต่างหากล่ะ…

ตอนนี้พี่ขิมเป็นคนดูแลกิจการเองทั้งหมด อายุก็ปาไปสามสิบแล้วแต่ยังไม่มีแฟน และหาแฟนไม่ได้คงได้ขึ้นคานอย่างไม่ต้องสงสัย อันนี้ผมยืนยันได้เลย คงไม่มีใครอยากได้พี่สาวผมไปเป็นแม่ เฮ้ย!ไปเป็นเมียแน่นอน ขี้บ่น จู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ และอีกจิปาถะ

ระหว่างฝึกงานชีวิตของผมเหมือนติดอยู่ในคุก หนุ่มเพลย์บอยหน้าตาดีอย่างผมเลยต้องขาดของไปหลายเดือน ได้มือตัวเองแก้ขัดไปพลางๆก่อน เพราะไม่สามารถออกมาเที่ยวสถานบันเทิงหรือออกไปใช้ชีวิตอย่างหนุ่มสำราญได้เลย เพราะพี่ขิมไม่ยอมให้ผมออกนอกลู่นอกทางทั้งกราบทั้งไหว้ให้ผมตั้งใจและโฟกัสเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น

พี่ขิมและเลขาสุดโหด อาทิว ผู้เป็นเหมือนญาติที่เหลือเพียงคนเดียวทั้งสองต่างเคี่ยวเข็ญอย่างหนักเพื่อให้ผมได้เรียนรู้จะได้มาช่วยพี่ขิมที่ตอนนี้ผอมเหลือเพียงเนื้อหุ้มกระดูกเพราะโหมงานหนักจริงๆ

พวกเรามีกันอยู่เพียงสองคน พ่อกับแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน ทิ้งพวกผมไว้กับสมบัติมากมายมหาศาลพร้อมกับธุรกิจการบินที่กำลังขยับขยายตัวใหญ่โต 

"ไอ้ดินมึงต้องรายงานเจ๊ก่อนป่ะเนี่ย" 

พักหลังพี่ขิมเข้ามาคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกกรอบ จนผมเองก็รำคาญ บางครั้งก็ปิดเครื่องหนีซะเลย แต่สุดท้ายต้องเดือดร้อนถึงไอ้กายที่มาเป็นกระโถนรองรับอารมณ์พี่สาวผม

"มึงจะพูดทำไมให้กูเสียบรรยากาศ หงุดหงิดชิบหาย!" 

ช่วงนี้ผมจะต้องฟื้นฟูร่างกายเสียหน่อย ห่างหายจากสาวผิวขาว อกตูมๆเอวคอดกิ่วสะโพกผายมาตั้งหลายเดือน คืนนี้ผมจะเอาน้ำออกให้หมดตัว 

สายตาคมกวาดตามองหาสาวสวยที่ถูกใจ ผู้หญิงหลายคนที่เข้ามาทักทายชนแก้วแล้วแก้วเล่า มองยังไงก็ยังไม่มีใครถูกใจสักที

ระหว่างที่ผมกำลังสอดสายตาไปโดยรอบ ไอ้ผู้กองก็เอ่ยถามท่าทางมันดูกระวนกระวายแปลกๆ

"เออ ไอ้ดินกูเพิ่งนึกได้ มึงรู้เรื่องเด็กมึงหรือยัง"

"เด็กกู เด็กไหนวะไอ้สัส ผู้หญิงที่กูนอนด้วยมีเป็นร้อย" ผมบอกไปเสียงขุ่นสายตายังคงจ้องหาเหยื่อ

"ก็ผู้หญิงหน้าหวานสวยๆที่มึงใช้เวลาล่อไปเกือบสองชั่วโมงเมื่อสามเดือนก่อนนะ"

"ไอ้เชี้ย! ผู้หญิงที่ขึ้นเตียงด้วยมันก็สวยหวานทุกคนเปล่าวะ แล้วนานขนาดนั้นกูจะไปจำได้ไงวะ"

"แต่คนนี้กูเห็นมึงติดใจมากกว่าใคร เด็กการโรงแรมชื่อน้ำตาลนี่แหละถ้าจำไม่ผิด"

"แล้วไง แล้วมึงเป็นเมมโมรี่ให้กูหรือไงถึงได้จำผู้หญิงที่กูเอาได้หมด"

"เอาน่ากูมันความจำดีไง แต่ช่างมันเถอะเรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่ที่กูจะบอกคือน้องมันฆ่าตัวตาย"

"ห๊ะ!!" ทั้งผม ไอ้กาย และไอ้กันต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกัน

"แน่ใจนะ เมื่อไหร่" ถึงแม้ว่าผมจะจำหน้าค่าตาของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็อดรู้สึกใจหายอยู่ดีพอได้ยินข่าวสะเทือนใจที่น่าสลดหดหู่แบบนี้ มันก็ทำเอาใจเจ็บแปลบ อย่างน้อยครั้งหนึ่งเธอก็เคยมอบความสุขให้

"กูก็ตกใจมากได้ยินว่าเธอตาย ข่าวว่าท้องด้วยนะเว้ย"

"ท้องเหรอวะ" ผมมุ่นคิ้วถามด้วยความสงสัย

"ไม่ใช่มึงเป็นพ่อเด็กในท้องล่ะ"

"ไอ้สัส! กูไม่เกมกับใครง่ายๆหรอก" ผมสวมเกราะป้องกันอย่างดี ถุงยางอนามัยเกรดเอไม่มีพลาดแน่นอน

"แต่ว่ามีช่วงหนึ่งมีคนมาถามถึงมึงที่นี่ด้วยนะ"

"ถามถึงกู ทำไมวะ" ผมเหลือบตามองไอ้ผู้กองที่เป็นสายข่าวตัวพ่อ ที่มันรู้เรื่องราวต่างๆมากกว่าคนอื่นเพราะมันประจำอยู่ที่ผับแห่งนี้ ที่นี่เป็นของพี่ชายมัน ที่ฝึกงานก็ใกล้ๆแค่ปลายจมูก ตอนเย็นมันก็เลยต้องมาช่วยพี่ดูร้าน

หลังจากสาดบรั่นดีแบบเพียวๆลงคออึกใหญ่ รสชาติของมันโคตรบาดคอแต่ละมุนลิ้นมากกลิ่นของมันหอมกำจายออกมา

"ไม่รู้ว่ะ แต่กูเห็นมีรูปมึงอยู่หน้าจอโทรศัพท์ของไอ้ผู้ชายคนนั้นเลยนะ ท่าทางแม่งโคตรดุเถื่อน สัส! กูเห็นยังรู้สึกหลอนอยู่เลย ตอนที่เขาเข้ามาถาม" 

ผมมองหน้าคนพูดพลางส่ายหน้า มันจะหลอนอะไรนักหนาก็คนเหมือนกัน ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมผมต้องกลัวแค่อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมันตามหาผมเพื่อ...แล้วไหนจะรูปโปรไฟล์ที่มันตั้งเป็นภาพหน้าจออย่างที่ไอ้ผู้กองมันบอกอีกละ มันน่าสงสัยก็ตรงนี้แหละว่ามันจะตั้งทำไม

"มึงไม่ได้ไปทำอะไรไว้เรี่ยราดใช่ไหม" ไอ้กายถามพลางจ้องหน้าผมอย่างจับผิด ไอ้นี่มันทำตัวยิ่งกว่าพ่อส่วนพี่ขิมก็ทำตัวเป็นแม่ผมอีกคนไปแล้ว

"มึงไปเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนตั้งแต่เมื่อไหร่กันถึงได้จี้กูจังวะ ห๊ะ!" 

"มึงมีหน้าที่ตอบก็ตอบไป สัส! " 

"คนอย่างกูเนี่ยนะจะไปกินเรี่ยราด มึงน่ะว่าไปอย่าง ไอ้เวร" ผมแซะไอ้คนปากหมา ใครๆก็รู้ว่าไอ้ผู้กองมันกินไม่เลือก ขอแค่จับดูไม่มีหางมันก็ฟาดเรียบหมดแหละ แต่สำหรับผมไม่ใช่ อย่างน้อยสาวสวยที่จะขึ้นเตียงด้วยต้องเกรดพรีเมี่ยมไม่ดาวคณะก็พวกเน็ตไอดอล พวกคุณหนู หรือแม้แต่คนในแวดวงสังคมไฮโซรวมถึงพวกดาราที่ต้องการรวยทางลัด เพราะผมมีให้ได้ทุกอย่าง ผมรู้จักคนในวงการมากหน้าหลายตา 

"ระวังเถอะเจ้าชู้ดีนัก สักวันเผลอไปยุ่งกับเมียชาวบ้าน ผัวเขาจะได้เอาลูกปืนมากรอกปากมึง อย่าเล่นกับไฟให้มันมากนัก" ไอ้กายเตือนด้วยความเป็นห่วงอีกรอบ สีหน้าจริงจังจนผมรับรู้ได้ 

"เล่นกับไฟห่าไร บอกตัวเองเถอะ กูไม่เคยทำเชี้ยแบบนั้นแน่นอน แล้วเนี่ยมึงแหกตาดูสามเดือนแล้วกูยังไม่ได้เอาน้ำออกเลย เป้ากูจะปริอยู่แล้ว" ผมตบเบาๆตรงเป้าตุงๆ บอกพวกมันไปอย่างมั่นอกมั่นใจ 

"ว่าแต่มันมาตามหาไอ้แผ่นดินทำไมวะ" 

"........... " ไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครไม่มีใครตอบได้ ทุกคนจึงเอาแต่นั่งเงียบ 

"พวกมึงจะเอาอะไรอีกไหม" ผู้กองหันไปถามเพื่อนเมื่อเห็นว่าเครื่องดื่มร่อยหรอลงไปเยอะมากแล้ว เพื่อนๆพยักหน้าเป็นคำตอบ ผู้กองจึงยกมือเรียกสาวน้อยหน้าตาดีเข้ามา

"นี่ใครวะเด็กใหม่เหรอ กูไม่ยักจะเคยเห็น" ผมเอ่ยถามขณะที่สาวสวยกำลังเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ๆ

"มาทำงานที่นี่ได้สองอาทิตย์แล้ว แต่กูก็ไม่รู้ว่านะว่าเป็นใคร เห็นว่าเข้ามาของานพี่ชายกูทำอ่ะ" สายตาของผมยังคงจ้องมองร่างบางอย่างไม่วางตาและอีกฝ่ายก็ดูจะจ้องหน้าผมเช่นกันอย่างไม่คิดจะยอมหลบ

"คุณผู้กองจะรับอะไรคะ เดี๋ยวไอซ์จัดมาให้" เสียงหวานเล็กเอ่ยถาม

"เอาเหมือนเดิมมาอีกชุด" 

หลังจากนั้นเธอก็เดินบิดสะโพกออกไปเหมือนต้องการจะยั่วยุอารมณ์ผมให้กระเจิดกระเจิง ไม่นานสักพักก็กลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มชุดใหญ่

"คนนี้กูจอง เท่าไหร่วะ" ผมพูดขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบมองสาวสวยร่างบางอย่างถูกใจ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมถูกใจเด็กเสิร์ฟ

"น้องมันไม่ขาย"

คำตอบที่ได้รับทำให้คิ้วสวยขมวดเข้ากันอย่างถูกขัดใจ ถึงแม้ลักษณะท่าทางจะไม่ใช่รุ่นน้องพวกผมก็เถอะ แต่เด็กเสิร์ฟที่นี่ผมก็เหมาเรียกว่าน้องหมดนั่นแหละ

"แต่กูจะเอา มึงก็รู้อะไรที่กูอยากได้กูต้องได้" เมื่อทุกคนเห็นผมพูดชัดเจนออกมาซะขนาดนั้น ก็ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ปล่อยไปเถอะ ให้เขาได้เจออนาคตที่ดี" ไอ้กันพูดขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบเก็บรายละเอียดทุกคนอยู่

"เด็กมึงมีตั้งเยอะแยะทำไมไม่เรียกมากดวะ ไอ้ห่านี่" 

ผมไม่ตอบยกแก้วเหล้าดื่มรวดเดียวจนหมด ทุกคนดื่มแล้วพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยตามประสาผู้ชาย จนเวลาล่วงเลยไปเที่ยงคืนทำให้แต่ละคนดื่มที่นั่งดื่มพูดคุยกันเพลินเริ่มจะกรึ่มๆไปบ้างแล้ว ส่วนไอ้ผู้กองนั้นมันเมาเละ 

ผมขอตัวออกไปสูบบุหรี่ด้านนอกตรงที่สูบบุหรี่ พลันสายตาก็มองไปเห็นสาวสวยคนที่ตัวเองเล็งไว้ตั้งแต่แรกกำลังยืนก้มๆเงยๆอยู่ตรงทางเดินไปห้องน้ำ ผมเดินตามด้วยช่วงขาที่ยาวก้าวไม่กี่ก้าวก็คว้าแขนเรียวเล็กนั้นได้ทัน ทำให้ผู้หญิงตกใจสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสะดุดล้มลงจนร่างบางเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง ผมยกยิ้มอย่างพอใจในขณะที่อีกฝ่ายหน้าถอดสี ถ้าให้เดาผมว่าเธอแสร้งสะดุดล้มมากกว่า

คนสวยเพ่งมองหน้าผมชั่วขณะก่อนจะขัดขืนให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรงที่ผมโอบกอดเธอไว้

"จะรีบไปไหน” ผมถามเมื่อเธอแสร้งเดินหนี

“ขายเท่าไหร่" ผมถามเสียงเรียบ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากปากบางสวย

"ไปนอนกับฉันไหม ฉันถูกใจเธอมากแต่ฉันจะไม่นอนกับใครฟรีๆถ้าอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมา" 

ผมเสนอไปอย่างเช่นทุกครั้งแต่ถึงแม้จะถูกใจมากแค่ไหน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจผมก็ไม่เอา สาวหน้าหวานไม่ยอมเอ่ยปากตอบเอาแต่จ้องหน้าผมเขม็งราวกับมีปัญหาอะไรบางอย่างกับผม

"ถ้าไม่ตอบนี่จะถือว่าไม่ปฏิเสธ ฉันจะคิดอย่างนั้นนะ" 

ผมหรี่ตามองอากัปกิริยาอีกฝ่าย รู้สึกว่าเธอมีสายตาแปลกๆยามที่จ้องมองมาไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นทั่วไป มันเลยทำให้ผมอยากรู้ว่าเธอจะแตกต่างจากคนอื่นไหม

"ไม่ขายค่ะ" คำตอบที่ได้รับทำให้ผมมีอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธผมเลย แน่นอนว่าเธอคนนี้ดูแปลกกว่าใครหลายคน

แต่จู่ๆก็มีเสียงทุ้มกดต่ำดังขึ้นทางข้างหลังพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งหน้าตาดีถึงขั้นว่าหล่อจัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าคมคาย แต่หนักไปทางดุมากกว่า โดยเฉพาะดวงตายาวรีที่แข็งกร้าวคู่นั้น ข้างกายมีชายฉกรรจ์ตัวล่ำไม่ต่ำกว่าห้าคนยืนขนาบไว้

" ถ้ามึงอยากมาก... กูสงเคราะห์ให้เอาไหม"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป