บทที่ 6 หนี

บทที่ 6

หนี

"เสร็จแล้วเรียกนะครับ"

ผมพยักหน้าก่อนจะพยุงร่างตัวเองไปแอบตรงต้นไม้ขนาดใหญ่เพื่อทำการปลดทุกข์โคตรจะทรมาน ทำให้คิดถึงความสะดวกสบายที่กรุงเทพฯ ป่านนี้พี่ขิมคงรู้แล้วว่าผมหายไป ไม่บอกก็รู้ว่าป่านนี้ไอ้สกายคงกำลังหัวร้อน ตามหาผมกันอย่างจ้าละหวั่นกับพวกไอ้ผู้กองกับไอ้กัน พวกมันจับตัวมาไกลซะขนาดนี้ไม่รู้จะตามร่องรอยกันได้หรือเปล่า ได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าป่าเจ้าเขาเข้าช่วย แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือโชคลางอะไรพรรค์นี้ แต่พอมาถึง ณ จุดๆนี้ผมก็ต้องพึ่งสิ่งที่มองไม่เห็นแล้วล่ะ

ในระหว่างที่กำลังปลดทุกข์อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนเสียงเหยียบกิ่งไม้หักเดินมาทางนี้ ผมชะโงกดูว่าไอ้เด็กบีมันทะลึ่งมาแอบดูหรือเปล่าแต่ก็ไม่ใช่ เพราะมันกำลังหันหลังให้ผมพร้อมกับฮัมเพลงฮิตที่กำลังติดปากอย่างมีความสุข ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยจึงรีบทำธุระให้เสร็จพอสวมกางเกงเรียบร้อย ก็พยุงร่างของตัวเองจะเดินออกไปหาคนที่ยืนเฝ้าแต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อมีร่างหนาราวกับยักษ์ยืนปักหลั่นขวางทางไว้

"มีอะไรหรือเปล่า!" 

ผมทำใจดีสู้เสือถามมันออกไป หน้าตาของมันดูน่ากลัวมากทีเดียวสายตาที่กำลังจ้องมองมาราวกับสัตว์ป่าดุร้ายกำลังเตรียมตะครุบเหยื่อชิ้นโอชะ มันไม่ตอบแต่ขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหม็นสาบ ท่าทางของมันต้องการเข้ามาโดยมีจุดประสงค์ร้ายมากกว่าที่จะมาช่วย

"ถอยออกไปนะ บีชะ..ช่วย..." ผมบอกมันแล้วตะโกนเรียกบีให้เข้ามาช่วยแต่โดนมือสากสกปรกของมันมาอุดปากเอาไว้ก่อน

"อ่อยอะ อึงอะอำอะไอ" 

ผมร้องให้มันปล่อยใช้แรงทั้งหมดที่มีกัดฟันแน่นทั้งกระโดดทั้งถีบ แต่ทว่าคนไร้สมรรถภาพอย่างผมจะไปทำอะไรมันได้ มากกว่าดีดดิ้นในอ้อมแขน

"ปล่อยคุณดินนะ!" 

เสียงของบีดังขึ้นพร้อมกับไม้ขนาดพอดีมือ ชี้มายังไอ้คนที่มันจับผมไว้ มันยิ้มเหี้ยมแล้วผลักผมล้มลงออกไปอีกทางก่อนจะสาวเท้ายาวๆเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่กึ่งกล้ากึ่งกลัวยืนตัวสั่น มันยื่นแขนล่ำไปกระชากท่อนไม้ในมือทีเดียวเด็กนั้นก็เข้ามาอยู่ในกำมือแล้ว บีทำอะไรไม่ได้จึงใช้กำปั้นเล็กๆทำร้ายไอ้คนร่างหนาจนมันมองอย่างติดรำคาญแรงอันน้อยนิดของเด็กตัวกระจ้อยคงทำให้มันแค่แสบๆคันๆก่อนจะใช้มือหนาเพียงข้างเดียวยันศีรษะของเด็กหนุ่มไว้ ไอ้บีจึงได้เพียงเตะต่อยอยู่กลางอากาศไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ แรงมหาศาลของมันราวกับว่าไม่ใช่แรงมนุษย์!!

"กูว่าจะไม่ทำอะไรมึงแล้วเชียว อยากแส่ให้กูรำคาญดีนัก" พอพูดเสร็จมันก็ก้มลงหยิบเอาก้อนหินใกล้ตัวฟาดไปที่หัวทุยเล็กอย่างแรง

พลั่ก!!!

"โอ๊ย!!" บีทรุดกายลงกองกับพื้นแล้วแน่นิ่งไปทันที

"เฮ้ย! ไอ้บี! บี!!" ผมถลาเข้าไปเขย่าตัวน้องแต่ว่าคนที่นอนกองอยู่บนพื้นเงียบไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

"บี! บีตื่น ไอ้บี"

ผมเรียกชื่อน้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศีรษะที่มีร่องรอยจากการถูกกระแทกด้วยของแข็งมีเลือดไหลซึมออกมาจนถึงหางคิ้ว เห็นแล้วใจหายกลัวว่ามันจะตายไปเสียก่อน

"มึงทำน้องมันทำไมวะ"

ผมเงยถามไอ้คนหน้าเหี้ยมอย่างโกรธจัดที่ทำร้ายเด็กที่ไม่มีทางสู้ แต่แววตาที่มันมองผมกลับดูหื่นกระหือรือ สายตาและท่าทางของมันดูน่าขยะแขยงยามที่มันมองตามร่างของผมอย่างแทะโลม ผมจำหน้าไอ้นี่ได้ มันคือคนที่ยืนอยู่หน้าถ้ำพร้อมกับสองคนที่เหลือ

แล้วพวกนั้นล่ะอยู่ที่ไหน...

"มึงจะทำอะไร!" 

ผมมองมันด้วยสายตาพรั่นพรึงพยายามเขย่าร่างที่สลบไปด้วยความเป็นห่วง เลือดที่ไหลออกมาสีแดงสดจนน่ากลัว มันโยนก้อนหินที่เป็นหลักฐานที่มันทำร้ายบีทิ้งไปอีกทาง ระหว่างที่มันยิ้มเหี้ยมหัวเราะราวกับชอบใจกับสิ่งที่ถามมันออกไป ผมก็กวาดตามองไปโดยรอบแล้วสะดุดกับท่อนไม้ขนาดเหมาะมือที่ถูกทิ้งอยู่ข้างๆร่างของบี

"มานี่! กูก็จะพามึงไปขึ้นสวรรค์ยังไงล่ะ"

มันเข้ามากระชากแขนของผมให้ลุกตาม แต่ผมไม่ยอมพยายามพร้อมทั้งขืนตัวไว้ แล้วพยายามร้องเรียกให้คนช่วย ผมเพิ่งจะโดนไอ้คนใจมารขืนใจทั้งคืนเจ็บร้าวระบมไปหมดทั้งตัว แล้วนี่ยังจะมาถูกลูกน้องมันขืนใจอีก 

ให้ตายเสียยังจะดีกว่า...

"ยอมเป็นเมียกูแล้วกูจะพามึงหนีไปจากที่นี่" 

มันยื่นข้อเสนอสุดแสนน่ารังเกียจ ต่อให้ผมต้องตายอยู่ที่นี่ก็ไม่ขอเป็นเมียใครอีกแล้ว ผมพยายามใช้แรงที่มีถีบไปที่กลางลำตัวของมันอย่างแรง

"สัสเอ้ย!!" 

อ่า...โคตรจะเจ็บช่องทางด้านหลังแต่ก็ต้องกัดฟันฝืนทน พอมันล้มลงผมก็ใช้ท่อนไม้ที่เล็งไว้ฟาดไปที่หัวมันอย่างแรงจนมันแน่นิ่ง 

"ไอ้บี!"

ผมวิ่งกลับมาปลุกคนที่นอนไม่ได้สติ ไม่รู้ว่ามันจะฟื้นมาหรือเปล่า แต่เลือดที่ไหลออกมาทำให้ผมใจเสีย ผมพยายามปลุกมันให้ตื่น แต่แล้วก็ชะงักมือมองไปโดยรอบ จังหวะนี้ไม่มีใครหากจะหนีก็หนีได้ไม่น่าจะมีปัญหา จังหวะดีๆแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว

แต่ทว่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อชีวิตไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ก็สำคัญ หากผมหนีไปตอนนี้อาจจะรอด แต่เด็กนี่อาจตายก็ได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด แล้วมันถูกแล้วหรือที่มันจะต้องมาตายเพียงเพราะเข้ามาช่วยผม

ผมพยายามยกร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาเกยตักแล้วค้นตามตัวจนเจอโทรศัทพ์ ก่อนจะเลื่อนหารายชื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ เบอร์โทรล่าสุด "นายหัวเขม"

น่าจะเป็นไอ้คนใจมาร ชื่อ เขม เหรอ แต่ช่างเถอะ! ช่วยชีวิตเด็กนี่สำคัญกว่า 

ตุ๊ดด!!!!

เงียบไม่มีใครรับสาย ผมกดไปอีกครั้ง และอีกครั้งแต่ปลายสายก็ยังไม่รับ 

"ไอ้บ้าเอ้ย!! " ผมร้องด่าไอ้คนปลายสาย

"เอาไงดีวะ" 

ผมเริ่มรนหันซ้ายหันขวากลัวว่าไอ้หื่นกามนั่นมันจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน ขืนตื่นขึ้นมาพวกเราได้บรรลัยหมดนี้แน่ จะให้ผมฆ่ามันให้ตายก็เขลาเกิน ผมไม่ใช่คนเหี้ยมโหดฆ่าคนง่ายขนาดนั้น ใจผมไม่แข็งพอที่จะฆ่าคนได้ลงคอ

ไอ้ห่วงตัวเองก็ห่วง แต่ห่วงเด็กนี่ก็ด้วย ผมฉีกเสื้อของตัวเองที่มันขาดลุ่ยแล้วเข้าไปทำแผลให้มันชั่วคราวเพื่อห้ามเลือดให้ก่อน

"พี่ดิน" คนที่สลบไปค่อยๆลืมตาตื่น ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาทันที

"มึงเป็นไงบ้าง เจ็บมากไหม ไหวหรือเปล่า" ผมถามไปอย่างร้อนรนด้วยความเป็นห่วง ช่วยพยุงอีกฝ่ายลุกขึ้นมา

"โคตรมึน พี่เป็นไงบ้างเจ็บตรงไหนไหม มันทำอะไรพี่หรือเปล่า"

เจ้าเด็กบี จับแขนผมทั้งซ้ายและขวาพร้อมกับจับหน้ากดหัวผมลงสำรวจทั้งศีรษะว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเอาเถอะพอฟื้นขึ้นมาแทนที่จะห่วงตัวเองกลับมาถามผมด้วยความเป็นห่วงไม่สนใจดูสารรูปตัวเองสักนิด

"ไม่เป็นไร แต่ไอ้นั้นมันสลบไปแล้ว" ผมบุ้ยหน้าไปทางไอ้โรคจิตที่นอนคว่ำหน้าสลบอยู่ไม่ไกลนัก

"ผมไม่ค่อยชอบหน้ามันตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน" บีหันไปมองตามพลางทำหน้ายุ่ง

"มึงไม่รู้จักเหรอ" ผมเลิกคิ้วถามขณะพันผ้าทำแผลให้เด็กหนุ่ม

"มันพึ่งจะมาทำงานเมื่อวาน ผมยังไม่รู้เลยว่าชื่ออะไร แต่ว่าตอนนี้รีบหนีไปกันเถอะไม่รู้ว่ามันจะตื่นขึ้นมาตอนไหน" 

ตอนนี้กลายเป็นผมต้องพยุงบี ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดทรมานแต่ก็ต้องกัดฟันฝืนทน รู้สึกเหมือนกำลังจะมีไข้หนาวสั่นไปหมด แล้วนี่ยังต้องมาพยุงร่างไอ้เด็กบีนี่อีก ...กรรม!

"แล้วสองคนที่เหลือล่ะ" ผมหันไปทางปากถ้ำที่ไร้เงาของอีกสองคน

"พวกนั้นน่าจะโดนไอ้คนเมื่อกี้ล้มไปแล้ว รีบหนีเถอะ" 

"อย่าให้กูจับได้ล่ะกัน กูจะจับทำเมียทั้งคู่แล้วฆ่าหมกป่าแม่งเลย!!"

เสียงข่มขู่ดังก้องกังวานกลางป่าทำให้ผมและบีมองหน้ากันด้วยความตกใจ รีบเร่งฝีเท้าเพื่อหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่ายิ่งหนี แรงของพวกเรายิ่งหมดลงไปเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะร่างกายของผมที่อ่อนล้าเกินไป อันที่จริงแค่จะลุกขึ้นเดินยังไม่มีแรง เจ็บร้าวไปทั้งตัว แต่เพราะผมเป็นห่วงไอ้เด็กที่อยู่ข้างกายนี่ต่างหากล่ะ ที่ต้องมาเจ็บตัวไปด้วย

พวกเราเดินลัดเลาะไปเรื่อยตามทางที่เจ้าของถิ่นบอก บีรู้เส้นทางหนีทีไล่เป็นอย่างดีเพราะเป็นเจ้าถิ่นต่างจากไอ้หื่นกาม เพราะรายนั้นเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ แต่ปัญหาของเราตอนนี้คือเด็กข้างตัวมันเริ่มจะไม่ได้สติ ตัวของมันเริ่มลากขาขึ้นเรื่อยๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง

"ผมไปต่อไม่ไหวแล้วพี่หนีไปเถอะ ทิ้งผมไว้นี่แหละ"

ผมมองซ้ายขวาก่อนจะลากมันมาใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่มากแล้วซ่อนร่างของเด็กนี่ไว้ในโพรงเล็กๆที่สามารถหลบซ่อนได้แค่เพียงคนเดียว บีใบหน้าขาวซีดปากที่เคยเป็นสีสดเป็นสีซีดจนน่ากลัว เลือดยังซึมออกมาไม่หยุด ส่วนผมก็ไม่ต่างกัน รู้ได้ถึงความร้อนที่อยู่ภายในกาย ไข้คงแดกเข้าแล้ว

"พี่จะไปไหน" เมื่อนำร่างของเด็กปียัดเข้าไปด้านในสำเร็จผมก็จะขยับตัวออกไป

"มึงซ่อนตัวตรงนี้ไปก่อนแล้วกดโทรศัพท์หาคนมาช่วย กูจะล่อมันไปอีกทาง"

"แต่ว่ามันอันตราย"

"ถ้าเราหนีไปด้วยกันคงไม่รอดทั้งคู่ แต่ถ้าแยกอาจมีคนใดคนหนึ่งรอด ไม่ต้องห่วงกู ยังไงกูก็ต้องตายวันตายพรุ่งอยู่แล้ว ส่วนมึงยังเด็กยังมีอนาคตอีกไกล" 

"ไม่เอาสิ ถ้ารอดก็รอดด้วยกัน ผมเชื่อว่านายหัวต้องมาช่วยพวกเรา"

ได้ฟังมันพูดแล้วน้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลูบหัวเจ้าเด็กที่แทบจะหมดสติอยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน มันเองก็คงพยายามฝืนร่างกายเพื่ออยู่เป็นเพื่อนผม แต่เด็กก็คือเด็ก..ทั้งที่กลัวแต่ปากก็บอกว่าสู้จนสุดใจ

"กว่านายใจมารของมึงจะมาเราได้กลายเป็นผีเฝ้าป่าแน่" 

ต่อให้ตายกลายเป็นผีผมก็ยอมนะ แต่ถ้าก่อนตายต้องเป็นเมียให้บ้านั่น ผมไม่ยอมเด็ดขาด...

"อย่าดื้อเชื่อพี่นะ มึงต้องรอด" 

ผมแทนตัวว่าพี่จนมันมองมาน้ำตาปริ่มแล้วพยักหน้าให้อย่างว่าง่าย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเหมือนผมหนีเสือปะจระเข้ยังไงยังงั้นเลย...

ในระหว่างที่ผมลากขาเพื่อพาตัวเองออกไปอีกเส้นทางกับที่ซ่อนร่างของบีไว้ เสียงไอ้คนบ้ามันก็ตามผมมาติดๆ ผมจึงเร่งฝีเท้าสุดชีวิต ยิ่งเดินหลบเข้าไปในป่าลึกเท่าไหร่ยิ่งเหมือนกับกำลังเดินวนอยู่ที่เดิม 

"ผมหิวน้ำ ผมเหนื่อยครับพี่ขิม" 

ผมทรุดกายลงอย่างหมดแรงเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ปวดศีรษะจนแทบระเบิดทั้งสะบัดร้อนสะบัดหนาวปะปนกันไปหมด รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินที่ร่างจะทนไหว เมื่อความรู้สึกสุดท้ายที่พอจะยังเหลือทำให้คิดถึงคนที่ผมรักที่สุด ป่านนี้จะเป็นอย่างไร 

"พี่ขิมครับ หากผมไม่ได้กลับไปแล้ว พี่ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ" 

คนแรกที่ผมคิดถึงก็คือพี่สาวเพียงคนเดียว ถ้าหากผมต้องตายไปพี่สาวผมจะอยู่อย่างไร ไอ้สกายมันจะช่วยดูแลพี่ขิมแทนผมไหมนะ แต่ความรู้สึกของผมเชื่อว่ามันคงไม่ทิ้งพี่สาวผมให้เผชิญโลกอย่างโดดเดี่ยวตามลำพังแน่นอน...ผมเชื่ออย่างนั้น 

ลาก่อนครับพี่...ดูแลตัวเองด้วยนะ

"อยู่นี่เอง ปล่อยให้กูออกแรงตามหาซะเมื่อยเลยนะ" เสียงที่ดังอยู่ตรงหน้ามันอยู่ใกล้มากแต่ทว่าตาผมพร่ามัวจนมองหน้าอีกฝ่ายเบลอจนเห็นว่ามันมีหลายหน้า

"อย่านะ!!" 

เสียงห้ามแผ่วเบาที่คล้ายกระซิบบอกด้วยเพราะผมกำลังจะไม่ได้สติ พยายามกัดฟันฝืนเขยิบก้นหนีอย่างกระเสือกกระสนจนหลังชนกับโคนต้นไม้ใหญ่ พยายามมองหาหนทางแต่ช่างเย็นเหลือเกิน 

ผมไม่อยากเป็นเมียใครอีก แค่เป็นเมียไอ้ผู้ชายใจมารคนเดียวก็มันก็น่าอดสูพอแล้ว แล้วนี่ยังจะต้องโดนไอ้ยักษ์สกปรกข่มขืนอีกหรือไง สู้ผมเป็นเป็นเมียไอ้นายหัวเขมคนเดียวยังจะดีเสียกว่า

มันจับขาผมสองข้างกระชากทีเดียวจนมาอยู่ใต้ร่าง มือสองข้างโดนจับล็อกไว้ขึ้นเหนือศีรษะ มันนั่งอยู่บนตัวผมโน้มใบหน้าลงต่ำจนได้กลิ่นลมหายใจสกปรกจนผมรีบเบือนหน้าหนี

"รังเกียจกูเหรอ ที่ไอ้นายหัวนั่นมันเอามึงทั้งคืน ทำไมมึงครางเสียวจังวะ...แม่งครางลั่นซะเอากูน้ำแตกตามเลย" 

"ปล่อยกูไอ้สวะ!" ผมเริ่มดิ้น

เพี้ยะ!!!!

ใบหน้าเนียนแต่ซีดโดนมือสากหนาสะบัดฝ่ามือลงบนใบหน้าหลายทีทำให้ใบหน้าซีดขึ้นสีจนเห็นรอยฝ่ามือชัดเจนเลือดสีสดซึมออกมามุมปาก

"ทีกลับกูเสือกสะดีดสะดิ้ง อยากรู้นักเวลาโดนกูเอาจะครางเหมือนไอ้นายหัวมันทำไหม" คำพูดหยาบโลนหลุดออกมาราวกับต้องการปลุกปั่นอารมณ์ตัวเองมากกว่า

"ช่วยด้วย!"

 ผมร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่คิดว่าคงไม่มีใครได้ยินเสียงร้องกลางป่าแห่งนี้ แต่วินาทีนี้ผมไม่อยากโดนใครกระทำแบบนั้นอีกแล้ว โดยเฉพาะไอ้ตัวเหม็นสาบที่อยู่บนร่างของผม

"อืมมมมม" 

ผมพยายามง้างปากร้องขอความช่วยเหลือแต่มันเอามือหนาปิดปากไว้แน่น ใจผมเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวเมื่อมันปลดกางเกงผมร่นลงมากองที่เข่า ก่อนจะปลดกางเกงของมันเช่นกัน ไอ้นั้นมันโคตรดำเมื่อมมันน่ากลัวน่าขยะแขยงเกินกว่าที่ผมจะรับได้ ใครก็ได้ช่วยผมที เสียงหัวเราะกักขฬะยามมันรูดรั้งแสยะยิ้มมองหน้าผมพร้อมกับก้มลงสูดดมหน้าอกที่เปลือยเปล่าเพราะเสื้อที่สวมใส่ไม่มีเม็ดดุมปกปิด 

ผมกลัวจนแทบสติแตกตัวสั่น พยายามดิ้นส่ายหน้าไปมา น้ำตาสองข้างไหลออกมาอย่างน่าอดสู เมื่อมันเลื่อนจมูกลงมายังหน้าท้องเป็นลอนสวย

พลั่ก!!!

ตุ้บ!!!

แต่ก่อนที่มันจะเลื่อนลงต่ำไปมากกว่านั้นก็มีมือหนาของใครบางคนมากระชากตัวมันอย่างแรงจนตัวปลิวล่องลอยออกจากตัวผม ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงร้องอย่างทรมานของมัน จังหวะนั้นผมรีบดึงกางเกงขึ้นสวม 

"นี่คือผลของการแตะต้องคนของกู!!" 

เสียงนี้ผมจำได้ดีถึงแม้จะเป็นเสียงของคนที่ผมเกลียดแสนเกลียดแต่ผมกลับใจชื้นขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลและผมก็ไม่คิดจะหาคำตอบให้กับตัวเอง

พลั่ก!!!

"มึงกล้าดียังไงไอ้สวะ!!"

กร็อบ!!!

อ๊ากก!!!!!!

ผมมั่นใจว่ามันคือเสียงของกระดูกหัก แต่ไม่แน่ใจว่ามันมาจากส่วนไหนที่มันโดนกระทำ แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นนั้นมันน่ากลัวมาก ผมมองภาพตรงหน้าแทบหยุดหายใจ เสียงร้องอย่างเจ็บปวดได้หยุดไปแล้วพร้อมกับร่างของไอ้หื่นได้นอนแน่นิ่งไป

แต่ทว่าไอ้นายหัวเขมมันกลับไล่ผู้ชายตัวโตคนอื่นให้ออกไปให้หมด เหลือไว้แค่ตัวมันที่ยังคงกระทืบอีกฝ่ายซ้ำราวกับคนเสียสติ ภาพที่เห็นเหมือนกับที่หัวเจ้างูน้อยมันถูกบี้ละเอียดใต้ฝ่าเท้าจนเกิดเสียงดังกร็อบไม่ต่างกันเลย 

มันน่าสยดสยองมากจนผมตัวสั่นเทา ก่อนจะถลาเข้าไปเกาะเรียวขาแข็งแกร่งไว้แน่นไม่อย่างนั้นมันคงได้ตายไปต่อหน้าจริงๆ ถึงแม้ไอ้โรคจิตที่สลบแน่นิ่งไปแล้วจะไม่สมควรมีชีวิตอยู่ก็ตามที

"พะ..พอแล้ว ขอร้องล่ะ พอเถอะ" 

ผมร้องขอด้วยน้ำตา ร่างสูงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นทั้งเตะทั้งกระทืบคนที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงหยุดชะงักทันที พร้อมกับก้มลงมองสบประสานสายตากับผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก นายหัวเขมยืนหอบหายใจถี่แรงอย่างหนักๆ ใบหน้าถมึงทึงอย่างโกรธจัดด้วยความโกรธเคือง 

"พวกมึงเอามันไปจัดการแล้วอย่าให้กูได้เห็นซากมันอีก!! ส่วนไอ้เอกมึงไปดูไอ้บี"

สั่งเสียงเข้มพร้อมกับประคองผมขึ้น แขนขาผมอ่อนไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะยืน คนตรงหน้าจึงช้อนตัวผมอุ้มขึ้นแล้วเดินฝ่าความมืดออกไปอย่างเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจรวยระรินของผม และเสียงถอนหายใจหนักๆของคนตัวโต ผมไม่รู้หรอกนะว่าหนีไอ้หื่นจนหลงเข้าไปป่าลึกมากแค่ไหน และเจ้าของวงแขนต้องอุ้มผมไปอีกไกลไหม เพราะหลังจากนั้นผมก็หมดสติไปทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป