บทที่ 13 บท 6.2
“ค—คุณเกื้อทำลูกบิดบ้านผมพังเหรอ” ใบว่านถามคนตรงหน้าด้วยสายตาอึ้ง ๆ
“นอกจากบ้านหลังคารั่วแล้ว ประตูยังผุพังอีกนะ” อีกฝ่ายเอ่ยกลับมาพร้อมโยนลูกบิดประตูไว้ที่พื้น เพื่อที่เจ้าตัวจะได้เดินเข้ามาหาใบว่านต่อ
“คุณทำบ้านผมพัง!” ใบว่านพูดพร้อมจ้องคุณเกื้อตาเขม็ง แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาไม่แพ้อีกคน
“ประตูบ้านเธอมันกระจอกต่างหาก” อีกฝ่ายเถียง
“จะกระจอกได้ยังไง ในเมื่อมันเพิ่งทำใหม่ได้ไม่ถึงสามเดือน”
“คงจ้างช่างราคาถูกสินะ คุณภาพก็เลยได้ตามราคา” สิ้นเสียงของคุณเกื้อ อีกฝ่ายก็อาศัยทีเผลอแบกร่างใบว่านขึ้นพาดไหล่ทันที มิหนำซ้ำยังโยนกระเป๋าเป้ของใบว่านทิ้งเอาไว้ที่พื้น เพื่อที่เจ้าตัวจะได้เอาตัวใบว่านไปได้สะดวก ๆ
“นี่คุณจะพาผมไปไหน” ใบว่านถามคุณเกื้อเสียงดังลั่น พยายามจะดิ้นขัดขืนอย่างสุดกำลัง
“….”
“คุณจะเอาผมไปขายเหรอครับ” เขาถามต่อ เมื่อคุณเกื้อไม่ยอมตอบอะไรเลย ตั้งท่าจะพากลับไปที่รถของตัวเองท่าเดียว
“แล้วทำไมฉันต้องเอาเธอไปขายด้วย?” จังหวะที่คุณเกื้อกำลังใช้มือข้างหนึ่งเปิดประตูหลัง อีกฝ่ายก็มีการถามกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเข้าใจ
“….”
“อย่าไร้สาระให้มากนัก” คุณเกื้อว่าต่อ จากนั้นอีกฝ่ายก็ยัดร่างใบว่านใส่ไว้ตรงเบาะหลังของรถพร้อมปิดประตูเสียงดังลั่น
ด้วยความที่ใบว่านนอนคิดเรื่องของคุณเกื้อมาตลอดทั้งคืนจนเขาแทบไม่ได้นอน พอถูกยัดเข้ามาในรถและเจอแอร์เย็น ๆ เข้าหน่อย นั่นจึงทำให้ใบว่านเผลอหลับไป ทั้งที่ไม่ควรจะหลับด้วยซ้ำ
โดยนี่ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะใบว่านไม่รู้ว่าคุณเกื้อพาเขามาที่ไหน แถมใบว่านยังมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่เขากำลังนอนเอาแก้มแนบหมอนอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งแล้ว
“ที่นี่ที่ไหนอะ บ้านหรือห้องทำงาน?” ทันทีที่รู้สึกตัวและไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่ด้วยสักคน ใบว่านก็เอ่ยขึ้นพลางหันมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างพินิจพิจารณา เนื่องจากเขาไม่คุ้นชินกับที่นี่เลย และก็ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ใช่โรงแรมที่คุณเกื้อเคยนัดเจอด้วย
“น่าจะเป็นห้องทำงาน” ใบว่านพูดต่อพร้อมเริ่มคิดหาวิธีหนีออกจากที่นี่ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัวหรือลุกไปไหน ใบว่านก็ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นเหมือนมีคนกำลังเดินเข้ามาในห้อง นั่นจึงทำให้เขารีบทิ้งหัวลงหมอนแล้วแสร้งหลับต่อไป
“ตอนนี้มันจวนจะบ่ายอยู่แล้ว ยังไม่คิดจะตื่นอีกหรือไง” คุณเกื้อพูดขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับถ้วยชาร้อนที่ส่งกลิ่นหอมจนมันลอยมาแตะจมูกของใบว่าน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้เข้ามาในห้องเพียงลำพัง แต่ยังมีผู้ช่วยอย่างคุณกานต์เดินตามเข้ามาด้วย
“เอ่อ… ไม่ทราบว่าคุณเกื้อจะให้ผมปลุกคุณใบว่านเลยไหมครับ” คุณกานต์ถามเจ้านาย ระหว่างที่ใบว่านกำลังนอนฟังเสียงสนทนาของทั้งคู่แบบไม่ไหวติง
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง ส่วนนายเดินลงไปรับของที่หน้าตึกให้หน่อย เพราะฉันสั่งอาหารมา”
“ได้ครับ คุณเกื้อ” เมื่อคุณกานต์ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายแล้ว อีกฝ่ายก็เดินออกไปจากห้องทำงานทันที ทิ้งให้ใบว่านอยู่กับคุณเกื้อเพียงลำพัง พร้อมกับเสียงช้อนกระทบขอบแก้วชาที่คอยดังขึ้นอยู่เป็นระยะ
“เธอจะลุกขึ้นเองหรือให้ฉันเดินไปปลุก”
“….”
“ถ้าฉันเดินไปปลุก ฉันจะปลุกเธอด้วยการเอาชาแก้วนี้ราดลงไปบนตัวเธอจนกว่าเธอจะรู้สึกตัว” คุณเกื้อพูดกับใบว่านเสียงนิ่ง ทำเอาคนที่กำลังแสร้งหลับแอบมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย เนื่องจากวิธีปลุกของอีกฝ่ายมันเข้าข่ายทารุณกรรม
แต่มันก็คงจะเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณเกื้อแหละ เพราะคุณเกื้อคิดจะเอาใบว่านไปค้าอวัยวะอยู่แล้วนี่
“ตกลงจะให้ฉันปลุกสินะ …ได้สิ” คุณเกื้อไม่พูดเปล่า แต่อีกฝ่ายยังตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาใบว่านด้วย ทำเอาใบว่านต้องรีบลุกขึ้นด้วยท่าทีตื่น ๆ และไม่สามารถแสร้งหลับต่อไปได้แล้ว
“ผมตื่นแล้ว คุณเกื้อหยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”
“นี่เธอสั่งฉัน?”
“ใช่! แล้วคุณก็ช่วยวางถ้วยชาลงด้วย” ใบว่านพูดเสียงดังตามประสาคนที่ไม่คิดจะเชื่อฟังคุณเกื้ออีกต่อไป ซึ่งพอเขาเห็นว่าคุณเกื้อยังคงนิ่งอยู่ ใบว่านจึงพูดย้ำอีกครั้ง “วางสิ วางลงเลย!”
“เธอกลัวเหรอ”
“กลัวสิ ถามมาได้” ใบว่านพูด จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเขาเห็นว่าคุณเกื้อยอมวางแก้วชาไว้บนโต๊ะตามความต้องการของเขาแล้ว
ต่อมา หลังใบว่านรู้สึกว่าตัวเองได้ความปลอดภัยกลับคืนมาแล้ว เขาถึงกลับมาให้ความสนใจกับคุณเกื้อต่อด้วยการสบตากับอดีตผู้มีพระคุณของตัวเอง โดยในเวลาเดียวกันคุณกานต์ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“ตื่นแล้วเหรอครับ” คุณกานต์ที่หันมาสบตากับใบว่านพอดีถามขึ้น แต่ใบว่านกลับไม่อยากตอบอะไรไป เพราะอีกฝ่ายเป็นคนหลอกลวงเหมือนคุณเกื้อ
ใบว่านโกรธคุณกานต์ที่อีกฝ่ายอาศัยทีเผลอตอนที่ใบว่านกำลังเสียใจ หลอกล่อให้ใบว่านเซ็นเอกสารฉบับนั้น
“นายอย่ามาคุยกับเด็กคนนี้เลยกานต์ เพราะมันเสียเวลาเปล่า ๆ และอีกอย่าง…”
“….”
“พวกเราไม่นิยมคุยกับสินค้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” คุณเกื้อพูดกับคนของตัวเองด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่ทว่ามันกลับทำให้ใบว่านใจเสีย
“สินค้า? สินค้าอะไรครับ” ใบว่านถามคุณเกื้อทันที “ไหนคุณบอกว่าสิ่งที่ผมพูด มันไร้สาระไง”
“ใช่ ฉันเพิ่งบอกเธอไปว่ามันไร้สาระ เพราะเรื่องนี้มันไม่เคยอยู่ในหัวฉันมาก่อน”
“…”
“แต่พอนายพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ฉันเลยเห็นช่องทางทำเงินให้ตัวเอง เพราะเอานายไปขายน่าจะได้เงินเยอะน่าดู เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าค่ายกเลิกสัญญา แถมยังได้เงินเร็วด้วย… นายคิดอย่างนั้นไหม?” คุณเกื้อถามใบว่านทั้งรอยยิ้ม ในขณะที่ใบว่านเริ่มคว่ำปากลงเตรียมจะร้องไห้ใส่หน้าคุณเกื้อ
“ใจร้าย! คุณเกื้อใจร้ายที่สุด” ใบว่านตัดพ้อ ก่อนที่ต่อมาน้ำตาจะเริ่มเรียงเม็ดออกจากดวงตาคู่สวยราวกับสั่งการได้
