บทที่ 3 กักขัง

บทที่ 3

กักขัง

" ถ้ามึงอยากมาก... กูสงเคราะห์ให้เอาไหม"

น้ำเสียงแข็งกร้าวที่ดังจากคนแปลกหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกมองมาที่ผมด้วยใบหน้าถมึงทึง ข้างกายขนาบข้างด้วยชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคน ใบหน้าคมดุคิ้วเข้มดกดำมีดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว สายตาคู่นั้นมองมาที่ผมเต็มไปด้วยความแค้นและเกลียดชัง ให้ตายเถอะ!ผมสาบานได้ว่าไม่เคยรู้จักมักจี่กับไอ้ผู้ชายหน้าตาหล่อแต่ว่าท่าทางโคตรดุน่ากลัวนี้เลย

"แล้วมึงเป็นใครยุ่งไรด้วย ไม่เคยได้ยินสุภาษิตหรือไงว่าหมูเขาจะหามอย่าเอาคานเข้าไปสอด" ผมชักน้ำเสียงอย่างไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าไอ้บ้านี่มันตั้งใจเข้ามาหาเรื่องผมชัดๆ

"เป็นเจ้าชีวิตมึงไง"

ปึก!!!

สันกระบอกปืนกระแทกเข้ากลางหลังทำให้ผมรู้สึกเจ็บไม่น้อยแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมถึงกับทรุดสลบไปอย่างกับละครทีวี ผมมองหน้าไอ้คนตอบอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหันไปมองไอ้คนที่มันลอบกัดผมทางด้านหลังพร้อมกับพุ่งตัวจะเข้าไปจัดการกับคนที่มันกระทำ ไอ้ผู้ชายที่คาดว่าจะเป็นลูกน้องไอ้หน้าคมคิ้วเข้ม มันพุ่งเข้ามาแต่ผมใช้ความเร็วกว่ากระทุ้งเข่าเข้ากลางลำตัวอย่างแรงจนมันตัวงองุ้ม ยังไม่ทันจะเข้าไปซ้ำอีกรอบกลับถูกกระชากเส้นผมอย่างแรงจากทางด้านหลังให้หันหน้าไปมองสบตากับเจ้าของร่างสูง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่องแค่สบตาแต่ทำเอาผมรู้สึกเย็นยะเยือกสะท้านไปถึงกลางหลัง สายตาเย็นชามันเย็นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ 

"พวกเชี้ยคิดจะหมาหมู่เหรอวะ" 

ผมกัดฟันกรอดมองมันตาขุ่น ส่วนผู้หญิงที่ผมกำลังจะตก กลับเดินไปยืนยิ้มเหยียดอยู่ข้างหลังไอ้คนหน้าดุ พวกนี้มันต้องการอะไรจากผมกันแน่ ผมสลับมองเธอกับมันอย่างชั่งใจก่อนจะเอ่ยถามไอ้คนหน้าดุ

"มึงกับกูไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มึงต้องการอะไร"

พอถามมันออกไปแล้วพลันความคิดก็แวบไปถึงคำพูดของไอ้ผู้กองทันทีมันเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีผู้ชายท่าทางโคตรดุเถื่อนมาถามถึง แล้วไอ้ตรงหน้ามันก็เข้าเค้าที่ว่าแบบสุดๆ ท่าทางโคตรจะเถื่อนเห็นแล้วก็หลอนอยู่ไม่น้อยอย่างที่ไอ้ผู้กองมันพูดไว้จริงๆ

"กูไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบคนอย่างมึง" 

ใบหน้าโคตรหล่อของมันค่อยๆโน้มลงมาจนเราห่างกันแค่ปลายจมูกกั้น ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงใบหน้าของผมจนต้องเบี่ยงหลบ ก่อนมันจะพูดเสียงเล็ดลอดไรฟันออกมา ท่าทางไม่ได้เดือดร้อนกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดของผมเลยสักนิด และนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดกว่าการกระชากเสียงใส่เสียอีก ไอ้นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่บัดนี้เข้มขึ้นยิ่งกว่าเดิมยามเบือนมาสบตากัน อึดใจต่อมาผมก็ถูกกระชากเส้นผมจนแทบหงายหลังล้ม เจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด 

"ไอ้เชี้ย! ปล่อยกู! ไม่งั้นกูจะแจ้งตำรวจ" 

ผมตะโกนใส่หน้า แต่คนฟังกลับแสยะยิ้มไม่สนใจคำขู่ของผม เห็น มันยังลอยหน้าลอยตาโคตรกวนตีนไปอีก แววตาคล้ายจะดูถูกกันเสียด้วยซ้ำ ประกอบกับเสียงหัวเราะแผ่วต่ำในลำคอนั่นอีกด้วย ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นเป็นเท่าตัว

ตอนนี้ชักเริ่มไม่อยากรู้จักแล้วล่ะว่ามันเป็นใคร เมื่อไม่ตอบก็ไม่เห็นจะต้องเสียเวลาในเมื่อที่นี่มันถิ่นของผม ทำไมต้องกลัวด้วย แต่มันก็น่าแปลกใจที่ไม่มีใครเดินออกมาตามตัวผมเลยสักคน ทั้งที่ก็หายออกมาตั้งนานแล้ว

"มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง"

เสียงทุ้มกดต่ำพร้อมกับสายตาชนิดที่มองใครแล้วคนนั้นต้องรีบหลบ  เพราะมันทั้งคมกล้าน่ากลัวราวกับเสือที่กำลังสะกดเหยื่อแล้วพร้อมจะกระโจนเข้ามาขย้ำได้ทุกเมื่อ ผู้ชายคนนี้โคตรอันตราย ผมพยายามสะบัดตัวออกจากมือหนาที่กระชากผมไว้แต่มันกลับดึงแรงจนหนังหัวแทบหลุด

"จะไปไหน" น้ำเสียงเย็นกดต่ำจนผมแทบกลั้นหายใจเมื่อมันกระซิบพ่นลมหายใจเข้ามาถามข้างๆหู

"xวย แม่ง!ไอ้สัสนรก ออกไปไกลๆกูเลย" 

แน่นอนว่าผมไม่ได้แค่ต้องการด่าทอไอ้หมอนี่อย่างเดียวหรอก แต่อยากจะปรี่เข้าไปกระชากหนังหัวแล้วตวัดฝ่ามือไปบนหน้านิ่งของมันให้เลือดกลบปาก พระเจ้า! สาบานเลยว่าผมโคตรไม่ถูกชะตากับไอ้บ้าร่างยักษ์นี่เลย ทั้งที่หน้าตาของมันจัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมากและโคตรนิ่ง

"เอาตัวมันกลับไปด้วย" มันหันไปสั่งลูกน้องด้วยเสียงเย็นยะเยือก

"เดี๋ยวนะ มึงเป็นใครจะมาจับตัวกู ไอ้สัส ไอ้วิปริต ปล่อยกูนะโว้ย! ชะ..ช่วย...อื้อออ!!"

ผมสะบัดแขนจากการเกาะกุมจากพวกมันที่มีแต่ร่างล่ำๆเข้ามาล้อมไว้ ทั้งถีบทั้งเตะแต่พวกมันก็ไม่ได้สะเทือน พยายามตะโกนออกไปสุดเสียงหวังจะให้คนเข้ามาช่วยแต่ก็ดันถูกชายฉกรรจ์ที่เหลือปิดปากเอาไว้ ก่อนที่คนร่างยักษ์หนึ่งในนั้นจะเอาผ้าเช็ดหน้าที่ป้ายยาสลบปิดจมูกผมไว้ ผมขัดขืนตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่เป็นผลเมื่อไม่อาจสู้แรงอีกฝั่งได้เลย อีกทั้งยาก็เริ่มออกฤทธิ์เข้าไปตามทางเดินหายใจ 

ก่อนสติที่เลือนรางจะดับวูบ ผมนึกสบถสาบานไว้ในใจว่าใครก็ตามแม่งทำให้ผมเจอเรื่องบัดซบนี้ รับรองว่าหากผมรอดกลับไปได้ผมจะเอาคืนมันให้สาสม ถ้าไม่ได้เอาเลือดมาล้างเท้าก็อย่าหวังว่าจะทำให้ผมหายเคืองได้ หลังจากนั้นผมก็สลบแน่นิ่งไปในเวลาต่อมา จนไม่รับรู้อะไรได้อีกเลย

..

..

"นำตัวมันไปขังที่คุกใต้ดิน" 

"ครับนายหัว"

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ผมรู้สึกได้ถึงอาการเมื่อยขบเหมือนนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลาเนิ่นนาน รู้สึกได้ว่าตามร่างระบมไปหมด เสียงรถจอดสนิทพร้อมกับเสียงเปิดปิดประตูแล้วฝีเท้าหนักๆก็เดินไกลออกไป น้ำเสียงเย็นยะเยือกยามสั่งลูกน้องนั้นถึงจะปิดตาผมไว้ก็รู้ว่าเป็นไอ้เจ้านายหน้าดุของพวกมัน ทำให้ผมเบิกตากว้างแค่คำว่าคุกใต้ดินก็พอจะเห็นภาพถึงความทรมานแสนสาหัส สารพัดการถูกลงโทษจากละครที่เคยดู สมองเริ่มประมวลภาพต่างๆที่คนถูกขังได้รับการลงโทษขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ผมถูกหิ้วปีกทั้งที่โดนปิดตาเข้ามาในที่อากาศเย็นและอับชื้น ก่อนจะมีบางอย่างเย็นๆมาสวมตรงข้อเท้าเสียงดังกริ๊ง ให้เดาข้อเท้าของผมก็น่าจะกำลังถูกล่ามด้วยโซ่ นี่มันนรกชัดๆ

ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ถูกมัดก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้อยู่แล้ว แต่นี่ยังมาโดนล่ามขาไว้อีกยิ่งรู้สึกหมดหนทางที่จะหนีเอาตัวรอด จิตใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันทีคงรอเพียงความตายเท่านั้นสินะที่ผมรู้สึกได้ในตอนนี้

ผมถูกผลักจนล้มลง ขนาดถูกปิดตามันยังรุนแรงกับผมได้ลงคอ ก่อนพวกมันจะแกะผ้าปิดตาและแก้พันธนาการที่ผูกมือผมออก ผมลืมตาขึ้นแล้วรีบหลับลงเพื่อปรับแสงก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาใหม่และพบว่าตัวเองนอนกองอยู่กับพื้นที่มีเศษหญ้าแห้งปูไว้บางๆ ใช้เวลาลำดับความคิดเพียงชั่วครู่ก็รีบผุดลุกขึ้น กวาดสายตามองหาไอ้คนที่เป็นนายที่มันกล้าจับผมมาแต่ก็ไม่มีแม้เงาหัวของมัน สักพักลูกน้องของมันก็เดินออกไปทิ้งผมไว้เพียงลำพังในถ้ำที่ทั้งอับชื้นมืดสลัว

ที่นี่มันที่ไหนกันนะ...นี่ผมต้องมาจบชีวิตลงทั้งที่ไม่รู้ว่าไอ้คนที่จับผมมาเป็นใครและผมทำผิดอะไรอย่างนั้นเหรอ ไม่ยุติธรรมสักนิด ป่านนี้พวกเพื่อนเวรมันจะรู้ตัวกันหรือยังว่าผมโดนจับตัวมา พี่ขิมจะกระวนกระวายใจแค่ไหนที่ผมยังไม่ได้กลับบ้าน แล้วนี่ผมสลบไปนานแค่ไหน...รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มันมืดแปดด้านจริงๆว่าผมทำผิดอะไร...

และที่สำคัญผมก็ยังไม่อยากตายเพราะยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย ที่นี่แม่งทั้งแข็ง แห้ง และไหนความรู้สึกเจ็บระบมไปตามเนื้อตัว ไม่บอกก็รู้ว่าคงถูกพวกมันรุมกระทืบทั้งที่หมดสติมาแน่ๆ

"ใครอยู่แถวนี้บ้าง มาตอบกูหน่อยดิ ว่านี่มันที่ไหน! ปล่อยกูออกไปนะโว้ย ไม่งั้นกูจะแจ้งตำรวจ พวกมึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร รวยมากแค่ไหน มึงอยากได้เท่าไหร่แค่บอก เฮ้ย!!" 

ผมตะโกนจนคอแหบแห้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบไม่มีเสียงตอบกลับมา ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดโบกใบไม้ปลิวสักนิด 

“ห่านเอ้ย!”

ผมก้มมองสารร่างตัวเองพลางสบถออกมาเบาๆอย่างหัวเสีย รู้สึกเจ็บระบมไปหมดทั้งตัว ไม่นับลำคอที่แห้งผาก ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้ ผมยังมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเข้ามาให้ผมได้ถามไถ่ ที่นี่ทั้งมืด และอับชื้น สันนิษฐานได้ว่าคงเป็นต่างจังหวัดไหนสักแห่งและคงไกลจากกรุงเทพฯแน่นอน

น้ำ!! ผมหิวน้ำเหลือเกิน มันต้องการจับผมมาทรมานให้อดข้าวอดน้ำตายหรือยังไงฟะ...

แซ่กๆๆ

เสียงบางอย่างทำให้ผมชะงักรีบหันไปมองด้วยความตกใจ ไอ้บ้าแม่งเอ้ย! เมื่อเห็นแล้วว่าที่มาของเสียงคืออะไร พลันตัวผมก็แข็งทื่อขึ้นมา ขาที่ถูกล่ามโซ่ไว้ไม่สามารถเดินหนีไปได้ไกลแน่ เขาบอกกันไว้ว่าถ้าเจองูให้ทำตัวนิ่ง แต่ตอนนี้ผมพยายามบังคับขาไม่ให้สั่นเทา 

"เฮ้ย!! มีใครอยู่แถวนี้มั่ง" 

ผมตะโกนดังลั่น ให้ทำตัวนิ่งๆคงทำต่อไปไม่ได้เพราะไอ้เจ้างูเล็กกำลังจะเลื้อยเข้ามาถึงตัว สายตาจ้องไปยังอสรพิษร้ายที่บัดนี้เลื้อยปราดเข้ามาหาก่อนที่มันจะชูคอขึ้นมาฉก ใจผมลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม 

ตึก!!

ตึก!!

ฝ่าเท้าในรองเท้าบูทของใครคนหนึ่งก็เหยียบลงบนหัวเล็กๆที่โผขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน ฝ่าเท้าหนาบดขยี้ศีรษะและลำตัวท่อนบนของเจ้างูตัวนั้นจนมันแหลกละเอียดราวกับระบายอารมณ์บางอย่างกับเจ้าอสรพิษมากกว่าจะเข้ามาช่วยผมเสียอีก

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากจะขอบคุณเจ้าของรองเท้าบูทอยู่ดี หากช้าเกินกว่านี้ มันคงฉกผมไปแล้วดีที่มันตัวเล็กๆถ้าตัวเขื่องๆก็คงไม่มีใครกล้าจัดการมันด้วยวิธีนี้แน่ เจ้าของเท้าละฝีเท้าออกมาจากเจ้างูที่นอนแน่นิ่ง และแน่นอนว่าเสียงที่ดัง กร็อบ เมื่อครู่คงเป็นเสียงอวัยวะอันมีชื่อว่า หัว ของเจ้างูน้อยได้แตกยับคาเท้าหนักไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าท่อนหางของมันจะกำลังสะบัดไปมา แต่ก็เบาใจได้ว่าส่วนหัวที่สามารถฉกได้นั้นแหลกละเอียดไปเรียบร้อยแล้ว 

แต่พอเงยหน้าจะเอ่ยปากขอบคุณคนที่มาช่วยก็ต้องรีบเม้มปากไว้แน่น รีบกลืนคำว่าขอบคุณลงคอแทบไม่ทัน

"กูคงหวังมากสินะว่ามึงจะบอกขอบคุณ ทั้งที่เพิ่งจะช่วยชีวิตไปหยกๆ" น้ำเสียงเย็นชาเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านต่อสิ่งใดเอ่ยขึ้น

"ใครจะไปขอบคุณปีศาจอย่างมึง ไอ้โรคจิต! ไอ้งูนี่มึงอาจจะปล่อยมันออกมาก็ได้"

ถึงแม้ว่าผมจะกลัวมากแค่ไหน แต่ก็อดพึมพำสวดมนต์ให้เจ้างูที่มอดม้วยไปกับฝ่าเท้าของไอ้คนใจหยาบไม่ได้ สัตว์โลกทุกชีวิตต่างก็รักตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากจะทำร้ายใคร ทุกอย่างก็เป็นไปตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด อย่างน้อยเมื่ออีกฝ่ายตายไปแล้วก็ควรจะอโหสิกรรมต่อกันและสวดภาวนาให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีขึ้นไม่ใช่หรือไง

"จำใส่สมองไว้ว่ามึงก็มีชีวิตคล้ายกับงูตัวนี้ ที่กูจะเหยียบย่ำให้ตายเมื่อไหร่ก็ตาย อย่าริมาปากดี" มันว่าก่อนจะก้มใบหน้าลงมาใกล้ผมที่นั่งตัวแข็งทื่อขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้

"จะอะไรนักหนา อย่างน้อยนักโทษอย่างกูก็ควรรู้ข้อกล่าวหาไม่ใช่หรือไง" ทั้งที่รู้ว่าถึงถามไปมันก็ไม่ยอมตอบ แต่ก็ยังอยากจะรู้ว่าผมไปเหยียบหางมันตอนไหน หรือไปทำให้อะไรให้มันโกธร มันถึงต้องจับผมมากักขังไว้ราวกับนักโทษรอวันประหารชีวิต

"............." ไอ้คนตรงหน้ามันมองหน้าผมนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองผมราวกับจะสูบวิญญาณให้ตายไปเดี๋ยวนั้น 

"ไม่ใช่มึงจะมาใช้อำนาจมาเป็นศาลเตี้ยจับกูมากักขังอย่างนี้ใช่เรื่องที่ไหน"

ผมบ่นให้มันทิ้งท้ายก่อนจะค่อยๆถอยพาตัวเองไปทิ้งตัวลงบนหญ้าที่เอามาวางกองๆสุมกันไว้พอจะนั่งได้สบายขึ้นมาหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือยังไง นี่สมัยไหนกันแล้ว จะถูกจับมากักขังทั้งทีก็น่าจะขังในห้องที่มีแอร์เย็นๆอากาศโล่งสบายหน่อยก็ไม่ได้ ที่นี่ทั้งแสงน้อย อับชื้น อากาศก็เย็นยะเยือกแปลกๆน่าขนลุกชะมัด! 

"นี่มันวันอะไร...ตอนนี้กี่โมงแล้ว" 

ผมพึมพำถามไอ้คนที่กำลังเก็บซากศพงูไปทิ้ง สายตาสำรวจไปมองรอบๆถ้ำที่พวกมันเรียกว่าคุกใต้ดิน เรียกทำไมให้ยากก็เห็นชัดๆว่ามันคือถ้ำ ตรงมุมไม่ไกลจากที่ผมนั่ง มีคบไฟจุดไว้เพื่อให้แสงสว่าง ผมน่าจะอยู่กลางป่าที่ไหนสักแห่ง ที่นี่ถึงได้ใช้คบไฟคงห่างไกลจากชุมชนมากทีเดียว  

ผมควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ว่างเปล่า ก่อนจะก้มลงสำรวจตัวเองอีกรอบ แน่นอนว่าเครื่องประดับบนตัวก็หายเกลี้ยงทุกอย่างถูกริบไปหมดรวมทั้งนาฬิกา กระเป๋าสตางค์ สร้อยแหวน จะเหลือก็เพียงเสื้อผ้าที่สวมติดกายไว้เท่านั้น นี่พวกมันตั้งใจจะจับมาขังหรือตกทรัพย์กันแน่วะ

"ถอดเสื้อ"

"ห๊ะ! อะไรนะ" ผมหันไปถามย้ำมันออกไปคิดว่าตัวเองคงหูฝาดไป ไม่ใช่ว่ามันจะใจดีเอายามาทาให้ตามรอยแผลฟกช้ำหรอกนะ

"กูบอกว่าให้ถอดเสื้อ" 

ไอ้คนหน้ายักษ์ทำเสียงขุ่น สาวเท้าเข้ามาใกล้จนผมต้องขยับถอยหนี แต่จะหนีได้สักเท่าไหร่กันในเมื่อขาข้างหนึ่งถูกพันธนาการไว้แบบนี้

"มะ..มึงจะทำอะไรกู..แล้วทำไมกูต้องถอด" 

ผมเลิกคิ้วถามกลับไปเสียงสั่นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาสั่นระริก ขอเถอะ! ให้ผมตั้งตัวก่อนไม่ได้หรือไงวะผมตั้งรับไม่ทันแล้ว

"แล้วมึงคิดว่ากูจับมาเพื่อให้มึงนั่งเป็นประธานเปิดงานอยู่หรือไง" 

"อย่าเข้ามานะโว้ย มึงจะทำเหี้ยอะไรไอ้สัส!" 

ผมถอยร่นจนหลังชิดผนังกำแพงถ้ำ ตอนนี้ผมทั้งกลัวทั้งรู้สึกโกรธทั้งตัวสั่น ขาอีกข้างพยายามเตะปัดป่ายไปทั่วเพื่อไม่ให้มันเข้ามาใกล้ ไอ้บ้านั่นมันสลัดรองเท้าบูทออกพร้อมกับถลกกางเกงยีนส์ออกเหลือเพียงบ็อกเซอร์สีเข้มตัวเดียว ถึงแม้จะสลัวไม่ได้สว่างเหมือนอยู่นอกถ้ำแต่ก็พอมองออกว่าเป็นยี่ห้อดังราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องประดับของไอ้บ้านี่ก็ดูจะหรูหราหมาเห่าทุกอย่าง ในเมื่อมันดูไม่ใช่คนที่จะเป็นโจรห้าร้อยสักนิดแต่ทำไมมันถึงได้จับผมมากันนะ

"กูบอกว่าอย่าเข้ามาไงไอ้สัส!" 

มันผลักผมให้นอนลง ขาของผมถูกมันจับล็อกพร้อมกับปลดกางเกงของผม รูดลงมาพร้อมกับบ็อกเชอร์ไอ้บ้ากามมันดึงกางเกงออกจากขาข้างหนึ่งส่วนอีกข้างกองอยู่ตรงข้อเท้าที่ถูกล่ามโซ่ไว้ แล้วมันก็คุกเข่าลงมาแทรกตัวเข้าตรงกลางก่อนจะจับขาผมสองข้างแยกออกจากกัน

"จะทำอะไร" ผมถามมันเสียงสั่นตาเบิกกว้างพยายามหุบขาตัวเองเข้าหากัน 

"กูอยาก" 

มันพูดสั้นๆพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายก่อนจะควักแก่นกายลำเขื่องออกมานอกกางเกงบ็อกเซอร์ใช้มือขยับรูดรั้งให้มันพร้อมรบ 

"ไอ้โรคจิตไปตายซะมึง ปล่อยกูไปนะไอ้สัส!" ผมตะโกนด่ามันออกไปสุดเสียงด้วยความโกรธ กลัวก็กลัว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะห๊ะ!

"ปล่อยเหรอ...คนอย่างมึงปล่อยไปก็รกสังคมเปล่าๆ อยู่เป็นเมียบำเรอให้กูเอาเล่นๆในถ้ำนี้แหละ แล้วรับรองว่ามึงจะติดใจ" มันว่าเสียงเหี้ยม

"ไอ้สัส! กูเป็นผู้ชายนะโว้ย!" 

ผมกรอกตาลงมองแท่งเอ็นร้อนของมันที่ขนาดยังไม่ตื่นเต็มตัวยังใหญ่มหึมา แล้วมันจะยัดเข้ามาในตัวผมได้อย่างไร ทั้งชีวิตผมเป็นรุกมาโดยตลอด และผมก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ถึงแม้จะเคยลองเอาผู้ชายมาบ้างแต่นั่นมันคนละอย่างกับตอนนี้ 

"แล้วมึงมีรูให้กูเสียบไหมล่ะ ถ้ามีกูก็เอาได้" 

มันเลิกคิ้วถาม แต่ผมไม่ตอบแต่ใช้ขาข้างที่เป็นอิสระถีบเข้าไปกลางลำตัวของมัน แต่ไอ้บ้าโรคจิตนี่มันกลับไม่สะเทือนสักนิดอีกทั้งยังจับขาผมทั้งสองข้างกดลงจมพื้นจนรู้สึกได้ว่าหากมันออกแรงบีบอีกนิด กระดูกคงแหลกละเอียดคามือเหมือนงูตัวนั้นจริงๆ

"มึงมันปีศาจ ไอ้สัตว์นรก! ไอ้โรคจิต!"

ผมก่นด่ามันออกไปด้วยความโกรธ แต่นอกจากไอ้คนร่างโตมันจะไม่สะทกสะท้านแล้วมันยังกระตุกเสื้อเชิ้ตของผมทีเดียวจนกระดุมเสื้อกระเด็นออกรัวๆเผยให้เห็นยอดอกสีสด ผิวขาวเนียนละเอียดพร้อมกับซิกแพคเป็นลอนสวยที่ผมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างมันขึ้นมาไว้ล่อตาบรรดาสาวสวยในสังกัด แต่ไม่ใช่มันแน่นอน

"ด่าให้พอ แล้วเก็บเสียงไว้ครางใต้ร่างผัวด้วยล่ะ จริงๆเรื่องอย่างว่ามึงอาจจะติดใจมากก็ได้ ชอบไม่ใช่เหรอไงเรื่องเซ็กส์น่ะ" มันว่าเข้าให้ ไอ้บ้านี่มันเป็นอะไรมากหรือเปล่า โรคจิตชะมัด

"กูมีเงินมึงอยากได้เท่าไหร่ ขอแค่ปล่อยกูไป"

ผมยื่นข้อเสนอเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำได้ในตอนนี้ ยอมรับว่าทนไม่ได้แน่ที่จะต้องถูกไอ้บ้านี่กด ถึงมันจะหล่อมากก็เถอะแต่ผมไม่อยากเป็นรับหรือเป็นที่ระบายอารมณ์ของใครโดยเฉพาะมัน

"กูมีมากกว่ามึงเป็นร้อยๆเท่า" มันแสยะยิ้มมั่นหน้าตอบกลับ สายตาจับจ้องมาที่ผมท่าทางมันดูสนุกที่เห็นผมกำลังคลั่ง

"แล้วกูต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานแค่ไหน" 

เมื่อรู้แล้วว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นเงื้อมมือมัจจุราชอย่างมัน ผมจึงตั้งสติและถามมันออกไป มันโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับซุกไซ้ลงมาตรงลำคอขาว ผมเบนคอหลบอย่างรังเกียจสัมผัสของมัน ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะหึหึในลำคออย่างชอบอกชอบใจ

"ถ้ามึงทำตัวดี  ไม่กี่ทีก็เป็นอิสระ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป