บทที่ 12 บท 6.1
เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณเกื้อทำกับตัวเอง มันคือการเอาเปรียบกัน นั่นจึงทำให้ใบว่านไม่สามารถอยู่เฉยได้…
หลังใช้เวลานอนคิดเกือบค่อนคืนว่าจะเอายังไงกับปัญหานี้ ในที่สุดใบว่านก็ได้คำตอบว่าเขาไม่ควรจะอยู่เฉยและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณเกื้อต้องการ
ซึ่งพอเขาคิดได้เช่นนั้น สิ่งที่ใบว่านทำได้เป็นอย่างแรกหลังจากที่ฟ้าสาง คือการรีบออกไปจากบ้านนี้เสีย เขาอาจจะต้องไปหาห้องเช่าอยู่ชั่วคราว ไม่ก็ไปพักอยู่กับเพื่อนหรือโรงแรมราคาถูกก่อนก็ได้ โดยในระหว่างนั้นใบว่านก็ต้องคอยคิดหาทางออกด้วยว่าจะเอายังไงดี
เขาอาจจะต้องแจ้งตำรวจหรือร้องขอความช่วยเหลือจากทนายอาสา
“ยังเหลืออะไรอีก” ขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บเสื้อผ้าลงใส่กระเป๋า เตรียมจะเดินทางออกจากที่นี่ตั้งแต่เช้า ใบว่านก็พูดกับตัวเองพลางกวาดสายตามองรอบ ๆ ตัวไปด้วย เพื่อตรวจดูว่าเขาได้ลืมหยิบของสำคัญลงใส่กระเป๋าหรือเปล่า ซึ่งพอเขามั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่น่าจะลืมอะไรแน่ ใบว่านก็รีบรูดซิปกระเป๋าเตรียมจะพาตัวเองออกไปจากที่นี่ทันที
โดยทุกอย่างที่ใบว่านคิดไว้ในหัวมันก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายไปเสียหมด แต่เขาคงลืมไปว่านี่คือชีวิตจริง ซึ่งมันก็คงไม่มีทางราบรื่นขนาดนั้น
“ฉันกำลังจะโทรเรียกอยู่พอดีเลย แต่เธอดันเดินออกมาซะก่อน”
“….”
“ว่าแต่เก็บของเสร็จแล้วเหรอ เธอพร้อมจะไปอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม”
“ไม่ครับ ผมยังไม่พร้อม” ใบว่านปฏิเสธโดยพลัน เมื่อเวลาต่อมาจังหวะที่เขากำลังแบกเป้เดินออกมาจากบ้านมันก็มีเหตุให้เขาต้องชะงักกะทันหัน หลังรถหรูของคุณเกื้อได้ขับมาชะลอจอดที่หน้าบ้านพอดี ซึ่งเท่าที่ใบว่านสังเกตจากการแต่งตัวของอีกฝ่าย มันดูเหมือนว่าคุณเกื้อเพิ่งจะออกกำลังกายยามเช้าเสร็จหมาด ๆ และขับรถตรงมาที่นี่เลย
คล้ายกับอีกฝ่ายรู้ว่าใบว่านคิดจะหนีและต้องการเดินทางมารับใบว่านด้วยตัวเอง
“แล้วเธอจะแบกกระเป๋าเสื้อผ้าไปไหนเหรอ หรือว่าคิดจะหนี?” อีกฝ่ายถามต่อ พลางยืนกอดอกพิงรถของตัวเองด้วยสายตาเรียบเฉยดูไร้ความรู้สึก ไม่มีชีวิตจิตใจเหมือนอย่างวันแรกที่พวกเขาเจอกัน
“….”
“ถามจริง ๆ เถอะว่าน เธอดูเป็นเด็กฉลาดนะ แต่ว่าเธอคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ” เพราะคุณเกื้อเห็นว่าใบว่านเอาแต่ยืนเงียบไม่ปฏิเสธ อีกฝ่ายจึงพูดต่อพร้อมกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ถ้าคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ ฉันก็ผิดหวังในตัวเธอมากเลยนะ เพราะฉันอุตส่าห์นึกว่าเธอจะมีความคิดที่ดีกว่านี้”
“ก็มันฉุกละหุกเกินไป” นานเกือบนาทีกว่าที่ใบว่านจะพูดอะไรออกมา และนั่นก็ทำให้คุณเกื้อเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง
“….”
“ผมก็เลยถอยกลับไปตั้งหลักเฉย ๆ”
“ตลก” คุณเกื้อพูดพร้อมสาวเท้าเดินตรงเข้ามาหาใบว่านที่ยังยืนอยู่หน้าประตูบ้าน แต่มีหรือที่อีกคนจะยืนเป็นเป้านิ่ง
ทันทีที่เห็นว่าคุณเกื้อเดินตรงเข้ามาหากัน สมองของใบว่านก็สั่งการบอกให้เขารีบหลบหลีกคุณเกื้อโดยพลัน เพราะตอนนี้อีกฝ่ายไม่ใช่ผู้มีพระคุณแล้ว แต่เป็นคนไม่ดีหรือไม่ก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรต่างหาก
“ใบว่าน เปิดประตู!” อีกฝ่ายว่า เมื่อใบว่านได้อาศัยความว่องไวของตัวเองวิ่งกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง พร้อมจัดการล็อกลูกบิดจากข้างในตัวบ้าน จนทำให้คุณเกื้อไม่สามารถเปิดประตูเข้ามาข้างในได้
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้” อีกฝ่ายพูดเสียงเข้มเหมือนต้องการจะสั่งกัน แต่คุณเกื้อคงจะลืมไปว่าใบว่านไม่ใช่ลูกน้องของคุณเกื้อ
“ไม่ครับ ต่อจากนี้ไป…ผมจะไม่มีทางเชื่อฟังคุณเด็ดขาด” เพราะการเป็นเด็กดีกับคุณเกื้อมันไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย แถมอีกฝ่ายยังใจร้ายต่อกันได้ลงคออีก หากมันเป็นอย่างนั้น…ต่อจากนี้ไปใบว่านก็ขอไม่เชื่อฟังอะไรน่าจะดีกว่า
ถ้าคุณเกื้อสั่งให้ไปทางซ้าย ใบว่านก็จะไปทางขวา… ถ้าคุณเกื้อสั่งให้ใบว่านนั่ง เขาก็จะยืนแทน
“เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม?” คุณเกื้อถาม และแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจกัน
“ครับ ผมจะเอาแบบนี้แหละ” ใบว่านยืนยันกลับไปเสียงหนักแน่น มิหนำซ้ำเขายังท้าทายด้วย “ถ้าเก่งนัก คุณก็เข้ามาเลย เข้ามาเลยซี่!”
“นี่เธอท้าฉันเหรอ”
“ใช่!” สาเหตุที่ทำให้ใบว่านกล้าไปท้าทายคุณเกื้ออย่างนั้น ก็เพราะเมื่อเดือนสองเดือนก่อนช่างเพิ่งจะมาทำประตูบ้านให้ใหม่ ใบว่านจึงค่อนข้างมั่นใจในความแข็งแรงของมัน แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อในจังหวะที่ใบว่านกำลังจะอ้าปากท้าทายคุณเกื้อต่อ ลูกบิดประตูก็หลุดคามือคุณเกื้อต่อหน้าต่อตาเขา ทำเอาเจ้าของบ้านถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
ไม่รู้จะโมโหที่คุณเกื้อทำลูกบิดพังหรือควรจะวิ่งหนีเอาตัวรอดดี
