บทนำ
บท 1
บทที่ 1
ความสัมพันธ์แบบวันไนท์ NC18+
เสียงเพลงข้างล่างยังคงดังเล็ดลอดเข้ามาบนห้องรับรองของแขกวีไอพี ในระหว่างที่ผมพาผู้หญิงที่ถูกใจขึ้นมาบนนี้เพื่อมีความสุขด้วยกัน ผมดันร่างบางกับประตูทันทีที่ปิดสนิทลง คนตรงหน้ายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อของผมอย่างรีบเร่งมือไม้เล็กสั่นน้อยๆ ดวงตาคมสวยปรือฉ่ำหวานยามมองสบตากันกับผม ลิ้นบางตวัดเลียริมฝีปากตนเองอย่างยั่วยวนปลุกปั่นอารมณ์กำหนัดให้พลุ่งพล่าน สาวสวยตรงหน้าส่งเสียงครางลึกในลำคอระบายความเสียดเสียวเมื่อผมไล้นิ้ววนไปยังลำคอระหงลากลงมากลางร่องอกอวบอิ่มแล้วกระชากผ้าพลิ้วบางออกมาจนขาดวิ่นเนื้อนวลขาวเสียดสีจนเกิดรอยแดง
"อ๊ะ ใจเย็นสิคะ น้ำตาลมีเวลาให้พี่ดินทั้งคืน"
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร จนเธอแทนตัวเองว่าน้ำตาลแต่ก็ดูจะหวานสมชื่อ เสียงครางกระเส่ายามผมไซร้ซอกคอระหง มือหนาสอดเข้าไปเคล้นคลึงหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่ล้นทะลักบราลูกไม้สีดำ เนื้ออกนุ่มถูกบีบเคล้นจนล้นออกมาตามง่ามนิ้ว ส่วนมืออีกข้างก็สอดเข้าใต้ชายกระโปรงล้วงเข้าไปยังกลีบเนื้อสาวที่มีชั้นในตัวกระจ้อยร่อยปิดบังไว้แทบไม่มิด กลางกายมีน้ำฉ่ำเยิ้มออกมาจนเปียกชุ่มชั้นในตัวจิ๋ว ไม่บอกก็รู้ว่าคนตรงหน้าพร้อมมากสำหรับศึกรักในค่ำคืนนี้ ผมเข้าไปบดจูบเธอทันทีที่อีกฝ่ายเผยอปากออกอย่างยั่วยวน เราทั้งคู่แลกลิ้นกระหวัดพันเกี่ยวกันจนน้ำลายสีใสไหลยืด ผมดันร่างบางมายังกลางห้องผลักเธอเบาๆ จนอีกฝ่ายล้มลงกลางเตียงนอนนุ่ม
"อ่า..พี่แผ่นดินเร่าร้อนจัง"
เสียงเธอครางกระเส่ายามที่ผมกระชากเนื้อผ้าน้อยชิ้นออกจากร่างอย่างไม่ปราณี เพราะไม่อยากให้เสียเวลาแม้แต่นิดเดียว บรั่นดีที่ผมกระดกเข้าไปไม่น้อยผสมกับความรุ่มร้อนกลางกายที่ปวดหนึบเพราะถูกอีกฝ่ายยั่วๆบดๆเล้าโลมผมตั้งแต่อยู่ชั้นล่างของผับสุดหรูแห่งนี้แล้ว ทำให้ผมอยากจะปลดปล่อยน้ำกามออกมา อยากทำโทษที่เธอทำผมร้อนรุ่มไปทั้งลำกาย
"อืม…อ่าส"
ร่างขาวเนียนอวบอิ่มกำลังบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน ยามที่ผมก้มลงทักทายส่วนต่างๆซุกไซร้ลำคอขาวเนียน ลีลาลงลิ้นลากไปตามผิวขาวเนียนนุ่มของผมทำเอาเธอครางกระเส่าบิดกายเร่าๆไปมาด้วยความสยิว สองมือเล็กขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ง่ามขาอ่อนเนียนเรียบอ้ากว้างออกอย่างเชิญชวน เพื่อรอรับนิ้วเรียวยาวที่สอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในกลางกายสาวฉ่ำเยิ้ม ขยับเข้าออกจนเกิดเสียงดังฉ่ำแฉะปนกับเสียงหวานครางกระเส่า ร่างงามแอ่นอกอวบรับปลายลิ้นสากดูดดุนขบกัดยอดอกสีสดที่แข็งชูชันสลับหมุนเปลี่ยนกันไปมาทั้งสองข้างอย่างช่ำชอง
“พี่ดิน...อ่าา...ซี้ด”
ผมผงกหัวขึ้นมองใบหน้าหวานที่เชิดหน้าครางด้วยความเสียวซ่านอย่างพึงพอใจ เมื่อทุกอย่างพร้อมผมไม่ลืมสวมเกราะป้องกันราคาแพงทุกครั้งที่มีอะไรกับผู้หญิงทุกคน ป้องกันไว้ทุกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ผมจ่อแท่งเอ็นอุ่นร้อนที่ขยายใหญ่เต็มมือจนเห็นเส้นเลือดปูดรอบลำกาย ขยับแท่งรักทักทายปากร่องสีหวานก่อนจะตอกอัดเข้าไปในร่องสาวท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนใต้ร่าง
"อ๊ะ..อ๊าา จุก อ่าสส"
เสียงครางกระเส่ายามผมสอดใส่เข้าไปทีเดียวจนสุดลำกาย เรียวปากเล็กร้องออกมาเสียงสั่นด้วยความเสียวสะท้าน แรงโหมกระหน่ำยามสะโพกสอบขยับบดอัดแกนกายเข้ากลางร่องสาวจนเธอครางระงมลั่นห้อง
"อ๊ะ…อื้อ"
เรียวปากเล็กร้องเสียงหลงหลับตาพริ้มไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่ถาโถมเข้าใส่อย่างหนักหน่วงหญิงสาวถูกจับขาสองข้างอ้าออกกว้างแล้วพาดไว้บนไหล่ทั้งสอง สะโพกสอบตอกอัดเอ็นร้อนเข้าใส่ร่องรักอย่างหนักจนกลีบดอกไม้สีสดเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำยามปลิ้นเข้าออกตามแรงขยับที่แสนดุเดือด ผมมองกลีบดอกไม้สวยที่กำลังกลืนกินแก่นกายอย่างตะกละตะกลามกระทั่งผมเริ่มครางในลำคออย่างพึงพอใจ
"อ่าสส... อื้ม...ตอดดีจัด..."
ผมถูกใจเธอมาก กลางกายสาวตอดรัดตัวตนของผมถี่ยิบเมื่อร่างบางกระตุกเกร็งยามถึงฝั่งฝันแต่ผมยังไม่เสร็จ ผมยังกระแทกตอกอัดเข้าไปในตัวเธออย่างต่อเนื่องขยับความเร็วอย่างแรงถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง
ผู้หญิงคนนี้เราเจอกันในผับประจำที่ผมเป็นลูกค้าวีไอพี ผมแวะมาอุดหนุนที่นี่แทบจะทุกคืนจนเป็นแขกประจำไปแล้ว รู้จักกับเจ้าของผับเป็นอย่างดี อาจเพราะความหล่อ เก่ง รวย ทำให้ทุกคนอยากจะทำความรู้จักและต่างก็เข้ามาเอาใจสารพัด ไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้วที่พวกเขาเหล่านั้นอยากเข้ามากระชับเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับผม จนผมชินไปแล้วไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับใครทั้งนั้น แค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวผมไม่เคยเก็บมาคิดให้รกสมอง
หน้าตาของสาวที่ผมหิ้วขึ้นห้องคืนนี้เธอสวยหวานมากทีเดียว ท่าทางของเธอดูเรียบร้อยจนผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ชอบความสัมพันธ์แบบวันไนท์แสตน ก็อย่างที่รู้เราจะเอาอะไรมากมายกับความ สัมพันธ์ที่ฉาบฉวยโดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบเที่ยวกลางคืนหาความสุขจากร่างกายตน ไม่ชอบการผูกมัดทำนองน้ำแตกแล้วแยกทาง นั่นคือสโลแกนที่ผมมีให้กับผู้หญิงเหล่านั้น รวมถึงคนที่กำลังครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างผมตอนนี้ก็ด้วย ตัวผมเองไม่สนหรอกนะว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน แค่ถูกใจและต่างฝ่ายต่างเต็มใจแค่นั้นพอ
เพราะสุดท้ายพวกเธอเหล่านั้นก็ต้องจบลงที่เตียงไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่ต่างก็รบเร้าอยากลิ้มรสรักกับผมกันทั้งนั้น ถึงขั้นยอมทำทุกอย่างขอแค่ได้ขึ้นเตียง ผมมันพวกดุดัน แซ่บ ปรนเปรอให้คู่นอนทุกคนอย่างถึงพริกถึงขิง พวกเธอรู้กฎของผมดีว่ารักสนุกแต่เราจะไม่ผูกพันกันเด็ดขาด
ผมมันพวกรักอิสระ ไม่รู้หรอกนะว่าความรักชายหญิงมันเป็นยังไงเพราะยังไม่เคยเจอคนที่ใช่สักที ไม่ชอบให้ใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ถ้าเจอใครที่ถูกใจ น่ารัก และวางตัวดีผมก็อาจจะมีครั้งที่สองและสามหรืออาจจะมากกว่านั้น ผมจ้องร่างบางที่แหงนหน้าครางเสียงพร่า เผยอปากน้อยๆยามผมกระแทกร่างเข้าใส่ ดวงตาคู่สวยปรือฉ่ำหวานดูเลื่อนลอยราวกับมีความสุขมากล้น
"อ๊ะ...อ่า...พี่ดิน อ่า ลึกไป" เสียงครางอย่างสุขสมบ่งบอกถึงความสุขที่ผมป้อนให้กับบทรักที่รุนแรงถึงอกถึงใจ
"อื้มมม...แน่น...อ่าสส"
ผมครางในลำคออย่างพึงพอใจ เมื่อส่วนอ่อนนุ่มบีบผมแน่นจนผมเสียวไปหมดทั้งลำกาย ทำให้ผมโหมกระหน่ำกระแทกกระทั้นร่างบางเป็นจังหวะรัวเร็ว ร่องเสียวตอดรัดความเป็นชายความคับแน่นทำผมเสียวจนทนไม่ไหว กว่าพายุรักจะสงบได้ ผมก็จับเธอทัวร์ไปรอบห้องไม่ว่าจะเป็นที่นอน โซฟา ห้องน้ำ และระเบียงผมกวาดมาหมด ผมสอบสะโพกกระแทกโหมกระหน่ำเข้าใส่จนร่างบางอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง เราเล่นสนุกอยู่อย่างนั้นเกือบสองชั่วโมงเต็ม ผมปลดปล่อยไปกับร่างสวยสองครั้ง และครั้งสุดท้ายกว่าผมจะปลดปล่อยและยอมถอดถอนแก่นกายออกจากร่องสาวที่บวมเป่งก็กินเวลาไปมากพอสมควร
"จะไปไหนคะ"
ร่างบางหน้าตาเหยเกด้วยความเจ็บยามลุกขึ้นมาเพื่อถามผม ใบหน้าสวยดูอ่อนเพลียอิดโรยมองมาที่ผมอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่ผมผละออกมาหลังจากทิ้งถุงยางอนามัยลงถังขยะในรอบสุดท้าย แล้วเดินลุกขึ้นสวมกางเกงมองมาที่เธอพลางถอนหายใจยาวเหยียด
"น้ำตาลถามว่าพี่ดินจะไปไหนคะ" เธอขมวดคิ้วถามซ้ำอย่างไม่พอใจที่เห็นว่าผมกำลังสวมใส่เสื้อผ้าอย่างลวกๆ
"ก็กลับไง"
ผมตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยก้มลงติดกระดุมเสื้อของตัวเองเสร็จพอดี ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวบนเตียงนอนที่กำลังมองมาที่ผมนิ่ง ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เธอทำหน้ายุ่งคว้าผ้าห่มผืนใหญ่คลุมกายแล้วขยับเข้ามาใกล้เอ่ยถามอีกครั้งอย่างไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ
"พี่จะออกไปไม่ได้นะคะ พี่ต้องอยู่คุยกันก่อน น้ำตาลเป็นเมียพี่แล้วนะ"
ผมสบตาเธอนิ่ง สงครามรักที่ผ่านมายอมรับว่าผมรุนแรง ดุเดือด ป่าเถื่อน กับเธอมากพอสมควร อาจเพราะเธอถูกใจผมมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง และร่องสาวที่ยังฟิตแน่นตอดรัดผมทุกครั้งที่ทำการสอดใส่เข้าไปตัวเธอ แต่ถึงอย่างไรผมก็รู้ดีว่าผมไม่ใช่คนแรกของเธออย่างแน่นอน ผมมองหน้าหวานพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
นี่ไม่ใช่คู่นอนคนแรกที่พูดอย่างนี้กับผม ระหว่างเรามันเกิดขึ้นก็เพราะตอบสนองตัณหาราคะ ตอบสนองความต้องการของกันและกันก็เท่านั้น
"ถ้าให้นับว่าผู้หญิงทุกคนที่ขึ้นเตียงกับฉันเรียกว่าเมีย แล้วยังต้องให้ฉันรับผิดชอบอีก ป่านนี้ฉันคงมีเมียครึ่งค่อนเมืองไปแล้ว หรืออาจจะมากกว่านั้น เธออาจจะน่าสนใจกว่าผู้หญิงคนอื่นที่ฉันขึ้นเตียงด้วย แต่เธอเองก็น่าจะรู้ดีตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า ระหว่างเราต่างคนต่างก็เต็มใจ มีความสุขวินๆทั้งสองฝ่าย ไม่มีข้อผูกมัด หรือเธอจะบอกว่าไม่รู้"
ผมเลิกคิ้วถามออกจะรำคาญด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอกำลังตั้งคำถามกวนใจทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด เพราะก่อนตามขึ้นมาบนนี้เธอเองก็ยอมรับกฎอย่างไม่อิดออด
คนบนเตียงเม้มปากแน่นไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ ผมยื่นเสื้อคลุมหนังเนื้อดีราคาแพงลิ่วของตัวเองให้เธอไว้สวมใส่ยามออกจากห้องรับรองนี้
"แต่น้ำตาลรักพี่นะคะ พี่ดินจะทิ้งน้ำตาลไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้"
หญิงสาวตัดพ้อ ดวงตาคมสวยแดงก่ำมองเสื้อคลุมที่ผมหยิบยื่นให้และธนบัตรสีเทาที่ผมเอาออกมาวางไว้โต๊ะข้างเตียงนอนจำนวนปึกใหญ่ ใบหน้าหวานส่ายหน้าไปมา น้ำตาสีใสเริ่มไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น
"อย่างี่เง่า ฉันไม่ชอบผูกมัด เธอเองก็น่าจะรู้ แต่ถ้าวางตัวดีฉันอาจจะสานสัมพันธ์กับเธออีกก็ได้ อย่าทำตัวน่ารำคาญนักเลยน่า"
ผมพ่นลมหายใจหนักๆบอกไปอย่างติดรำคาญ สายตาที่ทอดมองเธอบ่งบอกว่าเอือมระอาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะพาร่างสูงสาวเท้ายาวเดินไปยังประตูโดยไม่หันมามองคนที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่บนเตียงกว้าง
"พี่คิดจะฟันแล้วทิ้งหรือไง!!"
คนบนเตียงตะโกนถามเสียงห้วนอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น มือที่กำลังแตะลูกบิดประตูชะงักก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่าติดจะเย็นชาเสียด้วยซ้ำ ผมมองเธออย่างหงุดหงิดใจ เลิกคิ้วเป็นเชิงถามกับอีกฝ่ายเช่นกัน
"เฮ้อ! ฉันนึกว่าเธอจะเข้าใจอะไรง่ายๆซะอีก ฉันมันพวกไม่ชอบผูกมัด ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉันมันก็แค่น้ำแตกแล้วแยกทาง เข้าใจยากตรงไหน"
ผมกระชากเสียงห้วน จากตอนแรกที่ผมคิดไว้ว่าจะสานสัมพันธ์ต่อเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สามหรืออาจจะมากกว่านั้นแต่ตอนนี้คงไม่แล้ว ถ้าเธอจะงี่เง่าและคิดจะผูกมัดความสัมพันธ์ระหว่างเราทุกอย่างก็คงต้องจบลงแค่คืนนี้
ตอบเสร็จผมก็หันหลังให้ทันทีอย่างไม่ใยดี พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับไอ้กายเพื่อนสนิท กำลังยืนรออยู่ด้านนอกเตรียมยกมือจะเคาะประตูพอดีกับจังหวะที่ผมเปิดออกมา
"กูกำลังจะเคาะอยู่แล้วเชียวกว่าจะออกมาได้นะไอ้ดิน คนนี้เด็ดละสิท่าให้กูรออยู่ด้านล่างเกือบสองชั่วโมงเลยต้องขึ้นมาตามเนี่ย สัส!" ไอ้คนว่ามันทำหน้ายุ่งถามผมอย่างอยากรู้ พร้อมกับทำคอยืดคอยาวชะเง้อมองคนที่อยู่ด้านในห้อง
"ก็งั้นๆ มึงอย่าบ่นได้ไหม ทำตัวเป็นเมียกูอีกคนแล้วหรือไง" ผมตอบเพื่อนอย่างรำคาญพร้อมกับปิดประตูห้องเสียงดัง
ปัง!!!
ระหว่างผมกับคู่นอนก็มีเพียงเท่านี้ แต่ผมก็ไม่เคยนอนกับใครฟรีจะให้เงิน กระเป๋าแบรนด์เนม หรือสิ่งของอะไรก็ได้ที่พวกเธอเหล่านั้นอยากได้ ถึงแม้จะเป็นการสมยอมทั้งสองฝ่ายก็เถอะเพียงเท่านี้ทุกอย่างก็จบอย่างแฮปปี้ ต่างคนต่างแยกย้ายไม่มีการเรียกร้องหรือข้อผูกมัดหลังจากนี้ ยกเว้นว่าผมจะติดใจและอยากสานสัมพันธ์กันต่อเท่านั้น
บทล่าสุด
#36 บทที่ 36 Special เมื่อโรมอยากมีน้อง
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#35 บทที่ 35 บทส่งท้าย TheEnd
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#34 บทที่ 34 My baby
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#33 บทที่ 33 คืนหวาน
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#32 บทที่ 32 หลานสะใภ้ที่ถูกเลือก
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#31 บทที่ 31 ง้อด้วย...2
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#30 บทที่ 30 ง้อด้วย....1
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#29 บทที่ 29 คิดถึงนะ
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#28 บทที่ 28 ว่าที่พี่เขย
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026#27 บทที่ 27 ตัวตึงชื่อแผ่นดิน
อัปเดตล่าสุด: 6/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
ม่านหมอก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













