บทที่ 11 บท 5.2

“ฉันไม่ใช่คนใจร้อนอะไร เพราะงั้นวันนี้ฉันจะปล่อยให้เธอกลับไปก่อน ให้เธอได้กลับไปเตรียมตัวเตรียมใจก่อนแล้วเราค่อยกลับมาเจอกันใหม่”

“….”

“แต่อย่ากลับไปเตรียมตัวเตรียมใจนานนักล่ะ” นั่นเป็นประโยคที่คุณเกื้อพูดกับใบว่าน หลังจบคอร์สดินเนอร์แล้ว

“แล้ว…ถ้าผมอยากยกเลิกสัญญาล่ะครับ” ใบว่านถามกลับไป ไม่มีการโวยวายอะไรออกมาทั้งนั้น น้ำตาสักหยดก็ไม่มีไหลออกมาให้เห็น เนื่องจากเขามองว่ามันเปล่าประโยชน์ ร้องไห้ตอนนี้ก็คงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ใบว่านควรมีที่สุดคือสติ ก่อนที่เขาจะเผลอทำอะไรโง่ ๆ

“เซ็นสัญญาได้ มันก็ต้องยกเลิกสัญญาได้ไม่ใช่เหรอครับ” ใบว่านพูดย้ำ เมื่อเขาเห็นว่าคุณเกื้อนิ่งไป คล้ายกับนึกไม่ถึงว่าใบว่านจะถามอะไรทำนองนี้

“ห้าล้าน”

“….”

“ค่ายกเลิกสัญญาห้าล้าน”

“ถ้างั้นผมผ่อนจ่ายได้หรือเปล่า” เขาถามต่อ เพราะใบว่านคิดว่าเขาสามารถหาได้แต่อาจต้องใช้เวลาพักใหญ่ และอาจต้องเป็นการผ่อนจ่ายเอา

“ไม่ได้ ฉันต้องการเป็นเงินก้อน”

“แล้วทำไมมันถึงห้าล้านเหรอครับ มันมีที่มาที่ไปหรือเปล่า หรือว่าคุณคิดเงินตามอำเภอใจ”

“ก็ทุนที่ฉันเคยให้เธอมาตลอดไง ไหนจะค่าจัดงานศพของพ่อเธอ บวกกับค่าเสียเวลาของฉันอีก รวม ๆ มันก็เท่านี้แหละ” คุณเกื้อบอกกลับมา พร้อมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของใบว่านราวกับอยากรู้ว่าใบว่านจะแก้ปัญหานี้ยังไง

“เงินก้อนห้าล้าน ไม่มีการผ่อนจ่ายเธอไหวไหมล่ะ”

“….”

“ถ้าไม่ไหว เราก็คงต้องว่าตามนั้น”

“แล้วการที่ผมไปอยู่กับคุณ คุณจะได้ประโยชน์อะไรเหรอครับ” ใบว่านยังคงซักไซ้ต่ออย่างข้องใจ “คุณเกื้อเป็นนักธุรกิจ เพราะงั้นคุณคงไม่ได้ให้ผมไปกินนอนที่บ้านคุณแบบสบาย ๆ อยู่แล้ว อย่างน้อยคุณคงต้องใช้ประโยชน์จากผมบ้าง ผมคิดถูกไหมครับ?”

“เธอเป็นคนฉลาดและทันคนมากนะใบว่าน สมแล้วที่เธอได้ทุนจากฉัน” คุณเกื้อเอ่ยชมทั้งรอยยิ้ม แต่ทว่าใบว่านกลับไม่ได้รู้สึกดีกับคำชมเหล่านั้นเลย ซึ่งก็อาจเป็นเพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้

“เพราะในชีวิตผมมีแต่คนแบบคุณมั้งครับ ผมก็เลยต้องทันคนให้มาก” ใบว่านบอกกลับไป

“….”

“ผมพยายามเป็นเด็กดีกับคุณมาตลอด เพื่อให้คุณรู้สึกว่าทุนการศึกษาที่คุณให้ผมมามันไม่ได้สูญเปล่า แต่ทำไมคุณเกื้อถึงทำแบบนี้กับผมเหรอครับ”

“นี่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ทำไมเธอถึงตัดพ้อกันแล้วล่ะ” คุณเกื้อถามกลับมาพร้อมพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง “ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้เธอไปทำอะไร ฉันพูดแค่เรื่องยกเลิกสัญญาที่เธอถามเท่านั้น แต่ทำไมเธอถึงทำเหมือนฉันเอาเปรียบเธอนักล่ะ”

“….”

“เอาเป็นว่าคืนนี้เธอกลับไปเตรียมตัวเตรียมใจและเก็บข้าวของตัวเองเถอะ เราค่อยมาเจอกันใหม่…ในวันที่เธอพร้อม”

เมื่อคุณเกื้อไม่อยากสนทนากับใบว่านแล้ว เวลาต่อมาคุณกานต์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อพาใบว่านเดินลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรม โดยตลอดทั้งการอยู่กับคุณกานต์นั้น ใบว่านก็ไม่ได้พูดอะไรกับอีกฝ่ายสักประโยค เนื่องจากใบว่านไม่สามารถไว้ใจคุณกานต์ได้แล้ว ประกอบกับเขากลัวว่าคุณกานต์จะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้เป็นนายฟังด้วย

           “ฮ—ฮึก” ทันทีที่กลับมาถึงบ้านด้วยรถแท็กซี่ ใบว่านก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาโดยพลัน ความเข้มแข็งที่เหมือนกับว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ ได้พังทลายลงในพริบตา เพียงแค่ใบว่านกลับเข้ามาในจุดปลอดภัยของตัวเอง

           “พ่อจ๋า… แม่จ๋า… ว่านควรทำยังไงดี ว่านกลัวเขาจะเอาว่านไปขาย ฮือออ” ใบว่านเงยหน้าขึ้นถามรูปของพ่อแม่ที่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าทั้งน้ำตา เนื่องจากเขากลัวว่าคุณเกื้อจะเอาตัวเองไปขายจริง ๆ เพราะใบว่านก็ยังเรียนไม่ทันจบ งานที่ถนัดก็มีแต่พวกงานบ้าน งานสวนที่คุณเกื้อไม่ต้องการ

           ดังนั้นมันคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากใบว่านจะถูกคุณเกื้อเอาไปขาย อีกฝ่ายอาจเอาว่านไปค้าอวัยวะแน่ เพราะมันน่าจะทำรายได้มากกว่าห้าล้าน

อีกฝั่งหนึ่ง…

           “เรียบร้อยหรือยัง”

           “เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ผมให้คุณว่านกลับแท็กซี่ตามคำสั่งแล้วครับ”

           “ดี ว่าแต่เด็กนั่นได้ถามอะไรนายหรือเปล่า”

           “ไม่ครับ คุณว่านไม่ได้ถามอะไรครับ” เมื่อได้รับคำตอบกลับมาเช่นนั้น เกื้อการุณย์ก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับและไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก เนื่องจากเขาไม่ได้อยากรู้อะไรเพิ่มเติมแล้ว

           “แต่ว่าหลังจากที่คุณว่านมาอยู่กับเราแล้ว ไม่ทราบว่าคุณเกื้อจะทำยังไงต่อครับ”

           “นายคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ กานต์” เกื้อการุณย์ถามผู้ช่วยคนสนิทพลางกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เพราะเขามองว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

           ใบว่านไม่ใช่เด็กดี อีกฝ่ายก็แค่พยายามเป็นเด็กดีเท่านั้น

           “ถึงใบว่านจะดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ดูไม่ได้ขัดขืนหรือโวยวายอะไร แต่นั่นน่ะ… เป็นอาการดื้อเงียบชัด ๆ”

           “….”

           “เผลอ ๆ ก่อนที่เราจะคิดไปถึงเรื่องนั้น เราน่าจะเป็นฝ่ายไปรับใบว่านให้มาอยู่ด้วยกันเสียมากกว่า” ว่าจบ เกื้อการุณย์ก็ยกไวน์ขึ้นจิบพร้อมมองวิวเมืองไปด้วย ซึ่งอันที่จริงเขาก็อยากจะให้ใบว่านได้ลิ้มลองไวน์ขวดนี้ด้วยกันอยู่หรอก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีอารมณ์ดื่มด่ำไปกับรสชาติของมัน สุดท้ายเกื้อการุณย์จึงต้องยอมปล่อยให้ใบว่านกลับไปก่อน

           “ยังไงนายก็คอยจับตาดูเด็กคนนี้ให้ดีแล้วกัน เพราะเขาไม่ยอมเชื่องกับฉันง่าย ๆ หรอก” สิ้นเสียงของเกื้อการุณย์ เขาก็ลุกขึ้นเต็มสูงตั้งจะเดินกลับเข้าที่พักของตัวเอง เพราะมันถึงเวลาที่เกื้อการุณย์จะต้องพักผ่อนแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป